“แอรอน ฉันปวดคอ”
ตุบ!
หมอนใบใหญ่ถูกปาลงจากที่นอนเต็มแรงดีที่มือน้อย ๆ รับไว้ได้ทัน ไม่งั้นดั้งสวย ๆ ที่พี่หมอปั้นแต่งอย่างประณีตคงทะลุแน่พลางลอบก่นด่าในใจ
มาเฟียนี่มันจะคีพลุคไอดอลผู้อ่อนโยนหรืออบอุ่นสักนาทีไม่ได้หรือไงว่ะ
พื้นเย็นเฉียบบวกกับอุณหภูมิแอร์ที่เปิดยังกับอยู่ขั้วโลกเหนือดูเหมือนว่าเลขาสาวที่ร่างกายแทบจะไม่มีไขมันตุนไว้สำหรับอากาศหนาวเลย ทำได้แค่นอนกอดตัวเองพลางพลิกไปพลิกมาสองมือลูบต้นแขนที่ลุกชันไปหมด
“แอรอน นายหลับรึยัง?”
-_-
“แอรอน ฉันหนาว”สองมือยังคงลูบต้นแขนที่พร้อมใจกันลุกชันจนปากสั่นด้วยความหนาวซ้ำยังนอนตะแคงข้างขดตัวงอเหมือนเด็กทารก เมื่อเจออุณหภูมิแอร์ที่ชวนขนหัวลุก
-_-
“ทนไม่ไหวแล้วโว้ย!” จู่ ๆ แพรวาก็ดีดกายลุกขึ้นยืนขณะที่สองขากำลังจะ...
“หยุดอยู่ตรงนั้น!” แล้วผ้าห่มผืนหนาก็ปาเข้าใส่หน้าเธอเต็มแรงในขณะที่ขาอีกข้างค้างเติ่งกลางอากาศ
“แม้..หวงตัวเสียด้วย~” แพรวายิ้มกรุ้มกริ่มอย่างย่ามใจเมื่อเห็นอีกฝ่ายพันผ้าห่มขึ้นไปจนถึงลำคอเหมือนกับดักแด้แม้สภาพเธอจะทุลักทุเลกว่าตัวดักแด้ก็เถอะ
“แอรอน ฉัน”
“ถ้าขืนพูดอีกคำ ผมจะส่งคุณกลับไทยทันที” ปากอวบอิ่มเม้มปากแน่นทันทีกลัวว่าจะมีเสียงเล็ดลอดออกมาสองมือรีบคลำหาหมอนด้วยท่าทางรีบร้อนผ้าห่มผืนหนาถูกพับเป็ครึ่งหนึ่งเพื่อใช้เป็ทั้งที่นอนและผ้าห่มในตัวก่อนจะล้มตัวลงนอน
ชิ!ถ้าไม่ติดว่านายมีผลประโยชน์ ฉันนี่แหละจะเป็คนเฉดหัวนายกลับไทย
>>>
เวลาผ่านไปหลายชั่วโมงคนที่นอนอยู่บนพื้นมีผ้าห่มที่ใช้เป็ผ้าปูและห่มให้ความอบอุ่น ยังคงนอนก่ายหน้าผากมองเพดานฝ่าความมืดแม้พยายามข่มตาให้หลับ แต่รอยสักนั่นกลับก่อกวนจิตใจแม้จะนอนนับแกะรอบที่ร้อยแล้วก็ตาม จน...
“แม่ อย่าไป อย่าทิ้งหนูไป ฮึก ฮือ~อย่าทิ้งหนู แม่..!!” หญิงสาวนอนดิ้นไปมาจนผ้าห่มยับยู่ยี่ก่อนจะลืมตาโพลงขึ้นมาด้วยความใสองมือพยายามไขว่คว้าบางสิ่งอย่างสุดกำลัง แต่สุดท้ายได้มาเพียงความว่างเปล่า
“ฝันอีกแล้วเหรอ” เธอกะพริบตาสองสามครั้งเพื่อขับไล่หยาดน้ำร้อนที่เปียกชุ่มบนแพขนตายาวขณะนอนมองเพดานฝ่าความมืดด้วยดวงใจที่เต้นเร็วเมื่อพลิกตัวเอียงข้างแก้มใสก็ััเข้ากับหมอนที่เย็นชื้น
“แพรคิดถึงแม่ค่ะ” มือเล็กสั่นไหวขณะััไปที่สร้อยคอทองคำขาวก่อนจะไปหยุดที่จี้สีน้ำเงินรูปหัวใจที่เธอสวมใส่เป็ประจำด้วยความทะนุถนอมั้แ่จำความได้สร้อยเส้นนี้ก็อยู่ที่คอแล้ว
“ ฮึก~แม่อยู่บนฟ้า สบายดีไหมคะ ฮึก~แพร..ฮือ..”แพรวากำจี้แน่นขณะหลับตาเพื่อซึมซับความรู้สึกมากมายที่อัดแน่นอยู่ในอกก่อนจะปล่อยให้น้ำตาที่เป็เพื่อนที่ดีที่สุดไหลเอ่อออกมาอีกครั้งอย่างห้ามไม่อยู่
ท่ามกลางความมืดสลัวมีดวงตาคู่หนึ่งที่ยังคงทอดมองมายังฝั่งคนที่นอนอยู่ข้างเตียงมาหลายชั่วโมงแล้วด้วยความเงียบไม่กล้าแม้แต่จะขยับตัวเพราะกลัวว่าคนที่เขาใช้กุญแจคล้องไว้กับขาเตียงนอนจะนอนไม่หลับ
แม้จะรู้ดีว่าสิ่งที่เขาทำนั้นเหมือนกับเธอเป็นักโทษแพรวาอาจเกลียดหรือโกรธเขา แต่ไม่ว่าอะไรเขาก็ยอมทั้งนั้นเพราะั้แ่ที่เธอเห็นรอยสักนั่นเ้าตัวก็จิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัวเจอใครก็เอาแต่จ้องที่คอทำท่าอย่างกับเ้าแบดตั้นที่เตรียมจะงับคอเลออนทุกครั้งที่เห็นหน้าไม่รู้สองตัวนั้นแค้นอะไรกันนักกันหนา
ขณะที่แอรอนกำลังครุ่นคิดถึงเหตุการณ์ในวันนั้นจู่ ๆก็ได้ยินเสียงร้องไห้ของใครบางคนดังแว่วมาท่ามกลางความเงียบสงัดของคืนที่ไร้แสง
จันทร์มีเพียงดวงดาวนับล้านดวงที่ประดับบนท้องฟ้า
คนตัวโตค่อย ๆขยับจนมาชิดริมขอบเตียง ทุกคำพูดนั้นเขาได้ยินทุกคำไม่มีตกหล่นมือหนาอยากจะคว้าสองแขนเรียวเล็กเข้ามากุมไว้ แต่เ้าตัวก็ลืมตาตื่นก่อน
เขาทำได้เพียงแต่แสร้งหลับตาลงแต่ทุกโสตประสาทยังรับรู้และได้ยินเสียงสะอื้นไห้แม้จะแ่เบาแต่กลับบาดลึกลงไปกลางใจจน
กริ๊ก!!
ทันใดนั้น ๆแพรวาก็ตัวลอยบนอากาศก่อนจะถูกวางบนที่นอนที่ทั้งนุ่มและอุ่น กริ๊ก!!
แอรอนชูแขนข้างหนึ่งขึ้นเมื่อเขาใช้กุญแจพันธนาการทั้งเขาและเธอไว้ วงแขนแข็งแกร่งโอบรอบเอวบางแม้เ้าตัวจะพยายามดิ้นให้หลุดจากวงแขนสุดท้ายเธอต้องจำยอมเพราะยิ่งดิ้นก็ยิ่งเหนื่อยแพรวาได้นอนตัวแข็งทื่อฟังเสียงเต้นของหัวใจที่ดังโครมครามเมื่อใบหน้าเธอแนบกับหน้าอกที่เต็มไปด้วยมัดกล้าม
ไม่นานลมหายใจอุ่นก็ดังสม่ำเสมอคนนอนตัวเกร็งทำตาปริบปริบก่อนจะเงยหน้าขึ้นเพื่อมองใบหน้าของหนุ่มลูกครึ่งนิ่งอย่างไม่เข้าใจ พลางทำให้นึกถึงเหตุการณ์ที่ทำให้เธอได้มาอยู่ตรงนี้
วันนี้เมื่อสองปีที่แล้ว...