กลางทุ่งโล่งที่ปกคลุมไปด้วยหมอกหนาทึบ ท่ามกลางบรรยากาศอึดอัดและเยียบเย็นซึ่งแผ่ซ่านไปทั่ว รอบกายของเขามีร่างแยกซึ่งเป็นภาพสะท้อนของพลังและความร้ายกาจในตนกระจายออกไปนับสิบร่าง
พวกมันทั้งหมดถือพลองศึกที่ประหนึ่งมีพลังศักดิ์สิทธิ์อันเข้มข้น พร้อมทำลายล้างศัตรูได้ในเสี้ยววินาที
“หัวหน้าออร์คไม่มีปัญหา.. แต่ฉันก็ยังต้องทดสอบกับสัตว์ประหลาดอีกตนนึง”
การโจมตีจากเหล่าร่างแยกของเขาร้ายกาจโดยไม่ต้องออกแรงเองแม้แต่น้อย เขามองดูร่างหัวหน้าออร์คซึ่งเป็นผู้เฝ้าสมบัติในชั้นฝันร้ายที่พึ่งล้มลงอย่างไร้ชีวิตด้วยรอยยิ้มบางๆ พร้อมกับสายตาที่เต็มไปด้วยความมั่นใจในพลังของตน
“โฮกกกกกกกกกกก!”
ทว่าความสงบสุขที่เกิดขึ้นเป็นเพียงช่วงเวลาอันสั้น ภายใต้หมู่บ้านออร์ค เสียงคำรามอันน่าสะพรึงกลัวก็ดังขึ้น ร่างอันแข็งแกร่งของออร์คหลอดที่แท้จริงได้ปรากฏขึ้นจากเงามืด ดวงตาของมันแดงก่ำเหมือนกับอสูรที่กลับมาจากขุมนรก
มันแผ่รังสีคุกคามที่ทำให้อนาเธอร์รู้สึกได้ถึงความแตกต่างของระดับพลังทันที
“ฮ่าฮ่า เจอกันเป็นรอบที่สามแล้วนะ”
แต่อนาเธอร์หาได้หวั่นเกรง และระเบิดเสียงหัวเราะต่ำอันทรงอำนาจออกมา
“คราวนี้ฉันขอทดสอบอะไรหน่อย..”
“ไปเลยเหล่าร่างจำแลงของฉัน!”
เขาตัดสินใจให้ร่างแยกพุ่งเข้าใส่ศัตรูทันที ปลดปล่อยพลังที่สะสมไว้จนถึงขีดสุด
พลองที่ร่างแยกแต่ละร่างถืออยู่เริ่มเปล่งแสงรัศมีสีทองส่องสว่างทุกทิศทาง ประหนึ่งสายฟ้าที่พร้อมฟาดฟันเหล่าผู้ที่ท้าทาย
【ทักษะสกิล พลองเทพสวรรค์!】
ร่างแยกทั้งหมดเปิดใช้ทักษะสกิลโจมตีระดับสูงสุด และกระหน่ำลงไปที่ร่างกายของออร์คลอร์ดราวกับพายุลูกใหญ่ที่โหมกระหน่ำ
“ปัง!ปัง!ปัง!ปัง!ปัง!ปัง!”
การโจมตีแต่ละครั้งสร้างแรงสะเทือนที่รุนแรงแผ่กระจายออกไปจนพื้นดินถึงกับยุบลง
“ทำได้แค่นี้เรอะมนุษย์ซิ๊ก!”
แต่ถึงกระนั้น ร่างอันใหญ่โตของออร์คลอร์ดก็ยังคงยืนนิ่ง ถึงจะมีบาดแผลอยู่บ้าง แต่มันก็เพียงแค่ยืนนิ่งแล้วเปล่งเสียงคำรามดังลั่น ทะยานพลังอันบ้าคลั่งออกมา เกิดเป็นกระแสอากาศที่สั่นสะเทือนไปทั่วบริเวณ
【ทักษะสกิล กระทืบเท้าทลายปฐพี!】
ทันใดนั้นเอง ออร์คลอร์ดได้กระทืบเท้าลงอย่างรุนแรง แผ่นดินสั่นสะเทือนถึงขนาดที่พื้นแตกออกเป็นรอยแยกขนาดใหญ่
“เปรี๊ยง!”
คลื่นพลังจากการกระทืบเท้านั้นพุ่งตรงเข้าสู่ร่างแยกของอนาเธอร์อย่างไม่ปรานี
แม้ว่าร่างแยกเหล่านั้นจะพยายามพุ่งหลบหรือโจมตีตอบโต้ ทว่าความแข็งแกร่งและความทรหดของออร์คลอร์ดนั้นเหนือกว่าทุกสิ่งที่ร่างจำแลงเหล่านั้นมีอยู่ ร่างแยกของเขาทั้งหมดถูกบดขยี้และสลายหายไปในพริบตา
“ไม่ไหวจริงๆด้วยสินะ?”
อนาเธอร์หยุดนิ่งเมื่อเห็นการสูญสลายของร่างแยก ความตกใจปรากฏขึ้นในดวงตาของเขา
ในขณะเดียวกันชายหนุ่มก็เริ่มเข้าใจถึงข้อจำกัดของร่างจำแลงเหล่านั้น มันไม่ได้แข็งแกร่งถึงขั้นไร้เทียมทาน เขาคิดว่าพวกมันอาจทดแทนร่างที่จริงในการต่อสู้กับศัตรูที่แข็งแกร่งได้
แต่การเผชิญหน้ากับออร์คลอร์ดในครั้งนี้ ถือเป็นหลักฐานอย่างชัดเจนว่า ร่างจำแลงเหล่านั้นไม่ได้มีความทนทานมากพอที่จะต้านทานการโจมตีที่รุนแรงเช่นนี้ได้
“เมื่อกี้มนุษย์ทำอะไรซิ๊ก!”
เมื่อได้ยินเสียงยั่วยุของมัน นัยน์ตาสีดำสนิทของเขาก็จับจ้องไปยังร่างยักษ์ที่แผ่รังสีความเกรี้ยวกราด มันยืนตระหง่านอยู่ท่ามกลางซากปรักหักพัง ออร่าแห่งความโกรธแค้นและร่างใหญ่โตข่มขวัญ จนกระทั่งอากาศรอบๆดูคล้ายบิดเบี้ยวจากแรงกดดันที่แผ่ซ่านออกมา
“ไอ้เวรนี่ได้ทีเอาใหญ่!”
อนาเธอร์คิ้วกระตุกเมื่อรู้สึกได้ถึงพลังอันมหาศาลที่ท่วมท้นของศัตรูตรงหน้า แม้เขาจะใช้พลังทั้งหมดที่มีแล้วก็ตาม แต่ไม่ว่าจะโจมตีอย่างไร ร่างกายของเขาในสภาวะปกติก็ยังไม่อาจต้านทานพลังมหาศาลนั้นได้
“เฮ้อ ระดับนรกก็ยังคงเป็นระดับนรก!”
เขาจึงทำได้เพียงถอนหายใจออกมาอยู่เล็กน้อย ก่อนที่จะเปิดใช้พลังที่แท้จริง
ทันใดนั้น ร่างกายของเขาเปล่งประกายสีทองออกมา แสงสีทองส่องสว่างจ้าจนบดบังทัศนียภาพรอบด้าน เหมือนกับดวงตะวันที่ขึ้นในยามฟ้ารุ่ง สีทองอันทรงพลังโอบล้อมร่าง ขณะเขาเริ่มใช้วิชาร่างจำแลงของซุนหงอคง
สัญลักษณ์แห่งความเป็นอมตะปรากฏขึ้นเหนือศีรษะเขา และพลังงานในตัวเพิ่มพูนอย่างรวดเร็วจนถึงสิบเท่า ทำให้เขามีพลังและความเร็วมากพอที่จะเผชิญหน้ากับออร์คลอร์ดในครั้งนี้ได้อย่างสบายๆ
ท่ามกลางแสงสีทอง พลองทองสมปราณนาที่อยู่ในมือของอนาเธอร์เริ่มสั่นสะท้าน แผ่ประกายเจิดจ้าออกมาราวกับจะทำลายล้างทุกสิ่งที่มันสัมผัส ปลายพลองที่เปล่งรัศมีทองสว่างจ้าสั่นไหว รอคอยเพียงคำสั่งของผู้ถือครองเพื่อโจมตีศัตรู
“ตายซะ!”
เพียงเสี้ยวพริบตา อนาเธอร์ก็ก้าวเท้าไปข้างหน้า ร่างของเขาพุ่งทะยานไปยังร่างของออร์คลอร์ดด้วยความเร็วที่ไม่อาจมองทันเปล่า
“เปรี๊ยง!”
เสียงกรีดร้องของอากาศเมื่อพลองถูกสะบัดลงมาราวกับเสียงฟ้าร้อง มันฟาดลงตรงจุดกึ่งกลางของร่างออร์คลอร์ดด้วยแรงมหาศาลจนเกิดเสียงกระแทกที่กึกก้องดังสนั่น ราวกับเสียงสะเทือนของภูเขาที่ถล่มลงมา
แสงสีทองจากการโจมตีนั้นปะทุออกมาอย่างรุนแรง ราวกับคลื่นพลังที่พร้อมจะกลืนกินทุกสิ่ง
“มะ..มนุษย์แข็งแกร่งซิ๊ก!”
เมื่อแรงกระแทกนั้นกระทบร่างของออร์คลอร์ด ร่างยักษ์นั้นสั่นไหวอย่างรุนแรง
ดวงตาที่เคยเกรี้ยวกราดเต็มไปด้วยความตระหนก ในเวลาเพียงชั่วอึดใจ ร่างที่แข็งแกร่งของมันก็ค่อยๆแตกสลายเป็นเสี่ยงๆ แสงแห่งความพินาศแผ่กระจายไปทั่วบริเวณ ประหนึ่งเป็นสัญลักษณ์แห่งชัยชนะของอนาเธอร์
【ติ๊ง! สังหารออร์คลอร์ดเลเวล 150 ได้รับค่าประสบการณ์ 50,000 หน่วย】
【ติ๊ง! ค่าประสบการณ์ครบ ผู้เล่นอัพไปเป็นเลเวล 172 ค่าสถานะทุกอย่างเพิ่มขึ้น 100 แต้ม ได้รับค่าสถานะจัดสรร 30 แต้ม】
【ติ๊ง! ค่าประสบการณ์ครบ.....】
ขณะที่ร่างออร์คลอร์ดสลายไป เสียงแจ้งเตือนจากระบบก็ดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง
บ่งบอกว่าระดับของเขาพุ่งทะยานขึ้นอย่างรวดเร็ว จากการเอาชนะศัตรูที่แข็งแกร่งในระดับที่ไม่เคยพบเจอมาก่อน
หน้าจอแสดงผลโผล่ขึ้นมาเบื้องหน้า ระบุเลเวลที่เพิ่มสูงขึ้น ทำให้เขารู้สึกได้ถึงพลังที่ก่อตัวขึ้นในร่างอย่างไม่หยุดยั้ง
“เปิดหน้าต่างผู้เล่น..”
เขายกมือขึ้นเล็กน้อย ใช้ปลายนิ้วแตะที่หน้าต่างนั้นเบาๆเพื่อเปิดดูรายละเอียดค่าสถานะของตน
【ชื่อผู้เล่น อนาเธอร์ เผ่าพันธุ์มนุษย์】
【เลเวล: 176】
【อาชีพ: อวาตาร์แห่งผู้สืบทอด ซุนหงอคง】
【ค่าประสบการณ์ 10,000/80,000】
【พละกำลัง: 18,330+20%】
【ความทนทาน: 18,400+20%】
【ความเร็ว: 18,150+20%】
【จิตวิญญาณ: 17,900】
【ค่าสถานะจัดสรร: 3,030 แต้ม 】
【เปิดดูทักษะสกิล: การจำแลงร่างซุนหงอคง, เนตรทองอัคคีสุวรรณ, ร่างจำแลงหมื่นวานร ,เปิดดูทักษะที่เหลือ】
【ทักษะสกิลติดตัว ข้านี่ละคือผู้ยิ่งใหญ่เทียมฟ้า, ร่างกายเพชรอมตะ, พลองในมือข้าไร้เทียมทาน, เปิดดูทักษะที่เหลือ..】
“หืมมมม ค่าสถานะจัดสรรที่ฉันมีตอนนี้ตั้ง 3,030 แต้มเลยเชียวเรอะ”
“เอ่อ นั่นสินะ ตั้งแต่เลเวล 75 ฉันเองก็ยังไม่ได้ลงค่าสถานะเลยนี่?”
ข้อมูลตัวเลขและคุณสมบัติที่แสดงบนหน้าต่างสถานะกระจ่างชัด สถานะความแข็งแกร่งของเขาถูกยกระดับขึ้นในหลายๆด้าน
ตั้งแต่ความแข็งแกร่ง ความว่องไว ไปจนถึงพลังป้องกันที่สามารถต้านทานพลังโจมตีขั้นสูงได้อย่างมีประสิทธิภาพ แม้แต่ความสามารถในการฟื้นฟูและทักษะเสริมต่างๆ ก็ได้รับการพัฒนาจนเกินขีดจำกัดเดิมอย่างชัดเจน
“งั้นลงค่าจิตวิญญาณให้หมดเลยละกัน.. ”
“ทักษะสกิลของซุนหงอคงจะได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยเฉพาะกับร่างแยกของฉัน”
เมื่อคิดจบ เขาก็ได้จัดแต้มสถานะจัดสรรที่เหลือไปลงยังค่าจิตวิญญาณทั้งหมด
【จิตวิญญาณ: 20,930】
“ไม่เลว.. แต่หลังจากนี้คงต้องหาหนังสือสกิลติดตัวที่เพิ่มค่าคุณสมบัติของมันละ”
ดวงตาของอนาเธอร์ฉายแวววาวด้วยความมุ่งมั่นและมั่นใจ จากนั้นก็สังเกตไปเห็นถึงช่องว่างมิติที่ได้ก่อตัวออกมา
“ได้เวลาที่จะไปจากดันเจี้ยนนี้แล้ว…”
...
ยิ่งเลเวลเพิ่มมากขึ้น ค่าสถานะของอนาเธอร์จะมากกว่าคนอื่นๆเป็นเท่าตัว แล้วเมื่อได้รับอวาตาร์เทพเจ้าตนที่สอง ในตอนเลเวลอัพ ค่าสถานะจัดสรรจากที่ได้รับ 1 เลเวลต่อ 30 แต้ม จะเพิ่มเป็น 60 แต้ม และจะเป็นทบแบบนี้ไปเรื่อยๆเมื่อมีอวาตาร์เทพเจ้าเพิ่มมากขึ้น
มีอธิบายไว้ในตอนที่เจ้าชายน้อยได้รับระบบผู้สืบทอดแห่งพระเจ้าเป็นครั้งแรก โคตรโกง!