บนต้นไม้ใหญ่
เมื่อได้ยินคำพูดของหัวหน้ากลุ่มไฮยีน่าซือถูอวี้ก็แสดงสีหน้าลังเลใจ เธออดไม่ได้ที่จะมองหวังเฉินอย่างอาลัยอาวรณ์ก่อนจะกัดฟันเตรียมก้าวไปข้างหน้า
แต่พอเธอยกเท้าขึ้นหวังเฉินก็เอื้อมมือไปดึงหญิงสาวจอมซื่อบื้อคนนี้เอาไว้
"เธอนี่สมองมีปัญหาหรือไง?"
คำพูดของนักล่าค่าหัวน่ะถ้าเชื่อได้ ต้นเหล็กก็คงออกดอกได้แล้ว!
หวังเฉินดึงซือถูอวี้ไปด้านหลังอย่างหงุดหงิดและหันไปมองหัวหน้ากลุ่มไฮยีน่าด้วยสายตาเย้ยหยัน
“คิดจะใช้คำพูดมาหลอกล่อพวกเรา? ช่างเป็นกลอุบายที่โง่เง่า!”
“อีกอย่าง...”
พูดไปเขาก็เบะปากอย่างเหยียดหยาม
“ต่อหน้าสุดยอดนักเรียนที่ได้คะแนนเต็มในวิชาการรับรู้คลื่นพลังเวทคิดจะใช้ทักษะร่างแยกเงาเนี่ยนะ?”
“คิดว่าฉันตาบอดหรือไง?”
เสียงหวังเฉินขาดคำดาบยาวในมือก็พลิกกลับแทงลงไปด้านซ้ายอย่างแรง
ฉัวะ!
ดาบยาวแทงทะลุลำต้นลึกเข้าไปหนึ่งฟุตร่างเงาที่ถูกแทงก็บิดเบี้ยวอย่างรุนแรง ก่อนจะสลายหายไปในพริบตา
ร่างเงาที่ไม่มีพลังโจมตีและป้องกันใดๆถูกทำลายลงในทันที
“นี่มัน...”
เมื่อเห็นฉากนี้ลูกน้องคนที่สองของกลุ่มไฮยีน่าที่ใช้ทักษะร่างเงาเพื่อเตรียมโจมตีจากด้านหลังก็ถึงกับตะลึงจนสีหน้าเปลี่ยนสี
เขาไม่เคยคิดเลยว่านักรบมือใหม่เลเวล21จะสามารถตรวจจับร่องรอยของร่างเงาได้
บ้าไปแล้ว!
นี่ไม่ใช่เรื่องตลกหรอกใช่ไหม?
หลังจากที่เขาใช้ทักษะนี้แม้แต่หัวหน้ากลุ่มไฮยีน่าที่เลเวล 50 ก็ยังไม่สามารถระบุตำแหน่งของร่างเงาได้อย่างแม่นยำ
“ช่างเป็นสายตาที่เฉียบคมอะไรเช่นนี้!”
หัวหน้ากลุ่มไฮยีน่าก็ตกใจไม่แพ้กันดวงตาของเขามองหวังเฉินอย่างประหลาดใจ
“ด้วยพรสวรรค์เช่นนี้ ถ้าต้องตายที่นี่ก็น่าเสียดายนะ ลองพิจารณาดูให้ดีหากนายฆ่าผู้หญิงคนนั้นซะ ฉันจะให้นายเข้าร่วมกลุ่มไฮยีน่าของเรา”
“ถึงตอนนั้น นายอยากได้อะไรฉันก็จัดให้ได้หมด รวมถึงตัวฉันด้วย!”
พูดไปร่างกายอันแข็งแกร่งราวกับหมีขั้วโลกของหัวหน้ากลุ่มไฮยีน่าก็สั่นสะท้านอย่างไม่อาจควบคุม
ฉากนี้ทำให้หวังเฉินและซือถูอวี้รู้สึกเย็นสันหลังวาบ
แม้แต่ลูกน้องอีกสามคนของกลุ่มไฮยีน่าก็ยังถอยห่างจากหัวหน้าของตนเองอย่างเงียบๆ
ความชื่นชอบแบบนี้มัน...วิปริตเกินไปแล้ว!
“หวัง... หวังเฉิน เขา... เขาคงจะ... ชอบ... นายใช่ไหม?”
“นายจะ... ลองพิจารณาดู... หน่อยไหม?”
ซือถูอวี้ซ่อนตัวอยู่หลังหวังเฉินถึงกับพูดติดอ่าง
เมื่อได้ยินคำพูดของเธอหวังเฉินเกือบจะเซถลาล้มลง
หล่อแล้วผิดตรงไหน?
เขาโกรธจนตัวสั่นไปหมดแล้ว!
“ยัยบ้านี่ เธออยากตายมากนักหรือไง?”
เดิมที
เมื่อซือถูอวี้เสนอตัวเป็นเหยื่อล่อตามคำพูดของหัวหน้ากลุ่มไฮยีน่า
ความรู้สึกดีๆที่หวังเฉินมีให้เธอก็เกือบจะพุ่งทะลุปรอท
แต่ตอนนี้...
ไม่เหลือแล้ว!
อะไรคือคำว่า‘ชอบ’? อะไรคือคำว่า ‘ตกหลุมรักเธอ’?
ถ้าพูดจาไม่รู้เรื่องก็หุบปากไปซะพูดตะกุกตะกักติดอ่างแบบนั้น มันชวนให้เข้าใจผิดได้นะ!
หวังเฉินจ้องซือถูอวี้เขม็งแล้วคว้าบางอย่างในอ้อมแขนของเธอก่อนจะโยนปิงชิงตัวน้อยที่มีท่าทางกระตือรือร้นไปให้สี่คนในกลุ่มไฮยีน่า
“ปิงชิงตัวน้อย จัดการพวกมันให้หมด!”
“ไม่นะ!”
เมื่อเห็นฉากนี้ซือถูอวี้ก็อุทานออกมาอย่างตกใจ
“หวังเฉิน นายมันโหดร้ายเกินไปแล้ว! คิดจะส่งปิงชิงตัวน้อยไปตายงั้นเหรอ!”
พูดไปซือถูอวี้ก็มองแผ่นหลังของปิงชิงตัวน้อยอย่างอาลัยอาวรณ์ก่อนจะกัดฟันคว้าแขนของหวังเฉินและเตรียมกระโดดลงจากต้นไม้
“ไอ้คนใจร้าย! ไปเร็วเข้าอย่าเสียเวลาที่ปิงชิงตัวน้อยพยายามซื้อมาให้พวกเรา”
แต่
หวังเฉินยังคงยืนนิ่งราวกับต้นไม้ที่หยั่งรากลึกจ้องมองไปข้างหน้าตาไม่กะพริบ
พลังเพียงน้อยนิดของซือถูอวี้ไม่แม้แต่จะทำให้เขาขยับ
น่าโมโหนัก
เธอไม่อยากจะสนใจพวกคนมีปัญหาทางจิตนี่แล้ว!
“ไอ้บ้า!”
เมื่อเห็นฉากนี้ซือถูอวี้ก็กระทืบเท้าด้วยความโกรธ
ฝ่ายตรงข้าม
เมื่อทั้งสี่คนในกลุ่มไฮยีน่าเห็นเงาสีน้ำเงินเข้มพุ่งออกมาจากหวังเฉินใบหน้าของพวกเขาก็ยิ่งเคร่งเครียด
“ระวัง! ระวังม้วนคัมภีร์ทักษะ!”
โดยเฉพาะหัวหน้ากลุ่มไฮยีน่าที่ตะโกนเตือนเพื่อนร่วมทีมเสียงดัง
แต่เมื่อเสียงขาดคำเมื่อเงาสีน้ำเงินเข้มปรากฏตรงหน้าพวกเขาก็เห็นชัดเจนว่านั่นไม่ใช่ม้วนคัมภีร์ทักษะใดๆ
แต่เป็นสิ่งมีชีวิตประหลาดที่ปกคลุมไปด้วยเกล็ดสีน้ำเงินเข้มทั้งตัวมีเขาเล็กๆ แหลมๆ บนศีรษะ กรงเล็บสี่ข้างที่สองข้างใหญ่สองข้างเล็ก และมีปีกเล็กๆช่วยให้ลอยอยู่ในอากาศได้
ดูน่ารักน่าชังเป็นสัตว์ที่สาวๆ หลายคนต้องคลั่งไคล้
“นี่มัน...?”
“นี่มันสัตว์เลี้ยงไม่ใช่หรือไง?”
เมื่อเห็นฉากนี้หัวหน้ากลุ่มไฮยีน่าก็โมโหสุดขีด เขาถูกสัตว์เลี้ยงตัวเล็กๆหลอกให้ตกใจกลัวงั้นหรือ?
นี่มันความอัปยศอดสูอย่างที่สุด!
“จับมันมา! วันนี้ฉันจะเอามาต้มกินเนื้อ!”
หัวหน้ากลุ่มไฮยีน่าคำรามอย่างโกรธเกรี้ยวเขามองข้ามปิงชิงตัวน้อยอย่างสิ้นเชิง และเหวี่ยงดาบยาวเตรียมพุ่งไปข้างหน้าส่วนอีกสามคนก็เข้าโจมตีตามมาติดๆ
“กี๊ซๆ!”
ปิงชิงตัวน้อยกระพือปีกจ้องมองสี่คนที่พุ่งเข้ามาด้วยความตื่นเต้น และส่งเสียงร้องที่สดใส
ข้าออกมานานขนาดนี้ในที่สุดก็เจอคู่ต่อสู้ที่พอจะเสียเวลาเล่นด้วยได้บ้างแล้ว!
ปิงชิงตัวน้อยนึกตื่นเต้นอยู่ในใจพลันกระพือปีกบินตรงเข้าหาทั้งสี่คนในกลุ่มไฮยีน่าทันทีอย่างไม่ลังเล
เมื่อเห็นฉากนี้หัวหน้ากลุ่มไฮยีน่าที่ถือดาบยาวก็เผยรอยยิ้มที่น่าขนลุกออกมา
“เจ้าตัวเล็กนี่ช่างภักดีเสียจริง!คงจะดีไม่น้อยถ้าได้ควักหัวใจออกมาย่างกิน!”
พูดจบหัวหน้ากลุ่มไฮยีน่าก็เหวี่ยงดาบยาวหมายจะฟันสิ่งมีชีวิตตัวน้อยตรงหน้าให้ขาดสะบั้น
แต่ในตอนนั้นเอง...
รูม่านตาของหัวหน้ากลุ่มไฮยีน่าหดเล็กลงเท่าปลายเข็มราวกับเห็นสิ่งที่เหลือเชื่อที่สุดในโลก
“โฮก!”
เสียงร้องที่สดใสของปิงชิงตัวน้อยพลันกลายเป็นเสียงคำรามของมังกรอันทรงพลัง
ทันใดนั้นร่างกายที่บอบบางของมันก็ขยายใหญ่ขึ้นอย่างรวดเร็วในพริบตาเดียวก็กลายเป็นสัตว์ประหลาดขนาดยักษ์ที่มีความยาวถึงห้าเมตร
ครืนครืน ครืน!!
ลมหนาวโหมกระหน่ำความชื้นในอากาศจับตัวเป็นเกล็ดน้ำแข็ง ป่าทึบทั้งป่าราวกับเข้าสู่ฤดูหนาวในพริบตา
ในเวลาเดียวกันลูกน้องอีกสามคนของกลุ่มไฮยีน่ายังไม่ทันรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น จู่ๆก็มีลมกรรโชกแรงพัดเข้ามาด้านหน้า
จากนั้นร่างกายของพวกเขาก็ถูกพลังที่ไม่อาจต้านทานได้ซัดกระเด็นถอยหลัง
ปังปัง ปัง!!
หลังจากทั้งสามคนกลิ้งลงสู่พื้นพวกเขาก็สำรอกเลือดออกมาพร้อมกันการโจมตีเมื่อครู่ทำให้พวกเขากระดูกซี่โครงหักไปหลายซี่
แต่พวกเขาก็สมแล้วที่เป็นนักล่าค่าหัวชื่อฉาวโฉ่พวกเขากัดฟันทนความเจ็บปวดลุกขึ้นยืนและมองหาแหล่งที่มาของการโจมตีอย่างระมัดระวัง
แต่ในวินาทีต่อมา...
พวกเขาก็ต้องตกตะลึงจนดวงตาแทบจะหลุดออกมาจากเบ้า
เบื้องหน้าของพวกเขามีสิ่งมีชีวิตราวกับหลุดออกมาจากตำนานกำลังลอยอยู่กลางอากาศ
สิ่งมีชีวิตตนนี้ทั่วร่างปกคลุมไปด้วยเกล็ดสีน้ำเงินเข้มปีกสองข้างที่กระพือเบาๆ ก็พาเอาลมหนาวที่กัดกินกระดูกมาด้วย
กรงเล็บอันน่าเกรงขามและเขาแหลมที่โค้งงอบนศีรษะขนาดใหญ่
ลักษณะทั้งหมดนี้บ่งบอกว่าสิ่งที่ปรากฏตรงหน้าพวกเขาคือสัตว์ในตำนาน
มังกรยักษ์!!