ตอนที่ 48 ทุบตี
ลู่ซ่งไม่เคยโกรธหรือเสียหน้าขนาดนี้มาก่อนมันเป็นอัจฉริยะของสำนักอินทรีย์ฟ้าตั้งแต่เล็กได้รับการดูแลเอาใจใส่อย่างดีผู้คนรอบตัวต่างยกย่อง ให้ความรู้สึกว่ามันพิเศษกว่าผู้ใด
แต่ยามนี้มันกลับถูกตบหน้าจากคู่ต่อสู้ที่ขอบเขตพลังเท่ากัน นี่เป็นไปได้หรือ? มันเก่งกาจอัจฉริยะเพียงไหน ในขั้นเดียวกันไม่เคยมีใครรับมือมันได้เกิน10กระบวนท่าก็ต้องพ่ายไปทุกราย
แต่มันกลับถูกอีกฝ่ายตบหน้าง่ายๆ แล้วมันจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน?ลู่ซ่งโกรธอย่างถึงที่สุดมองดูเจียงหวู่เฉินที่ยืนอยู่ตรงหน้า
พวกศิษย์พี่ใหญ่นั้นตะลึง นี่หวู่เฉินกะจะทำอะไร?หรือว่าเห็นอีกฝ่ายเป็นคนสำนักอินทรีย์ฟ้าจึงคิดแก้แค้น?แต่ในขั้นเดียวกันสามารถรุกเข้าไปจู่โจมอีกฝ่ายอย่างง่ายดายต่อให้อีกฝ่ายอาจจะติดประมาทแต่ก็ถือว่าเป็นฝีมืออันประเสริฐนัก
เสี่ยวไป๋หัวเราะยินดี “เกอเกอ ตีได้ดียิ่ง!”
ลู่ไป๋และบรรดาศิษย์สำนักอินทรีย์ฟ้าสีหน้ามืดครึ้มมันรู้สึกเสียหน้าเป็นอย่างมากใคร่ขึ้นไปฉีกกระชากเจียงหวู่เฉินด้วยตัวเอง
ลู่ซ่งโกรธแค้นระเบิดกายาปรานแกร่งจนเกิดกระแสพลังสีฟ้ากระจายออก ปากตะโกน ”หาที่ตาย!”มันพุ่งเข้าหาหวู่เฉินที่ยืนตรงหน้า ฝ่ามือกางเป็นกงเล็บอินทรีย์จี้ไปที่เด็กหนุ่ม
เจียงหวู่เฉินตวัดฝ่ามือสกัดที่ข้อมือของอีกฝ่ายด้วยสภาวะเชื่องช้าและดูไร้พลังแต่แม่นยำถึงขีดสุด ทำให้การโจมตีของคู่ต่อสู้หยุดไว้ลู่ซ่งตวัดกรงเล็บซ้ายขวาพัวพัน ใช้ออกด้วย กระบวนท่า ‘กรงเล็บอินทรีย์คลั่ง’ อย่างดุดันหักโหม
เจียงหวู่เฉินกับไม่หยี่ระ ใช้มือเปล่าสกัดการโจมตีง่ายๆเหมือนผู้ใหญ่ซ้อมการต่อสู้กับเด็ก ในสภาวะที่อีกฝ่ายใช้กายาปรานจนสุดตัวแต่มันสามารถต้านรับได้อย่างง่ายดาย
ลู่ซ่งกัดฟัน ทำไมการโจมตีหักโหมของมันไม่สามารถกระทบถูกอีกฝ่ายได้แม้แต่คลาเดียวมองดูท่าทีสบายๆของอีกฝ่าย ยิ่งทำให้มันโกรธแค้นในขั้นเดียวกันมีคนสามารถรับมือมันได้อย่างง่ายดายขนาดนี้? หรือว่าอีกฝ่ายปิดบังการฝึกตนที่แท้ขอบเขตสูงกว่าตนเอง?
เสียสมาธิเพียงเล็กน้อยกระบวนท่ากรงเล็บอินทรีย์คลั่งของมันโดนทำลายเจียงหวู่เฉินถลาเข้าประชิดตัวมือขวาฟาดตบไปที่หน้าของลู่ซ่งด้วยความรุนแรงมากกว่าเดิม
เปรี้ยงงเสียงฉาดดังสนั่นกายาปรานที่ปกป้องใบหน้าของลู่ซ่งสั่นไหวจนเกิดรอยร้าวเล็กๆมันเซถอยหลังไปหลายก้าวจากแรงฟาดตบ ในใจแตกตื่นอย่างรุนแรง
นี่มันโดนอีกฝ่ายตบหน้าอีกครั้งทั้งที่อยู่ในสภาวะต่อสู้เต็มที่ก็ยังโดนอีกฝ่ายเล่นงานง่ายๆ นี่มันเรื่องบ้าอะไร
ผู้ชมรอบด้านต่างอึ้งงุนงง มองการประลองยุทธ์ของผู้ฝึกตนขอบเขตจุดสูงสุดของบำเพ็ญกายขั้นต้นอย่างเหลือเชื่อนี่มันกระบวนท่าอันใดทำไมร้ายกาจนัก แค่ตบง่ายๆก็สามารถทำลายกระบวนท่ากรงเล็บอินทรีย์คลั่ง ของสำนักอินทรีย์ฟ้าได้
ลู่ไป๋ที่ยืนด้านล่างเวทีตะโกนอย่างโกรธแค้น “ลู่ซ่งมัวทำบ้าอะไรอยู่ ฆ่ามันเลยสิโว้ย”ลู่ซ่งกัดฟันพุ่งโจมตีคู่ต่อสู้ตรงหน้าใช้ออกด้วยกรงเล็บอินทรีย์คลั่งอีกคลาแต่คราวนี้ทุ่มเทพลังฝีมือทั้งหมดโจมตีหนักหน่วงดุดัน
รอบกายเจียงหวู่เฉินทอประกายแสงสีเขียวเรือนลางฝ่ามือฟาดออกด้วยท่วงท่าฝ่ามือประทับไผ่กระบวนท่าที่1 ‘ฝ่ามือตอกไผ่’ ฝ่ามือแกร่งปะทะกับกงเล็บอินทรีย์คลั่งจนเกิดระเบิดเสียงดังมือซ้ายขวาของลู่ซ่งถูกฟาดจนกระเด็นเปิดช่องว่างกระบวนท่ากรงเล็บอินทรีย์คลั่งถูกทำลายด้วยกระบวนท่าเดียว
“แค่ฝ่ามือตอกไผ่ ร้ายกาจขนาดนั้นเลยงั้นหรือเป็นแค่ท่ามาตรฐานของเคล็ดวิชาฝ่ามือประทับไผ่เท่านั้นทำไมถึงดูทรงอนุภาพขนาดนี้แค่กระบวนท่าเดียวกับสามารถฟาดทำลายสภาวะของลู่ซ่งได้ง่ายๆ”
ซูเฟิงเอ่ยถามอย่างเหลือเชื่อ มันก็ฝึกเคล็ดวิชาฝ่ามือประทับไผ่เหมือนกันมันย่อมฝึกกระบวนท่าแรกฝ่ามือตอกไผ่จนสำเร็จแล้วแต่กลับไม่คิดว่าจะสามารถแสดงฝ่ามือออกได้เหมือนเจียงหวู่เฉิน
ศิษย์พี่ใหญ่พูดจาวิเคราะห์ “กระบวนท่าฝ่ามือตอกไผ่เหมือนกันแต่ถ้าใช้ออกด้วยบุคคลต่างกัน ผสมผสานเทคนิค ปฏิภาณไหวพริบล้วนสามารถแสดงผลออกมาได้ต่างกันบางทีแค่กระบวนท่าพื้นฐานง่ายๆถ้าใช้ออกอย่างเต็มประสิทธิภาพอาจสามารถล้มล้างกระบวนท่าระดับสูงได้”
เสี่ยวไป๋และศิษย์พี่หญิงยิ้มงามอย่างอารมณ์ดีจ้องมองเจียงหวู่เฉินบนเวทีด้วยดวงตาเป็นประกาย “หวู่เฉินเกอเกอ ยอดเยี่ยมที่สุด!”
ลู่ซ่งโดนแค่ฝ่ามือเดียวของหวู่เฉินจู่โจม จนท่วงท่าโหมดุดันของมันโดนทำลายสภาพจิตใจของมันดำดิ่งยิ่งขึ้นเจียงหวู่เฉินไม่รอช้าพุ่งเข้าไปฟาดตบไปที่หน้าของลู่ซ่งอย่างดุดัน
คราวนี้ไม่ใช่แค่ฝ่ามือเดียว กลับโดนเด็กหนุ่มรัวตบไปที่ใบหน้าอย่างต่อเนื่องเสียงฉาดฟาดฝ่ามือแกร่งปะทะเข้ากับกายาปรานจนดังเป็นเสียงฉาดดังถี่รัวลู่ซ่งโดนฝาดจนเดินถอยหลังไปหลายก้าว
เจียงหวู่เฉินเคลื่อนตัวติดตามฟาดตบหน้าของมันจนไม่มีเวลาตอบโต้อันใดผู้คนรอบเวทีอ้าปากค้างนี่มันการประลองอันใดทำไม ชั่งแปลกพิกลเด็กหนุ่มจากสำนักไผ่เขียวนี้กับใช้กระบวนท่าตบไปที่หน้าเด็กหนุ่มจากสำนักอินทรีย์ฟ้าอย่างหักโหม
ฝ่ามือที่ฟาดออกนั้นนับว่ารุนแรงอยู่ถ้าเป็นผู้มีฝีมือต่ำทรามกว่านี้บางทีสามารถถูกตบตีจนกระดูกกรามเคลื่อนร้าวได้ง่ายๆแต่ลู่ซ่งไม่ใช่ชนชั้นอ่อนแอ โจมตีไปมากมายไม่สามารถสร้างบาดแผลให้มันได้ขนาดนั้นถ้าใช้กระบวนท่าอื่นที่รุนแรงอาจจะสามารถกำชัยจบการต่อสู้ไปได้แต่แรกแล้ว
แล้วนี่จะตบตีหน้าเพื่ออะไร?หรือเป็นวิชาลับของสำนักไผ่เขียว ภายนอกดูไม่ได้ผลลัพธ์อันใดมากแต่พลังสอดประสานเข้าไปทำลายจากภายใน?
ลู่ซ่งถูกฟาดตบหน้ากระเด็นจนเสียหลักล้มไปนอนหมดท่ากองอยู่บนพื้นเจียงหวู่เฉินทำหน้าแปลกใจจริงจังกล่าวชมมันออกมา
“กระบวนท่าผิวหน้าเหล็ก ของสำนักอินทรีย์ฟ้าช่างด้านแข็งยิ่งนักข้าเจียงหวู่เฉินใช้ออกด้วยฝ่ามือตีสุนัขยังไม่อาจทำลาย สุดยอดวิชานี้ได้โดยง่ายเลื่อมใส เลื่อมใส”
ผู้คนรอบด้านฟังก็เผลอส่งเสียงหัวเราะออกมาภาพลู่ซ่งที่ลงไปกองอย่างหมดสภาพโดยถูกฝ่ามือของเด็กหนุ่มจากสำนักไผ่เขียวโหมตบใส่เรียกได้ว่าฝ่ามือตีสุนัขจริงๆ
สีหน้าของลู่ซ่งนั้นจมดิ่งบ้าคลั่งลุกขึ้นระเบิดพลังสุดขีดฟาดกรงเล็บอินทรีย์แกร่งจนเกิดแสงสีฟ้าแยงตา เสียงลมจากการที่กรงเล็บฉีกอากาศส่งเสียงแหลมเหมือนกับเสียงคำรามของนกอินทรีย์
“ข้าจะฆ่าเจ้า กรงเล็บอินทรีย์ฉีกฟ้า” ลู่ซ่งใช้ออกด้วยท่าไม้ตายก้นหีบเป็นกระบวนท่าที่คิดแสดงออกในงานประลองนี้ กะจะสร้างชื่อของมันให้โด่งดังเจียงหวู่เฉินไม่หยี่ระเฝ้ามองกรงเล็บพิฆาตของคู่ต่อสู้เข้าใกล้
มันฟาดออกด้วยเคล็ดวิชาประทับไผ่เข้าปะทะ ด้วยจังหว่ะ จุดปะทะการควบคุมพลังยอดเยี่ยมไร้ที่ติ ฟาดออกจนทำลายสภาวะกระบวนท่า’กรงเล็บอินทรีย์ฉีกฟ้า’ของลู่ซ่งเหมือนเป็นสิ่งง่ายๆ
‘ฝ่ามือตอกไผ่’
ฝ่ามือฟาดออกทำลายกระบวนท่ากรงเล็บอินทรีย์ของอีกฝั่งทะลุทะลวงตอกไปที่หน้าของลู่ซ่งจนกายาปรานแกร่งแตกสลายไปมันปลิวลอยละล่องกระเด็นตกเวทีดุจว่าวสายขาดกะแทรกพื้นอย่างรุนแรงคนถึงกับกระอักเลือดหมดสติไป
“คนสำนักอินทรีย์ฟ้าความจริงกลับไม่เท่าไหร่!”
ความเงียบครอบคลุมไปทั่วสนามประลองที่7 พิธีกรได้สติจึงประกาศผู้ชนะ”ผู้ชนะเจียงหวู่เฉิน จากสำนักไผ่เขียว!”
ผู้คนรอบด้านต่างเงียบเล็กน้อย ก่อนจะระเบิดเสียงโห่ร้องอย่างยินดีดังก้องเสี่ยวไป๋กระโดดเหมือนกระต่ายน้อยดีใจจนออกนอกหน้า ศิษย์พี่หญิงยิ้มงามที่มุมปากเล็กน้อยศิษย์พี่ใหญ่มองมันด้วยความสำนึกขอบคุณ
ศิษย์สำนักอินทรีย์ฟ้ารีบไปประคองลากร่างที่ไม่ได้สติของลู่ซ่งออกไปด้วยความอับอายลู่ไป๋หันมามองศิษย์สำนักไผ่เขียวด้วยความคับแค้นลู่ซ่งความจริงคิดว่าการประลองครั้งนี้จะเป็นเวทีแสดงฝีมือของมันให้เป็นที่ประจักษ์กลับกลายเป็นฝันร้ายชั่วชีวิตของมันไป