อี้เฉินไต่ถามไปที่เมี่ยนจือด้วยความอยากรู้ บางทีนางอาจจะมีวิธีไปดินแดนเบื้องบนอยู่ก็เป็นได้ "เมี่ยนจือเจ้ารู้วิธีไปดินแดนเบื้องบนหรือไม่ หากเจ้ารู้อะไรช่วยบอกข้าหน่อย"
เมี่ยนจือที่อยู่ภายในทะเลความรู้ของอี้เฉิน เมื่อนางได้ยินเสียงของอี้เฉินส่งออกมากวนใจนาง มันก็ทำให้ตัวนางทำปากมุ่ยอย่างไม่พอใจ "ข้ารู้เจ้าอยากไปหาแม่นางคนนั้นไม่ต้องปิดบังข้า แต่ในยามนี้มีวิธีเดียวที่เจ้าจะไปยังดินแดนเบื้องบนได้ คือขับเคลื่อนค่ายกลเคลื่อนย้ายที่พวกต่างโลกใช้ลงมายังเบื้องล่าง ย้อนกลับไปยังดินแดนเบื้องบนอีกครั้ง ...แต่เจ้าก็น่าจะรู้ดี หากไม่ใช่ครึ่งก้าวเทพสวรรค์ เจ้าก็ไม่อาจ ขับเคลื่อนค่ายกลเคลื่อนย้ายนั้นได้ เจ้าเลิกหวังที่จะไปดินแดนเบื้องบนเสียเถอะ"
อี้เฉินที่ได้ยินคำพูดของเมี่ยนจือ มันก็ทำให้เขาหน้ามืดทะมึนก็จริงอย่างที่ เมี่ยนจือพูดมันแทบเป็นไปไม่ได้ที่จะขับเคลื่อนค่ายกลเคลื่อนย้ายของพวกต่างโลกได้หากไม่มีปราณพลังที่มากพอ คงต้องรอให้เขาอยู่ในขั้นพลังเทวะขั้นสุด แล้วกลืนไฟเทพเข้าไปอยู่ในขั้นครึ่งก้าวเทพสวรรค์เสียก่อน ตัวเขาถึงจะขับเคลื่อนค่ายกลเคลื่อนย้ายขึ้นไปยังดินแดนเบื้องบนได้ ส่วนประตูลับที่อยู่ภายใต้บ่อน้ำสำนักเซียนตัวเขาก็ไม่มั่นใจสักเท่าไหร่ ว่ามันใช่ทางลับไปยังดินแดนเบื้องบนหรือไม่
ก่อนที่อี้เฉินจะลบความกังวลทั้งหมดออกจากหัวสมอง มองออกไปในทิศทางเบื้องหน้าที่เขาคุ้นเคย ในยามนี้เขาได้บินทะยานมาอยู่หน้าหมู่บ้านที่เขาเติบโตอีกครั้ง มันอยู่ภายในอาณาจักรเพลิงทางเหนือสุด ติดกับป่าไร้สิ้นสุด
...หมู่บ้านเปลี่ยนไปมาก บ้านบางหลังถึงกับถูกสร้างขึ้นมาอย่างดี ไม่เหมือนยามก่อนอีกต่อไปที่ใช้เพียงก้อนหินสร้างมันขึ้นมา แม้แต่ยามเฝ้าหน้าหมู่บ้านยังมีมายืนประจำการอยู่ทุกทิศ แต่ก็ไม่ได้มากมายอะไร
อี้เฉินตัวเขาถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก ไม่คิดตัวเขาจะได้กลับมาเหยียบที่หมู่บ้านแห่งนี้อีกครั้ง ดวงตาแต่งแต้มไปด้วยความสุขอย่างไม่เคยเป็นมาก่อนในรอบหลายปี ก่อนเขาจะบินทะยานลงมายังพื้นดินเบื้องล่าง ตัวเขาอยากจะพูดคุยกับ ผู้เฒ่าหัวหน้าหมู่บ้านที่เก็บเขามาเลี้ยงในวันวาน ไม่รู้ในยามนี้ชายชราจะเป็นเช่นไรแล้วบ้าง
ทันใดที่อี้เฉินลงมาเหยียบยังพื้นดิน ชาวบ้านที่เฝ้ายามก็ถึงกับตกตะลึง ไม่คิดจะมีจอมยุทธมาเยือนยังที่ห่างไกลเช่นนี้ ชายหนุ่มวัยกลางคนคำนับมาที่เด็กหนุ่มด้วยความหวาดกลัว อย่างน้อยๆ คนผู้นี้ก็น่าจะอยู่ขั้นนภา ไม่เช่นนั้นเขาก็ไม่อาจบินได้
ก่อนชายหนุ่มวัยกลางคนจะเอ่ยปากถามมาที่ อี้เฉิน "ท่านต้องการสิ่งใดงั้นหรือที่หมู่บ้านของเรา ส่งเสบียงอาหารไปให้พวกท่านกันหมดแล้ว ท่านยังต้องการสิ่งใดอีกงั้นหรือ"
เมื่ออี้เฉินได้ยินเขาถึงกับหน้ามืดทะมึน ที่นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ก่อนเขาเตรียมที่จะเข้าไปภายในหมู่บ้านทันทีที่เขาก้าวเดินเข้าไปภายในหมู่บ้าน
อยู่ๆ เสียงๆหนึ่ง ก็ดังขึ้นมา "เจ้าหยุดเดียวนี้ หมู่บ้านของเราส่งมอบเสบียงอาหาร ให้พวกเจ้าไปหมดแล้ว เหลือเพียงเสบียงอาหารของชาวบ้านเท่านั้นที่หลงเหลืออยู่" ก่อนเด็กหนุ่มรุ่นราวคราวเดียวกับอี้เฉินจะก้าวเดินออกมา ตัวของเขาอ้วนกลมเป็นอย่างมาก ดวงตาเต็มไปด้วยความไม่จำยอม ปราณพลังที่แพร่กระจายออกมาจากกายา เหมือนจะอยู่ขั้นพลัง นภา ระดับต้น
เมื่อเสียงพูดคุยโวยวายดังขึ้นมา เหล่าชาวบ้านเองก็เริ่มมามุงดูความวุ่นวายที่เกิดขึ้น
เด็กหนุ่มตัวอ้วนกลมไม่รอช้าเมื่อเห็นอี้เฉินไม่มีท่าที คิดถอยออกจากหมู่บ้านแต่อย่างใด เขาง้างกำปั้นต่อยเข้าใส่อี้เฉินอย่างแรง
พร้อมกับตะโกนเตือนอี้เฉิน"เจ้าถอยออกจากหมู่บ้านของข้าเสียท่าไม่อยากเจ็บตัว"
อี้เฉินได้ยินเขาถึงกับส่ายหัว ก่อนยกมือรับหมัดของ เด็กหนุ่มตัวอ้วนกลมไว้อย่างง่ายดาย จนชาวบ้านหลายๆ คนที่มองดูการต่อสู้ถึงกับเบิกตากว้างอ้าปากค้าง กับภาพเบื้องหน้าที่เห็น ไม่คิดคนที่เก่งกาจที่สุดของหมู่บ้าน ก็ยังไม่อาจต่อกรกับเด็กหนุ่มผมขาวได้ แต่เหตุใดเด็กหนุ่มผมขาวคนนี้ถึงดูคุ้นหน้าคุ้นตาพวกเขาชอบกล
เด็กหนุ่มตัวอ้วนกลมพยายามที่จะดึงมือของเขาออก แต่ก็ถูกอี้เฉินบีบมือเขาไว้จนแน่น "เจ้าๆ ปล่อยมือของข้าเดียวนี้"
ก่อนน้ำเสียงหนึ่งจะเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงแหบพร่า "ข้าต้องขออภัย กับการเสียมารยาทในครั้งนี้ด้วย ที่คนของข้าคิดล่วงเกินท่าน"
แต่เมื่อ ผู้เฒ่าชราหัวหน้าหมู่บ้าน เห็นใบหน้าของเด็กหนุ่มผมขาว หางคิ้วมีบาดแผลไฟไหม้เล็กๆ มือที่ถือไม้เท้าของเขาก็สั่นไหวขึ้นมาในทันที ก่อนที่ไม้เท้าในมือของเขาจะหลุดร่วงลงกับพื้น พยายามก้าวเดินมาในทิศทางด้านหน้าของอี้เฉิน โดยไม่สนใจสิ่งใดอีกต่อไป ก่อนที่ร่างของชายชราจะเดินเซถอยหลัง จวนจะล้มลงกับพื้นดินเบื้องล่าง ทำให้คนในหมู่บ้านพากันตกใจ
"เกิดอะไรขึ้นเหตุใด ผู้เฒ่าชราหัวหน้าหมู่บ้าน ถึงปล่อยไม้เท้าออกจากมือ"
แต่ในทันใดที่อี้เฉินเห็นชายชรากำลังจะล้มลงกับพื้น ตัวเขาก็พุ่งหายออกไปอย่างฉับพลัน เข้าไปพยุงร่างของชายชราไว้ในอ้อมแขนในทันที
ชาวบ้านหลายๆ คนที่เห็นต่างพากันตกตะลึง แต่เมื่อพวกเขาเห็น ผู้เฒ่าชรายกมือลูบคลำใบหน้าของเด็กหนุ่มผมขาว มันก็ทำให้พวกเขาประหลาดใจ
เจ้าอ้วนกลม เปาเปา มองดูใบหน้าเด็กหนุ่มผมขาวชัดๆ อีกครั้ง ก่อนเขาจะเอ่ยพูดออกมาด้วยความตกใจ "เจ้าหัวขาว นี่เจ้าเองหรือ"
ทันทีที่อี้เฉิน พยุงร่างผู้เฒ่าชราขึ้นมายืนได้ เขาก็ยกยิ้มไปที่เปาเปา กลุ่มเพื่อนในหมู่บ้านของพวกเขามักเรียกชื่อตามลักษณะเด่นตามร่างกาย "เจ้าอ้วนกลม เจ้าจำข้าไม่ได้จริงหรือ"
"เจ้า เจ้า! ข้าก็ไม่คิดเหมือนกันว่าเจ้าจะกลับมาที่หมู่บ้านเล็กๆ แห่งนี้อีก"
"เจ้าอย่าพูดเช่นนั้นมันเป็นที่ ที่ข้าอยู่แล้วมีความสุขที่สุด ข้าจะลืมมันได้อย่างไร"
เมื่อชาวบ้านหลายๆ คนได้ยิน พวกเขาก็จดจำใบหน้าของเด็กหนุ่มผมขาวที่จากไปจากหมู่บ้านของพวกเขาเมื่อ6ปีก่อนได้ในทันที หลายๆ คนต่างพากันตะโกนโห่ร้อง จนรอบๆ หมู่บ้านเต็มไปด้วยข่าวคราวของอี้เฉิน
"อี้เฉินกลับมาแล้ว พวกเราคืนนี้ ได้มีงานเลี้ยงใหญ่แน่"
เด็กหญิงอายุราวๆ 12ปี เอ่ยพูดขึ้นมาด้วยความเสียดายเสบียงอาหาร"แต่เสบียงอาหารของพวกเราแทบไม่เหลือแล้วนะ ยังจะให้จัดงานเลี้ยงกันอีกหรือ"
ก่อนพ่อของเด็กน้อยจะเขกกำปั้นไปที่หัวของเด็กหญิง เบาๆ "เจ้าจะไปรู้อะไรเด็กหนุ่มผมขาวคนนั้นเมื่อในอดีต เคยช่วยหมู่บ้านรอดพ้นวิกฤติมาแล้วเมื่อตอนที่เขาอายุไม่ห่างจากเจ้ามากนัก ตำราที่พวกเจ้าได้เรียนรู้ก็เกิดจากเด็กหนุ่มคนนั้นเขียนมันขึ้นมา ตำราบางส่วนเขาก็ซื้อมาให้คนในหมู่บ้านได้ศึกษาจึงทำให้หมู่บ้านมีอยู่มีกินเช่นนี้"
เด็กหญิงทำปากมุ่ยอย่างไม่พอใจ "เขาดูธรรมดาเกินไปท่านพ่อ แม้แต่พี่เปาเปายังดู แข็งแกร่งกว่าเขาอีก"
ก่อนที่พ่อของนางจะเขกหัว ของนางไปอีกหนึ่งที "เจ้าจะไปรู้อะไร"
......เมื่อยามเย็นมาถึง ภายในหมู่บ้านก็เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะของเหล่าชาวบ้าน ที่มารวมตัวกัน พวกเขาต่างเฝ้ารอที่จะพูดคุยกับอี้เฉิน ในยามนี้พวกเขาเหมือนยกภูเขาออกจากอก เมื่อเห็นเด็กหนุ่มกลับมาที่หมู่บ้านอีกครั้ง ในวันพรุ่งนี้จะเป็นงานประจำปีของหมู่บ้าน ที่อาศัยแถบทางนี้ทั้งหมด มันก็คืองานล่าสัตว์ประจำปี
เมื่อหมู่บ้านใหญ่ๆ เขตตามชานเมือง มาเรียกเก็บส่วย รีดไถหมู่บ้านเล็กๆ ที่อยู่ห่างไกลเพื่อ นำเสบียงอาหารไปจ่ายภาษีให้กับอาณาจักรเพลิง จนพวกเขาต้องมารีดไถกับหมู่บ้านเล็กๆ เพื่อส่งมอบเสบียงอาหาร พวกเขาก็มักจัดงาน ล่าสัตว์ประจำปี ขึ้นในทุกๆ ปีเพื่อเป็นการตอบแทนหมู่บ้านเล็กๆ มักให้สมุนไพร ข้าวสารอาหารแห้งเป็นค่าตอบแทน
แต่หารู้ไม่ หมู่บ้านเล็กๆ ไม่มีทางได้อันดับต้นๆ เป็นแน่ มันก็เหมือนงานเลี้ยงของหมู่บ้านใหญ่ๆ ที่จัดขึ้นมาให้เหล่าลูกหลานของพวกเขา ล่าสัตว์ประจำปี เท่านั้น ยิ่งอยากได้อันดับหนึ่งก็ต้องล่าสังหารสัตว์อสูรระดับสูง อย่างน้อยๆ ก็ต้องอยู่ขั้นนภา
ว่ากันว่าในยามนี้ป่าไร้สิ้นสุดไม่ได้มีแค่สัตว์อสูรขั้น นภา หรือ ขั้นพลังวีรชน อีกต่อไป ข่าวลือเล่าว่ามีคนพบเจอสัตว์อสูร ระดับขั้นพลัง กษัตริย์ เลื่อนขั้นพลังอยู่ภายในป่าไร้สิ้นสุดอยู่ด้วย ในยามนี้ป่าไร้สิ้นสุดจึงอันตรายเป็นอย่างมาก ของล้ำค่าภายในป่าไร้สิ้นสุดเองก็มีมากมายกว่าแต่ก่อน เนื่องจากมันได้รับปราณพลังฟ้าดินที่หนาแน่น สมุนไพรต่างๆ จึงเติบโตขึ้นมาอย่างรวดเร็ว
แม้แต่จอมยุทธในดินแดน5อาณาจักร ก็ยังมีคนเลื่อนขั้นพลัง กษัตริย์ ในยามนี้ได้ ตั้งแต่ปราณพลังฟ้าดินภายในดินแดนแห่งนี้เปลี่ยนแปลงไปเมื่อ2เดือนก่อน ภายในดินแดน5อาณาจักร ก็เริ่มวุ่นวายขึ้นมา ราวกับจะมีสงครามย่อมๆ เกิดขึ้น
เหล่าชาวบ้านที่พูดคุยกัน พวกเขาก็เบาใจไปได้ระดับหนึ่ง เมื่อเห็นอี้เฉินกลับมายังหมู่บ้านในยามนี้ "อย่างน้อยๆ เจ้าเปาเปา ที่คุ้มครองหมู่บ้านในยามนี้ ก็จะมีอี้เฉินเป็นกำลังออกไปช่วยล่าสัตว์อีกแรง หากเจ้าเปาเปา ตายตก หมู่บ้านคง ไร้จอมยุทธผู้มีฝีมือเป็นแน่ คงได้โดนหมู่บ้านอื่นๆ กดขี่ข่มเหง"