[จบ]Psychokinesis พลังจิตเหนือเทพยุทธ์

    132 ภารกิจ

    “ให้ตายสิ มาทันอยู่สินะ”


    ตงฟางเช็ดเหงื่อออกจากหน้าผาก มองไปยังตำแหน่งศิษย์สังกัดตึกยากำลังยืนรวมกลุ่มกันราว 20 คน เมื่อคืนเขามองดูการปะทะฝีปากกันของเหล่าผู้ต้องการประมูลยาจนดึกดื่นด้วยราคาจบลงที่ 68 ล้านหินวิญญาณ จึงทำให้เขามีเวลาหลอมยาระดับ 7 ให้กับหอประมูลสวรรค์เก้าชั้นฟ้าน้อยลงจนเกือบมาไม่ทันส่งศิษย์พี่เยว่สือ


    “ศิษย์พี่  อาจารย์จื่วรั่วล่ะ”


    กลุ่มศิษย์หญิงมองใบหน้าตงฟางด้วยความสงสัย พวกเขาจำได้ว่าการเดินทางไม่มีศิษย์ผู้ชายร่วมด้วย ตงฟางกลับเข้ามาหาพวกเธอ


    “ทำไมพวกท่านมองข้าอย่างนั้นล่ะ ข้าแค่มาส่งศิษย์พี่เยว่สือ ข้าไปกับพวกท่านไม่ได้ อ๋อ พวกท่านจะไปกับศิษย์พี่เยว่ใช่ไหม ข้ามีของมาให้เช่นกัน เผื่อวิญญาณยุทธ์ของพวกท่านจะได้รับความเสียหาย”


    ตงฟางนำกล่องเก็บอาวุธระดับ 6 ออกมาเปิดให้ศิษย์พี่ตรงหน้าเขาได้มองดู พลางบอกให้หยิบไปได้คนละ 1 ชิ้น พวกเธอที่เห็นอาวุธฟรีถึงขั้นก้าวถอยเพราะผู้ชายที่เข้ามาหาพวกเธอ ล้วนแล้วมีจุดประสงค์ไม่ดี


    “ตงฟาง”


    เสียงเรียกอันคุ้นเคยดังขึ้นจากประตูทางออกตึกยา ตงฟางจึงรีบมองไปด้วยใบหน้าฉีกยิ้มทันที


    “ศิษย์พี่ข้ามาส่งท่าน”


    “ขอบคุณนะ นั่นเจ้ากำลังจีบศิษย์น้องของข้าเหรอ”


    “ไม่นะศิษย์พี่ ข้ากำลังจะมอบอาวุธให้พวกเธอไปใช้สำรอง ในช่วงที่ข้าเรียนกับอาจารย์ซิ่วข้าสร้างอาวุธไว้มาก จะขายจำนวนมากราคาของมันก็ต้องตกแน่นอน ข้าจึงคิดว่านำมามอบให้ศิษย์พี่ที่จะเดินทางไปกับท่านดีกว่า อย่างน้อยๆก็มีอาวุธสำรองไว้ใช้”


    “ศิษย์น้อง รับน้ำใจเขาไว้เถอะ”


    ทุกคนพยักหน้าจากนั้นก็เข้าไปหยิบอาวุธมาคนละชิ้น ท่ามกลางรอยยิ้มของตงฟางที่ฉีกกว้างค้างเอาไว้ กระทั่งอาจารย์จื่อรั่วเดินออกมาจากตึกตงฟางก็รีบก้าวถอยห่างจากศิษย์หญิง ไม่อย่างนั้นเขาคงถูกพลังของอาจารย์จื่อรั่วพัดปลิวไปไกล เหมือนหลายๆครั้งที่เขาอยู่กับศิษย์พี่เยว่สือแล้วอาจารย์จื่อรั่วมาเห็นศิษย์รักของเธออยู่กับผู้ชาย


    “เอาล่ะ เราจะเดินทางกันแล้ว” เสียงเย็นชาดังขึ้นข้างๆกลุ่มศิษย์ทั้งยี่สิบ จากนั้นกระบี่บินขนาดใหญ่ก็ปรากฎตัวออกมาจากพลังวิญญาณของอาจารย์จื่อรั่ว ตงฟางที่เห็นสายตาของอาจารย์จื่อรั่วเหลือบมองมา เขาจึงพยายามเก็บมือทั้งสองข้างไปด้านหลังแล้วส่งยิ้มให้อาจารย์และคนอื่นๆจนดวงตาเป็นสระอิ ขณะที่ทุกคนขึ้นไปบนกระบี่ยักษ์ตงฟางก็นึกบางอย่างขึ้นมาได้จึงควักบางอย่างออกมาจากแหวนของเขาแล้วร้องทักทายอาจารย์จื่อรั่วด้วยน้ำเสียงกล้าๆกลัว


    “อะอะ อาจารย์จื่อรั่ว ข้ามีของจะให้ท่าน”


    “ไม่จำเป็น”


    “ตะ..แต่มันดีต่อการบินระยะไกลมากๆ ท่านรับมันไว้ด้วย”


    ตงฟางใช้พลังจิตส่งแผ่นยันต์ลอยไปยังอาจารย์จื่อรั่ว เธอทำเพียงมองจ้องมันด้วยสายตาเย็นชาเท่านั้น


    “ยันต์นี้เป็นยันต์ระดับ 7 มันสามารถทำให้บินได้เร็วขึ้น ไม่มีอากาศกระแทกหน้าแล้วมันยังทำให้ใช้พลังวิญญาณน้อยลงด้วย ท่านแปะมันไว้กับกระบี่ยักษ์ก็พอ”


    “เจ้าต้องการอะไร” ตงฟางฉีกยิ้มอีกครั้ง หลังจากถูกจับจ้องด้วยสายตาของคนที่อยู่บนกระบี่บิน


    “ข้าอยากให้พวกท่านเดินทางปลอดภัย ไม่มีอะไรมากกว่านี้เลย จริงๆนะ”


    “งั้นข้าจะรับไว้…… เราจะไปกันแล้ว” กระบี่บินค่อยๆลอยขึ้นไปบนท้องฟ้าจนอยู่เหนือตึกยาและสมุนไพร ตงฟางจึงยกมือโบกอย่างไว หลังจากเห็นศิษย์พี่เยว่สือแอบโบกมือลาเขา


    “ไว้เจอกันใหม่ศิษย์พี่เยว่~!”


    “อารมณ์ดีจังเลยนะ สมแล้วที่เจ้าชื่ออสรพิษตงฟาง” เสียงพูดอันคุ้นหูจากผู้นำนิกายที่เดินมายืนข้างๆ ทำให้ตงฟางฉีกยิ้มกว้างในทันที


    “อาจารย์ ท่านมาส่งอาจารย์จื่อรั่วเหรอ กล้าๆแบบข้าก็จบไปแล้ว เห็นไหมศิษย์พี่เยว่สือแอบโบกมือให้ข้าด้วย”


    “เหรอ ข้าไม่เห็นเลย ข้าเห็นแค่ใครคนหนึ่งพยายามเอาใจสาวยี่สิบกว่าคน”


    “เปล่านะ เข้ามาหาศิษย์พี่ข้าคนเดียว ท่านอย่าใส่ร้ายข้าสิ ข้าไม่คุยกับท่านแล้ว ไปล่ะ”


    “เดี๋ยวก่อน” ตงฟางกำลังจะเดินทางไปดูลู่จิวว่าเป็นยังไงบ้างกับการเพิ่มพลังและการค้าขาย เขาก็ถูกผู้นำนิกายห้ามเอาไว้ก่อน 


    “อะไรเหรออาจารย์” เอาไปเปิดดู พรุ่งนี้เช้าเจ้ามีงานต้องทำ


    “ฮะ…เร็วขนาดนั้น” ตงฟางเปิดอ่านจดหมาย พบข้อความมากมาย มันเป็นภารกิจที่ศิษย์หลักจะได้รับทุกๆคน เพื่อทำประโยชน์และสร้างชื่อเสียงให้กับสถาบัน เขาที่ฝึกมา 2 เดือนนึกว่าตัวเองจะได้รับสิทธิพิเศษจากการเป็นศิษย์หลักของผู้นำนิกายไม่จำเป็นต้องทำภารกิจ ทันใดนั้นเขาก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก เมื่อทิศทางที่เขาต้องไปทำภารกิจ อยู่ใกล้กับเมืองซ่ง สถานที่ที่เขาจะไปตามหาสมุนไพรมาใช้รักษาวิญญาณยุทธ์ของเขา หลังจากได้ข่าวมาจากพี่ซิงเยียน


    “งานแรกของเจ้าเป็นงานง่ายๆ”


    “จะง่ายจริงเหรอตาแก่ การไปรักษาคนทั้งหมู่บ้านให้หายดี ต้องใช้เวลาเป็นเดือนๆเลยนะ”


    “อย่างน้อยเจ้าก็ไม่ต้องต่อสู้เหมือนศิษย์หลักคนอื่นๆที่เดินทางไปฆ่าสัตว์อสูรตามหมู่บ้านที่ถูกพวกมันโจมตี”


    “ท่านอาจารย์ ท่านลืมไปหรือเปล่า ตลอดที่ข้าอยู่ในภูเขาเฟยเทียน ข้าถูกลอบสังหารวันเว้นวันเลยนะ หากข้าเดินทางออกไป ข้าจะไม่ถูกไล่ล่าเหรอ”


    “ฮ่าๆๆ ข้าเอาใจช่วยเจ้าก็แล้วกัน เอาล่ะ อย่าทำให้เสียชื่อศิษย์ของข้านะ”


    “อาจารย์ มันจะต้องมีเครื่องลางมอบให้สิ หรือไม่ก็อาวุธ ท่านจะจากไปแบบนี้เหรอ”


    ตงฟางมองไปยังผู้นำนิกายที่เดินจากไปไกล พร้อมกับร้องตะโกนตอบเขาด้วยความจริง


    “เจ้าก็สร้างมันได้แล้วนี่ ข้ายังจำเป็นต้องให้เจ้าเหรอไอ้เด็กหื่นกาม!”


    ตงฟางเก็บจดหมายเอาไว้ในแหวน มันเป็นใบผ่านทางและเป็นสัญลักษณ์ในการรวมกลุ่มของคนที่จะเดินทางไปทำภารกิจในวันพรุ่งนี้ โดยการเดินทางไม่ได้มีเพียงแค่ศิษย์สถาบันเฟยเทียนเท่านั้นที่เดินทางไป ยังมีศิษย์สถาบันดารา ศิษย์สถาบันชิงอี้ แล้วยังมีศิษย์สถาบันอี้หมิง ที่เชี่ยวชาญเรื่องการรักษาถูกส่งไปทำงานนี้พร้อมกับเขา


    —------------------------------

    “เฮ่ยตงฟาง นึกว่าแกกลายเป็นผีไปแล้ว”


    เสียงร้องตะโกนด้วยความดีใจดังแทรกเสียงของศิษย์มากมายที่กำลังต่อแถวซื้อยา ทุกคนที่ได้ยินชื่อตงฟางต่างสั่นกลัว เหล่าผู้ชายต่างถอนตัวออกไปยืนห่างๆ เหล่าหญิงสาวต่างนำผ้าออกมาสวมทับเพื่อปกปิดผิวของพวกเธอ  ตงฟางกลับแกล้งมองไม่เห็นเดินเข้าไปหาลู่จิวที่มีการเปลี่ยนแปลงไปมาก ตลอด 1 เดือนที่ไม่ได้อยู่ด้วยกัน


    “แกก็แช่งเกินไป ว่าไง ร้านขายดีหรือเปล่า”


    “ดีสิ ดีมากๆ ดูนี่นะ ตอนนี้ฉันควบคุมร้านถึง 2 เลยล่ะ ร้านข้างๆขายยันต์ ร้านนี้ขายยา ได้ค่าจ้างถึง 2 เท่าเลยนะ” 


    เดิมทีตงฟางคิดว่าจะเปิดธุรกิจในสถาบัน ตอนนี้เขากลับล้มเลิกความสนใจเพราะมันไม่รวย ศิษย์ต่างมีเงินที่จำกัด สู้เปิดขายในเมืองหลวงไม่ได้ เขาจึงใช้ชื่อของเขาคุ้มครองร้านน้อยหน่าแล้วให้ลู่จิวใช้มันทำมาหากิน จะได้แข็งแกร่งแล้วนำความแข็งแกร่งกลับไปยังหมู่บ้าน เพื่อทำให้ชาวบ้านมีการกินอยู่ที่ดีขึ้น 


    หายังคิดจะเปิดร้านต่อไปเขากลัวจะทำให้ตายเหมือนฉาน จ้าน เป่า ที่วางแผนไว้ว่าจะให้ควบคุมร้านที่คิดจะขยายในอนาคต ตงฟางจึงเลิกล้มทั้งหมดเพราะระดับศิษย์ของเขาก็ก้าวหน้าเร็วเกินไปด้วยเช่นกัน จนไม่ต้องพึ่งอำนาจร้านค้าต่างๆที่เคยวางแผนเอาไว้


    “ว่าแต่ ทำไมแกยังเป็นศิษย์ทั่วไปอยู่วะ แกน่าจะไปท้าต่อยกับศิษย์สายนอกได้แล้ว” ตงฟางพูดด้วยท่าทางสงสัย เขาเห็นเสื้อผ้าของลู่จิวเป็นของศิษย์ทั่วไป ด้วยระดับพลังก่อตั้งวิญญาณขั้น 5 น่าจะท้าทายศิษย์สายนอกได้แล้ว เขากลับเห็นลู่จิวเก้าแก้มแก้เขิน จึงเฝ้ารอคำตอบของมัน


    “ฉันแข็งแกร่งเกินไป ศิษย์สายนอกระดับก่อตั้งวิญญาณขั้น 9 เคยมาหาเรื่องฉัน บังเอิญว่าฉันสู้กับมันด้วยสิ่งที่แกสอน ดันทำให้มันแพ้ขาดรอย ศิษย์สายนอกจึงไม่กล้าสู้กับฉันเลย”


    “แล้วทำไมแกไม่เอาของมีค่ามาล่อพวกมันวะ”


    “ทำแล้ว แม้จะเอาเงินเก็บทั้งหมดมาล่อพวกมันก็ไม่สู้”


    “อร๊ากก” ตงฟางกุมหัว เขาลืมวางแผนการเป็นศิษย์สายนอกให้เพื่อนตัวเอง จนมันแกร่งเกินกว่าที่ศิษย์สายนอกจะกล้าสู้กับมัน กลายเป็นศิษย์ทั่วไปที่ศิษย์สายนอกไม่กล้ายุ่ง


    “งั้นเอานี่ ดาบระดับ 5 มันจะต้องมีศิษย์สายนอกสู้กับแกแน่นอน ถ้าเดือนหน้ามาถึงแกเอามันไปท้าสู้เลย”


    “แพงไป”


    “เอาไปเลย ฉันตีมันเล่นๆ มีอีกเยอะ แกจะเอาอีกไหมล่ะ”


    ตงฟางเทอาวุธออกมาจากแหวนวงหนึ่งสร้างความตกใจให้คนที่มองดูเพราะทุกสิ่งที่หล่นออกมาเป็นอาวุธระดับ 5 ไม่เพียงเท่านั้นทุกคนยังได้ยินว่ามันเป็นเพียงแค่อาวุธที่ตงฟางลองสร้างเท่านั้น ไม่ใช่อาวุธจริง แต่พลังของพวกมัน ทั้งความคมและผิวสัมผัสกลับดีมากๆ แทบจะหาซื้อได้แค่ที่หอประมูล


    “อีกอย่างนะ แกอย่าออกจากสถาบันล่ะ ไม่งั้นตายแน่”


    “รู้แล้วน่า ฉันอยู่กับแกมาตั้งแต่เกิดนะไอ้ตงฟาง ทำไมจะไม่รู้ว่าตอนนี้แกกำลังมีปัญหา ดีนะที่พี่ซิงเยียนให้คนมาส่งของทุกๆเช้า ไม่งั้นฉันไม่กล้าเข้าเมืองหรอก”


    ลู่จิวกอดคอตงฟางพลางกระซิบคุยกันไม่อยากให้ใครได้ยินเสียง กระทั่งรู้ว่าเพื่อนดูแลตัวเองได้ ไม่จำเป็นต้องให้ตงฟางเป็นห่วงอีกเขาจึงโบกมือลาแล้วเดินจากไป


    “เออ ดูแลตัวเองด้วย ฉันจะไม่อยู่สักพัก หากมีเรื่องก็ไปรอที่บ้านพักฉันได้ ป้ายผ่านทางแกก็ห้อยไว้ ถ้าขาดเงินก็เด็ดสมุนไพรสักต้นมาขาย ทิ้งรากไว้ด้วยนะโว๊ย ไม่ใช่ดึงมาทั้งต้น!”


    ตงฟางเดินจากไปปล่อยให้แถวของศิษย์ที่มาซื้อยากลับมาเป็นเหมือนเดิม


    “พี่ลู่ ศิษย์พี่ตงฟางจะไปไหนเหรอ”


    “ไม่รู้สิ ขอเตือนไว้ก่อนอย่าไปใกล้มันช่วงนี้ ไม่งั้นตายไม่รู้ตัวนะโว๊ย” ศิษย์ทั่วไปเดินเข้ามาหาลู่จิวพลางมองไปยังดาบระดับ 5 ที่ตงฟางให้ไว้


    “ศิษย์พี่ เราขอจับมันได้ไหม”


    “เอาสิ จับแล้ววางคืนด้วย แต่อย่าไปฟันกันนะเห้ย แขนขาดไม่รู้ตัวด้วยนะ”


    —-------------------------------


    “พรุ่งนี้ต้องออกเดินทางอย่างนั้นสินะ”


    คลืน~!


    ตงฟางเปิดห้องใต้ดิน พลางมองไปยังหุ่นไม้ที่เข้าสร้างมาเก็บอาวุธชุดเกราะที่เขาทำขึ้นมารับมือกับกลุ่มคนที่ต้องการฆ่าเขา ตลอด 2 เดือนที่ผ่านมา เขานำความรู้ทุกๆอย่างใส่ลงไปในชุดเกราะและอาวุธของเขาจนสร้างชุดเกราะระดับ 7 ขึ้นมาได้ทั้งตัว ไม่เพียงเท่านั้นยังมีอาวุธอีกจำนวนมากวางเต็มห้อง ทุกอย่างล้วนแล้วเป็นของระดับ 7 ทั้งนั้น หากเผชิญหน้ากับระดับผันแปรวิญญาณ ตัวของเขาก็มีสิทธิในการชนะมัน ต่างจากเดิมที่คิดหาวิธีลอบสังหาร


    แกร๊บ แกร๊บ แกร๊บ~!


    แหวนในมือถูกถอดทิ้งไว้ในห้องแล้วนำแหวนวงใหม่ขึ้นมาสวม พวกมันถูกสร้างมาพิเศษเพื่อใช้เก็บอาวุธลับ ยา สมุนไพร และยันต์แยกกันไว้ตามวง รวมไปถึงใช้เก็บเลือดของเขาที่นำมาเก็บไว้อาทิตย์ละขวดเพื่อฆ่าศัตรู 


    ส่วนชุดของตงฟางเขาเน้นไปที่สีนำเงินเข้มเพื่อให้กลมกลืนไปกับความมืด จากนั้นก็ปิดทับด้วยชุดเกราะที่ทำให้มันเป็นชิ้นเล็กๆยัดเข้าในเสื้อของเขา จนมองดูภายนอกเหมือนว่าเขาไม่ได้สวมใส่ชุดเกราะ มีเพียงแค่ผ้าธรรมดาๆเท่านั้น













    คล้ายกับเรื่อง[จบ]Psychokinesis พลังจิตเหนือเทพยุทธ์ ที่คุณอ่าน