ตอน 2 สายลมพัดโชยมา
ยามฟ้ามีแสงอรุณรำไร...
ณ เขตแดนสังคีต... เสียงขลุ่ยดังแววกังวาน...
ป๋ายเหริ่นสือนั่งสมาธิญาณอยู่ในวังสังคีต... ต้องตื่นจากญาณ
.... ป๋ายเหริ่นสือ.. เดินออกมาตามทาง.. ค่อยๆเดินตามหาเสียงบรรเลงนั้น.. ที่แววมากับสายลม....
หยุดชะงักลงที่หน้าต้นผกา์...
ชะเง้อมองที่ปลายยอดไม้... เป็เทพหนุ่มรูปงาม...
แต่เมื่อมองดูดีๆ... เทพหนุ่มรูปงามผู้นั้น... คือหลุนจิ้งิโอรสแห่ง์...
ทันใดนั้นเสียงขลุ่ยค่อยๆเงียบหายไป..
"ป๋ายเหริ่นสือ... ป๋ายเหริ่นสือ... "
หลุนจิ้งิเรียกชื่อของป๋ายเหริ่นสือสองครั้งก่อนจะเหาะเหินลงมาที่พื้นดินของเขตแดนสังคีตปรากฏตัวต่อหน้าป๋ายเหริ่นสือ...
หลุนจิ้งิไม่พูดให้มากความ... เสกฉินตัวโปรดลงบนโขดหิน... บรรเลงเพลงพญาหงส์คืนรัง...หลุนจิ้งิบรรเลงฉินอย่างมีความสุข บนใบหน้าอบอวลไปด้วยรอยยิ้มและความปลื้มปีติส่งสายตาให้ป๋ายเหริ่นสือเป็ครั้งคราว
ป๋ายเหริ่นสือเห็นหลุนจิ้งิบรรเลงเพลงที่ไพรเราะก่อนจะโค้งตัวคำนับ... แล้วพูดว่า
"เป็เกียรติของข้าที่จะร่ายรำบทเพลงของท่าน"
ป๋ายเหริ่นสือไม่รอช้า... ขยับร่างกายร่ายรำตามท่วงทำนองของเพลงฉิน...
เมื่อการบรรเลงเพลงจบลง...
หลุนจิ้งิลุกขึ้นยืน ปรบมือให้กับป๋ายเหริ่นสือ...
"งดงาม.. งดงามนัก"
"ป๋ายเหริ่นสือ.. เทพศิลปะแห่งแดนสังคีต..ช่างสมคำร่ำลือจริงๆ"
"ท่านจิ้งิกล่าวเกินไปแล้ว"
"มีผู้ใดเคยบอกหรือไม่.. ว่าเ้าเป็บุรุษเทพที่งดงามเหนือเทพเซียนทั้งปวงแม้กระทั่งเทพธิดา์ก็ไม่เทียบปานเ้า"
ป๋ายเหริ่นสือ.... ทำท่าทีเขิน....เอามือมาปิดปากหัวเราะออกมาเล็กน้อย..
"งั้น...ท่านจิ้งิเคยมีผู้ใดบอกท่านหรือไม่...ว่าท่านเองก็เป็บุรุษเทพที่น่าเกรงขาม รูปโฉมงดงามที่สุดในแดนเซียน"
จิังิหัวเราะ"ฮ่าๆ เ้าช่างรู้จักใช้คำเสียจริงๆเรียนรู้จากข้าได้เร็วนัก"
"ท่านจิ้งิกล่าว เช่นนี้ ข้านับว่าเกรงใจแล้ว"
จิ้งิเหลือบไปสังเกตเห็นว่า.. ป๋ายเหริ่นสือยังเสียบปิ่นที่ตนมอบให้ไว้บนหัว.. กับมวยผมที่ยุ่งเหยิง...
"ถ้าให้ข้าเดาว่า.. มวยผมที่ยุ่งเหยิงของเ้า..เป็ข้าที่ผูกให้เ้าใช่หรือไม่"
"ขออภัยท่านจิ้งิ.. ป๋ายเหริ่นสือผู้ต้อยต่ำได้รับเกียรติการรวบมวยผมจากท่าน..นับว่าโชคดีแล้ว...ข้ามิอาจกล้าที่จะสางมวยผมนี้ออก"
จิ้งิหัวเราะออกมา พูดด้วยความเอ็นดู...
"เ้านี่ช่างเป็เเทพเซียนที่ไร้เดียงสาที่สุดเท่าที่ข้าเคยพบ..."
จิ้งิใช้พลังเวทย์.. ดึงปิ่นหยกออก... มวยผมของป๋ายเหริ่นสือค่อยๆคลายตัวลง... ผมยาวสลวย ปลายผมตกลงที่บั้นเอวของป๋ายเหริ่นสือ..
"อ๊ะ. ... นี่ท่านจะทำอะไร"
"เ้าอยู่นิ่งๆเถอะ "
จิ้งิเสกหวีหยก 1 คันเดินเข้ามาที่ด้านหลังของป๋ายเหริ่นสือ...ค่อยๆสางผมให้ป๋ายเหริ่นสืออย่างเบามือ....
พร้อมกับพูดว่า...." ที่โถงวังเทียนจวินในงานเลี้ยงวันเกิด 2 แสนปี ของข้า...ต้องเสียมารยาทกับเ้าแล้ว"
"ดังนั้นคราวนี้ให้ข้าได้รวบมวยผมให้เ้าด้วยมือของข้าเองเถอะ"
ป๋ายเหริ่นสือ....ปล่อยให้จิ้งิรวบมวยผมให้จนเสร็จขั้นตอนสุดท้ายของเขาคือเสียบปิ่นหยกลงไปเช่นเดิม...
จิ้งิเสกกระจกบานใหญ่....
"ป๋ายเหริ่นสือ... เ้าลองมองดูสิดูดีไม่น้อยเลยทีเดียว...
"เวลาที่ข้าพบเห็นเ้าทีไรคราวก่อนเ้าปล่อยผมยาวสลาย... ครั้งนี้ผมของเ้าก็ยังอยู่ในสภาพยุ่งเหยิงเช่นนี้ช่างขัดหูขัดตาของข้ายิ่ง"
"ต่อไป ขืนข้ายังเห็นเ้าทำตัวเช่นนี้อีก...ข้าจะลงโทษเ้าซะ"
"ในนามโอร์ข้าขอสั่งให้เ้าปักปิ่นของข้าเอาไว้ตลอด...ผู้ที่จะผูกมวยผมของเ้าได้ย่อมเป็ข้าแต่เพียงผู้เดียว"
** ตามธรรมเนียมจีนโบราณ หากสามี พูดว่า จะผูกมวยผมให้ภรรยาเพียงผู้เดียวตลอดไป...นั่นหมายถึงว่า ข้าจะอยู่เคียงคู่กับเ้าไปจนแก่เฒ่า
"ท่านจะลงโทษข้าอย่างไร ท่านองค์รัชทายาท"
"ลงโทษโดยตัวข้าจะยินยอมรวบมวยผมให้เ้าตลอดชีวิตยังไงล่ะ ฮ๋าๆเ้าคงต้องอดทนกับท่าทีเช่นนี้ของข้าอีกนานแสนนาน"
"เหตุใด เ้าเรียกข้า ฟังดูช่างห่างเหินนัก....หวังว่าเ้าจะเรียกข้าว่าจิ้งิ"
หลุนจิ้งิครุ่นคิด...
ป๋ายเหริ่นสือ...หัวเราะออกมา "ดูท่าทีของท่านสิ....ทวยเทพใหญ่น้อยแห่งแดน์ มีผู้ใดบ้าง มิรู้ว่าท่านเป็เทพเซียนที่เ็า...น้อยคนนักที่ท่านจะยอมพูดคุยด้วยเช่นนี้ "
"ข้ารู้สึกพอใจไม่น้อยที่วันนี้ท่านหลุนจิ้งิมาร่วมบรรเลงเพลงที่นี่"
"ต่อไป...หากข้าได้ยินเทพเซียนองค์ใดกล่าว่าท่านเป็เทพที่เ็า... ข้าคงต้องขอคัดคาดเสียแล้ว"
"ในแดน์แห่งนี้ นอกจากท่านแม่ ท่านพ่อ ท่านอาจารย์และยังมีท่าน ที่ข้าอยากใกล้ชิด"
"ฮ่า ท่านจิ้งิ... ท่านกล่าวหนักเกินไปแล้ว...."
"ท่านจิ้งิ....ท่านมาถึงเขตแดนสังคีตของข้าความจริงแล้ว ท่านมีเหตุอันใด รีบบอกข้ามาเถิด ไม่ต้องอ้อมค้อมอีกแล้ว"
"เ้าฉลาดเกินกว่าที่ข้าคิดไว้มากนะ ป๋ายเหริ่นสือ....งั้นข้าเองก็ไม่ขออ้อมค้อม"
"ข้ามาที่นี่เพียงแค่อยากจะร่วมดื่มกับเ้าสักจอก...ที่โถงวังเทียนจวินในงานเลี้ยงวันเกิด2 แสนปี ของข้า ท่านแม่มอบเหล้าท้อเซียนหมื่นปีให้ท่านท่านรู้หรือไม่ว่า... นั่นเป็เหล้าที่หายากที่สุดในแดนเซียน"
"หวังว่าท่านจะนำมันออกมาร่วมดื่มกับข้าก่อนที่ข้าจะออกเดินทางไปหุบเขาโถ่วโตว"
"หุบเขาโถ่วโตวเป็ดินแดนที่เต็มไปด้วยอันตราย...สัตว์เทพในตำนานที่ดุร้ายไร้ผู้ควบคุม มักจะอาศัยอยู่ที่นั่น"
"ใช่แล้วข้าเป็ถึงผู้สืบทอดตำแหน่งประมุกแดน์แต่ข้า...ยังไม่มีสัตว์เทพประจำกาย...ไปคราวนี้ข้าหวังจะควบคุม อั่วหลัวเหอ"
สัตว์เทพในตำนาน(พญาหงส์หยก) ที่ใครๆต่างเล่าขานว่า ไม่ปรากฏตัวให้ใครเห็นเป็เวลานับ 5 แสนปี.... เป็สัตว์ที่บำเพ็ญตะบะสูง....ยากที่ผู้ใดจะควบคุมได้หากผู้นั้นมิได้มีตะบะพลังเวทย์ที่สูงกว่า