ผมเป็นสมาชิกเว็บเทพบรรพกาล

EP-170 งานเลี้ยงหลังเหน็ดเหนื่อยจากการสอบ

ไม่กี่อึดใจต่อมา ซ่งจื่อจิงก็ลืมตาตื่น ใบหน้าของเธองดงามเช่นเดิม แต่มากกว่านั้นคือพลังที่ท่วมท้นออกมาผ่านดวงตา

“ตื่นแล้วเหรอ เป็นยังไงบ้าง รู้สึกต่างไปจากเดิมไหม”

รับรู้ได้ถึงเสียงคุ้นเคย จึงลุกขึ้นยืน เดินเข้าไปกอดเขาแนบแน่น

“รู้สึกดีมากเลยค่ะ ตัวเบาหวิว นอกจากนั้นคล้ายกับมีบางอย่างเข้ามาในร่างกาย เหมือนกับว่าฉันคืออ่างใบใหญ่ที่รองรับน้ำจำนวนมหาศาล”

หลินอู๋เฉินตรวจสอบด้วย'เนตรอัตตา'จึงมองเห็นรากฐานการบ่มเพาะของเธอ จึงกระซิบบอกเสียงแผ่วว่า “ดีแล้ว แต่หลังจากนี้เลิกฝึกไปก่อน”

“เอ๋...ทำไมล่ะคะ”

“รีบร้อนเกินไปใช่จะดี เอาเวลาไปทบทวนฝ่ามือที่ให้ไปดีกว่า ดูสิว่าหากมีศัตรูบุกมาถึงบ้านอีกเหมือนครั้งก่อน เธอจะจัดการยังไง”

หลินอู๋เฉินหยิบยกเหตุผลอื่นมาอ้าง สืบเนื่องจากเธอบ่มเพาะได้เร็วเกินไป เวลาเพียงแค่วันเดียวก็เกือบจะบรรลุไปถึงอีกขั้นหนึ่ง หากพรุ่งนี้ยังฝึกเช่นเดิม บางทีเขาอาจถูกแซงหน้า

แน่นอนในฐานะผู้ชายคนหนึ่งหลินอู๋เฉินยอมไม่ได้ นอกจากนั้นยังกังวล กลัวว่าจะไม่สามารถควบคุมเธอได้เหมือนอย่างที่ผ่านมา

“ก็ได้ ฉันจะเลิกบ่มเพาะสักระยะก็แล้วกัน ส่วนฝ่ามือหลังจากที่ได้เรียนรู้ ราวกับว่ามีประสบการณ์จำนวนมากหลั่งไหลเข้ามาในสมอง...คุณหลิน ช่วยมาซ้อมคู่กันได้หรือเปล่าคะ ฉันอยากจะทดสอบฝ่ามือดู”

ยังดีที่หญิงสาวรับฟัง ดูเหมือนว่ายายสมองปลาทองยังเป็นลูกแมวน้อยอยู่ ต่อให้ตอนนี้จะแข็งแกร่งมากแล้วก็ตาม

“ได้สิ แต่ในห้องคงไม่เหมาะ ลงไปชั้นล่างกันดีกว่า ที่นั่นเป็นพื้นที่โล่งกว้าง เหมาะสำหรับฝึกซ้อม”

“อื้ม”

จากนั้นทั้งคู่ก็เดินลงมาชั้นล่าง

บรรยากาศที่นี่ค่อนข้างเย็นเยียบ มีพลังวิญญาณฟ้าดินพลุ่งพล่าน แม้ส่วนหนึ่งจะเข้าไปอยู่ในกายเนื้อของซ่งจื่อจิง ก็ยังมีจำนวนมากอยู่ที่

“ระหว่างที่กลับไปบ้านเกิด ควรจะให้เฉินฟู่จิ้งฝึกฝนที่นี่ดีไหมนะ” หลินอู๋เฉินครุ่นคิดถึงปัญหา

เนื่องจากเธอไม่ได้เรียนรู้ผ่านหนังสือโดยตรงเช่นคุณหนูซ่ง ความเข้าใจจึงแตกต่าง การฝึกฝนอาจจะล่าช้าทำให้ร่างกายที่ทรุดโทรมยิ่งแย่ขึ้นกว่าเดิม

แต่หากมาฝึกซ้อมที่นี่ ผลลัพธ์ที่ได้ย่อมแตกต่างกันออกไป

“คุณหลิน...ฉันไม่รู้ว่าตอนนี้ฉันแข็งแกร่งมากน้อยแค่ไหน แต่ร่างกายของฉันมันบอกกับฉันว่า ไม่มีอะไรที่ฉันไม่สามารถทำได้ ดังนั้นฉันคิดว่าจะทดสอบกับกำแพงก่อนดีกว่า...ไม่สิ เอาเป็นต้นไม้ต้นนั้นดีกว่า”

ต่อให้แข็งแกร่งแล้วก็ยังกลัวอยู่สินะ

ดูเหมือนเธอคิดว่าตัวเองจะไม่สามารถทลายกำแพงบ้านได้ จึงทดสอบกับต้นไม้เล็กๆ แทน

ซ่งจื่อจิงที่มีท่าทางเงอะงะในคราวแรก พอตั้งท่าเสร็จก็ราวกับเปลี่ยนเป็นคนละคน

วงหน้าเย็นชา บรรยากาศท่วมท้นด้วยพลังวิญญาณอันหนาแน่น ทันใดนั้นฝ่ามือสีขาวถูกกางออกแล้วซัดออกไปเบื้องหน้า!

เกิดเสียงดังหวีดหวิวในอากาศ ก่อนที่ต้นไม้เบื้องหน้าจะถูกรอยฝ่ามือดังกล่าวประทับตรา เกิดเสียงครึกโครม ลำต้นหักโค่นลงมา คล้ายกับถูกท่อนซุงขนาดใหญ่ทุบตี

ซ่งจื่อจิงมองภาพตรงหน้าอย่างไม่อยากจะเชื่อ ในขณะเดียวกันการใช้ทักษะ'ฝ่ามือบงกช'ก็ทำให้เธอเสียพลังไปไม่น้อย

“คุณหลิน ฉัน...ทำได้ยังไงกัน นี่มันบ้าบอเกินไปแล้ว เพียงแค่นั่งบ่มเพาะพลังในบ้านคุณ วันเดียวเท่านั้นเอง!” คุณหนูตระกูลซ่งตกตะลึง ไม่คาดคิดว่าตัวเองจะมีความแข็งแกร่งเหนือกว่าคนทั่วไป ในระยะเวลาอันสั้น

ต้องรู้นะว่าบ้านของเธอทำธุรกิจเกี่ยวกับบอดี้การ์ด และรปภ.ดังนั้นจึงมีช่วงเวลาได้สำรวจดูพวกเขาฝึกฝนตัวเอง

ต่อให้โง่อย่างเธอ ก็รู้ว่าตัวเองในตอนนี้แข็งแกร่งกว่าคนพวกนั้นที่ฝึกปรือมาทั้งปี!

“นั่นเพราะว่าตอนนี้เธอเป็นผู้บ่มเพาะพลังยังไงล่ะ สิ่งที่ฉันให้เธอฝึกฝนคือทักษะของทวยเทพ” ชายหนุ่มอธิบายสั้นกระชับ

“ทวยเทพ...” หล่อนพึมพำราวกับกำลังฝันหวาน

“ใช่ ดังนั้นต่อไปหลังจากนี้เธอจะไม่ใช่คนธรรมดา ทุกคนภายในสายตาจะอ่อนแอราวกับ'มด'ดังนั้นหลังจากนี้ ห้ามตบตีเลขาจางเด็ดขาด” เขาต้องย้ำเตือนไว้ ไม่งั้นได้มีโศกนาฏกรรมเกิดขึ้นในบริษัทฯ

ซ่งจื่อจิงแลบลิ้นเขินอาย “คุณรู้ว่าฉันตบตีเธอ...”

“ไม่มีอะไรที่ฉันไม่รู้ และดูจากที่เธอเป็นในตอนนี้ การตบหนึ่งครั้งอาจทำให้เลขาจางตายได้ เข้าใจใช่ไหม” เขาเน้นย้ำ

“ที่รัก ถึงฉันจะโง่แต่ก็ไม่โง่ถึงขนาดนั้นนะคะ แน่นอนว่าฉันจะพยายามควบคุมอารมณ์ รับรองว่าไม่ให้เกิดเรื่องเดือดร้อนมาถึงคุณ...อ้อจริงสิ เรื่องที่คุณพูดเมื่อวานเกี่ยวกับใครบางคน ตอนนี้เดินทางมาถึงหรือยังคะ”

ในฐานะผู้หญิงคนหนึ่ง ซ่งจื่อจิงย่อมอยากรู้เกี่ยวกับตัวตนของเฉินฟู่จิ้งเป็นธรรมดา

“มาถึงแล้ว ตอนนี้น่าจะพักผ่อนอยู่ เธอเองก็อย่าไปรบกวนเขามากล่ะ ต้องไม่ลืมว่าฝ่ายนั้นป่วยเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย กำลังรับการรักษาจากฉัน”

“ที่รัก รับรองว่าฉันจะไม่ทำให้เธอลำบากใจ พรุ่งนี้จะเข้าไปทักทาย แต่ตอนนี้ฉันขอไปทำงานก่อนนะคะ”

“ทำงาน…? ตอนนี้สองทุ่มกว่าแล้ว ทุกคนกลับบ้านกันหมดแล้วล่ะ”

“เอ๋...นี่ฉันบ่มเพาะนานจนลืมเวลาเหรอเนี่ย”

คุณหนูซ่งจึงได้รู้ว่าตอนนี้ดวงอาทิตย์ลาลับขอบฟ้าไปนานแล้ว เธอจึงขอตัวกลับไปวิลล่าของตัวเอง ส่วนเขาก็ขึ้นไปชั้นบนเพื่ออาบน้ำ เตรียมตัวออกไปปาร์ตี้กับเพื่อนสนิทสามคนที่ได้นัดกันไว้

เพราะเคยรับปากว่าจะให้ยืมรถไปเดทกับผู้หญิงเหมือนเย่หาน ดังนั้นเขาจึงต้องรักษาสัญญา บังเอิญว่าพรุ่งนี้จะเดินทางกลับบ้านต่างเมือง จึงต้องเที่ยวสังสรรค์คืนนี้ กอปรกับเป็นช่วงปิดเทอมสอบเสร็จพอดี ทุกคนจึงเห็นด้วย

...........

บาร์ติงหวนคือเป้าหมายหลักในค่ำคืนนี้ สืบเนื่องจากมันเป็นร้านของเขา โดยตอนนี้ถูกบริหารโดยหยูชิหลิง หนึ่งในผู้หญิงที่มีอะไรด้วยนั่นเอง

ตั้งแต่ได้ครั้งแรกของเธอไป เขาก็ไม่ได้เดินทางไปที่นั่นอีก กอปรกับเรื่องในโรงพยาบาลทำให้ไม่มีเวลาว่างให้กับเธอ

บางทีการใช้เวลาว่างกับเธอวันนี้ก็อาจจะดีก็ได้

“ลูกพี่ เดินทางมาถึงแล้วเหรอครับ” เกาหยุนเซียว เข้ามาทักทายหลินอู๋เฉินด้วยคำพูดประจบสอพลอ

เขาแต่งชุดสูทสีแดง รองเท้าผ้าใบ ผมถูกหวีเรียบแป้ไปด้านซ้าย ดูคล้ายกับนักวิชาการที่คงแก่เรียน

นอกจากเกาหยุนเซียวก็มีฉุนเซียว หนึ่งในรูมเมทที่สนิทกันตั้งแต่เข้ามาเรียน

หลินอู๋เฉินทักทายเล็กน้อย ก่อนจะหันไปมองรอบๆ

ฉุนเซียวเข้าใจได้ไม่ยากว่าเขากำลังหาอะไร จึงโพล่งว่า “ลูกพี่หลิน ถ้าหากหาเย่หานล่ะก็ ตอนนี้เขานั่งอยู่โต๊ะในร้านที่ถูกเตรียมไว้ กับแฟนของเขาครับ...”

“แฟนเหรอ...ดีเหมือนกัน หลังจากที่เขามีแฟนฉันก็ยังไม่เคยเห็นหน้าเลย เข้าไปข้างในกันเถอะ”

สองคนพยักหน้าและเดินตามหลัง

เมื่อเข้าไปข้างในบาร์ติงหวน เกาหยุนเซียวก็กระซิบบอก “ลูกพี่ นอกจากนั้นเรายังได้นัดสาวต่างมหาลัยมาเที่ยวด้วย”

“เอ๋...”

“เอ่อ...พวกเธอเป็นเพื่อนของว่านหลี่ แฟนของเย่หาน จากมหาลัยหลี่ชุน ทุกคนโสดและหน้าตาดี วันนี้มันเป็นโอกาสดีสำหรับพวกเราที่จะสละโสด หวังว่าลูกพี่จะช่วยสร้างโอกาส...”

เจ้าพวกนี้นี่ นึกว่าจะเล่นเกมจนไม่สนใจเรื่องเพศตรงข้ามแล้วซะอีก แต่ก็เอาเถอะ มันถือเป็นเรื่องปกติล่ะนะ ยิ่งตอนนี้เย่หานมีแฟนสาว พวกเขาก็คงอยากจะมีบ้าง

เข้ามาในบาร์ก็เห็นเย่หานที่นั่งอยู่บนโต๊ะโบกมือไหวๆ

ความจริงหลินอู๋เฉินสามารถจองห้องวีไอพีได้ แต่อีกฝ่ายดันเกรงใจ บอกว่าแค่นี้ก็พอแล้ว

เข้ามานั่งบนโต๊ะเขาก็พบกับหญิงสาวที่นั่งข้างเย่หาน หากเป็นก่อนหน้านี้ที่จะรู้จักกับซ่งจื่อจิง หรือเช่นหยางลู่ซือ ว่านหลี่ก็คงจะเข้าตาบ้างแต่ตอนนี้ดูสิ หญ้าตาแค่พอไปวัดไปวาเท่านั้นแหละ

เย่หานรีบลุกขึ้นยืน ทำหน้าที่เป็นตัวเชื่อมสัมพันธ์ระหว่างแฟนสาวและกลุ่มเพื่อนๆ

ว่านหลี่สังเกตเห็นหลินอู๋เฉินก็อมยิ้มหน่อยนึง ทักทายว่า “สวัสดีค่ะ ฉันว่านหลี่ มาจากมหาลัยหลี่ชุน รบกวนฝากตัวด้วยนะคะ”

“เช่นกันครับ” ฉุนเซียวยิ้มตอบ ก่อนจะถามว่า “เอ่อ...แล้วเพื่อนของเธอเมื่อไหร่จะมาเหรอ”

“ใจเย็นสิคะ พวกเธอบอกว่ากำลังเดินทางมา อีกเดี๋ยวก็คงถึง”

อีกเดี๋ยวก็จริงอยู่ แต่ว่าผู้ชายที่ไม่เคยสัมผัสร่างกายของหญิงสาวอย่างเขาๆ จะสงบได้ยังไง หลินอู๋เฉินที่นั่งอยู่ข้างๆ เพื่อนสนิทอดขำไม่ได้ ดูเหมือนว่าพวกเขาก็มีมุมเขินอายเหมือนกัน

ไม่ปล่อยให้รอนาน สาวๆ จากมหาลัยหลี่ชุนก็เดินทางมาถึง

พวกเธอมาด้วยกันถึง 4 คน ค่อนข้างมากเมื่อเทียบกับจำนวนทางฝั่งนี้

เมื่อนั่งลงบนโต๊ะต่างฝ่ายต่างสังเกตกันและกัน โดยทางผู้หญิงต่างก็หน้าตาดี เฉกเช่นว่านหลี่ ทำเอาเกาหยุนเซียวและฉุนเซียวเลือดลมปั่นป่วน จิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว

“ดูเหมือนว่าโต๊ะจะไม่พอนั่ง นอกจากนั้นที่นี่ยังไม่มีความเป็นส่วนตัว เข้าไปนั่งในห้องวีไอพีกันเถอะ วันนี้ฉันเลี้ยงเอง” บรรยากาศก็ดีอยู่หรอก แต่จะดีกว่านี้หากได้นั่งในห้องกว้างๆ เพราะงั้นหลินอู๋เฉินจึงได้เสนอ

เย่หานได้ยินแบบนั้นก็หันไปคุยกับแฟนสาว ว่าจะเอายังไงดี

ว่านหลี่มองเพื่อนๆ ในมหาลัย พูดคุยกันเล็กน้อย ก่อนจะพยักหน้าเห็นด้วย

จากนั้นทั้งกลุ่มจึงเข้าไปในห้องวีไอพี