ในขณะนั้นเอง
สนามกีฬาขนาดใหญ่เต็มไปด้วยเสียงโห่ร้องกึกก้องผู้ชมเกือบแสนคนนั่งอยู่บนอัฒจันทร์สายตาเต็มไปด้วยความคาดหวังจ้องมองไปยังใจกลางสนาม
กลางสนามแข่งนักศึกษาทั้ง 320 คนยืนสงบนิ่งแต่ละคนล้วนเปี่ยมไปด้วยจิตวิญญาณแห่งการต่อสู้
ความกระตือรือร้นและเจตจำนงแห่งการต่อสู้ที่เข้มข้นพุ่งทะยานสู่ท้องฟ้าจนกลุ่มเมฆแตกสลายปล่อยให้แสงตะวันสีทองสาดส่องลงมาบนร่างของหนุ่มสาววัยสิบแปดสิบเก้าปีกลุ่มนี้
เบื้องหน้าของนักศึกษาทั้งสามร้อยยี่สิบคนนั้นประตูเคลื่อนย้ายมิติขนาดมหึมาตั้งตระหง่านนิ่งสงบ
ใต้ประตูเคลื่อนย้ายมิติซือเวิ่นหลิน ผู้มีรูปร่างสูงใหญ่และแฝงไว้ด้วยพลังลึกล้ำสองนัยน์ตาเปล่งประกายดุจสายฟ้ากวาดมองไปที่นักศึกษาแต่ละคน
“เงียบ!”
เมื่อเวลาแปดโมงครึ่งมาถึงซือเวิ่นหลินก้าวเท้าออกไปหนึ่งก้าว เสียงอันเคร่งขรึมของเขาดังก้องไปทั่วสนามกดดันความวุ่นวายทั้งหมดลงทันที
ภายใต้แรงกดดันจากพลังระดับเปลี่ยนอาชีพขั้นเจ็ดที่แผ่ซ่านออกมาร่างของซือเวิ่นหลินในสายตาของทุกคนดูสูงใหญ่ขึ้นอย่างไม่มีที่สิ้นสุดกลายเป็นยักษ์ที่สูงตระหง่านจนถึงฟ้า ดึงดูดความสนใจของทุกคน
“รอบคัดเลือกของการแข่งขันชิงแชมป์นักศึกษาใหม่ทั่วประเทศเริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการ!”
“ตอนนี้ขอประกาศกฎการแข่งขัน!”
“รอบคัดเลือกจะจัดขึ้นในดันเจี้ยนดินแดนลับขนาดใหญ่ที่เป็นสนามทดสอบโดยใช้แต้มสะสมเป็นเกณฑ์ในการคัดเลือกผู้เข้ารอบสุดท้ายหนึ่งร้อยคน!”
“แต้มสะสมสามารถได้มาจากสองทาง ทางแรกคือแต้มจากการสังหารและอีกทางคือแต้มจากการโค่นล้ม!”
“ในดันเจี้ยนมีสัตว์อสูรป่าจำนวนมากการสังหารสัตว์อสูรป่าจะได้รับแต้มสังหารตามความแข็งแกร่งของพวกมัน!”
“การโค่นล้มผู้เข้าแข่งขันคนอื่นจะได้รับแต้มโค่นล้ม จำนวน 100 แต้มบวกกับ 10% ของแต้มทั้งหมดที่ผู้เข้าแข่งขันคนนั้นมี!”
“ผู้เข้าแข่งขันทุกคนจะถูกส่งไปยังบริเวณรอบนอกของดันเจี้ยนหลังจากผู้เข้าแข่งขันทุกคนขึ้นสู่ภูเขาศักดิ์สิทธิ์กลางดันเจี้ยนลับหรือจำนวนผู้เข้าแข่งขันที่เหลืออยู่ในดันเจี้ยนเหลือเพียงหนึ่งร้อยคนรอบคัดเลือกจะสิ้นสุดลง”
“เมื่อถึงเวลานั้นการจัดอันดับรอบคัดเลือกจะขึ้นอยู่กับจำนวนแต้มที่ผู้เข้าแข่งขันมีและจะได้รับแต้มในการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศตามอันดับที่แตกต่างกัน”
“โปรดทราบว่าการแข่งขันครั้งนี้จะถ่ายทอดสดให้ผู้ชมทุกคนทั่วหลงกั๋วได้รับชม!”
เสียงของซือเวิ่นหลินดังก้องไปทั่วสนามราวกับฟ้าร้อง
เมื่อกฎการแข่งขันรอบคัดเลือกถูกประกาศจนจบนักศึกษาผู้เข้าแข่งขันทุกคนที่ยืนอยู่กลางสนามกีฬาต่างก็มีแววตาตื่นเต้นขึ้นมา
“กฎได้ประกาศครบถ้วนแล้ว!”
“ต่อไปนี้ทุกคนโปรดเตรียมตัว พวกคุณจะถูกส่งไปยังดันเจี้ยนดินแดนลับทันที!”
ซือเวิ่นหลินกล่าวด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึมเมื่อสิ้นเสียง แสงสว่างจ้าก็ระเบิดออกมาจากประตูเคลื่อนย้ายมิติด้านหลังพลังแห่งมิติสีเงินขาวพุ่งเข้าปกคลุมผู้เข้าแข่งขันทั้งสามร้อยยี่สิบคนทันที
ติ๊งติ๊ง ติ๊ง!
จากนั้นข้อมูลอันซับซ้อนเกี่ยวกับดันเจี้ยนก็ปรากฏขึ้นในความคิดของผู้เข้าแข่งขันแต่ละคน
[ดันเจี้ยนลับ: สนามทดสอบ]
[ระดับดันเจี้ยนลับ: ระดับเงิน]
[ประเภทดันเจี้ยนลับ: ดินแดนลับผู้เล่นหลายคนขนาดใหญ่]
[เลเวลต่ำสุดที่อนุญาตให้เข้าดันเจี้ยน: เลเวล 40 ขึ้นไป]
[จำนวนผู้เข้าดันเจี้ยน: หลายคน]
[ม้วนคัมภีร์กลับเมืองได้ถูกแจกจ่ายโดยอัตโนมัติผู้ที่ตายจะถูกส่งออกจากดันเจี้ยนลับโดยอัตโนมัติ]
…
ในขณะเดียวกันเมื่อข้อมูลของดันเจี้ยนลับปรากฏขึ้นในจิตใจของทุกคนพลังแห่งมิติที่พลุ่งพล่านในบริเวณสนามก็ถึงขีดสุด
วูบวูบ วูบ!
พลังแห่งมิติสีเงินขาวเข้มข้นกวาดผ่านร่างกายของผู้เข้าแข่งขันทุกคนก็หายเข้าไปในประตูเคลื่อนย้ายมิติ
ชั่วพริบตาเดียวบริเวณหน้าประตูเคลื่อนย้ายมิติก็ว่างเปล่า เหลือเพียงซือเวิ่นหลินคนเดียว
หลังจากการส่งตัวผู้เข้าแข่งขันประตูเคลื่อนย้ายมิติขนาดมหึมาไม่ได้หายไปพลังเวทมนตร์พลุ่งพล่านจากร่างกายของซือเวิ่นหลินพลังเวทมนตร์อันกว้างใหญ่ราวท้องทะเลหลั่งไหลเข้าสู่ประตูเคลื่อนย้ายมิติ
ครืนครืน ครืน!!
ประตูเคลื่อนย้ายมิติขนาดมหึมายิ่งส่องประกายสว่างไสวจากนั้นก็ผุดขึ้นจากพื้นดินต่อหน้าทุกคน กลายเป็นจอภาพขนาดยักษ์
จอภาพนี้เชื่อมต่อกันเป็นวงกลมทำให้มั่นใจได้ว่าผู้ชมทุกคนที่อยู่บนอัฒจันทร์สามารถมองเห็นภาพบนจอภาพได้อย่างชัดเจน
เมื่อประตูเคลื่อนย้ายมิติกลายเป็นจอภาพภาพในห้องถ่ายทอดสดต่างๆ ของหลงกั๋วก็เปลี่ยนไป เผยให้เห็นสถานการณ์ภายในดินแดนลับ
…
ฟุ่บ!
สิ้นสุดการเคลื่อนย้าย
หวังเฉินส่ายศีรษะขจัดอาการวิงเวียนจากการเคลื่อนย้าย จากนั้นก็กวาดสายตาสำรวจรอบๆ ด้วยความสงสัย
ตอนนี้เขาอยู่ในป่ามีต้นไม้สูงตระหง่านอยู่รอบตัว กลิ่นอายธรรมชาติอันเข้มข้นห่อหุ้มเขาไว้
“สภาพแวดล้อมที่นี่คล้ายกับแดนจิ้งจอกทมิฬเลย!”
หวังเฉินคิดในใจขณะมองดูสภาพแวดล้อมเท้าของเขาก็ขยับ กระโดดขึ้นไปบนยอดไม้ใหญ่ต้นหนึ่ง
มองออกไปป่าไม้เขียวชอุ่มกว้างใหญ่ไพศาลมาก จนเห็นสีอื่นๆ ได้เพียงเล็กน้อยที่ไกลลิบๆเท่านั้น
อย่างไรก็ตามที่ขอบฟ้าไกลๆ มีภูเขาสูงใหญ่ตระหง่านเสียดฟ้า มองดูราวกับจะบรรจบกับท้องฟ้า
“เจ้านาย เจ้านาย!”
“ปล่อยพวกเราออกมาเร็วเข้า พวกข้าไม่อยากอยู่ในมิติอสูรแล้วเจ้าค่ะ”
ขณะที่หวังเฉินกำลังสำรวจสภาพแวดล้อมเสียงของปิงชิงและซูซูก็ดังขึ้นข้างหู
“รอบคัดเลือกพวกเธออยู่เฉยๆ ไปก่อนเถอะ เพราะพวกเธอคือไพ่ตายจะออกมาเร็วขนาดนี้ได้ยังไงกัน!”
หวังเฉินส่ายศีรษะพร้อมกับรอยยิ้มเมื่อได้ยินเสียงกระตือรือร้นของเจ้าตัวเล็กทั้งสอง
“เอ๋?”
“ไม่เอา ไม่เอาเจ้าค่ะ!”
“พวกข้าไม่ออกไปสู้ก็ได้ แค่อยู่ข้างๆ ดูเฉยๆ ได้ไหมเจ้าคะ?”
เมื่อได้ยินคำพูดของเจ้านายเจ้าตัวเล็กทั้งสองก็เริ่มส่งเสียงออดอ้อน
แต่…
หวังเฉินที่มีแผนอยู่แล้วก็ไม่ได้หวั่นไหวแต่อย่างใด
เจ้าตัวเล็กสองตัวนี้ไม่กลัวอะไรทั้งนั้นปล่อยออกมาก็เหมือนม้าป่าที่หลุดออกจากบังเหียนเห็นได้ชัดว่าไม่สามารถให้พวกมันกลับเข้าไปได้
ยังไงก็อยู่ในมิติอสูรไปก่อนดีกว่า!
หลังจากให้คำสัญญาด้วย‘เงื่อนไข’ มากมายเพื่อปลอบเจ้าตัวเล็กทั้งสอง หวังเฉินก็กระโดดลงจากยอดไม้จากนั้นจึงตั้งใจออกเดินทางสู่ภูเขาศักดิ์สิทธิ์ที่ทอดตัวอยู่สุดขอบฟ้า
แต่ในตอนนี้
ใต้เงามืดของต้นไม้ขนาดใหญ่ที่ต้องใช้คนสามคนโอบทางด้านซ้ายของหวังเฉินก็มีคลื่นพลังกระแสหนึ่งปรากฏขึ้นเป็นระลอก
วินาทีถัดมาเงาร่างหนึ่งก็ปรากฏขึ้นจากเงามืด
“หืม?”
หวังเฉินหันไปมองและอดไม่ได้ที่จะอุทานเบาๆ
เพิ่งจะเข้ามาในดินแดนลับก็เจอผู้เข้าแข่งขันคนอื่นแล้วเหรอ?
และเสื้อผ้าของคนคนนี้ก็ดูคุ้นตาเหมือนเคยเห็นที่ไหนมาก่อน
“นี่น่าจะเป็นผู้เข้าแข่งขันจากมหาวิทยาลัยหมิงกวง”
หวังเฉินคิดในใจพร้อมกับมองไปอย่างสนใจ
มหาวิทยาลัยหมิงกวงอยู่ในอันดับร้อยกว่าๆในบรรดามหาวิทยาลัยของหลงกั๋วถ้าไม่ใช่เพราะหวังเฉินเคยเห็นข้อมูลของผู้เข้าแข่งขันมาก่อนละก็เขาคงจำไม่ได้จริงๆ
ยิ่งกว่านั้นหมอนี่ก็ระมัดระวังตัวสุดๆ เข้ามาในดินแดนลับเป็นอันดับแรกก็ซ่อนตัวเหมือนหนูตัวน้อยๆ
ในขณะเดียวกัน
“เอ่อ… หวังเฉิน?!”
ร่างที่ออกมาจากเงามืดเมื่อสังเกตสถานการณ์รอบๆ อย่างระมัดระวัง ก็เจอหวังเฉินเข้าพอดี
นี่เป็นเด็กผู้ชายร่างผอมบางดูเป็นคนสุภาพเรียบร้อย มีกริชในมือและลักษณะการซ่อนตัวในเงามืดก่อนหน้านี้บ่งบอกว่าเขาเป็นนักฆ่า
หลังจากเห็นหวังเฉินนักฆ่าชายคนนั้นก็ตัวสั่นด้วยความตกใจก่อนแต่จากนั้นก็มีรอยยิ้มแห่งความตื่นเต้นปรากฏขึ้นบนใบหน้า