บทที่ 98 คำเตือนจากผีเสื้อเทพธิดาราตรี
‘โชคดีที่เธอไม่ได้ทำอะไรฉัน ดูเหมือนเธอจะเป็นมิตร’ ใช้สายตามองผีเสื้อเทพธิดาราตรีที่กำลังตัวสั่นอยู่ สายฝนคิดขึ้นภายในใจ
ผ่านไปสามวินาที ผีเสื้อเทพธิดาราตรีก็หยุดตัวสั่น เธอบินมาใกล้ๆโทรศัพท์เทพเจ้า ต้องการรู้ว่ามันคืออะไรกันแน่ แผ่นโลหะสีเงินนี้เป็นสิ่งของระดับอะไรกันถึงสามารถตรวจสอบระดับเธอได้? มันต้องไม่ตํ่ากว่าระดับสิบสามแน่
‘บ้าเอ้ย! โทรศัพท์เทพเจ้าโดนเห็นแล้ว’ สายฝนพยายามซ่อนโทรศัพท์เทพเจ้า แต่น่าเสียดาย เขาไม่มีที่ซ่อนมัน สายฝนถอนหายใจออกมาคราหนึ่ง ในเมื่อฝ่ายตรงข้ามเห็นแล้วเขาก็ไม่จำเป็นต้องซ่อนมือถือเทพเจ้าอีกต่อไป
‘ต่อให้ฉันจะไม่มีโทรศัพท์เทพเจ้า ฉันก็ต้องแข็งแกร่งขึ้นให้ได้’ สายฝนคิด โทรศัพท์เทพเจ้ามีใว้ก็ถือว่าดี ไม่มีเส้นทางการเป็นผู้แข็งแกร่งก็แค่ยากกว่าเดิม มันไม่ใช่ว่าหากไม่มีมือถือเทพเจ้า เขาจะไม่สามารถกลายเป็นผู้แข็งแกร่งได้ซักหน่อย?
ผีเสื้อเทพธิดาราตรีบินรอบโทรศัพท์เทพเจ้าอยู่นาน เธอไม่สามารถตรวจสอบมันได้ ทุกครั้งที่เธอใช้สัมผัสรับรู้ตนเองตรวจสอบมัน จะมีกำแพงที่มองไม่เห็นปรากฏขึ้นตลอด ผีเสื้อเทพธิดาราตรีพยายามทำลายกำแพงที่มองไม่เห็น ในท้ายที่สุดเธอก็ไม่อาจทำลายมันได้ กำแพงนี้แข็งแกร่งยิ่งกว่าที่เธอคิด!
ผีเสื้อเทพธิดาราตรีเลิกสนใจโทรศัพท์เทพเจ้า ของสิ่งนี้ไม่ใช่อะไรที่เธอจะตรวจสอบได้ในปัจจุบัน ผีเสื้อเทพธิดาราตรีกลับมาสนใจสายฝนอีกครั้ง ตอนแรกเธอเห็นเขากำลังต่อสู้กับหนอนยักษ์อยู่ เดิมคิดว่าเขาจะตายถ้าหนอนพิษโลหิต(หนอนโคตรยักษ์)ปรากฏ ไม่คาดคิดว่าเขาจะรอดมาได้
สำหรับเรื่องที่สายฝนเป็นระดับหนึ่ง ผีเสื้อเทพธิดาราตรีแปลกใจเล็กน้อย มนุษย์เพศชายคนนี้สามารถเข้ามิติเร้นลับมาได้โดยไม่ต้องจำกัดพลัง แปลกจริงๆ สิ่งที่แปลกที่สุดคือ มนุษย์ตรงหน้าเธอมีสิ่งของที่เหนือยิ่งกว่าระดับสิบห้า
‘เจ้าเป็นใครกันแน่?’ เป็นเวลานั้น เสียงผู้หญิงซึ่งชวนให้ลุ่มหลงพลันดังขึ้นภายในหัวสายฝน หากเป็นผู้ชายปกติคงหลงใหลเสียงนี้ไปแล้ว สายฝนน่ะแตกต่างจากผู้ชายคนอื่น เขาไม่ได้ลุ่มหลง เกรงว่ากระทั่งเสียงอันไพเราะของไซเรนในตำนานก็ยังไม่อาจส่งผลใดๆกับเขาได้
‘ฉันก็แค่มนุษย์ธรรมดาที่โชคดีได้รับสมบัติเทพมา’ สายฝนกล่าวภายในใจ เขาไม่ได้แปลกใจที่จู่ๆก็มีเสียงปรากฏในหัวเลยแม้แต่น้อย การส่งเสียงเข้ามาในหัว สายฝนเคยเจอมาก่อนแล้ว
‘ถ้าเจ้าไม่อยากบอก ข้าก็จะไม่ถามต่อ’ เป็นแบบที่สายฝนคาดเอาใว้ ผีเสื้อเทพธิดาราตรีไม่เชื่อคำกล่าวของเขา สิ่งที่ไม่คาดคิดคือเธอไม่ได้ใช้กำลังบังคับเอาข้อมูลจากสายฝน ตามปกติสิ่งมีชีวิตที่แข็งแกร่งกว่ามักใช้กำลังกับสิ่งมีชีวิตที่อ่อนแอกว่าเพื่อให้ได้ในสิ่งที่ตนต้องการ
‘ตามข้ามา’ ผีเสื้อเทพธิดาราตรีกล่าวจบ เธอก็บินออกไป ไม่ได้อธิบายอะไรเพิ่มเติม ถึงสายฝนจะงงงงอยู่แต่เขาก็เลือกที่จะเดินตามเธอไป มีอยู่สองสาเหตุหลักๆ สาเหตุแรกคือสายฝนไม่กล้าปฏิเสธเธอ เขากลัวว่าหากปฏิเสธไปชีวิตน้อยๆจะหายไปตลอดกาล สาเหตุสองคือทิศที่ผีเสื้อเทพธิดาราตรีไปเป็นทิศที่เขาต้องการจะไปพอดี
“เธอกำลังจะไปไหนกัน?” สายฝนถามขณะเดินตามผีเสื้อเทพธิดาราตรี ผีเสื้อเทพธิดาราตรีไม่ได้ตอบกลับคำเขา เธอยังคงบินต่อไปเรื่อยๆ เห็นว่าฝ่ายตรงข้ามไม่ต้องการบอกเร็วๆนี้ สายฝนจึงไม่ได้ถามอะไรต่อ เขาทำเพียงเดินเงียบๆตามไป
ผีเสื้อเทพธิดาราตรีไม่ได้บินเร็วมากนัก ดังนั้นสายฝนเลยสามารถเดินตามทันได้ ผีเสื้อเทพธิดาราตรีกับสายฝนไม่ได้พูดอะไรกันในระหว่างเดินทาง เวลาค่อยๆไหลผ่านไป พระจันทร์สีเลือดหายไปจากท้องฟ้า ดวงอาทิตย์โลหิตขึ้นแทนที่ เมื่อพระจันทร์สีเลือดหายไป สายฝนก็รู้สึกดีขึ้นเล็กน้อย แต่ความรู้สึกว่ากำลังจะมีเรื่องโชคร้ายเกิดขึ้นก็ยังคงอยู่
“ที่นี่คือ?” มองเศษซากสิ่งก่อสร้างมากมายเบื้องหน้า สายฝนถามผีเสื้อเทพธิดาราตรี ภายในใจเกิดความสงสัย ทำไมมีสิ่งก่อสร้างอยู่ในทะเลทรายแบบนี้ด้วย? และทำไมสิ่งก่อสร้างถึงได้กลายเป็นแบบนี้
‘เดิมมันคือหมู่บ้านของหนึ่งในชนเผ่าพื้นเมืองทั้งหมดในมิติเร้นลับแห่งนี้’ ผีเสื้อเทพธิดาราตรีตอบก่อนบินไปยังบ้านพังๆหลังหนึ่ง สายฝนเห็นแบบนี้นพลันรีบตามไป เขาและเธอเข้าไปในบ้านหลังนั้น ภายในบ้านไม่ค่อยมีเฟอร์นิเจอร์มากนัก และเฟอร์นิเจอร์ทุกตัวในบ้านหลังนี้ไม่มีตัวไหนอยู่ในสภาพสมบูรณ์
‘เจ้าควรระวังเอาใว้’ ผีเสื้อเทพธิดาราตรีเตือน สายฝนได้ยินเสียงภายในหัวก็พยักหน้า ไม่ต้องให้ใครมาบอก เขาก็ระวังตัวตลอดเวลาอยู่แล้ว การไม่ระวังอาจนำเขาไปสู่ความตายได้ เพราะงั้นระวังใว้ก่อนดีที่สุด
“เดี๋ยวนะ!” ตอนนั้นสัมผัสรับรู้สายฝนพลันเจอเข้ากับบางอย่าง เขารีบเดินตรงที่สัมผัสรับรู้เจอ เห็นโครงกระดูกสีเหลือง รูปร่างมันคล้ายกับรูปร่างมนุษย์ สายฝนไม่แน่ใจนักว่านี่ใช่โครงกระดูกมนุษย์หรือไม่ จักรวาลนั้นกว้างใหญ่ เผ่าพันธุ์ที่เขารู้จักมีน้อยมาก
“ราตรี เธอรู้รึเปล่าว่านี่เป็นโครงกระดูกของอะไร?” สายฝนกล่าวถามพลางใช้สัมผัสรับรู้ตรวจสอบโครงกระดูกสีเหลือง น่าเสียดาย ไม่ว่าเขาจะตรวจสอบยังไงโครงกระดูกนี้ก็เป็นแค่โครงกระดูกธรรมดา ไม่มีสิ่งใดพิเศษ
ผีเสื้อเทพธิดาราตรีไม่ได้สนใจชื่อที่สายฝนใช้เรียกเธอ ‘อย่างที่เจ้าคิด นี่เป็นโครงกระดูกมนุษย์ เป็นมนุษย์ที่เกิดในมิติเร้นลับแห่งนี้ ชาวพื้นเมืองที่นี่ส่วนใหญ่เป็นมนุษย์ ทว่าพวกเขาไม่ใช่มนุษย์ธรรมดา พวกเขาแต่ละคนมีสายเลือดราชันย์ปีศาจ!’
“สายเลือดราชันย์ปีศาจ?” สายฝนพึมพำเสียงเบา
ผีเสื้อเทพธิดาราตรีได้ยินเสียงพึมพำของสายฝน เธอกล่าวกับเขาว่า ‘สามารถกล่าวได้ว่าสายเลือดราชันย์ปีศาจเป็นหนึ่งในสายเลือดระดับราชันย์ที่ทรงพลังที่สุด มันไม่ได้ทรงพลังเท่าสายเลือดเทพปีศาจของเจ้า ทว่าในหมู่สายเลือดระดับราชันย์ มีสายเลือดระดับราชันย์น้อยมากที่สามารถเอาชนะสายเลือดราชันย์ปีศาจได้’
“เธอรู้ได้อย่างไรว่าฉันมีสายเลือดเทพปีศาจ?”สายฝนถาม เขาคิดอยู่แล้วว่าคงซ่อนเรื่องสายเลือดจากระดับสิบสามไม่ได้ สาเหตุที่เขาถามเป็นเพราะเขาอยากรู้ว่าอะไรที่สามารถบ่งบอกได้ว่าตัวเขามีสายเลือดเทพปีศาจเผื่ออนาคตเขาจะได้ปกปิดสายเลือดให้ดีกว่านี้
ผีเสื้อเทพธิดาราตรีตอบตามตรง ‘ผมสีดำและตาสีดำของเจ้ามันบ่งบอกว่าเจ้ามีสายเลือดเทพปีศาจไหลเวียนอยู่ในตัว แน่นอน แค่สองสิ่งนั้นไม่มีทางบอกได้ว่าเจ้ามีสายเลือดเทพปีศาจ สิ่งที่ทำให้ข้ารู้ว่าเจ้ามีสายเลือดเทพปีศาจคือพลังงานน่าขนลุกและความบ้าคลั่งที่เจ้าปล่อยออกมาโดยไม่รู้ตัว ข้าแนะนำ เจ้าควรซ่อนสายเลือดเทพปีศาจเอาใว้ จักรวาลนี้น่ะสายเลือดเทพปีศาจถือว่าเป็นสายเลือดที่น่ารังเกียจ ถ้าเทพเจ้ารู้เรื่องสายเลือดของเจ้า ชีวิตเจ้าจะหายไปตลอดกาล!’
“แล้วฉันควรซ่อนมันยังไง?” สายฝนถามต่อ
‘ตอนนี้เจ้าไม่มีทางซ่อนมันได้! เจ้าเป็นแค่ระดับหนึ่งเท่านั้น พลังของระดับหนึ่งไม่เพียงพอที่จะซ่อนสายเลือดของเจ้าได้ อย่าเพิ่งกังวลไป ข้าสามารถซ่อนมันได้’ ผีเสื้อเทพธิดาราตรีบอก
“เธอต้องการอะไรจากฉัน?” สายฝนกล่าว
เทพธิดาราตรีไม่รอช้า บอกความต้องการของตนออกมา ‘ข้าอยากให้เจ้าช่วยอะไรบางอย่าง ข้ายังไม่ให้เจ้าช่วยในตอนนี้เพราะงั้นข้าจะยังไม่บอกว่าเจ้าต้องทำอย่างไร’
“....” สายฝนไม่ได้พูดอะไรต่อ เขากลับไปสำรวจสิ่งก่อสร้างเหมือนเดิม วินาทีนั้นผีเสื้อเทพธิดาราตรีพลันกล่าวขึ้นกะทันหัน ‘ข้าขอเตือนเจ้าด้วยความหวังดี อย่าพึ่งพลังของสายเลือดเทพปีศาจมากไม่งั้นพลังสายเลือดจะกลืนกินเจ้า เดิมทีสายเลือดเทพปีศาจมันไม่ใช่อะไรที่ร่างกายมนุษย์จะรองรับได้อยู่แล้ว…’
‘ยิ่งสายเลือดเจ้าบริสุทธิ์มากขึ้น ร่างกายเจ้าก็จะได้รับภาระหนักขึ้น สุดท้ายแล้วร่างกายเจ้าก็จะไม่อาจรับภาวะไหว ตอนนั้นเจ้าจะระเบิดตัวแตกกระจาย ข้าจะบอกอะไรให้ หากไม่ใช่เพราะพลังลึกลับนั่นคอยปกป้องเจ้าจากพลังสายเลือดเอาใว้ เจ้าคงตายไม่ก็เป็นบ้าไปแล้ว’
---
จบบทที่ 98 คำเตือนจากผีเสื้อเทพธิดาราตรี