ซูเปอร์ดอกเตอร์แห่งห้องพยาบาล [นิยายแปล]

    บทที่ 94 เอาหลักฐานมา

    “นี่...นะ...นาย...” แพทย์นิติเวชอีก3 คนที่เหลือต่างมองหน้าฉินลู่อย่างไม่เชื่อตาตัวเอง

            “นี่ก็คือลมปราณ ตอนนี้เชื่อฉันหรือยังอย่าใช้ความไม่รู้ของตัวเองมาตัดสินโลกนี้”

            พูดจบ ฉินลู่ก็หันไปหาชุยฮุ่ยฮุ่ยและพูดกับเธอว่า“ความจริงก็เป็นแบบนี้แหละ เหยื่อทั้ง 7 คนถูกฆ่าหมดเลย ทุกคนถูกฆ่าโดยฝีมือผู้เชี่ยวชาญการใช้ลมปราณชั้นสูงพวกเธอแกะรอยตามเบาะแสนี้ไปก็จะหาตัวคนร้ายเจอ”

            ชุยฮุ่ยฮุ่ยที่กำลังอ้าปากค้างด้วยความอึ้งอยู่กลับมาทำหน้าปกติจากนั้นก็มองฉินลู่ตั้งแต่หัวจรดเท้าและพูดว่า “ฉันคิดมาตลอดว่านายไม่เหมือนคนธรรมดาแต่คิดไม่ถึงว่านายจะรู้จักการใช้ลมปราณด้วย คาดไม่ถึงเลยจริงๆ”

            “มันก็ไม่ได้แปลกอะไรนี่ มีคนเยอะแยะที่ใช้ลมปราณได้ฉันก็แค่เป็นหนึ่งในนั้นเท่านั้นเอง”

            ชุยฮุ่ยฮุ่ยพยักหน้า จากนั้นก็พาฉินลู่ออกจากห้องเก็บศพเธอนั่งลงตรงเก้าอี้ข้างระเบียงทางเดิน และพูดกับฉินลู่ว่า “นายบอกว่าถ้าฉันแกะรอยตามเบาะแสนี้ไปก็จะหาตัวคนร้ายเจอใช่ไหม”

            “ถูกต้อง สถานการณ์ตอนนี้ก็ชัดเจนมากอยู่แล้วนะ”

            “งั้นฉันคิดว่า ฉันเจอตัวคนร้ายแล้วล่ะ”ชุยฮุ่ยฮุ่ยพูดด้วยสีหน้าจริงจัง

            “เธอก็คิดว่าเป็นเขาเหมือนกันเหรอ”ในหัวของฉินลู่มีภาพของชายหัวโล้นผุดขึ้นมาอีกครั้ง

            “ถูกต้อง!”ชุยฮุ่ยฮุ่ยหยิบกุญแจมือออกมาแล้วจับฉินลู่ใส่กุญแจมือทันทีอย่างไม่มีความลังเลใดๆ

            ฉินลู่เพิ่งรู้สึกตัว จึงมองกุญแจมือด้วยความงุนงง“ดะ...เดี๋ยวนะ เธอทำแบบนี้หมายความว่ายังไง”

            “ฉันคิดว่าคนร้ายก็คือนายอย่างไรล่ะ!” ชุยฮุ่ยฮุ่ยโยกหัวไปมาเบาๆ และพูดอย่างภูมิใจ

            “พรวด!”

            ฉินลู่แทบกระอักเลือด“นี่เธอเข้าใจอะไรผิดหรือเปล่า จะเป็นฉันได้อย่างไรเล่า”

            “นายบอกเองไม่ใช่เหรอว่าเหยื่อเสียชีวิตด้วยลมปราณ ตอนนี้คนที่ใช้ลมปราณเป็นก็มีแค่นายฉันหาเจอแค่นยาคนเดียว ดังนั้น นายจึงเป็นคนที่น่าสงสัยที่สุดอย่างไม่ต้องสงสัย” ชุยฮุ่ยฮุ่ยพูดด้วยสีหน้าจริงจัง

            ฉินลู่แทบจะแหลกสลาย “เธอนี่มันแย่ได้โล่จริงๆ !ฉันมาช่วยเธอ แต่เธอกลับตอบแทนกันแบบนี้เหรอ”

            ชุยฮุ่ยฮุ่ยทำท่าเมินเฉยและพูดว่า“ฉันกำลังใช้กฎหมายอย่างไม่เอนเอียง อีกอย่างนะ ต่อให้นายไม่ใช่คนที่ฆ่าเศรษฐี 7คนนั่น แต่คดีของชายหน้าบากอันธพาลคนนั้น นายจะต้องมีส่วนเกี่ยวข้องด้วยแน่ตอนนี้ฉันก็รู้แล้วด้วยว่าไอ้หัวหน้านักเลงคนนั้นตายอย่างไร คนลงมือต้องเป็นนายแน่ๆ!”

            ฉินลู่ทำหน้าจริงจังพลางส่ายหัวไปมาและพูดว่า “ไม่ใช่ฉัน”

            “นายนั่นแหละ”

            “ไหนล่ะหลักฐาน”

            “หลักฐานก็คือคำพูดเมื่อกี้ของนายอย่างไรล่ะ”ชุยฮุ่ยฮุ่ยพูดด้วยท่าทางได้ใจ

            “ที่ฉันพูดเมื่อกี้เป็นแค่เรื่องเหลวไหล เธอเชื่อด้วยเหรอนี่เธอยังเป็นตำรวจสืบสวนอยู่หรือเปล่า” ฉินลู่พูดดูถูก

            ชุยฮุ่ยฮุ่ย “...”

            ผ่านไปพักใหญ่ ชุยฮุ่ยฮุ่ยก็พูดขึ้นว่า “ตอนนี้ คนที่น่าสงสัยที่สุดสำหรับคดีนี้น่ะก็มีนายเพียงคนเดียวถ้าหากว่านายอยากพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตัวเองงั้นนายก็บอกฉันมาว่าคนร้ายตัวจริงคือใคร”

            “เฮ้อ” ฉินลู่ถอนหายใจออกมายาวๆ หนึ่งทีเพราะเขาไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรกับคนกากอย่างชุยฮุ่ยฮุ่ยแล้ว“ฉันพอจะรู้แล้วว่าคนร้ายคือใคร”

            ชุยฮุ่ยฮุ่ยดวงตาเป็นประกายทันที เธอรีบถามฉินลู่ว่า“คนร้ายคือใครเหรอ”

            ฉินลู่ยกมือที่ถูกล็อกด้วยกุญแจมืออยู่ขึ้นมาและพูดว่า“งั้นเธอก็ปลดกุญแจมือให้ฉันก่อนสิ”

            “ถ้าปลดกุญแจมือให้ นายก็หนีน่ะสิ”

            “งั้นก็ได้ ฉันเอาออกเอง” ฉินลู่พูดพลางหมุนข้อมือเล็กน้อย จากนั้น มือของเขาก็หลุดออกจากกุญแจมือ

            ชุยฮุ่ยฮุ่ยทำตาโตอ้าปากค้าง “นายเกิดปีแมวเหรอ ทำได้อย่างไร”

            “ไม่มีความจำเป็นต้องบอก!” ฉินลู่พูดออกมาด้วยสีหน้าไร้อารมณ์จากนั้นก็พูดอย่างจริงจังว่า “ตอนนี้ให้เธอไปที่บ้านของเหยื่อนะไปดูว่าเครื่องหยกหรือหินหยกที่พวกเขาซื้อมายังอยู่หรือเปล่าพวกเครื่องหินหยกที่ซื้อมาจากตลาดกลางคืนเมืองจิงเฉิงนั่นแหละเธอสั่งคนให้ไปตรวจสอบเรื่องนี้หน่อย”

            “ได้” ชุยฮุ่ยฮุ่ยพยักหน้า จากนั้นก็พูดว่า “นายก็ไปกับฉันด้วยสิ”

            “ฉันไม่อยากไป”

            “ไม่ได้!”

            และแล้ว ฉินลู่ก็ถูกลากขึ้นรถตำรวจไป เธอเปิดไซเรนตลอดทางจนไปถึงบ้านของหนึ่งในเจ็ดเศรษฐีที่เสียชีวิต

            หลังจากผ่านไป 10 กว่านาทีทั้งคู่ก็มาถึงจุดหมายแล้ว

            พอลงมาจากบนรถก็เห็นแถบกั้นที่เกิดเหตุตรึงอยู่รอบบริเวณทั้งในและนอกคฤหาสน์ มีตำรวจหลายคนเข้าๆออกๆ กำลังทำงานกันอยู่

            “เจ้าหน้าที่ชุย”

            “หัวหน้าชุย...”

            เหล่าตำรวจพากันพูดทักทายชุยฮุ่ยฮุ่ย ส่วนเธอก็แค่พยักหน้าเฉยๆจากนั้นก็ลากฉินลู่เข้าไปในคฤหาสน์ ไปหาภรรยาของเศรษฐีคนนั้นเธอพูดกับภรรยาคนนั้นว่า “สวัสดีค่ะ ตอนนี้เราอยากสอบถามอะไรคุณสักหน่อยเพื่อจะได้เข้าใจสถานการณ์มากขึ้น”

            ภรรยาของเศรษฐีคนนี้ยังสาวมากมุมตาของเธอก็เหมือนกำลังยิ้มอยู่เล็กน้อย

            ชัดเลยว่าการตายของเศรษฐีคนนี้ไม่ได้ทำให้ภรรยาของเขาโศกเศร้าแต่อย่างใด

            ฉินลู่แอบรู้สึกเห็นใจเศรษฐีคนนั้นประมาณ 3 วิ จากนั้นก็ถามว่า“สวัสดีครับ รบกวนถามหน่อยว่าหลังจากที่ผู้เสียชีวิตไปที่ตลาดกลางคืนเมืองจิงเฉิงเมื่อวันก่อนเขาได้ซื้อเครื่องหยกอะไรพวกนี้กลับมาด้วยหรือเปล่า”

            ภรรยาของเศรษฐีเงยหน้าครุ่นคิดอยู่นาน กว่าจะนึกออกและพูดว่า “ใช่แล้วฉันจำได้ว่ามีเรื่องแบบนั้นนะ เขาซื้อหยกมันแพะกลับมาด้วยชิ้นหนึ่งบอกว่ามันมีราคามาก เขาจะมอบมันให้ข้าราชการคนหนึ่ง”

            ฉินลู่กับชุยฮุ่ยฮุ่ยมองตากัน จากนั้นฉินลู่ก็ถามต่อว่า“แล้วตอนนี้หินหยกนั่นอยู่ที่ไหน”

            “ก็อยู่บนโต๊ะในห้องอ่านหนังสือของเขาน่ะสิ” พูดจบภรรยาของเศรษฐีก็พาฉินลู่กับชุยฮุ่ยฮุ่ยทั้ง 2คนเดินไปยังห้องอ่านหนังสือของผู้เสียชีวิต แต่ว่าบนโต๊ะอ่านหนังสืออันใหญ่ที่ทำจากไม้มะฮอกกานีกลับไม่มีหยกมันแพะชั้นดีที่ภรรยาเศรษฐีบอก

            “เอ๋? ฉันจำได้ว่าเขาวางมันไว้ตรงนี้นะ ทำไมไม่มีแล้วล่ะ”ภรรยาเศรษฐีพูดด้วยความแปลกใจ

            ฉินลู่เดินเข้าไปตรวจดูโต๊ะไม้มะฮอกกานีราคาแพงอยู่นานสองนานก็พบร่อยรอยที่น่าสงสัยบนโต๊ะ!

            ซึ่งเป็นร่องรอยบริเวณที่ไม่มีฝุ่นเกาะ

            ที่ตำแหน่งบริเวณที่ว่าจะต้องเคยมีของอะไรสักอย่างวางอยู่ก่อนแน่

            “เหมือนจะเป็นอย่างที่คิด”ฉินลู่พยักหน้าเหมือนนึกอะไรได้

            ชุยฮุ่ยฮุ่ยเดินเข้ามาและถามว่า“นายเจออะไรหรือเปล่า”

            “ฉันน่าจะรู้แล้วล่ะว่าคนร้ายตัวจริงคือใคร”

            ชุยฮุ่ยฮุ่ยทำตาเป็นประกายและถามว่า“คือใครเหรอ!”

            “ตอนนี้ช่วยหากระดาษกับปากกาให้หน่อยฉันจะวาดใบหน้าคนร้ายให้ดู” ฉินลู่พูด

            ชุยฮุ่ยฮุ่ยได้ยินดังนั้นก็รีบหันไปพูดกับภรรยาของเศรษฐีว่า“เราขอกระดาษหนึ่งแผ่นกับปากกาได้ไหมคะ”

            “ได้ค่ะ” ภรรยาของเศรษฐีพยักหน้าจากนั้นก็เดินไปที่ชั้นวางหนังสือ หยิบสมุดมาเล่มหนึ่ง ดึงกระดาษหน้าเปล่าออกมาจากนั้นก็ไปหยิบปากกาจากที่เสียบปากกามาด้ามหนึ่ง แล้วเอามาวางไว้บนโต๊ะ

            ฉินลู่ “...”

            ชุยฮุ่ยฮุ่ย “...”

            ฉินลู่นั่งบนเก้าอี้หลังโต๊ะหนังสือตัวนั้นหยิบปากกาขึ้นมาเตรียมลงมือวาด แต่ว่า ในจังหวะที่ปากกากำลังแตะกระดาษ จู่ๆฉินลู่ก็นึกอะไรขึ้นได้ และทำท่าทางลังเล

            ชุยฮุ่ยฮุ่ยพูดอย่างสงสัยว่า“เป็นอะไรเหรอ ทำไมไม่วาดล่ะ”

            “อะแฮ่มๆ“ฉินลู่กระแอมออกมาอย่างกระอักกระอ่วน จากนั้นก็แบมือออกและพูดว่า“ฉันเพิ่งจะนึกขึ้นได้น่ะว่าฉันวาดรูปไม่เป็น”

            “พรวด!”คราวนี้เป็นชุยฮุ่ยฮุ่ยที่แทบกระอักเลือดแทน

            “วาดไม่เป็นแล้วนายจะมาทำเท่อะไรตรงนี้! นายนี่มันจริงๆ เลย!”

            “ก็เมื่อกี้ฉันยังนึกไม่ได้นี่นาฉันว่าเราไปตึกที่จัดตลาดกลางคืนเมืองจิงเฉิงดีกว่านะ ถ้ามีกล้องวงจรปิดฉันจะได้ชี้ให้เธอดูว่าคนคนนั้นคือใคร”

            “เรื่องกล้องวงจรปิดค่อยว่ากัน!” ชุยฮุ่ยฮุ่ยกระชากตัวฉินลู่ขึ้นมาอย่างโกรธจัดแล้วลากฉินลู่เดินไปด้วยพลางพูดกับเขาไปด้วยว่า“กลับสถานีตำรวจ ที่นั่นมีคนวาดให้นายได้”

    คล้ายกับเรื่องซูเปอร์ดอกเตอร์แห่งห้องพยาบาล [นิยายแปล] ที่คุณอ่าน