แสงอาทิตย์ลาลับขอบฟ้าเป็สัญญาณบอกว่าหมดวันด้านอังวรีอยู่คนเดียวทีไร ทุกครั้งที่หลับตาลงภาพเหตุการณ์ในคืนนั้นยังตามมาหลอกหลอนซ้ำแล้วซ้ำเล่าความรู้สึกผิดที่เป็สาเหตุให้ผู้อื่นต้องตายผุดวนเวียนในความคิดอยู่เสมอ รู้สึกเครียดกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็อย่างมากความเศร้ากัดกินเธอช้า ๆ หญิงสาวนั่งกอดเข่าร้องไห้อยู่ข้างเตียงนานหลายชั่วโมง
เหตุการณ์ครั้งนั้นะเืใจเธอไม่น้อยยิ่งต้องมาอยู่แปลกที่แปลกทาง ยิ่งรู้สึกเหงาไม่รู้จะระบายความอัดอั้นตันใจนี้กับใครทำได้เพียงเก็บไว้คนเดียว
คิมหันต์กลับเข้าบ้านมาเห็นแสงไฟส่องรอดออกมาจึงเปิดประตูเข้าไป อย่างที่เขาคิดเธอไม่ได้ล็อกห้องอีกแล้ว และนั่งร้องไห้คนเดียวอย่างคืนที่ผ่านมาเห็นภาพะเืใจเช่นนี้เขาก็อดเป็ห่วงเธอไม่ได้
“เป็อะไรครับร้องไห้อีกทำไม”
“พ่อเลี้ยง ..” ใบหน้าสวยเปื้อนหยดน้ำตาเงยหน้ามองคนมาใหม่ราวกำลัง้าที่พึ่งพิง
“ฉันจะทำยังไงดีค่ะ ภาพคืนนั้นมันติดตาฉันอยู่เลยทุกครั้งที่หลับตาภาพเ่าั้ก็จะลอยออกมา ช่วยฉันด้วยฉันควรทำยังไงดี ฮือ ๆ” ภาพหญิงสาวตรงหน้าในเวลานี้ช่างน่าสงสารเหลือเกินเขาคิด
ร่างบางสั่นระริกถูกเขาดึงเข้ามากอดฝ่ามือหนาลูบหลังปลอบอย่างแสนสงสาร มันยากที่ผู้หญิงตัวเล็กๆจะผ่านเื่ราวเลวร้ายเช่นนี้ไปได้ ไม่รู้ทำไมทุกครั้งที่เห็นเธอเป็เช่นนี้เขาก็พลอยปวดใจไปกับเธอด้วย
“อย่าคิดมากเลยครับทำใจให้สบายแล้วทุกอย่างจะผ่านไป ปล่อยให้เป็หน้าที่ของตำรวจพรุ่งนี้ผมพาคุณไปวัดไปทำบุญให้พวกเขากันดีมั้ย”
“อืม”คนตัวเล็กพยักหน้ารับในอ้อมกอดแสนอบอุ่นของเขาปฏิเสธไม่ได้เลยว่าการกระทำนี้ทำเธอรู้สึกดีไม่น้อย รู้สึกไม่โดดเดี่ยว
“หยุดร้องไห้ก่อนนะครับคุณรู้มั้ยว่าคุณร้องไห้จนตาเขียวช้ำหมดแล้ว”
“น่าเกลียดมากเลยเหรอคะ”มือบางดันหน้าออกจากอกกว้างถาม ทำเขาเผลอยิ้มให้เธออย่างเอ็นดู
“ไม่ได้น่าเกลียดครับ...แต่น่ากลัว”
“นี่คุณปากคอเราะราย”สิ้นคำเขาเธอก็รัวกำปั้นใส่ไปหลายทีอย่างลืมตัว พร้อมกับหัวเราะเบาๆออกมา
“ผมเจ็บนะ ตอนนี้คุณนอนไม่หลับแล้วใช่มั้ย”เขาถามน้ำเสียงอบอุ่นอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อนแต่กับเธอคนนี้เขาอยากทะนุถนอมไม่ให้เธอเจ็บช้ำไปมากกว่านี้ อังวรีพยักหน้าทั้งน้ำตา
“งั้นไปดูดาวมั้ยที่นี่ตอนกลางคืนดาวสวยมากเลยนะ”
“ฉันไม่อยากออกไปไหน”มือหนายกปาดเช็ดน้ำตาให้อย่างอ่อนโยน
“ไม่ได้ออกไปไหนแต่ขึ้นไปข้างบน คุณอยากไปดูหรือเปล่า” เธอพยักหน้าอีกครั้ง เท่านั้นแหละร่างน้อยก็ถูกเขาช้อนอุ้มขึ้นมาทันที
“คุณนี่อุ้มเก่งจริงๆ” เธอแซวทั้งน้ำตานั่นแหละ เขาจึงทำท่าจะปล่อย แขนเรียวจึงรีบโอบรัดรอบคอเขาไว้แน่นเพราะกลัวตก
“นี่คุณ ฉันแค่แซวเล่น”คนกลัวตายขึ้นเสียงใส่
“ผมก็แค่ล้อคุณเล่นไม่ปล่อยให้ตกหลอกน่า” ใบหน้าหล่อเหลายิ้มกรุ้มกริ่มเมื่อเห็นคนตรงหน้าพอยิ้มได้บ้างจากนั้นพาเธอไปยังห้องนอนชั่วคราวของเขา ที่มีระเบียงยื่นออกมาด้านนอกตัวบ้านทำให้เห็นวิวท้องฟ้ายามค่ำคืนแบบสามร้อยหกสิบองศา ร่างน้อยถูกวางลงบนเบาะนุ่ม ก่อนจะมีผ้าห่มอุ่นๆมาคลุมห่มตามให้
“ขอบคุณค่ะ บนนี้สวยจังไม่คิดว่าบ้านคุณจะมีที่แบบนี้ด้วย”สีหน้าหญิงสาวเริ่มดีขึ้นก่อนเอนตัวนอนดูดาวด้วยท่าทีผ่อนคลาย
“ทำไมครับไม่คิดว่าคนอย่างผมจะสร้างมุมแบบนี้ไว้ดูดาว หรือมันไม่เหมาะกับคนต่างจังหวัดแบบผม”
“เปล่าค่ะฉันไม่ได้คิดอะไรแบบนั้นสักหน่อยเห็นบ้านคุณหลังไม่ใหญ่เลยไม่คิดว่าจะมีห้องที่เป็ลานกว้างแบบนี้”หญิงสาวรีบอธิบายก่อนที่เขาจะเข้าใจผิด
“ที่คุณพูดก็ถูกบ้านนี้สร้างไว้มีห้องนอนห้องเดียว”
“แล้วห้องนี้ละคะห้องของใคร”
“ห้องผม”
“อ่าว! ก็ไหนว่ามีห้องนอนเดียวไงคะ”
“ปกติห้องนี้มีไว้นอนเล่นนอนดูดาวเป็ครั้งคราวครับถ้าวันไหนฝนตกหนักลมแรงก็อยู่ไม่ได้หรอกข้างบนเปียกหมด”
“หมายความว่าห้องที่ฉันพักคือห้องนอนของคุณ”
“ครับ”
“งั้นถ้าฉันนอนห้องนั้นแล้วพ่อเลี้ยงไปนอนที่ไหนคะ”
“ผมก็นอนบนนี้ไงไม่เห็นต้องใขนาดนั้นเลย”
“นี่ฉันมาทำให้คุณลำบากรึเปล่า”
“คิดมากอีกแล้ว ผมไม่ลำบากอะไรเลยดูดาวเถอะ”คำตอบเรียบง่ายแต่ฟังแล้วทำเธอรู้สึกดีในยามนี้ คนแปลกหน้าที่รู้จักกันไม่กี่วันกลับเสียสละตัวเองเพื่อเธอถึงเพียงนี้