เล็กน้ำทอดสายตาเเสนเศร้าหมอง มองดูความสวยงามของสนามดวงดาวเหล่านั้นเป็นครั้งสุดท้าย เเววตาเหม่อลอยว่างเปล่ากำลังใคร่ครวญครุ่นคิด คงจะดีไม่ใช่น้อย หากสามารถได้รับโอกาสอีกหน ดวงวิญญาณไปเกิดใหม่ได้อีกครั้ง...
เเสงระยิบระยับเจิดจ้าสาดออกมาจากหมู่ดาว อาบกระทบใบหน้าอันเเข็งทื่อที่ซุกซ่อนรอยยิ้มแห้งเเล้งอยู่ด้านใน ความเจ็บช้ำ ไม่ยินยอมต่อโชคชะตาที่โหดร้ายได้กลับมาซ้ำรอยเดิม ความเศร้าหมองปะทุลุกโชนขึ้นมาราวกับเปลวไฟกองใหญ่ เเต่มันก็ถูกทำให้มอดดับลงได้อย่างรวดเร็ว อาจเป็นเพราะเล็กน้ำเคยมีประสบการณ์มาก่อน ความเจ็บปวดในครั้งนี้จึงเบาบางดั่งถูกลืมเลือน
' จบซะที คราวนี้คงผักผ่อนได้เเล้ว ' ถึงเเม้จะรู้สึกนิ่งสงบอย่างน่าประหลาด เยือกเย็นจนน่าขนลุก เเต่สายน้ำที่ไม่มีวันหวนกลับ ยังคงไม่หยุดไหลรินออกมาจากสองตาที่อุ่นร้อน ขณะที่ลูกไม้ประหลาดที่บรรจุจิตวิญญาณของชายหนุ่ม ค่อยๆ จมลงไปทีละน้อยภายในปากของอสูรร้าย ในความเงียบสงัดที่เป็นดั่งตัวเเทนความตาย ความคับข้องใจทั้งหลายเหมือนได้ถูกชำระล้างจากกระเเสลมอันบางเบาที่พัดผ่านเข้ามา
สายลมอันอ่อนโยนมีที่มาจากดวงดาวห้าเเฉก ดูคล้ายผลึกเเก้วงดงาม มันลอยเด่นโดดเดี่ยว เคียงข้างกับขุนเขาสายรุ้งที่เชื่อมยาวต่อกัน ทั้งสองสอดประสานกันอย่างลึกซึ้ง สาดประกายเเกร่งกล้าไม่ครั่นคร้ามต่อสิ่งใด ดวงดาวหมุนอย่างช้าๆ ทำให้เกิดน้ำวนประกายเเสงอันเเวววาว ก่อตัวเป็นรัศมีเเสงเเสนสวยงาม
เเม้จะใกล้ลาลับเต็มที เเต่เล็กน้ำกลับไม่อาจละสายตาจากความงามที่เเปลกประหลาดนั้นได้ เขามองเห็นดาวดวงนั้นหมุนตัวเองเร็วขึ้น... เร็วขึ้น คล้ายกับใบพัดของเครื่องยนต์ เมื่อความเร็วได้มาถึงจุดๆ หนึ่ง ดาวผลึกเกิดการสั่นสะเทือนเล็กน้อย ราวกับอากาศรอบข้างถูกหลอมละลาย ไม่สามารถจะผนึกมันได้อีกต่อไป จนหลุดรอดจากการถูกกักขังได้สำเร็จ ความเร็วเเรงดีดตัวมันให้ลอยกระเด็นกลับไปด้านหลังอย่างรุนเเรง ทิ้งไว้เพียงภาพติดตาเป็นริ้วสายสีขาวกระจ่างไปตลอดทาง เล็กน้ำมองตามไปด้วยความประหลาดใจ ก่อนจะเห็นมันตีวงโค้งอันใกลโพ้น วกกลับมาพร้อมกับอัตราความเร็วเเรงที่เพิ่มมากกว่าเดิมหลายเท่า ทำให้เล็กน้ำถึงกับตื่นตะลึงเเละงงงัน เพราะสิ่งที่ตัวเขาได้พบเห็น มันไม่ใช่ดวงดาวอีกต่อไป เเต่มันคือกงจักรเงินอันเเวววาว อาวุธวิเศษของทวยเทพผู้พิชิตที่ใช้ลงทัณฑ์ปีศาจสัมภเวสีที่ดื้อรั้น
กงจักรวิเศษมีรูกลมตรงกลาง รอบข้างมีริ้วเป็นเเฉก ประหนึ่งใบมีดอันคมกริบ เปล่งประกายเย็นเยียบบาดตา บินกรีดกรายฉวัดเฉวียนท่ามกลางหมู่ดาว เมื่อมันหมุนวนกลางอากาศ อานุภาพเเห่งการทำลายล้างกระหายเลือดบังเกิดขึ้นในทันใด และเป็นอีกครั้งที่ดวงตาของเขาต้องเบิกค้างจนทั่วร่างสั่นสะท้าน ท่ามกลางลำเเสงระยิยระยับ ในพื้นอากาศเบิ้องหน้า กำปั้นสีดำมะเมื่อมเลือนลางปรากฏขึ้นมาจากความเปล่า ส่งผ่านความหนักเเน่นทรงพลัง เเข็งเเกร่งจนเล็กน้ำรู้สึกว่าดวงใจของเขากำลังโดนบีบรัด
เล็กน้ำจับจ้องดรรชนีจากกำปั้นดำมะเมื่อมถูกยกขึ้นช้าๆ ราวกับมันกำลังส่งภาษาร้องเรียกบางสิ่ง ทันใดนั้น กงจักรเงินที่วนเวียนอย่างไร้จุดหมาย ลอยมาหยุดนิ่งเหนือมัน เเต่เสี้ยวพริบตาต่อไป ดรรชนีลึกลับได้ทิ้งตัวชี้ไปด้านหน้าราวกับมีเล็กน้ำเป็นเป้าหมาย พร้อมกับประกายเเสงสีเงินอันเจิดจ้าคมกริบพุ่งทะยานมาดั่งพายุ!
ฉัวะ!!!
เสียงกรีดร้องอันโหยหวน คืนสติเล็กน้ำให้กลับมาเเจ่มชัดอีกครั้ง ในยามนี้ ร่างกายเเข็งทื่อราวกับเเผ่นศิลาจมอยู่ในบึงโคลน ดั่งได้รับอิสระคืนมา เเต่มันกำลังลอยละล่องหมุนคว้าง ดำดิ่งสู่เบื้องล่างอย่างรวดเร็วราวกับปักษาปีกหัก พร้อมกับศีรษะอาบโลหิตเเดงฉานของพญางูยักษ์ที่จำต้องแยกจากลำตัวไปตลอดกาล
" เสียใจหรือไม่ บุนดู... " น้ำเสียงเย็นชาสั่นไหว กล่าวถามขึ้นอย่างเเผ่วเบา เเต่มีเพียงความเงียบงันที่ส่งเสียงตอบกลับมา " ถึงยามนี้เราจะทำไม่สำเร็จ เเต่อีกไม่นานผู้อยู่เหนือโชคชะตาจะปรากฏกาย เมื่อถึงกาลนั้นจะเป็นยุคสมัยสุดท้ายของบรรดา ' เสาหลัก ' ที่ค้ำยันคำลวงของทุกสิ่ง จุดเริ่มต้นของจุดจบกำลังใกล้เข้ามาเเล้ว " อีกหนึ่งน้ำเสียงเย็นเยียบที่แฝงเร้นอยู่ท่ามกลางเมฆหมอกอันเป็นปริศนา ร้องก้องกังวานภายในจิตใจของชายหนุ่มตลอดมา ผู้ใดจะคาดคิดว่าต้นเสียงกลับอยู่ภายในปากยักษ์ของเจ้างูใหญ่!
ใบหน้าคมคายของมันช่างไร้สีเลือดราวกับกระดาษบาง ถูกครอบทับด้วยเส้นผมยาวสยายดกดำพาดผ่านจมูกโด่งเป็นสัน ไม่มีใครรู้ว่ามันไปปรากฏอยู่ภายในปากของพญาอสูรร้ายได้เช่นไร เเต่เมื่อดวงตาสีดำสนิทที่มีจุดเเสงสีเเดงดั่งโลหิตเรืองวาบมองจ้องมา เล็กน้ำรู้สึกเหมือนร่างกายของเขาเปลือยเปล่า ไม่สามารถหลบซ่อนสิ่งใดได้ เเม้เเต่ความความลับหรือความทรงจำอันเจ็บปวดก็เหมือนถูกดวงตาเข้มขลังคู่นั้นเปิดเเง้มพราย
" ข้าเห็นเจ้า... " น้ำเสียงอ่อนเเอของชายปริศนากล่าวขึ้น " ทั้งยังล่วงรู้ถึงความเจ็บปวดที่กัดกินอยู่ภายในใจที่เปราะบางดวงนั้น "
' คุณยังไม่ตาย? '
" ความตาย? " มุมปากบนใบหน้าซีดเซียวราวกับคนใกล้ตาย ม้วนขึ้นเล็กน้อย " คำตอบนี้เจ้าน่าจะรู้ดีที่สุด เเล้วเจ้าหล่ะ... เด็กน้อยทำไมเจ้าถึงยังไม่ตาย "
' ผม... ผม... มันเกิดอะไรขึ้น! อ๊าค!! ' ด้านในศีรษะของเล็กน้ำราวกับถูกฉีกกระชาก ใบหน้าของเขาบิดเบี้ยวอย่างเจ็บปวด ดั่งมีสิ่งลึกลับต้องการปิดกั้นความทรงจำสำคัญเอาไว้
" ความทรงจำอันเลือนรางของเจ้า เหมือนยังไม่ฟื้นกลับมาอย่างสมบูรณ์ เเต่มีความจริงหนึ่ง ที่ข้าสามารถบอกได้ พวกเราช่างเหมือนกันยิ่งนัก "
' เราเหมือนกัน? '
" พวกเราต่างถูกหักหลังเพราะความเชื่อใจ "
' อะไร? ใครหักหลังใคร? '
" เด็กน้อย ในหัวใจเจ้าเจ็บปวดหรือไม่ เเม้เเต่ในกระเเสโลหิตที่ไหลเวียนอยู่ในกาย เหตุใดข้าถึงสัมผัสได้เเต่ความเเค้น ความไม่ยินยอมให้ชะตามาเป็นผู้ตัดสิน ท้องนภา ปฐพี นรกหรือสวรรค์ ไม่สำคัญอีกต่อไปว่ามีจริงหรือไม่ เเต่ความดี ความชั่วร้าย ใครเป็นผู้กำหนด ใครกันที่มีสิทธิ์ได้บัญญัติกฎเกณฑ์เหล่านั้น อั่ก! " ใบหน้าขาวซีดพ่นเลือดออกมา ทำให้มันดูน่ากลัวมากขึ้น เเต่ไม่รู้เป็นเพราะเหตุใด นอกจากเล็กน้ำจะรู้สึกหวาดระเเวง ทั้งยังงุนงงสับสนในคำกล่าวเหล่านั้น เเต่เมื่อเขาเห็นชายผู้นั้นได้รับบาดเจ็บ ความรู้สึกรวดร้าวอันเเปลกประหลาดได้ก่อตัวขึ้น คล้ายว่าทั้งคู่เคยคุ้นชินกันมาอย่างยาวนาน
' ผมเองก็ไม่เข้าใจเรื่องราวที่เกิดขึ้น มันเกินกว่าที่ผมจะอธิบายได้ เเต่... ใช่ ผมโกรธเเค้น ผม... ผมอยากฆ่าพวกมันทั้งหมด ฆ่าทุกคนที่พรากทุกอย่างจากไป! '
" ความเเค้นให้กำเนิดได้เพียงสิ่งเดียวเท่านั้น " มันเพ่งมองเขาอย่างลึกล้ำ " เเต่เป็นสิ่งเดียวที่เเกร่งยิ่งกว่าสิ่งใด เเม้เเต่เพรชยังหลอมละลายเมื่อเผชิญหน้ากับมัน ว่าเเต่เจ้าพร้อมที่จะเป็นปีศาจกระหายเลือดหรือไม่ เตรียมพร้อมออกเดินทางสู่ถนนที่ราดรดด้วยโลหิตเเล้วหรือยัง เพราะต่อจากนี้ไป ทุกเส้นทางที่เจ้าก้าวผ่าน มันจะเต็มไปด้วยการพลัดพรากเเละฆ่าฟัน มีเเต่ความตายเท่านั้นที่จะอยู่เคียงข้างตัวเจ้าดั่งเงาพรายอันอับเเสง "
' ผมไม่เข้าใจ '
" เจ้ายังไม่จำเป็นต้องเข้าใจตอนนี้ เเต่จงจำเอาไว้... หากต้องการจะล้มไม้ใหญ่ นอกจากจะใช้วิธีขุดรากโค่นโคนของมันเเล้ว เจ้าต้องทำลายเเก่นเเท้ของมันด้วย เเต่ทั้งหมดขึ้นอยู่กับว่าเจ้าจะเลือกเส้นทางเช่นไร " ใบหน้าขาวซีดเริ่มเหี่ยวย่นหลอมละลายทีละน้อย ไม่หลงเหลือเค้าโครงความหล่อเหลาอีกต่อไป มีเพียงนัยน์ตาดำสนิทราวกับหลุมนรกคู่นั้น ที่ยังคงทอประกายเจิดจ้าท้าทายความมืดมิด " ข้าใกล้เดินทางมาถึงลมหายใจสุดท้ายเเล้ว มีบางสิ่งที่อยากให้เจ้ารับเอาไว้ มันอาจจะเป็นพรอันประเสริฐ หรือคำสาปที่ชั่วร้ายเกินพรรณนา เเต่เจ้าจงใช้มัน... เพื่อค้นหาความจริงเเท้ ท่ามกลางความจริงทั้งมวล "
' เดี๋ยว! เรื่องทั้งหมดนี้เป็นความฝันหรือความจริงกันเเน่ '
" จงอย่าได้ไว้ใจผู้ใด... อย่าไว้ใจผู้ใด... อย่าไว้ใจผู้ใด... "
เมื่อกระเเสเสียงของชายลึกลับจางหายไป ร่างกายเเข็งทื่อดั่งเเก้วเจียระไนของเล็กน้ำเต็มไปด้วยรอยปริร้าว ก่อนที่เศษผลึกเเวววาวเหล่านั้นจะเเตกกระจายเป็นชิ้นส่วนนับไม่ถ้วนปลิดปลิวไป ดูคล้ายกับมวลหมู่ภุมรากระพือปีกอันบอบบางที่วิจิตรตระการตา เล็กน้ำคืนกลับมาในร่างมนุษย์ที่เเท้จริงอีกครั้ง เเต่ตัวเขาในยามนี้ราวกับถูกจับโยนลงมาจากผาหินอันสูงชัน สู่หุบเหวดำมืดไร้ก้นบึ้งด้วยความเร็วสูงสุด
' ไม่!! '
" ชู่ววววว... ชู่ววววว... เงียบก่อน "
" นาย... " เล็กน้ำเบิกตากว้าง ประกายตาอันสับสนมองเพ่งไปยังชายหนุ่มเเปลกหน้าที่เอื้อมมือมาปิดปากของเขาเอาไว้อย่างมิดชิด...