ปอนด์ตามทิศทางของ GPS อย่างต่อเนื่อง ความรู้สึกเร่งรีบถูกขับเคลื่อนด้วยเวลาที่ลดลง และความกลัวที่จะถูกบีบให้เลือกเกมที่ยาก หากไม่รีบไปสถานที่เล่นเกมให้ทันเวลา เขาสาวเท้ากึ่งวิ่งอย่างต่อเนื่อง ความรู้สึกเร่งรีบถูกขับเคลื่อนด้วยเวลาที่ลดลงเพราะกลัวที่จะถูกบีบให้เลือกเกมที่ยากขึ้น
เขามาถึงบริเวณทางเข้าหมู่บ้านจัดสรรสุดหรู โครงการนี้ตั้งอยู่ในย่านที่ควรจะเป็นทำเลทองใจกลาง เป็นโครงการหรูระดับ อัลติเมท เรสซิเดนซ์ ในทำเลที่เทียบเท่ากับย่านสุขุมวิท ดูจากรูปลักษณ์ที่เรียงรายของบ้านสองชั้นหลังคาสีน้ำตาลเข้มที่ออกแบบโครงสร้างทรงบ้านแบบยุโรปโมเดิร์น คงราคาไม่ต่ำกว่าสองสามล้าน เผลอๆ อาจจะห้าล้านขึ้นไปเสียด้วยซ้ำ ประตูทางเข้าทำด้วยเหล็กดัดขนาดใหญ่ที่ออกแบบอย่างประณีต ถูกคั่นกลางด้วยป้อมยามที่ไม่มีใครอยู่สักคน บัดนี้ถูกเปิดทิ้งไว้ครึ่งบานอย่างไม่ไยดี ภายในหมู่บ้านยังคงมีต้นไม้และพุ่มไม้ที่ถูกตัดแต่งอย่างดี พื้นถนนคอนกรีตเต็มไปด้วยใบไม้แห้งและฝุ่นอยู่บ้างประปราย
เขาวิ่งเข้าไปตามถนนภายในโครงการ ซึ่งเต็มไปด้วยบ้านหรูขนาดใหญ่ ท่ามกลางบรรยากาศที่ควรจะโอ่อ่า กลับกลายเป็นความวังเวงที่น่าสะพรึงกลัว ระหว่างก้าวขาเดินก็ไม่ลืมที่จะตามลูกศรบอกพิกัดของ GPS ไปด้วย
ใช้เวลาเกือบสิบนาที ในที่สุดเขาก็หยุดยืนอยู่หน้าบ้านหลังหนึ่งที่ซอย 12 บ้านหลังที่สาม ซึ่งเป็นสถานที่เล่นเกมดังกล่าว
มันคือบ้านหรูทรงโมเดิร์นสองชั้นที่มีดีไซน์เรียบง่าย ผนังภายนอกเป็นกระจกบานใหญ่ผสมกับปูนเปลือยขัดมัน ตัวบ้านมีพื้นที่ใช้สอยกว้างขวาง แสดงถึงรสนิยมของคนชนชั้นสูง บ้านหลังนี้ตั้งอยู่บนแปลงมุม มีสระว่ายน้ำส่วนตัวที่น้ำเต็มปริ่มสีฟ้าสดใส
ความผิดปกติที่น่าขนลุก คือประตูบ้านถูกเปิดแง้มไว้เล็กน้อย ราวกับเชิญชวนให้ใครสักคนก้าวเข้าไป และสิ่งที่ยืนยันว่าที่นี่คือสนามรบของเกมที่กำลังจะเกิดขึ้นเป็นเกมแรกของเขา ก็คือป้ายสแตนดี้สีดำที่ตั้งอยู่ตรงรั้วหน้าบ้าน ตัวอักษรสีแดงสดสะท้อนอย่างโดดเด่น
[ เล่นเกม [ หนึ่งมาสเตอร์คีย์ ] ที่นี่ ]
ปอนด์เหลือบมองหน้าจอมือถือของเขาอีกครั้ง เหลือเวลาอีกเพียงสามนาที รู้สึกได้ถึงกลิ่นของความตายที่ลอยออกมาจากบ้านหลังนั้น แต่ไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว เขาสูดหายใจเข้าลึก เตรียมพร้อมสำหรับสิ่งที่อยู่ภายใน ความรู้สึกตื่นเต้นปนหวาดระแวงพุ่งสูงขึ้นอย่างควบคุมไม่ได้
ก่อนตัดสินใจที่จะไม่รอช้า และกำลังจะก้าวข้ามธรณีประตูบ้านที่เปิดแง้มอยู่เข้าไปในตัวบ้านหรูทรงโมเดิร์น
กริ๊ง! กริ๊ง!
เสียงแจ้งเตือนที่ไม่คาดคิดดังขึ้นมาขัดจังหวะ ปอนด์ชะงักฝีเท้าทันที จ้องมองหน้าจอโทรศัพท์ของตัวเองอย่างรวดเร็ว ข้อความชุดใหม่ปรากฏขึ้นเหนือหน้าต่าง GPS
[ กรุณารอผู้เล่น ]
[ ผู้เล่นขั้นต่ำ 5 คน ]
[ ผู้เล่นเข้าร่วมแล้ว 1/5 ]
อะดรีนาลีนของปอนด์ลดลงอย่างรวดเร็ว แปรเปลี่ยนเป็นความหงุดหงิดผสมความโล่งใจจาง ๆ
‘ต้องรอคนอื่นอีกสี่คนงั้นเหรอ?’
เขาเข้าใจทันที ถ้าพยายามฝ่าฝืนเข้าไปเล่นคนเดียวโดยที่ผู้เล่นไม่ครบตามจำนวนขั้นต่ำ ก็คงไม่ต่างอะไรจากการทำผิดกฎที่เกมมาสเตอร์เคยลงโทษอย่างโหดเหี้ยมมาก่อน
เขาไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องยืนรอ พลางถอนหายใจยาวๆ พลางเดินเตะใบไม้แห้งและเศษฝุ่นกรังๆ ตรงหน้าบ้านอย่างน่าเบื่อหน่ายแต่ก็เต็มไปด้วยความกระวนกระวายใจ หัวใจยังเต้นถี่รัวแข่งกับความเงียบสงัดของหมู่บ้าน
เขาเริ่มใช้ช่วงเวลาแห่งการรอคอยนี้เพื่อวิเคราะห์สถานการณ์
เกม [ หนึ่งมาสเตอร์คีย์ ] ระดับความยากสามดาว สถานที่เล่นเกมคือบ้านหรูทรงโมเดิร์นหลังนี้ มันต้องเป็นเกมที่เกี่ยวโยงกับโครงสร้างหรือกลไกภายในตัวบ้านอย่างแน่นอน ว่าแล้วเขาก็จ้องมองผ่านผนังกระจกบานใหญ่ที่มืดทึบเข้าไปในตัวบ้าน ถ้าจับจุดจากชื่อที่มีกุญแจมาข้องเกี่ยว อาจเป็นเกมที่ให้ทำอะไรสักอย่างที่เกี่ยวกับกุญแจมาเกี่ยวข้องเป็นตัวแปร
ทุกความเป็นไปได้ถูกประมวลผลในหัวของเขาอย่างรวดเร็ว แต่กลับทำได้เพียงคาดเดาถึงอุปสรรคที่รออยู่ข้างในเท่านั้น
เขายืนรออยู่เงียบ ๆ จ้องมองถนนภายในหมู่บ้านอย่างใจจดใจจ่อ ความหวังเดียวของเขาตอนนี้คือให้ผู้เล่นอีกสี่คนรีบเลือก [ หนึ่งมาสเตอร์คีย์ ] และเดินทางมาถึงที่นี่ในไม่ช้า ก่อนที่เวลาที่จำกัดจะหมดลง หรือก่อนที่ความเบื่อหน่ายปนหวาดระแวงจะทำให้สมาธิของเขาหลุดลอยไป
ปอนด์ยืนพิงอยู่กับรั้วบ้านที่ทำจากไม้เทียมราคาแพง ดวงตาของเขากึ่งหลับกึ่งตื่นจากการรอคอยที่แสนน่าเบื่อหน่าย แต่ภายในใจยังคงจดจ่อกับการวิเคราะห์กลไกของเกม ใช้เท้าข้างหนึ่งเขี่ยก้อนกรวดเล็กๆ ไปมาอย่างไร้จุดหมาย
เวลาผ่านไปร่วมสองสามนาที เสียงแจ้งเตือนที่คุ้นเคยดังขึ้นมาอย่างกะทันหัน ทำให้ปอนด์รู้สึกเหมือนถูกไฟฟ้าช็อต เขารีบดึงมือถือขึ้นมาดู
กริ๊ง! กริ๊ง!
[ ผู้เล่นเข้าร่วมแล้ว 3/5 ]
‘ม…มาแล้ว สามคนแล้ว... เหลืออีกสอง’ ความคิดนี้ทำให้หัวใจที่เต้นช้าลงไปเริ่มเร่งจังหวะขึ้นอีกครั้ง
ปอนด์เงยหน้าขึ้นมองตามทิศทางของถนน ก็พบกับผู้มาใหม่สองคนที่เพิ่งวิ่งมาถึงหน้าบ้านด้วยสภาพที่หอบเหนื่อย
หนึ่งคือหญิงสาววัยประมาณสามสิบต้นๆ ผมยาวที่ทำสีบลอนด์อย่างดีตอนนี้ยุ่งเหยิงเล็กน้อย เสื้อแจ็กเก็ตหนังราคาแพงสวมทับกับเดรสสั้นสีนวล แม้หน้าตาจะออกไปทางสาวหมวยที่โหนกแก้มสูงกับตาชั้นเดียวแต่กลับเข้ากับลุคสาวอินเตอร์ไม่น้อย เธอยังพยายามรักษาท่าทางที่ดูมั่นใจเอาไว้ มือพิงเข่าหอบหายใจอย่างหนัก
อีกคนคือชายหนุ่มรูปร่างสมส่วนวัยสามสิบต้นๆ เหมือนกัน ผมแสกกลางใบหน้าดูหล่อไม่ต่างกับพระเอกในซีรีย์รักโรแมนติก ผิวขาวอมน้ำผึ้งแสดงถึงการดูแลตัวเองเป็นอย่างดี สวมเสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อนและแว่นตากรอบบาง เขาดูกังวลแต่ก็ยังคงพยายามรักษาความสงบตามวิสัยของผู้ที่ต้องเนี้ยบสุขุม
หนุ่มแว่นเป็นฝ่ายแรกที่เอ่ยปากถามเพื่อยืนยันจุดหมายปลายทางของเขา โดยหันไปทางสาวย้อมผมบลอนด์ที่เพิ่งมาถึงพร้อมกัน
“เอ่อ…คุณ นี่ใช่ที่นี่ใช่ไหมครับ?” เขาชี้ไปยังป้ายสแตนดี้อย่างไม่แน่ใจนัก
สาวย้อมผมสีบลอนด์ยังคงหอบถี่ แต่ก็พยักหน้าตอบรับ และดูจอมือถือของตัวเองเพื่อเช็คอีกครั้ง “หนึ่งมาสเตอร์คีย์… สองดาว... เอ่อ... สามดาว ใช่ค่ะ สามดาว... ที่นี่แหละค่ะ”
“ว้าว… บ้านหรูเลยนะครับ ไม่เหมาะกับจะเป็นที่เล่นเกมเลย”
“ค่ะ… ไม่รู้เหมือนกันว่ามันจะเป็นเกมแนวไหนเลยค่ะ”
“ผมว่าต้องเกี่ยวกับกุญแจอะไรสักอย่างแหละ เพราะชื่อมันบอกอยู่”
“คุณแน่ใจใช่ไหมคะ?”
“ไม่รู้สิครับ ผมก็เดาไว้ก่อนเฉยๆ ครับ”
“เห้อ… หวังว่าจะไม่ใช่เกมป่าเถื่อนใช้กำลังนะ”
ทั้งสองยังคงมองไปที่ป้ายและตัวบ้านเพื่อประมวลผลสถานการณ์
ปอนด์ยืนพิงรั้วมือล้วงกระเป๋าเสื้อฮู๊ดอย่างเงียบๆ ใบหน้าของเขาไร้อารมณ์ ไม่ได้คิดจะทักทาย หรือเข้าร่วมวงสนทนาใดๆ ทั้งสิ้น ความรู้สึกไม่คุ้นชินกับการเข้าหาผู้คนทำให้เขาเลือกที่จะเป็นผู้สังเกตการณ์ แทนที่จะเป็นผู้ร่วมวงสนทนา เขาเพียงแค่กวาดสายตามองคนที่พึ่งมาใหม่สองคน
สาวย้อมผมบลอนด์ที่เริ่มหายเหนื่อยบ้างแล้ว ก็สังเกตเห็นปอนด์ที่ยืนพิงรั้วอยู่อย่างเงียบๆ ก่อนหน้าคนอื่น เธอรีบใช้โอกาสนี้ถามข้อมูลจากคนที่มาถึงก่อน
“คุณคะ…” เก๋ไก๋เรียกเสียงหอบ โดยไม่ได้ใส่ใจจะใช้สรรพนามสุภาพนัก “ที่นี่คือเกมหนึ่งมาสเตอร์คีย์ใช่ไหมคะ?”
ปอนด์ยังคงยืนนิ่ง เขาหันซ้ายหันขวาอย่างเก้ๆ กังๆ ในโลกเก่าไม่เคยมีใครเรียกเขาด้วยน้ำเสียงที่คาดหวังหรือต้องการข้อมูลแบบนี้เลย เขาจึงคิดไปเองว่าเธออาจจะพูดกับใครที่อยู่ด้านหลังเขา หรือกำลังพูดกับตัวเอง
“คุณนั่นแหละครับ” หนุ่มแว่นเอ่ยเรียกเขาอย่างชัดเจน “คุณมาถึงก่อน... นี่คือที่ที่จีพีเอสคุณนำทางมาใช่ไหมครับ? เกมหนึ่งมาสเตอร์คีย์น่ะครับ”
ปอนด์ถูกบีบให้ต้องตอบสนองในที่สุด เขาละสายตาจากรั้วบ้านและจ้องมองหมอเอกและเก๋ไก๋ตรงๆ
“ใช่ครับ…” ปอนด์ตอบด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำนิ่งเรียบ นี่คือคำพูดแรกที่เป็นจริงเป็นจังของเขาตั้งแต่แยกตัวออกมาจากฝูงชน “ผมเลือกเกมนี้ครับ”
เขาหยุดชั่วขณะ ก่อนจะชี้ไปยังป้ายสแตนดี้อย่างไม่เต็มใจนัก “ผมยืนรออยู่เพราะมันขึ้นว่า ผู้เล่นขั้นต่ำห้าคนครับ ตอนนี้ก็สามคนแล้ว รวมพวกคุณด้วยครับ”
สาวย้อมผมบลอนด์ที่เพิ่งหายใจได้ทั่วท้อง มองสำรวจปอนด์ตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความสงสัย ก่อนจะหันกลับไปสนใจประเด็นหลักทันที
“โอเคค่ะ สามคนแล้ว...ต้องรอให้คนครบก่อนสินะ” เก๋ไก๋พึมพำ ก่อนจะจ้องมองปอนด์ด้วยแววตาที่สับสนอย่างเห็นได้ชัด “แล้วตกลงเกมนี้มันเป็นเกมอะไรคะคุณ!?”
“เอ่อ…ผมเองก็ไม่มั่นใจครับ เดาว่ามันคงเกี่ยวกับพวกกุญแจล่ะมั้งครับ แบบพวกเกมปริศนาล่ะมั้งครับ”
เธอเดินเข้ามาใกล้ปอนด์มากขึ้นเล็กน้อยด้วยความกระวนกระวาย “คุณดูรู้เรื่องกว่าใครเลยนะคะ ฉันไม่รู้อะไรเลยตั้งแต่มาที่นี่! ฉันแค่... เห็นคนถูกระเบิดหัว แล้วก็กดเลือกเกมมั่วๆ ที่ดาวน้อยที่สุดตามๆ พวกเขาบอกมาเท่านั้นเองค่ะ”
“ใช่ครับ ผมก็ได้ยินคนพูดว่าต้องเลือกดาวน้อยสุด และมันก็มีแค่เกมนี้เกมเดียวครับ” หนุ่มแว่นพูดเสริม
ทันทีที่เก๋ไก๋พูดถึง ‘ระเบิดหัว’ ปอนด์รู้สึกถึงความเย็นวาบที่แล่นไปตามสันหลัง ภาพสยดสยองของการสังหารหมู่เมื่อครู่ผุดขึ้นมาในความทรงจำ ทำให้เขาสะอึกเล็กน้อยอย่างควบคุมไม่ได้ หนุ่มแว่นที่ยืนอยู่ข้างๆ สังเกตเห็นปฏิกิริยานั้นอย่างชัดเจน แต่เลือกที่จะเงียบ
ปอนด์ใช้เวลาวินาทีเดียวในการปรับสีหน้าให้กลับมานิ่งเรียบตามเดิม เขาเข้าใจดีว่าความหวาดกลัวของผู้หญิงคนนี้ มันสะท้อนถึงข้อมูลที่ขาดหายไปของทุกคน
“เอาจริงผมก็ไม่รู้เหมือนพวกคุณแหละครับ…” ปอนด์ยอมรับอย่างตรงไปตรงมา “แต่ที่พวกคุณทำถูกแล้วครับ คือการเลือกเกมที่ดาวน้อยที่สุด”
เขาชี้ไปที่มือถือของตนเองที่ยังคงแสดงหน้าจอเกม “เกมนี้มีแค่สามดาว ซึ่งตามตรรกะของการแข่งขันทุกชนิด มันหมายถึงความยากง่ายที่สุดครับ”
หนุ่มแว่นพยักหน้าเล็กน้อยอย่างเห็นด้วยกับตรรกะของปอนด์ แต่สาวย้อมผมบลอนด์กลับแสดงสีหน้าผิดหวังอย่างเห็นได้ชัด
“ไม่รู้เหมือนกันสินะคะ” เธอบ่นอุบอิบ “แล้วเราจะทำยังไงดีคะ จะได้เล่นเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ แถมเหลือคนอีกตั้งสองคนด้วย”
ปอนด์มองเธอที่บ่นด้วยความหงุดหงิด เขารู้สึกว่าผู้หญิงคนนี้แม้จะตื่นตระหนก แต่ก็อาจจะเป็นแหล่งข้อมูลที่ดีเพราะเธอพูดตรงไปตรงมา
ปอนด์ถามอย่างใจเย็น “นอกจากเพราะมันดาวน้อยที่สุดแล้ว... พวกคุณไม่คิดว่าชื่อมันแปลกเกินไปเหรอครับ?”
“คะ?” เธอย่นคิ้ว ส่วนหนุ่มแว่นก็ยืนนิ่งตั้งใจฟัง
ในใจของปอนด์เขามั่นใจอยู่แล้วว่าทั้งสองคนก็เลือกตามหลักการเดียวกับเขา แต่เขาต้องการการยืนยำคำตอบในหัว
“ตอนเลือกเกม เมนูเกมของคุณเหมือนกับของผมไหมครับ?” ปอนด์ถามต่อทันทีโดยเน้นคำว่า ‘เมนูเกม’
เธอถอนหายใจเฮือกใหญ่ “เมนูเกมเหรอคะ? ไม่แน่ใจค่ะ ของฉันมีแต่เกมบ้าๆ ที่ชื่อเหมือนจะให้ไปแข่งกีฬาแล้วก็ตายเอาดาบหน้ายังไงอย่างนั้น”
เธอพยายามนึก “ฉันจำได้ว่ามี ‘สควอชคูนสิบ’ ห้าดาว ‘ทริปเปิลดอดจ์บอล’ เจ็ดดาว... แล้วก็มีเกมชื่อประหลาดๆ อย่าง 'เก้าคูณร้อย' แปดดาว ฉันก็เลยเลือกหนึ่งมาสเตอร์คีย์ สามดาวที่ดูมีดาวต่ำสุดค่ะ”
ปอนด์หันไปมองหนุ่ม ซึ่งกำลังจ้องมองปอนด์ด้วยสายตาที่ดูประเมินระมัดระวัง เขาตอบด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและเป็นระบบมากกว่า
“เมนูเกมของผม... มีแต่เกมที่ระดับดาวสูงกว่าห้าดาวขึ้นไปเกือบทุกเกมเลยครับ ยกเว้นเกมนี้ครับ”
เขาหยุดและสูดหายใจอย่างหนัก “เกมที่ผมเห็นในเมนู ระดับต่ำสุดก็เกมนี้แหละครับ ชื่อมันก็ดูน่ากลัวไปหมดเลย อย่าง… ‘ถ้ำหลอนวิญญาณโศก’ หกดาว และ ‘สนามกลเบื้องล่าง’ เจ็ดดาว ดังนั้นหนึ่งมาสเตอร์คีย์ ก็เป็นตัวเลือกที่น่าจะเซฟสุดครับ”
ปอนด์สังเกตเห็นถึงความแตกต่างที่น่าตกใจ
“นั่นหมายความว่า...” ปอนด์พึมพำกับตัวเองสรุปด้วยน้ำเสียงที่นิ่งเรียบ “แต่ละคนถูกสุ่มเกมไม่เหมือนกันสินะ และเมนูเกมของแต่ละคนก็มีช่วงความยากที่ต่างกันด้วย”
เขาหันไปมองสองคนนั้นอย่างครุ่นคิดอีกครั้ง บางทีเกมมาสเตอร์จะจัดกลุ่มผู้เล่นด้วยเหตุผลบางอย่าง อาจจะจัดตามความสามารถ หรือความประพฤติ ซึ่งเขาก็ยังไม่ชัวร์เรื่องคำตอบประเด็นนี้ แต่ความจริงที่ว่าพวกเขาถูกบังคับให้เล่นเกมสามดาว ซึ่งเป็นระดับความยากที่ต่ำที่สุดในเมนู
ในขณะที่ปอนด์กำลังวิเคราะห์ช่วงความยากของเกมที่แตกต่างกันของแต่ละคนอยู่นั้น ทั้งสามคนก็ต้องหยุดชะงักกับเสียงแจ้งเตือนที่ดังขึ้นอย่างพร้อมเพรียงกันอีกครั้ง
กริ๊ง! กริ๊ง!
ทั้งสามคนก้มหน้ามองมือถือในมือ ข้อความที่ปรากฏคราวนี้ไม่ได้เป็นเพียงการอัปเดตสถานะ แต่เป็นคำขาด
[ อีก 1 นาทีเกมจะเริ่ม ]
[ หากผู้เล่นยังไม่ครบ เกมจะเริ่มเท่าที่มีผู้เล่นเข้าร่วม ]
[ คำเตือน! หากผู้เล่นที่ไม่ยอมเข้าร่วมเกม จะต้องถูกกำจัด ]
ทั้งสามคนถึงกับกลืนน้ำลายอึกใหญ่ในลำคอ ปอนด์เงยหน้าขึ้นมองหนุ่มแว่นและสาวย้อมผมบลอนด์ทันที ใบหน้าของเขายังคงนิ่ง แต่แววตาเต็มไปด้วยความเครียด
“หนึ่งนาที...” หนุ่มแว่นพึมพำ น้ำเสียงของเขาสั่นเครือ “พวกเขาไม่รอจนกว่าจะครบห้าคน... และถ้าเราไม่เข้าเล่น... พวกเราจะถูกกำจัด”
สาวผมบลอนด์หน้าซีดเผือด เธอจ้องมองปอนด์ด้วยความตื่นตระหนก “ถ้าเกมมันเริ่มแค่สามคน มันต้องยากขึ้นแน่นอนเลย! หรืออาจจะเป็นไปไม่ได้เลยด้วยซ้ำ! พวกเราจะทำยังไงดี!?”
ปอนด์ขยับตัวออกจากรั้วบ้าน เขาเท้าแขนกับสะโพก พยายามตรึงความคิดให้เข้าที่อย่างรวดเร็ว
“เราไม่มีทางเลือกอื่นแล้วสิครับ” ปอนด์สรุปด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด “ถ้าถึงหนึ่งนาทีแล้วผู้เล่นไม่ครบ เราก็ต้องเข้าเล่นเท่าที่มี... แต่ถ้าเป็นไปได้ เราต้องรอก่อนครับ”
“ถ้าเกมเริ่มต้นด้วยผู้เล่นไม่ครบห้าคน กลไกของเกมอาจจะถูกปรับให้เข้ากับจำนวนคนก็ได้นะครับ” หนุ่มแว่นเสริมความเห็นในเชิงตรรกะ
“หรือไม่ก็ยากกว่าเดิม…” ปอนด์พึมพำกับตัวเองเสียงสั่นเครือหน่อยๆ
พวกเขาต่างจ้องมองไปที่ทางเข้าหมู่บ้านอย่างสิ้นหวัง อธิษฐานให้ผู้เล่นที่เหลืออีกสองคนมาถึงทันเวลา เพื่อจะได้ไม่ต้องแบกรับภาระกับการเคลียร์เกมที่ยากขึ้น
[ เหลือ 00:00:10 ]
[ เหลือ 00:00:05 ]
ในขณะที่ตัวเลขดิจิทัลบนหน้าจอมือถือของทั้งสามคนกำลังเข้าใกล้ศูนย์ ความสิ้นหวังกำลังเข้าครอบงำ ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าที่ดังกระทบพื้นอย่างบ้าคลั่งก็ดังสนั่นมาจากหัวมุมถนน สองร่างพุ่งตัวเข้าสู่บริเวณหน้าบ้าน
หนึ่งคือชายที่แต่งกายด้วยเสื้อเชิ้ตสีขาว ทับด้วยเสื้อกั๊กและหูกระต่ายสีดำและกางเกงสแล็กสีดำเหมือนบาร์เทนเดอร์ ร่างกายของเขาทรุดลงกับพื้นทันทีที่มาถึง มือทั้งสองข้างยันพื้นไว้เพื่อไม่ให้ล้มลง ใบหน้าเต็มไปด้วยเหงื่อชุ่มกกับสีหน้าของความหวาดกลัวอย่างถึงที่สุด อีกคนคือชายที่อยู่ในชุดเสื้อแขนสั้นลายสถาบันและกางเกงยีนส์ ผมยาวสลวยดำขลับของเขาเปียกเหงื่อจนแนบศีรษะ ทรุดตัวลงหอบหายใจอย่างหนักข้างป้ายสแตนดี้เช่นกัน
“นี่... นี่คือที่นั่นใช่ไหม!?” เขาหันไปถามหนุ่มนักศึกษาที่อยู่ข้างๆ ด้วยเสียงที่ขาดห้วง
หนุ่มนักศึกษายกมือขึ้นทาบอก พยายามควบคุมลมหายใจ “ใช่... ที่นี่แหละครับ... ป้ายนั่นบอกไงครับ...” เขาชี้ไปยังป้ายสแตนดี้
“ให้ตายสิ... เกือบไม่ทันแล้ว!”
“ถ้าช้าแค่นิดเดียว… หัวระเบิดแน่”
ในขณะที่ทั้งสองกำลังหอบอย่างหนักและพยายามสำรวจสภาพแวดล้อมที่น่าขนลุกนี้ สายตาของพวกเขาก็ปะทะเข้ากับคนอีกสามคนที่ยืนอยู่ก่อนหน้า
ปอนด์ และสามชิกผู้ร่วมชะตาอีกสองคนก่อนหน้ายืนเรียงกัน จ้องมองไปยังผู้มาใหม่ด้วยสายตาที่ผสมผสานระหว่าง ความโล่งใจที่ผู้เล่นครบกับความงุนงงปนตื่นตระหนกต่อสถานการณ์ที่กำลังจะเริ่มต้น
ชายบาร์เทนเดอร์ที่เริ่มหายใจเป็นจังหวะมากขึ้นจึงรีบลุกขึ้นยืน พยายามแสดงความสุภาพออกมา
“เอ่อ... พวกคุณครับ... มาถึงก่อนสินะครับ” เขาถามด้วยน้ำเสียงที่ยังคงมีความหวาดกลัวแฝงอยู่ “พวกคุณก็เลือกเกมนี้เพราะสามดาวเหมือนกันใช่ไหมครับ? พวกเรา... จำเป็นต้องทำอะไรอีกไหมครับก่อนเข้าเล่น? พวกคุณรู้พวกกฎ หรือประเภทของเกมนี้บ้างหรือเปล่า?”
หนุ่มนักศึกษาก็พยักหน้าเสริมด้วยความหวัง “ใช่ครับ! ใครก็ได้บอกหน่อยเถอะครับ ว่ามันเป็นเกมหาของใช่ไหมครับ หรือเกมไขปริศนากันครับ!?”
ปอนด์มองไปที่สองคนที่ยืนข้างเขา ก่อนที่หนุ่มแว่นจะตอบคำถามนั้นอย่างรวบรัด
“พวกเราก็ไม่รู้ครับ” เขาตอบ “เรารู้แค่ว่ามันเป็นเกมที่ความเสี่ยงน่าจะต่ำที่สุดที่เราจะเลือกได้ครับ”
ในจังหวะนั้นเอง ข้อความแจ้งเตือนสุดท้ายที่รุนแรงกว่าครั้งไหนๆ ก็ดังขึ้นพร้อมกันทั่วทั้งห้าคน
กริ๊ง! กริ๊ง! กริ๊ง!
[ ผู้เล่นเข้าร่วมแล้ว 5/5 ] ข้อความบนหน้าจอมือถือของทุกคนเปลี่ยนเป็นคำประกาศิตสุดท้ายที่สว่างวาบ
[ ยินดีต้อนรับสู่ "เกมหนึ่งมาสเตอร์คีย์" ]
[ กรุณาเข้าสู่พื้นที่เล่นเกมเพื่อรับคำแนะนำ ]
ประตูบ้านหรูทรงโมเดิร์นที่เคยเปิดแง้มไว้เล็กน้อย บัดนี้เลื่อนเปิดออกเองโดยสมบูรณ์ ราวกับมีกลไกคอยควบคุมอยู่เบื้องหลัง เผยให้เห็นโถงทางเข้าที่เป็นลานจอดรถเปล่าๆ กับตัวบ้านที่ใหญ่พอควร
ปอนด์สูดหายใจเข้าลึก เขาหยุดคิดถึงความตื่นตระหนกของเพื่อนร่วมทีมชั่วคราว แล้วตัดสินใจเป็นคนแรกที่จะก้าวเข้าไปเป็นคนแรก