แสงแดดยามเย็นลอดผ่านผ้าม่านลูกไม้สีขาวนวลที่พลิ้วไหวตามแรงลมแ่เบาของเครื่องปรับอากาศ ภายในห้องนั่งเล่นโอ่โถงของคอนโดมิเนียมหรูใจกลางมหานคร เฟอร์นิเจอร์นำเข้าจากอิตาลีสีเอิร์ธโทนถูกจัดวางอย่างพิถีพิถัน
จินเจนอยู่ในชุดเดรสผ้าสีน้ำเงินกรมท่าเข้ารูป เน้นสัดส่วนโค้งเว้าอย่างสง่างาม นั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาหนังแท้สีเบจตัวยาว พนักพิงหลังสูงสง่ารองรับแผ่นหลังของเธอได้อย่างพอดี ดวงตาคู่เรียวสวยคมกริบทอดมองออกไปยังกระจกบานใหญ่จรดเพดาน เผยให้เห็นทัศนียภาพของตึกสูงระฟ้าที่เริ่มเปิดไฟประดับประดาแข่งกับแสงอาทิตย์ที่กำลังจะลับขอบฟ้า
บนโต๊ะกาแฟไม้เนื้อเงาสีดำสนิท ตรงหน้าโซฟา มีแก้วกาแฟเซรามิกสีขาวลายทองวางอยู่ข้างโทรศัพท์มือถือดีไซน์หรูสีดำสนิท ไอเย็นจากเครื่องปรับอากาศทำให้กาแฟในแก้วเริ่มเย็นชืด จินเจนเพิ่งวางสายจากน้ำหยาด เพื่อนสนิทอีกคนที่คบกันมาั้แ่สมัยเรียนมหาวิทยาลัย เสียงอ้อนวอนขอเลื่อนชำระหนี้ยังคงก้องอยู่ในหู
นับเป็ครั้งที่สามของเดือนนี้แล้วที่น้ำหยาดโทรมายืมเงิน แต่ละครั้งเป็จำนวนเงินสองแสนบาทถ้วน ยอดรวมหนี้สินที่เพื่อนรักก่อไว้กับเธอในเดือนเดียวนี้ก็พุ่งสูงถึงหกแสนบาท จินเจนเป็คนใจกว้างและเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่กับเพื่อนฝูงเสมอ แต่ครั้งนี้มันเริ่มเกินเลยไปมาก น้ำหยาดไม่ใช่คนสุรุ่ยสุร่าย ปกติแล้วเธอเป็คนจัดการเื่เงินทองได้ดี แล้วเหตุใด่นี้ถึงได้ร้อนเงินถึงเพียงนี้
ความสงสัยและความกังวลตีวนอยู่ในความคิด จินเจนยกมือเรียวสวยขึ้นนวดขมับเบาๆ เธอลุกขึ้นยืน เดินช้าๆ ไปยังระเบียงกว้างที่ตกแต่งด้วยกระถางต้นไม้สีเขียวสด แสงสุดท้ายของวันสาดส่องมากระทบใบหน้าคมคายของเธอ เผยให้เห็นแววเครียดลึกๆ ในดวงตา
"คงต้องคุยกันให้รู้เื่เสียที" จินเจนพึมพำกับตัวเองเสียงเบา เธอตัดสินใจแล้วว่าจะต้องไปพบน้ำหยาดถึงบ้านในวันนี้ จะปล่อยให้สถานการณ์ยืดเยื้อต่อไปแบบนี้ไม่ได้ ไม่เพียงแต่เื่เงิน แต่เธอยังอดเป็ห่วงเพื่อนไม่ได้ ว่ากำลังเผชิญกับปัญหาอะไรกันแน่
เมื่อตะวันลับฟ้า แสงไฟจากอาคารสูงระฟ้าเริ่มส่องสว่างแทนที่ จินเจนในเสื้อเชิ้ตผ้าซาตินเนื้อดีสีดำสนิท ปกคอตั้งสง่า กระดุมสีทองเรียงเม็ดลงมาอย่างประณีต กับกางเกงสแล็คสีดำเข้ารูปที่เน้นเรียวขาเพรียวสวย สวมรองเท้าส้นสูงหนังกลับสีแดง ปลายแหลมราวกับคมมีด ยืนสงบนิ่งอยู่หน้าประตูห้องทำงานส่วนตัวภายในคลับใต้ดินของโรงแรมหรู แสงไฟสีส้มนวลจากโคมไฟติดผนังทองเหลืองส่องกระทบใบหน้าคมคายของเธอ ทำให้ดวงตาคู่เรียวเล็กดูดุดันและลึกลับ
ภายในห้องทำงานที่ตกแต่งด้วยโทนสีดำและทอง เฟอร์นิเจอร์หนังสีดำเงาวับ และภาพวาดแนวนามธรรมสีทอง ลูกน้องชายห้าคนรูปร่างสูงใหญ่กำยำ ในชุดสูทสีดำสนิทผูกเนคไทสีเดียวกัน ยืนเรียงแถวรอรับคำสั่งจากเ้านายสาวอย่างสงบเสงี่ยม ท่าทางของพวกเขาสงบนิ่งแต่แฝงไว้ด้วยความแข็งขันและพร้อมปฏิบัติตามคำสั่งอย่างเคร่งครัด
"วันนี้พวกนายมีงานพิเศษ" จินเจนเอ่ยขึ้น น้ำเสียงของเธอราบเรียบ ทว่าแฝงไว้ด้วยความหนักแน่นและเด็ดขาด ดวงตาคู่คมกริบกวาดมองลูกน้องทีละคนอย่างช้าๆ ราวกับกำลังประเมินความพร้อมของพวกเขา "เราจะไปทวงหนี้เพื่อนฉันที่บ้าน"
ลูกน้องทั้งห้าคนประสานสายตากันชั่วครู่ ราวกับสื่อสารกันด้วยสายตา พวกเขาคุ้นเคยกับนิสัยของเ้านายดี หากน้ำเสียงราบเรียบเช่นนี้ นั่นหมายความว่าเ้านายกำลังไม่พอใจอย่างมาก และเมื่อเ้านายไม่พอใจ ย่อมหมายถึงภารกิจที่ไม่ธรรมดา
"เตรียมรถให้พร้อม" จินเจนสั่งเสียงหนักแน่นขึ้นเล็กน้อย "ห้ามใช้ความรุนแรงถ้าไม่จำเป็... แต่ถ้าจำเป็ก็ไม่ต้องยั้งมือ" น้ำเสียงของเธอเด็ดเดี่ยว ไม่มีร่องรอยของความลังเล "เราจะไปเอาเงินของเราคืน"
ลูกน้องชายทั้งห้าคนขานรับพร้อมกันด้วยน้ำเสียงหนักแน่นและเคารพ
ความมืดมิดปกคลุมไปทั่วบริเวณหมู่บ้านจัดสรรเงียบสงบย่านชานเมือง แสงไฟสีส้มนวลจากเสาไฟริมถนนส่องสว่างเป็ระยะ ทอดเงายาวของต้นไม้ใหญ่ที่ปลูกเรียงรายสองข้างทาง รถตู้สีดำสนิทคันใหญ่จอดสนิทอยู่หน้าบ้านเดี่ยวสองชั้นสไตล์โมเดิร์น ตัวบ้านทาสีขาวสะอาดตา ตัดกับกรอบหน้าต่างสีเทาเข้ม สนามหญ้าหน้าบ้านถูกตัดแต่งอย่างดี แต่บรรยากาศโดยรวมกลับดูเงียบเหงาและอึมครึม
จินเจนในชุดเก่งยังคงสง่างามเมื่อก้าวลงจากรถเป็คนแรก รองเท้าส้นสูงสีแดงของเธอกระทบกับพื้นคอนกรีตเบาๆ ตามด้วยลูกน้องชายทั้งห้าคนที่ทยอยลงจากรถอย่างเงียบเชียบ พวกเขากระจายตัวล้อมรอบบริเวณบ้านอย่างรวดเร็วและเป็ระเบียบ ราวกับได้รับการฝึกฝนมาอย่างดี รูปร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีดำของพวกเขาดูกลมกลืนไปกับความมืดมิด
จินเจนเดินตรงไปยังประตูรั้วเหล็กสีดำดีไซน์เรียบหรู เธอหยุดยืนอยู่หน้าประตูครู่หนึ่ง ก่อนจะยกมือเรียวสวยกดกริ่งสัญญาณเสียงแหลมดังขึ้นท่ามกลางความเงียบสงัด
รออยู่ครู่หนึ่ง แสงไฟหน้าบ้านสว่างวาบขึ้น ประตูรั้วเหล็กก็ค่อยๆ เลื่อนเปิดออกช้าๆ เผยให้เห็นร่างของน้ำหยาดในชุดนอนผ้าซาตินสีซีดเก่าๆ ที่ดูหลวมโพรก ใบหน้าของเพื่อนรักซูบผอมอย่างเห็นได้ชัด ดวงตาแดงก่ำและบวมช้ำเหมือนคนร้องไห้มาอย่างหนัก ผมเผ้ายุ่งเหยิงไม่เป็ทรง
"เจน... มาทำไมไม่บอกก่อน" น้ำหยาดเอ่ยเสียงแ่เบา แหบแห้ง ราวกับคนหมดเรี่ยวแรง ดวงตาที่เคยสดใสของเธอมองจินเจนและกลุ่มชายฉกรรจ์ร่างใหญ่ที่ยืนอยู่ด้านหลังด้วยความใและหวาดหวั่น
"ฉันโทรหาแกตั้งหลายครั้งแล้ว ทำไมไม่รับสาย" จินเจนถามเสียงเข้ม เดินผ่านน้ำหยาดเข้าไปในบริเวณบ้านโดยไม่รอคำตอบ ลูกน้องชายทั้งห้าคนเดินตามเ้านายสาวเข้าไปอย่างเงียบเชียบและมีระเบียบ ทิ้งให้น้ำหยาดยืนตะลึงอยู่หน้าประตูรั้ว
น้ำหยาดเดินตามจินเจนเข้าไปในตัวบ้านอย่างช้าๆ บรรยากาศภายในห้องนั่งเล่นกว้างขวางที่เคยตกแต่งอย่างสวยงาม กลับดูอึมครึมและไร้ชีวิตชีวา เฟอร์นิเจอร์หรูหราราคาแพงดูไม่สดใสเหมือนเคย หมอนอิงบนโซฟาหนังสีครีมยับยู่ยี่ ผ้าคลุมเตียงลายดอกไม้ตกอยู่กับพื้น มีขวดเหล้าเปล่าราคาแพงวางอยู่บนโต๊ะกาแฟไม้สักสองสามขวด และแก้วไวน์ที่ยังคงมีคราบของเหลวติดอยู่ บ่งบอกถึงค่ำคืนที่น่าจะเต็มไปด้วยความทุกข์
"ฉัน... ฉันขอโทษนะเจน ฉันไม่มีเงินคืนจริงๆ" น้ำหยาดทรุดตัวลงนั่งบนโซฟาตัวยาว เสียงสะอื้นเริ่มดังขึ้น น้ำตาไหลอาบแก้มที่ซูบผอมของเธออย่างน่าสงสาร
"เกิดอะไรขึ้นกับแกน้ำหยาด ทำไมถึงเป็แบบนี้" จินเจนถามด้วยความเป็ห่วงอย่างแท้จริง เธอเดินเข้าไปนั่งลงข้างเพื่อนรักและลูบหลังปลอบประโลมอย่างอ่อนโยน ถึงแม้จะโกรธที่เพื่อนเบี้ยวหนี้ แต่ความผูกพันที่มีมานานก็ทำให้เธออดสงสารไม่ได้
"สามีฉัน... เขาติดพนันออนไลน์" น้ำหยาดสะอื้นฮัก น้ำตาไหลพราก "หมดเงินไปเยอะมาก ฉันพยายามหาทางช่วยเขา... แต่สุดท้ายก็..." เสียงของเธอขาดหายไปในที่สุด
จินเจนเงยหน้าขึ้นมองสำรวจห้องนั่งเล่นอีกครั้ง ความหรูหราที่เคยััได้บัดนี้กลับเจือไปด้วยร่องรอยของความทุกข์และความสิ้นหวัง สายตาของเธอหยุดอยู่ที่ประตูไม้สักบานใหญ่ที่ปิดสนิทอยู่ทางด้านในของห้อง
"สามีแกอยู่ในห้องนั้นใช่ไหม น้ำหยาด" จินเจนถามเสียงเรียบ แต่แฝงไว้ด้วยความคาดคั้น
น้ำหยาดเงยหน้าขึ้นจากฝ่ามือที่ปิดบังใบหน้าเปรอะเปื้อนน้ำตา เธอพยักหน้าช้าๆ อย่างจำนน
"พาฉันไปคุยกับเขาหน่อย" จินเจนลุกขึ้นยืนเต็มความสูง น้ำหยาดลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ดวงตาเต็มไปด้วยความกังวล ก่อนจะพยักหน้าอย่างหมดหนทางและนำทางจินเจนไปยังหน้าห้องนอน
เมื่อน้ำหยาดค่อยๆ เปิดประตูเข้าไป จินเจนก็เห็นชายหนุ่มคนหนึ่งกำลังนั่งก้มหน้าอยู่บนขอบเตียงขนาดคิงไซส์ ผ้าปูที่นอนสีเทาเข้มยับยู่ยี่ราวกับเพิ่งผ่านการนอนหลับที่ไม่สนิท ใบหน้าของเขาหล่อเหลาคมคาย แต่ดูอ่อนล้าและเศร้าสร้อย ดวงตาคมเข้มมีร่องรอยของการอดนอนและวิตกกังวล เสื้อยืดคอกลมสีดำเก่าๆ กับกางเกงขาสั้นสีเทาเข้มที่เขาสวมใส่อยู่ดูไม่เข้ากับฐานะทางสังคมที่จินเจนเคยรับรู้ของน้ำหยาดเลยแม้แต่น้อย
"ธาวิน" น้ำหยาดเรียกสามีด้วยเสียงสั่นเครือ มองจินเจนด้วยสายตาอ้อนวอน
จินเจนกวาดสายตามองธาวินอย่างพิจารณา ั้แ่ศีรษะจรดปลายเท้า เขาดูอายุน้อยกว่าน้ำหยาดอย่างเห็นได้ชัด อย่างน้อยก็น่าจะห่างกันประมาณห้าปี ในขณะที่น้ำหยาดน่าจะอยู่ในวัยสามสิบปลายๆ แต่ธาวินดูเหมือนเพิ่งจะสามสิบต้นๆ เท่านั้น
"สวัสดีครับ..." ธาวินเงยหน้าขึ้นมองจินเจนแวบหนึ่ง ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความรู้สึกผิดและความอับอาย ก่อนจะก้มหน้าลงอีกครั้ง เสียงของเขาแ่เบาและแหบพร่า
"ฉันชื่อจินเจน เป็เพื่อนสนิทของน้ำหยาด" จินเจนเอ่ยเสียงเ็า ดวงตาคมกริบจับจ้องอยู่ที่ธาวิน "ฉันมาทวงเงินหกแสนบาทที่น้ำหยาด... ยืมไป" เธอเน้นคำว่า 'ยืม' เล็กน้อย
ธาวินเงยหน้าขึ้นมองจินเจนด้วยความใอย่างแท้จริง ดวงตาของเขาเบิกกว้าง ก่อนจะหรี่ลงด้วยความรู้สึกผิดที่ฉายชัด
"ผม... ผมขอโทษแทนภรรยาด้วยนะครับ คุณจินเจน" ธาวินพูดเสียงสั่นเล็กน้อย เขาเงยหน้าสบตาจินเจนอย่างจริงจัง "ผมเป็ต้นเหตุของเื่ทั้งหมด... ผมจะหาเงินมาคืนให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้"
"เมื่อไหร่" จินเจนถามเสียงเฉียบขาด ไม่มีแม้แต่ร่องรอยของความเห็นใจในน้ำเสียงของเธอ
ธาวินเงียบไปครู่หนึ่ง ใบหน้าหล่อเหลาดูทรมาน เขาหลุบตาลงต่ำ มองมือตัวเองที่กำแน่นอยู่บนตัก "ผม... ผมไม่แน่ใจครับ... ตอนนี้ผม..."
จินเจนมองหน้าธาวินอย่างพิจารณาอีกครั้ง รูปร่างหน้าตาของเขาจัดว่าดีมากทีเดียว ผิวขาวเนียนละเอียด ดวงตาคม จมูกโด่งเป็สันรับกับใบหน้า ถึงแม้ตอนนี้จะดูเศร้าสร้อยและอ่อนล้า แต่ก็ยังคงมีเสน่ห์บางอย่างที่ดึงดูดสายตา
ความคิดบางอย่างแวบเข้ามาในสมองของจินเจนอย่างรวดเร็ว เธอหันไปมองลูกน้องชายทั้งห้าคนที่ยืนรออยู่เงียบๆ อยู่หน้าประตูห้องนอน
"พวกนาย" จินเจนเรียกเสียงเรียบ ลูกน้องทั้งห้าคนขยับเข้ามาใกล้เล็กน้อย "พาตัวเขาไปกับเรา"
น้ำหยาดเบิกตากว้างด้วยความใสุดขีด "เจน! แกจะทำอะไรน่ะ!" เธอโพล่งออกมาเสียงดัง
"ในเมื่อสามีแกเป็ต้นเหตุของหนี้สิน ก็ให้เขาเป็คนชดใช้" จินเจนตอบเสียงเ็า ดวงตาคมกริบไม่ละจากใบหน้าซีดเผือดของน้ำหยาด "จนกว่าหนี้หกแสนบาทจะหมด... เขาจะต้องทำงานที่คลับของฉัน"
"ไม่นะ! เจน แกทำแบบนี้ไม่ได้!" น้ำหยาดยื่นมือออกมาคว้าแขนจินเจน ร้องโวยวายด้วยความตื่นตระหนก พยายามจะเข้ามาขวาง แต่ถูกลูกน้องชายร่างใหญ่สองคนของจินเจนเข้าประคองตัวไว้
ธาวินเงยหน้าขึ้นมองจินเจนด้วยความตกตะลึงราวกับถูกฟ้าผ่า "คุณ... คุณหมายความว่ายังไง..." เสียงของเขาแหบแห้งและเต็มไปด้วยความไม่เชื่อ
"ฉันมีงานที่เหมาะกับรูปร่างหน้าตาของนาย" จินเจนแสยะยิ้มเล็กน้อย มุมปากยกขึ้นอย่างเยือกเย็น "งานที่ทำเงินได้ดีกว่าเล่นพนันโง่ๆ นายต้องทำจนกว่าหนี้ของเพื่อนฉันจะหมด"
ลูกน้องชายสองคนที่ยืนอยู่ข้างเตียงเดินเข้าไปจับแขนธาวินอย่างนุ่มนวลแต่หนักแน่น ลากตัวเขาให้ลุกขึ้นยืน น้ำหยาดยังคงกรีดร้องโวยวาย พยายามดิ้นรนแต่ก็ไม่สามารถช่วยสามีได้ ธาวินมองหน้าภรรยาด้วยความสับสนและสิ้นหวัง ก่อนจะถูกลูกน้องของจินเจนพาตัวออกจากห้องนอนไปยัดใส่รถตู้อย่างง่ายดาย