เมื่อทุกคนเปลี่ยนอาชีพ: สัตว์อัญเชิญของข้าล้วนเป็นขนาดยักษ์!

    เล่มที่ 2 บทที่ 39 โกรธจนตัวสั่น หล่อแล้วผิดตรงไหน?

            บนต้นไม้ใหญ่

            เมื่อได้ยินคำพูดของหัวหน้ากลุ่มไฮยีน่าซือถูอวี้ก็แสดงสีหน้าลังเลใจ เธออดไม่ได้ที่จะมองหวังเฉินอย่างอาลัยอาวรณ์ก่อนจะกัดฟันเตรียมก้าวไปข้างหน้า

            แต่พอเธอยกเท้าขึ้นหวังเฉินก็เอื้อมมือไปดึงหญิงสาวจอมซื่อบื้อคนนี้เอาไว้

            "เธอนี่สมองมีปัญหาหรือไง?"

            คำพูดของนักล่าค่าหัวน่ะถ้าเชื่อได้ ต้นเหล็กก็คงออกดอกได้แล้ว!

            หวังเฉินดึงซือถูอวี้ไปด้านหลังอย่างหงุดหงิดและหันไปมองหัวหน้ากลุ่มไฮยีน่าด้วยสายตาเย้ยหยัน

            “คิดจะใช้คำพูดมาหลอกล่อพวกเรา? ช่างเป็นกลอุบายที่โง่เง่า!”

            “อีกอย่าง...”

            พูดไปเขาก็เบะปากอย่างเหยียดหยาม

            “ต่อหน้าสุดยอดนักเรียนที่ได้คะแนนเต็มในวิชาการรับรู้คลื่นพลังเวทคิดจะใช้ทักษะร่างแยกเงาเนี่ยนะ?”

            “คิดว่าฉันตาบอดหรือไง?”

            เสียงหวังเฉินขาดคำดาบยาวในมือก็พลิกกลับแทงลงไปด้านซ้ายอย่างแรง

            ฉัวะ!

            ดาบยาวแทงทะลุลำต้นลึกเข้าไปหนึ่งฟุตร่างเงาที่ถูกแทงก็บิดเบี้ยวอย่างรุนแรง ก่อนจะสลายหายไปในพริบตา

            ร่างเงาที่ไม่มีพลังโจมตีและป้องกันใดๆถูกทำลายลงในทันที

            “นี่มัน...”

            เมื่อเห็นฉากนี้ลูกน้องคนที่สองของกลุ่มไฮยีน่าที่ใช้ทักษะร่างเงาเพื่อเตรียมโจมตีจากด้านหลังก็ถึงกับตะลึงจนสีหน้าเปลี่ยนสี

            เขาไม่เคยคิดเลยว่านักรบมือใหม่เลเวล21จะสามารถตรวจจับร่องรอยของร่างเงาได้

            บ้าไปแล้ว!

            นี่ไม่ใช่เรื่องตลกหรอกใช่ไหม?

            หลังจากที่เขาใช้ทักษะนี้แม้แต่หัวหน้ากลุ่มไฮยีน่าที่เลเวล 50 ก็ยังไม่สามารถระบุตำแหน่งของร่างเงาได้อย่างแม่นยำ

            “ช่างเป็นสายตาที่เฉียบคมอะไรเช่นนี้!”

            หัวหน้ากลุ่มไฮยีน่าก็ตกใจไม่แพ้กันดวงตาของเขามองหวังเฉินอย่างประหลาดใจ

            “ด้วยพรสวรรค์เช่นนี้ ถ้าต้องตายที่นี่ก็น่าเสียดายนะ ลองพิจารณาดูให้ดีหากนายฆ่าผู้หญิงคนนั้นซะ ฉันจะให้นายเข้าร่วมกลุ่มไฮยีน่าของเรา”

            “ถึงตอนนั้น นายอยากได้อะไรฉันก็จัดให้ได้หมด รวมถึงตัวฉันด้วย!”

            พูดไปร่างกายอันแข็งแกร่งราวกับหมีขั้วโลกของหัวหน้ากลุ่มไฮยีน่าก็สั่นสะท้านอย่างไม่อาจควบคุม

            ฉากนี้ทำให้หวังเฉินและซือถูอวี้รู้สึกเย็นสันหลังวาบ

            แม้แต่ลูกน้องอีกสามคนของกลุ่มไฮยีน่าก็ยังถอยห่างจากหัวหน้าของตนเองอย่างเงียบๆ

            ความชื่นชอบแบบนี้มัน...วิปริตเกินไปแล้ว!

            “หวัง... หวังเฉิน เขา... เขาคงจะ... ชอบ... นายใช่ไหม?”

            “นายจะ... ลองพิจารณาดู... หน่อยไหม?”

            ซือถูอวี้ซ่อนตัวอยู่หลังหวังเฉินถึงกับพูดติดอ่าง

            เมื่อได้ยินคำพูดของเธอหวังเฉินเกือบจะเซถลาล้มลง

            หล่อแล้วผิดตรงไหน?

            เขาโกรธจนตัวสั่นไปหมดแล้ว!

            “ยัยบ้านี่ เธออยากตายมากนักหรือไง?”

            เดิมที

            เมื่อซือถูอวี้เสนอตัวเป็นเหยื่อล่อตามคำพูดของหัวหน้ากลุ่มไฮยีน่า 

            ความรู้สึกดีๆที่หวังเฉินมีให้เธอก็เกือบจะพุ่งทะลุปรอท

            แต่ตอนนี้...

            ไม่เหลือแล้ว!

            อะไรคือคำว่า‘ชอบ’? อะไรคือคำว่า ‘ตกหลุมรักเธอ’?

            ถ้าพูดจาไม่รู้เรื่องก็หุบปากไปซะพูดตะกุกตะกักติดอ่างแบบนั้น มันชวนให้เข้าใจผิดได้นะ!

            หวังเฉินจ้องซือถูอวี้เขม็งแล้วคว้าบางอย่างในอ้อมแขนของเธอก่อนจะโยนปิงชิงตัวน้อยที่มีท่าทางกระตือรือร้นไปให้สี่คนในกลุ่มไฮยีน่า

            “ปิงชิงตัวน้อย จัดการพวกมันให้หมด!”

            “ไม่นะ!”

            เมื่อเห็นฉากนี้ซือถูอวี้ก็อุทานออกมาอย่างตกใจ

            “หวังเฉิน นายมันโหดร้ายเกินไปแล้ว! คิดจะส่งปิงชิงตัวน้อยไปตายงั้นเหรอ!”

            พูดไปซือถูอวี้ก็มองแผ่นหลังของปิงชิงตัวน้อยอย่างอาลัยอาวรณ์ก่อนจะกัดฟันคว้าแขนของหวังเฉินและเตรียมกระโดดลงจากต้นไม้

            “ไอ้คนใจร้าย! ไปเร็วเข้าอย่าเสียเวลาที่ปิงชิงตัวน้อยพยายามซื้อมาให้พวกเรา”

            แต่

            หวังเฉินยังคงยืนนิ่งราวกับต้นไม้ที่หยั่งรากลึกจ้องมองไปข้างหน้าตาไม่กะพริบ

            พลังเพียงน้อยนิดของซือถูอวี้ไม่แม้แต่จะทำให้เขาขยับ

            น่าโมโหนัก

            เธอไม่อยากจะสนใจพวกคนมีปัญหาทางจิตนี่แล้ว!

            “ไอ้บ้า!”

            เมื่อเห็นฉากนี้ซือถูอวี้ก็กระทืบเท้าด้วยความโกรธ

            ฝ่ายตรงข้าม

            เมื่อทั้งสี่คนในกลุ่มไฮยีน่าเห็นเงาสีน้ำเงินเข้มพุ่งออกมาจากหวังเฉินใบหน้าของพวกเขาก็ยิ่งเคร่งเครียด

            “ระวัง! ระวังม้วนคัมภีร์ทักษะ!”

            โดยเฉพาะหัวหน้ากลุ่มไฮยีน่าที่ตะโกนเตือนเพื่อนร่วมทีมเสียงดัง

            แต่เมื่อเสียงขาดคำเมื่อเงาสีน้ำเงินเข้มปรากฏตรงหน้าพวกเขาก็เห็นชัดเจนว่านั่นไม่ใช่ม้วนคัมภีร์ทักษะใดๆ

            แต่เป็นสิ่งมีชีวิตประหลาดที่ปกคลุมไปด้วยเกล็ดสีน้ำเงินเข้มทั้งตัวมีเขาเล็กๆ แหลมๆ บนศีรษะ กรงเล็บสี่ข้างที่สองข้างใหญ่สองข้างเล็ก และมีปีกเล็กๆช่วยให้ลอยอยู่ในอากาศได้

            ดูน่ารักน่าชังเป็นสัตว์ที่สาวๆ หลายคนต้องคลั่งไคล้

            “นี่มัน...?”

            “นี่มันสัตว์เลี้ยงไม่ใช่หรือไง?”

            เมื่อเห็นฉากนี้หัวหน้ากลุ่มไฮยีน่าก็โมโหสุดขีด เขาถูกสัตว์เลี้ยงตัวเล็กๆหลอกให้ตกใจกลัวงั้นหรือ?

            นี่มันความอัปยศอดสูอย่างที่สุด!

            “จับมันมา! วันนี้ฉันจะเอามาต้มกินเนื้อ!”

            หัวหน้ากลุ่มไฮยีน่าคำรามอย่างโกรธเกรี้ยวเขามองข้ามปิงชิงตัวน้อยอย่างสิ้นเชิง และเหวี่ยงดาบยาวเตรียมพุ่งไปข้างหน้าส่วนอีกสามคนก็เข้าโจมตีตามมาติดๆ

            “กี๊ซๆ!”

            ปิงชิงตัวน้อยกระพือปีกจ้องมองสี่คนที่พุ่งเข้ามาด้วยความตื่นเต้น และส่งเสียงร้องที่สดใส

            ข้าออกมานานขนาดนี้ในที่สุดก็เจอคู่ต่อสู้ที่พอจะเสียเวลาเล่นด้วยได้บ้างแล้ว!

            ปิงชิงตัวน้อยนึกตื่นเต้นอยู่ในใจพลันกระพือปีกบินตรงเข้าหาทั้งสี่คนในกลุ่มไฮยีน่าทันทีอย่างไม่ลังเล 

            เมื่อเห็นฉากนี้หัวหน้ากลุ่มไฮยีน่าที่ถือดาบยาวก็เผยรอยยิ้มที่น่าขนลุกออกมา

            “เจ้าตัวเล็กนี่ช่างภักดีเสียจริง!คงจะดีไม่น้อยถ้าได้ควักหัวใจออกมาย่างกิน!”

            พูดจบหัวหน้ากลุ่มไฮยีน่าก็เหวี่ยงดาบยาวหมายจะฟันสิ่งมีชีวิตตัวน้อยตรงหน้าให้ขาดสะบั้น

            แต่ในตอนนั้นเอง...

            รูม่านตาของหัวหน้ากลุ่มไฮยีน่าหดเล็กลงเท่าปลายเข็มราวกับเห็นสิ่งที่เหลือเชื่อที่สุดในโลก

            “โฮก!”

            เสียงร้องที่สดใสของปิงชิงตัวน้อยพลันกลายเป็นเสียงคำรามของมังกรอันทรงพลัง

            ทันใดนั้นร่างกายที่บอบบางของมันก็ขยายใหญ่ขึ้นอย่างรวดเร็วในพริบตาเดียวก็กลายเป็นสัตว์ประหลาดขนาดยักษ์ที่มีความยาวถึงห้าเมตร

            ครืนครืน ครืน!!

            ลมหนาวโหมกระหน่ำความชื้นในอากาศจับตัวเป็นเกล็ดน้ำแข็ง ป่าทึบทั้งป่าราวกับเข้าสู่ฤดูหนาวในพริบตา

            ในเวลาเดียวกันลูกน้องอีกสามคนของกลุ่มไฮยีน่ายังไม่ทันรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น จู่ๆก็มีลมกรรโชกแรงพัดเข้ามาด้านหน้า

            จากนั้นร่างกายของพวกเขาก็ถูกพลังที่ไม่อาจต้านทานได้ซัดกระเด็นถอยหลัง

            ปังปัง ปัง!!

            หลังจากทั้งสามคนกลิ้งลงสู่พื้นพวกเขาก็สำรอกเลือดออกมาพร้อมกันการโจมตีเมื่อครู่ทำให้พวกเขากระดูกซี่โครงหักไปหลายซี่

            แต่พวกเขาก็สมแล้วที่เป็นนักล่าค่าหัวชื่อฉาวโฉ่พวกเขากัดฟันทนความเจ็บปวดลุกขึ้นยืนและมองหาแหล่งที่มาของการโจมตีอย่างระมัดระวัง

            แต่ในวินาทีต่อมา...

            พวกเขาก็ต้องตกตะลึงจนดวงตาแทบจะหลุดออกมาจากเบ้า

            เบื้องหน้าของพวกเขามีสิ่งมีชีวิตราวกับหลุดออกมาจากตำนานกำลังลอยอยู่กลางอากาศ

            สิ่งมีชีวิตตนนี้ทั่วร่างปกคลุมไปด้วยเกล็ดสีน้ำเงินเข้มปีกสองข้างที่กระพือเบาๆ ก็พาเอาลมหนาวที่กัดกินกระดูกมาด้วย

            กรงเล็บอันน่าเกรงขามและเขาแหลมที่โค้งงอบนศีรษะขนาดใหญ่

            ลักษณะทั้งหมดนี้บ่งบอกว่าสิ่งที่ปรากฏตรงหน้าพวกเขาคือสัตว์ในตำนาน

            มังกรยักษ์!!

             

    คล้ายกับเรื่องเมื่อทุกคนเปลี่ยนอาชีพ: สัตว์อัญเชิญของข้าล้วนเป็นขนาดยักษ์! ที่คุณอ่าน