เด็กเกรียนเซียนจอมยุทธ NC+

    บทที่ 41 – แผนการอันแยบยลของจอมกะล่อน

    “ไอ้...แก่...อ้วน เตรียมตูดไว้ให้ข้าเตะแล้วหรือยัง ?!!! …

     

    ““ฮ่า ฮา ฮ่า ฮา ....”

     

    เป็นเสียงขบขันของฝูงชน ที่ในตอนนี้กำลังยืนมุงดูเพื่อจะได้เป็นสักขีพยาน ของ การต่อสู้ประมือระหว่าง ขอทานน้อยขวัญใจสาวๆ กับ เฮียเปาไอ้แก่อ้วนหน้าเลือด

    รอบๆบริเวณแห่งนี้ มีประชากรรวมแล้วประมาณ 150-200 คน มันมากพอกับคอนเสิร์ตขนาดเล็กเลยก็ว่าได้

     

    *หืม ?!

     

    *คนมามุงดูเยอะเหมือนกันนะเนี้ย หึหึ !!!

     

    กันจิแสยะยิ้มที่มุมปาก ?! มันแสยะยิ้มทำไม ?!

     

    กันจิเห็นจำนวนคนที่มามุงดูการต่อสู้ในครั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็น พ่อค้า แม่ค้า เด็กน้อยอายุ 8-10 ปีที่อยู่ในสำนัก ชาวยุทธที่เดินซื้อของ หรือ ชาวบ้านที่มารอรับบุตรชาย บุตรสาว รวมกันน่าจะได้ประมาณเกือบ 200 กว่าคน

     

    *ได้เวลากอบโกยแล้ว หุหุ

     

    **มันคิดจะทำอะไรของมันกันแน่นะ ??

     

    กันจิมันใช้ความคิดและคงปิ้งไอเดีย อะไรสักอย่างที่น่าจะเป็นผลประโยชน์กับมัน โดยที่ความคิดของมันนั้นดังไปถึงเจ๊ซีโร่ที่กำลังนอนดูซีรีย์อยู่ในจิตวิญญาณของมัน ทำให้นางนั้นสงสัยใคร่รู้ว่า กันจิมันคิดจะกระทำสิ่งใดอยู่กันแน่ มันถึงได้คิดออกมา ว่า “ได้เวลากอบโกย” ยังมีถ้าทางหน้าตาที่เจ้าเล่ห์มิต่างกับหมาจิ้งจอกที่ดูแล้วไม่ค่อยน่าเชื่อถือแบบนั้นอีก

     

    “ไอ้...แก่...อ้วน…รอข้าสัก 5 นาที

     

    “…แล้วเจ้าจะได้เจอดีแน่ !!!

     

           กันจิหันหน้าไปกล่าวกับเฮียเปาให้รอมันอีกสักหน่อย

     

    ““เจ้ามีสิ่งใดจะสั่งเสีย...ก็รีบๆกระทำสะ !!!

     

    ““ขอทานน้อยอย่างเจ้ามิต้องเป็นห่วง....

     

    ““มีเรื่องนึงที่เฮียอย่างข้าจะช่วยเจ้าเอง....

     

    ““ซู้ด....ฮิ ฮิ...

     

    เฮียเปาที่ยืนหันหลัง หลับตา พร้อมกับเอามือไขว่หลัง ซึ่งกำลังรอมันอยู่ในตอนนี้ นั้นก็กล่าวคำพูดเท่ๆ ไม่ดูโหวงเฮงของใบหน้าตัวเองเลยสักกะนิด และ ยิ่งน่าสงสัย ว่าที่มันกล่าวนั้นเกี่ยวกับเรื่องอะไร แต่ที่แน่แน่ คงมิใช่เรื่องดีเป็นแน่ เพราะขณะมันกล่าวเสร็จยังแสยะยิ้ม แถมถ้าสังเกตดีดีจะเห็นน้ำลายที่ไหลลงมาอยู่ที่มุมปากของมันบวกกับสายตาหื่นหื่นเปรียบเสมือนโรคจิตของมันอีก

    (เองคิดอะไรอยู่ ไอ้เฮีย ???)

     

    *มันคิดอะไรของมันอยู่วะ ?!

     

    *คงมิใช่เรื่องดีแน่แน่ แต่ตอนนี้ช่างมันก่อนแล้วกัน

     

    พรึบ....พรึบ

     

           กันจิหันไปรอบรอบบริเวณหันมองซ้ายทีนึง ขวาทีนึง เมื่อมันเห็นว่ามีคนมามุงดูการต่อสู้ในครานี้เพิ่มขึ้นกว่าตอนแรก ที่มีประมาณ 200 คน ส่วนในตอนนี้นั้น เกือบจะ 300 คนไปแล้ว

          

    คงได้เวลาแล้วสินะ...

          

    มันหันหน้าไปหาท่านยายซุน ทำให้ตาของทั้งสองคนนั้น สบกันพอดี ทำให้ยายซุนที่กำลังนั่งมองมันด้วยสายตาราวกับจะกินมัน หรือ มองมันเหมือนเหยื่อที่กำลังจะโดนขย่ำ นั้นสะดุ้งตกใจ แล้วรีบเปลี่ยนวิถีการมองใหม่โดยที่แกนั้นมองไปรอบๆบริเวณแทนที่จะจ้องมัน ส่วนกันจิผู้ไม่รู้เรื่องราวอะไรนั้น ก็มิได้คิดสิ่งใดมากเกี่ยวกับการจ้องของยายซุน อันที่จริงมันไม่รู้ตัวเลยด้วยซ้ำ เพราะตอนนี้ภายในหัวของมันคิด แต่เรื่องแผนการใหญ่ที่มันกำลังจะดำเนินการ และสร้างขึ้นมา

     

    “ท่านยายซุนขอรับ…

     

    “ท่านยายซุนขอรับ...

     

    “ยายซุนนนนนนน....

     

    ...พรึบ...พรึบ

     

           เพื่อจะได้บอกแผนการที่มันร่างเสร็จแล้ว และมิอยากให้ใครนั้นรับรู้ กันจิจึงได้กระซิบเรียกท่านยายซุน ไป 2 ครา แต่เหมือนยายแกจะมิค่อยได้ยิน หรือ อาจจะหูไม่ดีตามสภาวะปกติของคนแก่ คนชรา ทำให้ในครั้งสุดท้าย กันจิตัดสินใจกล่าวเรียกท่านยายซุนให้ดังขึ้นมาสักนิดหน่อย และ เสียงที่ดังของมัน เป็นตัวการดึงดูดความสนใจของประชากรที่มุงดูอยู่รอบรอบ ให้หันมาที่มันเต็มเต็ม แบบพร้อมเพียงกันอย่างยิ่งยวด รวมทั้งท่านยายซุนที่หันมาตามประชากรที่มุงดูอยู่รอบรอบเช่นเดียวกัน

     

    ““หะ!!! มีอะไรรึพ่อหนุ่ม ?!

     

    *....คนแก่หูตึงสินะ….เฮ้อออออ!!!

     

    ““หะ!!! มีอะไรรึพ่อหนุ่ม ?!

     

           กันจิรีบก้าวเดินเข้าไปใกล้ๆท่านยาย เพื่อจะได้บอกเกี่ยวกับแผนการของมัน

     

    ““เจ้าหนุ่มนี้เจ้ามั่นใจนะ ?!!! เจ้าแก่อ้วนถึงมันจะเหมือนขยะ แต่มันก็มีพลังระดับเริ่มต้นขั้นที่ 1 เชียวนะ

     

    ““แม้ว่ายายจะไม่รู้ว่าเจ้าสามารถทะลวงขั้นลมปราณได้ยังไง ?

     

    ““และถึงแม้เจ้าจะทะลวงลมปราณขึ้นมาถึงระดับพื้นฐาน ขั้นที่ 5 ได้แล้ว

     

    ““แต่ ระหว่างระดับทั้งสองนี้มันมีพลังที่แตกต่างกัน เหมือน มด กับ ช้าง เจ้าเข้าใจที่ยายกล่าวใช่ไหม ?

     

    ““มันมิใช่เรื่องล้อเล่นเลยนะ ?! และ เจ้าก็อาจจะตายได้นะ

           O[]O (โคตรตกใจเลยอันนี้ ปากอ้าเต็มที่ว่ะเฮ้ย)

     

    กันจิมันไปกล่าวคำพูดอะไร กับ ท่านยายซุน ?! แต่ดูเหมือนมันจะเป็นเรื่องที่หน้าตกใจมาก สำหรับแก

     

    “ท่านยายมิต้องเป็นห่วงนะขอรับ

     

    “ข้ามั่นใจ 25-30% เลยนะขอรับ ว่าจะล้มมันได้

     

    กันจิตั้งใจกล่าวคำพูดเรื่องความมั่นใจที่จะล้มเจ้าแก่อ้วนนั้นให้ดังกังวานไปทั่ว เพื่อ ดึงดูดความสนใจของประชาชนคนไทยมุงให้หันมาสนใจมัน แต่มันทำแบบนั้นทำไม ?!

     

    ““พ่อหนุ่มน้อยเจ้านี้เป็นกล้าหาญดี...แต่มิค่อยประเมินตัวเองเลย

     

    ““ถึงแม้ข้าจะเสียดา...

     

    ““เออ...ในเมื่อเจ้าหนุ่มน้อยอย่างเจ้ากล้าที่จะบ้าระห่ำกับแผนการที่เจ้าว่ามาแบบนี้...

     

           ท่านยายใช้เวลาหลับตาไป 5 วินาที ไม่รู้ว่าแกคิดคำนึงอะไร แกลืมตาที่เหี่ยวย่นของแกขึ้นช้าช้า ถอนให้ใจเบาเบา 1 ครั้ง แล้วกล่าวกับกันจิ 1 ประโยค ด้วยเสียงที่ดังยิ่งกว่ากังวานมากกว่า เสียงของกันจิที่กล่าวว่ามันมั่นใจว่าจะล้มเจ้าแก่อ้วนนั้นได้อีก

     

    ““เฮ้อ...ก็ได้พ่อหนุ่ม ยายซุนคนนี้จะบ้าระห่ำ ไปกับเจ้าเอง

     

    พรึบ...พรึบ...พรึบ...พรึบ

     

    ครืด...ครืด…

     

    เสียงของการที่มีคนนั้นหันหัวพร้อมพร้อมกัน กล่าวถึงพ่อค้า แม่ค้า ชาวยุทธ ชาวบ้าน เด็กน้อย ทุกผู้คน หันมาสนใจมันกับยายซุนทั้งหมดในระแวกนี้ หลังจากนั้นท่านยายซุนผู้แก่ชราหลังค่อม ก็ก้าวเดินลากขามาข้างหน้าช้าช้า ทีละข้าง ทีละข้าง มันเป็นเหมือนเสียงสะกดวิญญาณให้ทุกผู้คนนั้นสดับสำเนียงไปพร้อมพร้อมกัน เพราะ ณ ที่แห่งนี้ ณ ตอนนี้ และในขณะนี้มันเงียบสงัดเป็นอย่างมาก

     

    ““สวัสดี ยามบ่าย พี่น้องชาวยุทธ

     

    ““ยายแก่อย่างข้ามีนามว่า ยายซุน ...

     

    ““ข้านั้นเป็นแม่บ้าน และ เป็นคนดูแลตำหนักฝ่ายนอกมีหน้าที่ดูแลศิษย์รับใช้ ของหอหยางพิสุทธิ์

     

    ““นี้คือตราประจำตัวของข้า....พรึบ...พรึบ

     

           ยายซุนเดินไปรอบรอบ บริเวณแห่งนี้ กล่าวคำพูดออกมา พร้อมกับนำหยกผู้ดูแลหอฝ่ายนอกออกมาให้ชาวยุทธ ชาวบ้านทุกผู้คนนั้นได้ดู มันใช้เวลาไม่ถึง 10 วินาทีกระมั้งก่อนที่นางจะเก็บตรานั้นกลับเข้าไปในชุดของนางอย่างรวดเร็ว

     

    ***...........เงียบ

    O[]O (โคตรตกใจเลยอันนี้ ปากอ้าเต็มที่ว่ะเฮ้ย)

     

    ““ดีมาก ในเมื่อข้านั้นได้มาอยู่ ณ ที่แห่งนี้ แล้ว ข้าจะร่วมเป็นสักขีพยานกับการต่อสู้ในครั้งนี้ให้เอง....

     

           กันจิรีบเดินเข้าหาท่านยายซุน ด้วยความตกใจยิ่งกว่าคนอื่นๆ และกระซิบพูดกับนางเบาเบา ด้วยความกังวล

     

    “..อ...เออ..ท่านยายขอรับ ท่านเป็นคนของหอหยางพิสุทธิ์รึขอรับ

     

    ““เจ้าหนุ่มไม่ต้องตกใจไป นี้ป้ายปลอม ข้าซื้อมันมาอีกที

     

    ““จะให้ดูน่าเชื่อถือ เพื่อดำเนินตามแผนการบ้าบ้าของเจ้านั้น มันต้องเล่นใหญ่สักหน่อย...

     

    *เชรด !!! แม่ง ยายแก่นี้ แซบเอาเรื่อง....

    o_o (ตกใจเล็ก ๆ พอรู้ทัน)

     

    ““ข้าจะร่วมเป็นสักขีพยานกับการต่อสู้ในครั้งนี้ พวกเราชาวยุทธนั้นมีบุญคุณต้องทดแทน มีความแค้นต้องชำระ พวกเจ้าเห็นด้วยกับยายแก่อย่างข้าไหม ?

     

    ***เห็นด้วยอย่างยิ่ง เห็นด้วยขอรับ เห็นด้วยอย่างสุดซึ้ง .... เห็นด้วยทุกคำกล่าว

     

           เมื่อเห็นว่าประชากรทุกผู้คนนั้น คล้อยตามที่นางกล่าว มันน่าจะเป็นเพราะความน่าเชื่อถือของตำแหน่งที่นางนั้นได้กล่าวอ้างมา และ แสดงตราประจำตัวให้พวกมันดู

     

    ““ดี !!! ในเมื่อพวกเจ้าทุกคนเห็นด้วยกับข้านั้น

     

    ““ยายแก่อัปลักษณ์อย่างข้าก็จะทดแทนบุญคุณของเจ้าหนุ่มนี้...

     

    ““ข้านั้นเป็นชาวยุทธมาจนจะลงโลงอยู่แล้ว ดังนั้นในครั้งนี้ข้าจะตอบแทนบุญคุณ โดย ที่ข้าจะทำตามคำสั่งเสียของมัน พวกเจ้าทุกคนก็รู้ในการประมือ ปะทะต่อสู้ หรือประลอง นั้น กระบี่ ดาบ กำปั้น ฝ่ามือ มันไม่มีตาหรอกนะ ยิ่งเจ้าหนุ่มนี้มันบอกกับข้าว่ามันก็ไม่มั่นใจว่าจะชนะหรือพ่ายแพ้ มันจึงขอร้องให้ยายแก่อัปลักษณ์อย่างข้านั้นเปิดโต๊ะเดิมพันขึ้น ณ ที่แห่งนี้ เพื่อที่อย่างน้อย เกิดมันตกตายไป คนข้างหลังมันก็จะได้มีเงินพอประทัง....

     

    ““อย่างที่พวกเจ้านั้นรู้ระดับพลังยุทธของ เจ้าอ้ว...เออของเฮียเปายอดยุทธอย่างมันนั้น มีระดับถึง เริ่มต้น ขั้นที่ 1

     

    ““ส่วนเจ้าหนุ่มน้อยนั้น ถึงแม้ว่ายายแก่อย่างข้าจะไม่รู้ว่ามันเลื่อนระดับพลังขึ้นมาได้ยังไง แต่ ที่ยายแก่อย่างข้านั้นเคยพบ เห็นจะมีเพียง 2 วิธี คือ 1.ใช้ยาเม็ดต้องห้าม หรือ 2.มันก็ใช้พลังชีวิตเพิ่มลมปราณชั่วคราว พวกเจ้าอาจจะไม่รู้ว่าทั้ง 2 วิธี เป็นของพวกลัท...

     

    ““เออ...ถึงมันจะจะพึ่งเลื่อนระดับขึ้นมาจากขั้นที่ 1 มาเป็นขั้นที่ 5 ของระดับพื้นฐาน ก็มิอาจก้าวข้ามระดับขั้นที่ ห่างกัน 5 ขั้นได้ และ ยิ่งระดับ พื้นฐานกับเริ่มต้นยิ่งไม่มีทางเป็นไปได้เลย พวกเจ้าเห็นด้วยกับข้าไหม ?

     

    ***เห็นด้วยขอรับ เห็นด้วยอย่างสุดซึ้ง เห็นด้วยอย่างยิ่ง .... เห็นด้วยทุกคำกล่าวของท่านผู้ดูแลขอรับ

     

           เมื่อเห็นว่าประชากรทุกผู้คนนั้น คล้อยตามที่นางกล่าวอีกครั้ง นางก็พยักหน้าด้วยความพอใจ เนื่องจากการปลอมตัวในครั้งนี้ของนางนั้นสนุกที่สุด เท่าที่นางเคยละเล่นมา ยิ่งเจ้าหนุ่มน้อยขอทานผู้นี้ มีสิ่งแปลกประหลาดและน่าสนใจเป็นอย่างมาก มากสะจนนางอยากจะเอามันมาเป็นลูกศิษย์สืบทอด เพื่อที่นางจะได้คอยสังเกตเฝ้า ดูว่า เจ้าหนุ่มนี้จะทำให้นางแปลกใจอะไรได้อีกบ้าง

     

    ““ดี !!! ในเมื่อพวกเจ้าทุกคนเห็นด้วยกับข้านั้น

     

    ““ข้าจะเปิดโต๊ะเดิมพันเป็นตายขึ้น ณ ที่แห่งนี้ !!!

     

    ““ด้วยอัตราเดิมพัน 1 : ....

     

           นางกล่าวเสร็จก็หันหน้าไปทางกันจิ และ ขยิบตาให้เป็นการส่งซิกให้มันเดินตามแผนต่อไป

     

    *อ็อค.....อัก !!!

          

           กันจิกระอักเลือดออกมา 1 ก้อนใหญ่ๆ และ ลงไปนั่งคุกเข่า 1 ข้าง ต่อหน้าประชากรไทมุงทุกผู้คน แล้วมันก็ตะโกนบอกท่านยายซุน ว่า ขณะนี้มันนั้น เหลือความมั่นใจอยู่ แค่ 10% เพียงแค่นั้น ทำให้ยายซุนต้องเปลี่ยนคำกล่าวใหม่

     

    ““ด้วยอัตราเดิมพัน 1 : ....

     

    *อ็อค.....อัก...อัก...ครืด !!!

     

    กันจิกระอักเลือดออกมา 2 ก้อนใหญ่ๆ และ ลงไปนอนหน้าซีดอยู่ที่พื้น และ มีน้ำลายฟูมปากออกมาเล็กน้อย ต่อหน้าประชากรไทมุงทุกผู้คน ครั้งนี้มันบอกท่านยายซุนด้วยเสียงอันแผ่วเบา ว่า มันนั้น เหลือความมั่นใจอยู่ เพียงแค่ 5% และอยากให้ยายซุนยกเลิกการเดิมพันครั้งนี้เพราะ มันคงไม่มีค่าให้เดิมพันในเรื่องที่ทุกทุกคนนั้นก็รู้อยู่แล้วว่า ฝ่ายใดจะชนะ !!!

     

    “““ พวกข้าไม่เห็นด้วยขอรับ ที่จะยกเลิกโต๊ะเดิมพันในครั้งนี้

     

    “““ ....ชาวยุทธอย่างเรานั้น เมื่อกล่าววาจาออกไปแล้ว จะไม่บิดเบือนคำพูดของตัวเองเด็ดขาด

     

    “““ ..ใช่ ใช่ ใช่ .... ห้ามยกเลิก

     

    “““การเดิมพันครั้งนี้ .... ห้ามยกเลิกเด็ดขาด ข้านายน้อยตระกูลกง กงหยุ่นฟง จะเดิมพันด้วย 1 ผลึกไฟนี้ ว่าเจ้าขอทานน้อยนี้มันแพ้แน่นอน

     

           แม้คำกล่าวของมันจะเบามากเหมือนเสียงของแมลงหวี่กระพือปีกก็ตาม แต่มีหรือที่จะรอดพ้นประชากรที่มีเยอะขึ้นเรื่อยเรื่อย และ กำลังตั้งใจฟังกันอยู่ ณ ที่แห่งนี้  สำคัญยิ่งคือพวกนี้มันมีหูตาเป็นสับปะรด ทำให้มีคำประท้วงมิให้ยกเลิกการเดิมพัน รวมถึง ผู้หนุนหลังของเจ้าแก่อ้วนเฮียเปาก็มาด้วย

     

    **วิ้ง...วิ้ง...

     

           เมื่อเห็นผลึกไฟ ตาของยายซุนนั้นเป็นประกายยิ่งกว่าแสงจากดวงดาวสะอีก

     

    *ตุบ...อัก...ครืด !!!

     

    *ครืด...ตุบ !!!

          

    กันจิพยายามดันตัวลุกขึ้น เพื่อจะได้ปรับลมปราณ ขณะที่มันพยายามจะลุกอยู่นั้น ก็กระอักเลือดสีดำออกมา 1 คำใหญ่ใหญ่ พร้อมกับล้มลงไปนอนที่พื้น ขณะมันก็พยายามที่จะลุกขึ้นยืนอีกครั้ง และ อีกครั้ง

     

    ““เจ้าหนุ่มมิต้องกังวล เมื่อยายแก่อย่างข้านั้นพูดไปแล้ว ข้าจะกระทำตามอย่างแน่นอน ตามคำสั่งเสียของเจ้า ที่อยากให้คนข้างหลังเจ้านั้นมีเงินพอประทังชีวิต...

     

    “อืม...ข้าจะเดิมพันข้างเฮียเปา และ ข้างเจ้าเองเจ้าหนุ่ม... จะเปิดโต๊ะเดิมพันเป็นตายขึ้น ณ ที่แห่งนี้ !!!

     

    ““ข้ายายแก่ซุน ในนามของ ผู้ดูแลตำหนักฝ่ายนอก หอหยางพิสุทธิ์ จะขอเปิดโต๊ะเดิมพันเป็นตายขึ้น ณ ที่แห่งนี้ !!!

     

    ““ด้วยอัตราเดิมพัน 2 : 5....

     

    *ตุบ...อัก...อัก...อัก!!!

     

           ท่านยายซุนยังกล่าวคำมิทันได้จบคำ เจ้าขอทานน้อยกันจิที่พยายามจะลุกได้มิทันจะถึง 3 ลมหายใจ มันกับล้มลงไปนอนหมดสติอยู่บนพื้นอีกครั้ง พร้อมกระอักเลือดแดงผสมดำออกมา 3 คำรบ

     

    กันจิมันเป็นอะไรกันแน่ ?! มันบาดเจ็บภายในจริงจริงงั้นหรือ ?! แล้วคำสั่งเสียของมันล่ะ ?! มันคือคำบอกลาสุดท้าย ?!