Chat เปลี่ยนโลก

    บทที่ 37


    กิจการแอปพลิเคชั่นไลฟ์สดของเขาเป็นอะไรที่กำลังมาแรงในช่วงสองวันนี้ และแน่นอนวันนี้คือวันพฤหัสบดีแล้ว ผู้คนก็เริ่มให้ความสนใจและตอบรับอีเมลของเขามากขึ้นด้วย ทำให้ตัวแอปมีผู้ใช้บริการมากกว่าหนึ่งล้านคนต่อวันแล้ว การขยายเครือข่ายเพื่อตอบสนองยูสเชอร์ที่เยอะขึ้น นทีจำเป็นต้องชื้ออุปกรณ์สำหรับการจัดเก็บข้อมูลมากขึ้น และทำให้ระบบไม่ล่มในตอนที่มียูสเชอร์เข้ามาใช้บริการจำนวนมาก ทั้งหมดถูกทำการติดตั้งเสร็จเป็นที่เรียบร้อยในวันนี้ เมื่อตอนเริ่มกิจการแล้วนทีได้รับคำเตือนจากยมทูตกานต์ว่าต้องมีการจัดทะเบียนการค้าสื่อออนไลน์ภายใน 30 วัน หลังจากเริ่มกิจการไม่อย่างนั้นจะมีตั้งแต่ปรับหรือจำคุก และมันอาจจะทำให้เขาลำบากที่ต้องขึ้นศาล ซึ่งยมทูตกานต์จะเป็นผู้จัดการดำเนินการให้เอง เขาก็ขอบคุณตามมารยาท วันนี้เขามีเรียนยาวตั้งแต่เก้าโมงยันถึงบ่ายสอง และตอนนี้เขาก็เจอเรื่องที่ทำให้ลำบากใจเป็นอย่างมากอีกแล้ว เพราะรุ่นน้องทั้งหลายที่ทางเข้าคณะกำลังเข้ามาขอถ่ายรูปบ้างละ ขอลายเซ็นบ้างละ กว่าจะถึงห้องเรียนได้ก็เกือบจะสายแล้ว แต่พอเข้ามาในห้องอาจารย์ก็ไม่เว้นขอถ่ายรูปกับเขาอีกคน เพื่อนร่วมชั้นเรียนที่มีอคติกับเขาก็เริ่มเปลี่ยนกลับกลายมาเป็นชื่นชอบแทน แต่ก็ยังมีคนกลุ่มๆหนึ่งที่ไม่ได้ชอบขี้หน้าเขาอยู่เหมือนเดิม คงไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเป็นใคร แต่จะมีเหรอที่นทีจะสนใจ เขาไม่ได้ง้อมือง้อเท้าไปขอข้าวขอตังพวกนั้นกินสักหน่อย จนเวลาบ่ายสองที่รอคอยก็มาถึง ก่อนจะเลิกเรียนพวกเขาจะต้องจัดกลุ่มเพื่อทำงานกลุ่มที่จะต้องนำเสนอตอนเข้าเรียนในคาบหน้า มันเป็นอะไรที่วุ่นวายพอตัวสำหรับเขาเลยทีเดียว เพราะใครต่อใครก็อยากจับกลุ่มกับเขา นทีจึงใช้วิธีการสุ่มชื่อสามคน และก็ได้บุคคลสามคนนั้นมาอยู่กลุ่มกับเขาด้วยในที่สุด “ฝากตัวด้วยคะนที ฉันชื่อน้ำนะ” น้ำสาวแว่นเอยทักทายเขา ซึ่งเธอเป็นแฟนคลับตัวยงของเขาเลยทีเดียว ในวันที่นทีขึ้นเวลาร้องเพลงที่ห้างตอนนั้น เธอเองก็อยู่ที่นั้นด้วย นทีเองก็ทักทายกลับตามมารยาท “ฉันชื่อฟ้านะ ถึงเราไม่ค่อยสนิทกันแต่จากนี้ก็อยากจะสนิทเพิ่มขึ้นเรื่อยๆนะ อิอิ” ฟ้าสาวทอมบอยที่ตัดผมสั้นก็เอยทักทายเช่นกัน “อ่าฝากตัวด้วยนะ” คนสุดท้ายชื่อวิทย์ เป็นอาตี๋คนหนึ่งที่บ้าเรื่องอนิเมะเป็นอย่างมากนั้นคือสิ่งที่เขาจำความได้ “หวัดดีเพื่อนฝูงจากนี้ก็ฝากตัวด้วยละ” นทีก็พยักหน้าแล้วตอบกลับเล็กน้อย แล้วทั้งหมดก็มานัดประชุมกันว่าจะทำงานยังไง พวกเขาตกลงกันว่าจะทำกันในวันอาทิตย์ที่จะถึง เพราะวันเสาร์นทีไม่สะดวก ซึ่งน้ำก็อาสาบ้านของเธอในการทำงานกลุ่ม และทุกคนก็เห็นด้วย และก็นัดเจอกันในวันอาทิตย์ที่หน้าหมู่บ้านของน้ำเวลา 10.00น. “เห้อ กว่าจะเสร็จ รีบไปหาอะไรทานดีกว่า” นทีบ่นออกมาเพราะว่าเขายังไม่ได้ทานอะไรเลยตั้งแต่เช้า เขาเดินทางไปยังที่จอดรถของตัวเองอย่างยากลำบาก เพราะเหล่าเพื่อนๆและรุ่นน้องจากทั้งในคณะและต่างคณะต้องการจะถ่ายรูปกับเขา แต่เมื่อรอดมาได้จนถึงรถแล้ว นทีก็เลือกที่จะไปห้างๆหนึ่งเพื่อรับประทานอาหาร นทีขับก็มีความเร็วพอสมควรเลยทีเดียว มันอาจจะเป็นเพราะเขาหิวมากแน่ๆ แต่ในระหว่างทางก็มีชายคนหนึ่งปรากฏออกมาวิ่งตัดผ่านแล้วก็หยุดหน้ารถของเขา ชายคนคนนั้นในมือถือปืนชี้มาทางรถยนต์ของเขา นทีจึงเบรกกะทันหันด้วยความตกใจ มันเป็นเหตุการณ์ที่กะทันไป นทีไม่รู้ว่าเขาได้ชนชายคนนั้นหรือป่าว และเพื่อความแน่ใจเขาตั้งใจที่จะลงไปดูชายคนดังกล่าว เขาเปิดประตูลงจากรถแล้วเดินลงไปดูหน้ารถยนต์ แล้วนทีก็เอยออกมาว่า“คุณครับ คุณเป็นอะไรหรือป่าว” นทีที่กำลังได้ถามเพียงไม่กี่คำ แต่นอกจากจะไม่ได้คำตอบแล้ว เขายังต้องโดนปืนจ่อที่หัวอีกด้วย นทีไม่ได้รู้สึกกลัวปืนที่อยู่ในมือที่ชายคนนั้นถืออยู่เลยแม้แต่น้อย ถ้าเป็นเมื่อก่อนเขาคงฉี่ราดไปแล้ว แต่จิตวิญญาณของเขาได้เปลี่ยนไปจากเดิมแล้วในตอนนี้ “ออกมาให้ห่างจากรถยนต์ของแกซะพ่อหนุ่ม แล้วเดินออกไปตรงนั้น” ชายคนนั้นชี้ให้เขาเดินไปที่เกาะกลาง นทีก็ทำตามแต่โดยดี เพราะเขาไม่ได้อยากมีปัญหาอะไรกับใครเพิ่มในตอนนี้ และอีกอย่างเขาก็กำลังเริ่มมีชื่อเสียง เขาไม่อยากทำลายโอกาสของตัวเองเพียงเพราะเรื่องแค่นี้ จากนั้นชายคนนั้นก็ขึ้นรถแล้วขับรถออกไปอย่างรวดเร็ว โดยที่มีคนที่ดูเหมือนจะเป็นนักเลงปลายแถวนับ 10 คนวิ่งไล่ นทีที่เริ่มมีคนมองมาก็ได้แต่ส่ายหัว แล้วเขาจึงเดินหลบออกไปในซอยแถวนั้นและแปลงเป็นโหมดยมทูตอีกครั้ง เพื่อตามหารถของตัวเอง นทีที่อยู่โหมดของยมทูตแล้วก็รีบใช้ก้าวพริบตาตามรถของตัวเองออกไป จากนั้นก็ใช้พลังทะลุเข้าไปในรถยนต์ของเขา เขานั่งนิ่งๆจากนั้นก็รอดูว่าชายคนนี้จะไปที่ไหน “พวกนั้นคงตามไม่ทันแล้ว เกือบไปแล้วไมละ ต้องรีบรายงานบอสก่อนแล้ว อ๊าก” ชายคนนั้นสำลักเลือดออกมาแล้วก็กล่าวขึ้นอีกว่า “โดนยิงเข้าตรงท้อง ดีนะที่ไม่ได้โดนจุดสำคัญอะไรมาก ยังไงก็รีบไปรายงานบอสก่อน” นทีที่ได้ยินดังนั้นก็คิดได้สองอย่าง หนึ่งคือทำไมชายคนนี้ไม่ไปโรงพยาบาลก่อน หรือมันอาจจะเป็นเรื่องที่สำคัญเป็นอย่างมาก สองคือสิ่งที่แอบโกธรอยู่หน่อยๆ ทำไมต้องกระอักเลือดในรถของเขาด้วย ชายคนนั้นขับรถมายังบาร์แห่งหนึ่ง มันเป็นผับชื่อดังที่สุดในเชียงใหม่ เขาขับรถมาจอดไว้ที่ด้านหลัง และเดินเข้าไปชั้นบนสุดที่การรักษาความปลอดภัยที่สูงมาก นทีเองเดินตามชายคนดังกล่าวจนมาถึงชั้นบนสุดที่มีชายคนหนึ่งนั่งอยู่ ดูสีท่าแล้วน่าจะเป็นมาเฟียใหญ่ที่มีลูกน้องชุดดำรายล้อมเต็มไปหมด “แย่แล้วครับบอส” ชายคนนั้นวิ่งเข้ามาพูดอย่างทุลักทุเล นทีเองที่อยากจะเผือกและมาเรียกร้องค่าเสียหายจากการที่ลูกน้องของมาเฟียคนนี้ที่ทำกับรถของเขาอย่างไม่น่าให้อภัย แม้เขาจะโมโหหิวอยู่นิดๆแต่เขาก็ตั้งใจฟังบทสนทนาระหว่างลูกพี่ใหญ่กับลูกน้องอยู่ตรงโซฟารับแขก เมื่อชายคนนั้นกล่าวออกมาอย่างนั้นมาเฟียก็ถามออกมา “อะไรของเอ็งอีกละ ไอ่สิง นั้นแกโดนยิงมาหรอ เกิดอะไรขึ้น” ชายคนนั้นคือว่าสิง และเขาคนนี้ยังเป็นหน่วยคุ้มกันในกับลูกชายคนเดียวของเขาอีกด้วย เมื่อเขาเห็นดังนั้นก็รู้ได้ทันทีเลยว่ามันต้องเกิดอะไรไม่ดีกับลูกชายของเขาแนะจึงเอยถามไป “พวกมันจับตัวคุณหนูไประหว่างเจรจาธุรกิจที่บอสมอบหมายให้ครับ พวกยังฆ่าคนของเราไปหมดเหลือแค่ผมคนเดียวที่คุณหนูอยากให้กลับมาแจ้งข่าว แต่ดูเหมือนว่าทางนั้นต้องการแลกเปลี่ยนอะไรบางอย่างกับบอสตอนนี้คุณหนูยังปลอดภัยดีจากที่เห็นครับ” สิงกล่าวออกมา “มันกล้าทำขนาดนั้นเลยเหรอ พวกมันเป็นเพียงแค่แก๊งนักเลงเล็กๆเองแถมพวกมันยังมาฆ่าคนของเราอีก มาตินตามสืบพวกนั้นด้วย ถ้าเจอก็จับมาเป็นๆหรือถ้ามันลำบากก็ทำตามเห็นสมควรได้เลย” บอสใหญ่พูดออกมาอย่างนิ่งๆ แต่ในใจของเขานั้นร้อนยิ่งกว่าไฟอีก “ใจเย็นๆนะครับบอส พวกมันอาจจะจับตามองดูเราอยู่ ถ้าพวกเราเคลื่อนไหวในตอนนี้เกรงว่า..” มาตินลูกน้องคนสนิทของเขากล่าวเตือนสติ นทีที่นั่งนิ่งๆเงียบๆอยู่นานก็เอยขึ้นมา “สวัสดี ว่าแต่จะไม่ช่วยลุงคนนั้นก่อนหรือยังไงกัน เลือดไหลจะหมดตัวแล้วนะนั้น”

    คล้ายกับเรื่องChat เปลี่ยนโลก ที่คุณอ่าน