บทที่สิบเก้า
เื่แดง
“หนูไปแล้วนะยาย คืนไม่กลับบ้านนะจ๊ะ” แบมแบมเอ่ยบอกกับผู้เป็ยายที่กำลังนั่งดูทีวีอยู่ ก่อนจะผละตัวเดินออกจากบ้านด้วยความรวดเร็ว เพราะกลัวว่าจะโดนบ่นเสียจนหูชาหากไม่รีบออกมา
ร่างเล็กตระเตรียมเสื้อผ้าของตัวเองใส่กระเป๋าใบเล็กมาด้วยสามชุด ตั้งใจเอาไว้ว่าจะทิ้งเอาไว้ที่บ้านของคนพี่ เผื่อเอาไว้ในวันที่ไปนอนค้างอ้างแรมจะได้มีเสื้อผ้าของตัวเองสวมใส่
เพราะเธอเองก็ไม่สะดวกใจนัก ที่จะไปใช้เสื้อผ้าหรือของใช้ส่วนตัวของคนที่ตายไปแล้วอย่างกรองทองเสียเท่าไหร่ ไม่ได้คิดจะรังเกียจอะไรหรอก หากแต่มันก็รู้สึกแปลก ๆ ที่มาใช้ผัวต่อจากเขาไม่พอ ยังจะไปยุ่งวุ่นวายกับของส่วนตัวของเขาอีก
แบมแบมขับมอเตอร์ไซค์ออกจากบ้าน และระหว่างทางก็แวะซื้อกับข้าวกับปลาติดไม้ติดมือไปด้วยจากตลาดสด มาคิดดูแล้วหน้าที่เื่อาหารการกินของคนพี่ ต่อไปก็คงจะหนีไม่พ้นมือเธอที่เป็เมีย ก็เริ่มต้นมันั้แ่เสียั้แ่วันนี้ ที่ยังไม่ได้ตบแต่งกันนี่แหละ
แบมแบมใช้เวลาเลือกซื้อกับข้าวอยู่พักใหญ่ เมื่อเห็นว่าดวงตะวันเริ่มที่จะหม่นแสง เด็กสาวก็ถอนหายใจออกมา ก่อนจะหันปลายเท้าเดินกลับไปร้านขายแกงถุง และเลือกซื้อไปกับข้าวสามอย่างเพื่อเป็อาหารเย็นในวันนี้ เพราะดูจากเวลาแล้วหากเธอเป็คนลงมือเข้าครัวเอง ก็คงจะดึกดื่นกว่าที่จะได้ลงมือทานข้าวเย็นกัน
ร่างเล็กขับมอเตอร์ไซค์มุ่งหน้าไปยังทิศทางเดิม ที่่หลังมานี้ตัวเธอเองแวะเวียนมาบ่อย ๆ ใช้เวลาแค่เพียงไม่กี่นาทีก็มาถึงจุดหมาย และเ้าของบ้านก็เดินยิ้มร่าลงมาจากบ้านเพื่อมาช่วยถือของขึ้นไปบนบ้านอย่างรู้หน้าที่
“พี่คล้าวหิวหรือยังจ๊ะ” แบมแบมเอ่ยถามคนพี่ขึ้น เมื่อจัดของสดเข้าตู้เย็นจนหมดแล้ว
“ยังไม่ค่อยหิว” คล้าวเอ่ยตอบกลับไป หลังจากที่ได้แต่ยืนละล้าละลังมองดูคนน้องจัดของให้เข้าที่เข้าทางเสียนาน
คล้าวเองเป็ผู้ชายที่ถนัดแต่งานนอกบ้าน ไม่เป็โล้เป็พายเอาเสียเลยกับงานบ้านงานเรือน ่ที่ครองตัวเป็พ่อม่ายก็ฝากชีวิตเอาไว้กับร้านอาหารตามสั่งและร้านข้าวราดแกง ตู้เย็นราคาหลักหมื่นที่ซื้อมาก็มีเอาไว้เพื่อแช่เครื่องดื่มชูกำลังต่าง ๆ เพียงเท่านั้น
“งั้นไปนั่งรอก่อน หนูหุงข้าวแป๊บหนึ่ง” ร่างเล็กเอ่ยพูดบอก ก่อนจะละความสนใจจากคนตัวสูง มาจัดการหุงข้าวและอุ่นแกงที่ซื้อมา
คล้าวเมื่อได้ยินคนรักบอกอย่างนั้น ก็สาวเท้ากลับมานั่งอยู่ที่หน้าจอทีวี ปล่อยให้งานในครัวเป็หน้าที่ของคนน้องไป ก็ถือว่าเป็บุญของคล้าวเหมือนกัน ที่มีเมียเด็กเป็คนรุ่นใหม่ หากแต่อีกฝ่ายก็ดูจะเป็งานบ้านงานเรือนอยู่บ้าง หยิบจับอะไรก็ดูคล่องตัวไปหมด
“ให้พี่ไปช่วยไหม” คล้าวที่นั่งรออยู่เกือบครึ่งชั่วโมง เอ่ยถามขึ้นเมื่อเห็นว่าคนตัวเล็กกำลังถือถาดอาหารเดินออกมาจากครัว
“พี่คล้าวไปหยิบน้ำมาก็แล้วกันจ้ะ” แบมแบมเอ่ยตอบเชิงไหว้วานให้คนรักไปหยิบน้ำดื่มจากตู้เย็นเล็กที่วางถัดออกไปไกล
ร่างหนาผุดลุกขึ้นอย่างว่าง่าย มือหนาหยิบขวดน้ำเย็นเฉียบที่ขนุนลูกบุญธรรมแวะเข้ามากรอกและแช่เอาไว้ให้เมื่อ่บ่ายแก่ ๆ ของวันนี้ ออกมาจากตู้เย็น และหยิบแก้วติดมือมาด้วยอีกสองใบ
ดวงตาคมเข้มหลุบมองแก้วในมือทั้งสองใบนิ่ง ก่อนจะสะท้อนความคิดขึ้นในหัว ที่เมื่อก่อนมีเพียงแค่เขาคนเดียวที่ต้องนั่งกินข้าวเพียงลำพัง ด้วยความเงียบเหงาและเปล่าเปลี่ยวหัวใจ แตกต่างจากในวันนี้ที่ได้มีใครสักคนมาคอยนั่งเป็เพื่อนในยามกินข้าว ใบหน้าหล่อยกยิ้มออกมาเล็กน้อย
“ทานข้าวกันเถอะจ้ะ แต่เ้านี้ไม่รู้ว่าจะอร่อยหรือเปล่า หนูเห็นขายดีเลยซื้อมา” แบมแบมเอ่ยพูดขึ้น เมื่อคนพี่เดินกลับมานั่งเรียบร้อยแล้ว
การทานข้าวไปด้วยพูดคุยกันไปด้วย ทำให้บรรยากาศภายในบ้านที่เคยดูเงียบเหงากลับมาดูมีชีวิตชีวาขึ้นอีกครั้ง และการดูแลเอาใจใส่เล็ก ๆ น้อย ๆ จากคนรัก ก็ยิ่งทำให้ความรู้สึกของคล้าวที่มีต่ออีกฝ่ายมันเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เช่นกัน
แบมแบมเองก็ไม่ได้เป็ฝ่ายที่ต้องคอยเอาอกเอาใจอยู่ฝ่ายเดียว หากแต่คล้าวก็ดูแลเอาใจใส่แบมแบมอย่างดีเช่นกัน การกระทำที่ดูเป็ธรรมชาติเหล่านี้ ทำเอาเด็กสาวหลุดยิ้มกว้างด้วยหัวใจที่ฟูฟ่องขึ้นมาอีกเป็เท่าตัว
เมื่อทานมื้อเย็นด้วยกันเรียบร้อย คล้าวก็เสนอตัวที่จะเป็คนเก็บจานชามเข้าไปเก็บในครัว และมอบหน้าที่การเช็ดโต๊ะให้เป็ของแบมแบมไป เมื่อจัดการความสะอาดเรียบร้อยแล้ว ทั้งคู่ก็มานั่งดูละครเย็นที่ออนแอร์ทางช่องน้อยสีด้วยกัน
“นางร้ายสวยกว่านางเอกอีก พี่คล้าวว่าไหม” ร่างเล็กเอ่ยถามขึ้น หากแต่ดวงตาก็ยังคงจับจ้องไปที่หน้าจอทีวีขนาดใหญ่ไม่ละสายตา
“ไม่รู้สิ” คล้าวเอ่ยตอบกลับไป
แบมแบมผินใบหน้ากลับมามองคนข้างกาย คิ้วเรียวที่บรรจงขีดเขียนมาจนสวยงามขมวดเข้าหากันอย่างไม่เข้าใจ ว่ากับแค่เื่ที่พิจารณาว่าใครสวยกว่าทำไมคนรักถึงตอบกลับมาว่าไม่รู้
“เพราะในสายตาพี่ ไม่มีใครสวยสู้หนูได้สักคน” คล้าวเอ่ยขยายคำตอบของตัวเอง ก่อนจะใช้เรียวนิ้วทัดผมที่ลงมาปรกหน้าไว้ที่กับใบหูให้กับคนน้องอย่างอ่อนโยน
“ปากหวาน” ร่างเล็กเอ่ยขึ้น ใบหน้าสวยขึ้นสีระเรื่อเมื่อโดนพูดจาเ้าชู้ใส่โดยที่ไม่ทันได้ตั้งตัว
“หวานแล้วอยากชิมอีกไหม หืม” ร่างหนาเอ่ยถามขึ้น แววตาดูเ้าเล่ห์ขึ้นมาในทันที
แบมแบมที่ถูกท้าทายกันผ่านสายตาเลิกสนใจละครเย็น ร่างเล็กตวัดเรียวขาคร่อมทับตักกว้างของคนพี่ ก่อนจะวาดเรียวแขนทั้งสองข้างขึ้นคล้องคอของอีกฝ่ายเอาไว้ ใบหน้าสวยโน้มไปใกล้ใบหน้าหล่อคมคายจนระยะห่างเหลือเพียงแค่น้อยนิด
“อยาก” สิ้นเสียงคำพูดที่ฟังแล้วให้ความรู้สึกว่ากำลังท้าทายไม่ต่างกัน คล้าวก็คว้าต้นคอระหงลงมาและประกบริมฝีปากเข้าหากลีบปากเล็กอมชมพูตามความ้าของคนบนตักทันที
แบมแบมที่โดนจู่โจมเผยอริมฝีปากรับััวาบหวามด้วยความเต็มใจ ใช้ลิ้นเล็กตวัดหยอกล้อไปกับลิ้นร้อนของคนพี่อย่างเป็งาน จูบที่ดูดดื่มหลายนาที ทำเอาเมื่อคนทั้งคู่ผละออกจากกัน ก่อเกิดให้น้ำลายยืดติดกันออกมาเป็สาย
“เป็ไง ครั้งนี้หวานหรือเปล่า” คนพี่เอ่ยถามขึ้น
“หวาน อยากชิมอีก” ร่างเล็กเอ่ยตอบ ก่อนจะเป็ฝ่ายที่โน้มใบหน้าลงไปประกบจูบเ้าของตักอีกครั้ง
คล้าวที่โดนปล้นจูบไปอีกครั้งช้อนแขนขึ้นรองบั้นท้ายกลมกลึง ก่อนจะถอนจูบออกมา และใช้ริมฝีปากไล่จูบซับที่ต้นคอระหง ในบางจังหวะก็แลบลิ้นออกมาเลียใบหูน่ารัก จนทำเอาคนบนตักเบี่ยงตัวหนีเป็พัลวัน
“อยากกินนม” ร่างหนาเอ่ยพูดขึ้นอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย ดวงตาคมเข้มฉายแววความออดอ้อนอยู่ในที
“ลามก” แบมแบมเอ่ยต่อว่าอย่างอดไม่ได้ กับความหื่นนั้นของคนพี่ หากแต่ก็ยอมที่จะถอดเสื้อยืดรัดรูปออกจากตัว
คล้าวเองเมื่อได้รับการอนุญาต ซุกใบหน้าเข้าหาอกอวบอิ่มที่ถูกเสื้อชั้นในดันขึ้นมาจนเกือบครึ่งเต้าด้วยความหิวโหย เรียวแขนดันบั้นท้ายให้เผยอขึ้นอีกนิด จนระดับหน้าอกของคนน้องอยู่ระดับที่พอเหมาะสำหรับการที่จะให้เขาได้่ชิมทั้งสองเต้า
“อื่อ พี่คล้าว เบา ๆ” ร่างเล็กที่เริ่มกระวนกระวายเพราะเริ่มมีอารมณ์ใคร่จากการกระทำของคนพี่เอ่ยปรามเสียงสั่น
มือเล็กตวัดไปด้านหลังปลดตะขอเสื้อในสีหวานของตัวเองให้หลุดออกจากกัน ก่อนจะแอ่นหน้าอกอวบอิ่มเข้าหาใบหน้าคนพี่ ร่างหนามือเห็นว่าสองเต้าเป็อิสระ ใช้จมูกโด่งดันเสื้อชั้นในจนมันขึ้นไปกองอยู่บนเนินหน้าอกใหญ่ ก่อนจะครอบริมฝีปากดูดดุนยอดถันสีชมพูอ่อนเข้าปากในทันที
“จ๊วบ” เสียงลามกที่เกิดจากการดูดดุนเม็ดปทุมของคนบนตักอย่างเอาเป็เอาตายเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง
“อื้อ พี่คล้าว อ๊า” ร่างเล็กแอ่นหน้าอกไปตามแรงดูดมูมมาม มือเล็กคว้าจับไหล่แกร่งเอาไว้เป็ที่ยึดเกาะ
“ตึก เพล้ง” ก่อนที่อะไรจะเลยเถิดไปมากกว่านี้ กลับมีเสียงหนึ่งดังขึ้นจากทางด้านหลังของคล้าว
แบมแบมที่กำลังเพลิดเพลินอยู่จากการโดนปรนเปรอความสยิวผ่านยอดอก เงยหน้าขึ้นมองด้วยความใ ก่อนที่หน้าจะซีดเผือดเมื่อเห็นว่าผู้หญิงคนหนึ่งยืนน้ำตานองหน้าที่อยู่ประตู
“พี่คล้าว ฮึก ฮือ กรี้ด” เสียงร้องโวยวายของคนที่มาใหม่ดังขึ้นอีกครั้งจนคล้าวได้สติ
ร่างหนาไม่แม้ที่จะหันไปมองหรือพูดคุยกับคนที่เข้ามาขัดจังหวะดี ๆ ของตัวเองและคนรักเลยแม้แต่น้อย รีบผุดลุกขึ้นและช้อนอุ้มคนบนตักที่ใจนทำอะไรไม่ถูกขึ้นมาไว้ในอ้อมแขน และสาวเท้าเข้าไปในห้องนอนโดยทันที
“รอพี่อยู่ในนี้” คล้าวเอ่ยพูดขึ้นเมื่อวางร่างเล็กลงกับเตียง
แบมแบมที่ยังอยู่ในอาการที่ตื่นตระหนก พยักหน้าตอบรับอย่างว่าง่าย ใบหน้าสวยที่มักจะมีรอยยิ้มหวานและขึ้นสีระเรื่ออยู่เสมอ เมื่อโดนพูดป้อนคำหวานใส่ บัดนี้กลับซีดเซียวเสียจนใกล้เคียงกับสีกระดาษ
………………………………………………….
แล้วคือพระเอกนางเอกก็คลั่งรักกันสุด นิดหน่อยก็โผเข้าหากันแล้ว ไอ้คนมาขัดก็เหลือเกิน ชาติที่แล้วเกิดเป็ฝอยขัดหม้อหรือเปล่าก็ไม่รู้
อ่านแล้วอย่าลืมคอมเม้นท์ส่งฟีดแบคกลับมาหานักเขียนอย่างเลดี้หน่อยนะคะ อยากบอกว่าการได้อ่านคอมเม้นท์ มันเป็แรงผลักดันในการอัพนิยายมาก ๆ เลย // อ้อน
และอย่าลืมกดเข้าชั้น กดหัวใจ และที่สำคัญอย่าลืมกดติดตามนามปากกาอิสตรีเริงรมย์กันเอาไว้นะคะ เพราะตอนนี้กำลังเร่งสานต่อพล็อตมากมายที่ได้ทำการดองเอาไว้ในไหแบบเร่งด่วน และแพลนที่จะปล่อยงานในตอนนี้ก็ยาวทั้งปี ฮือออ // กระพริบตาปริบ ๆ