โจกลับไปห้องพักและอ่านหนังสือ เวลาส่วนใหญ่ของเขามีเพียงไม่กี่อย่าง ไม่อ่านหนังสือก็ออกไปเดินเล่น
โจไม่เก็บเื่ที่เกิดขึ้นในวันนี้มาใส่ใจ เขาไม่คิดจะไปหาพัฒแต่ปล่อยให้รินตัดสินใจเอาเอง เขาอยากรู้ว่าเธอคิดจะทำยังไงหลังจากได้รู้ความชั่วร้ายของพัฒ
แต่เขากลับต้องผิดหวังเพราะหลังจากผ่านไปสองวัน ขณะที่เขากำลังเดินเล่นก็เห็นรินยุ่งอยู่กับการหาคนเข้าหน่วย และดูเหมือนว่าเธอพยายามหลบหน้าเขา ทุกครั้งที่เธอเห็นเขา เธอจะแกล้งทำเป็ไม่เห็นและรีบออกไปจากตรงนั้น
ในที่สุดโจก็เลิกสนใจในตัวริน แม้ว่าเธอจะมีพลังว่างเปล่าที่หายากแต่ก็ไม่คุ้มที่จะสอนให้กับคนที่ไม่กล้าตัดสินใจแม้แต่จะเอาเื่คนคิดไม่ดีกับตัวเอง
โจเดินเข้าไปในอาคารหน่วยรุก เขาเดินตามทางที่เคยมากับรินเมื่อครั้งก่อน และเขาก็พบรองหัวหน้าหน่วย
“ผมมาขอลาออกจากหน่วยนักสำรวจครับ” มาถึงโจก็กล่าวความ้าในทันที
“อ้าว…ทำไมล่ะ” โอรู้สึกประหลาดใจ เมื่อไม่กี่วันก่อนลูกสาวพลโทคมยังพาเขามาเข้าร่วมหน่วย แต่วันนี้เขากลับมาขอออกจากหน่วยซะงั้น
“ผมคิดๆดูแล้ว ผมไม่เหมาะกับหน่วยนี้สักเท่าไร” โจอ้างเหตุผล
โอไม่เชื่อเหตุผลไร้สาระแบบนี้ แต่เขาก็ทำอะไรไม่ได้เพราะทหารฝึกหัดมีสิทธิ์เข้าหรือออกหน่วยไหนก็ได้
หลังจากทำเื่ออกจากหน่วยนักสำรวจแล้วโจก็ถามขึ้นมาว่า “ถ้าไม่มีหน่วยจะมีปัญหาอะไรหรือเปล่าครับ?”
“ไม่มีปัญหาอะไรหรอก แต่ถ้ามีหน่วยยังไงก็ดีกว่าเพราะยิ่งหน่วยไหนมีคนเยอะ เวลาทำอะไรต่างๆมันจะสะดวกมากกว่า และในอนาคตหากได้ออกจากโลกก็สามารถช่วยเหลือซึ่งกันและกันได้” โออธิบาย
สำหรับโจแล้วไม่มีหน่วยดีกว่าเยอะ เขาจะได้ไม่ต้องมาคอยเป็พี่เลี้ยงเด็กและจะได้ไม่ต้องมาเจอคนที่ไม่มีแม้แต่ความกล้าแบบริน เขาเคยออกไปสู้กับพวกสเปคตัวคนเดียวก็ทำมาแล้ว เขาแค่กังวลว่าถ้าไม่มีหน่วยแล้วจะไม่ได้ออกจากโลก แต่พอได้ยินว่าไม่มีปัญหาอะไรเขาก็โล่งอก
โจกล่าวลารองหัวหน้าหน่วยแล้วไปกินข้าวเย็นในโรงอาหาร โจได้พบกับรินอีกครั้งแต่เธอก็รีบหลบหน้าเขาทันที โจรู้สึกแปลกใจเล็กน้อยที่เขาไม่เห็นพัฒเลยหลังจากผ่านมาสองสามวัน เขาคิดว่าชายคนนั้นจะหาทางทำร้ายเขาหลังจากล้มเหลวซะอีก
วันต่อมาทางองค์กรได้ประกาศแจ้งให้ทหารฝึกหัดทุกคนไปรวมตัวในอาคาร ครั้งนี้เหล่าทหารฝึกหัดแบ่งแยกกันอย่างชัดเจน พวกเขาจะรวมตัวในหน่วยย่อยของตนและตั้งแถวขึ้นมาอย่างเป็ระเบียบ โจที่ไม่มีหน่วยเขาเลยไปยืนอยู่หลังสุดซึ่งไม่เป็ที่สะดุดตา
โคล หัวหน้าหน่วยทหารฝึกหัดและรองหัวหน้าหน่วยทั้งสองพร้อมกับคนอื่นๆเดินขึ้นบนเวที แต่สิ่งที่ทำให้สะดุดตาคือพวกเขาเข็นรถเข็นขึ้นมาด้วย ในนั้นมีหินรูปร่างแปลกๆหลายสิบก้อน
“วันนี้ผมจะประกาศเื่สำคัญ อย่างที่ทุกคนรู้ ตอนที่พวกคุณได้ทดสอบโดยการเอามือไปแตะหินแล้วมีบางอย่างปรากฏขึ้น จะเป็ไฟก็ดี น้ำก็ดี ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับบางอย่างที่เรียกว่าพลัง” พูดจบประโยคก็เกิดเสียงฮือฮา โดยเฉพาะคนทั่วไปที่ผ่านการทดสอบและได้เข้าร่วมหน่วยทหารฝึกหัด ส่วนคนที่มีญาติอยู่ในองค์กรหรือคนใหญ่คนโตหนุนหลัง พวกเขาได้รับรู้เื่นี้มาก่อนจึงไม่แปลกใจอะไร
โคลยกมือเป็สัญญาณให้เงียบ หลังจากสงบเขาก็พูดต่อว่า “พลังนี้สามารถฝึกฝนให้แข็งแกร่งขึ้นได้ อย่างเช่นคนที่สามารถควบคุมไฟในตอนนี้คุณอาจจะทำได้แค่ควบคุมไฟเท่ากำมือ แต่เมื่อฝึกจนเก่งมากกว่านี้คุณจะสามารถควบคุมไฟให้มากกว่านั้นได้สิบเท่า” เสียงฮือฮาครั้งนี้ดังกว่าเก่า พวกทหารฝึกหัดรับรู้มาแล้วว่าพวกเขานั้นไม่ธรรมดา แต่ไม่คิดว่าคำพูดของหัวหน้าหน่วยจะเป็ตัวจุดประกายความ้าในการมีพลังของพวกเขาให้มากขึ้น
“แต่…ปัญหาที่ใหญ่ที่สุดคือ หากคุณ้าฝึกคุณต้องใช้หินเหล่านี้” โคลหยิบหินบางส่วนในรถเข็นขึ้นมาโชว์
“หินพวกนี้มีหลากหลายและมีพลังงานแตกต่างกัน อย่างเช่นคนที่ใช้ไฟฟ้าคุณจะต้องใช้หินที่มีพลังไฟฟ้าเท่านั้นถึงจะฝึกได้และนอกจากหินที่มีพลังไฟฟ้าแล้ว มีอีกหินชนิดหนึ่งที่นำมาฝึกได้เช่นกัน มันเรียกว่าหินพลังงานไร้ธาตุ แต่หินชนิดนี้จะให้ผลน้อยกว่าหินที่ตรงตามสายธาตุของคุณ”
โคลเงียบครู่หนึ่งก่อนจะพูดขึ้นต่อ “หินเหล่านี้หายาก หายากมากๆ หากคุณ้ามันเพื่อฝึกฝนคุณต้องใช้ความสามารถของตัวเอง การที่คุณมาอยู่ในองค์กรนั้นจะช่วยให้คุณได้รับหินพวกนี้ง่ายขึ้น ทางองค์กรจะมีภารกิจบางอย่างให้พวกคุณทำ หากทำสำเร็จก็จะมีรางวัลหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็เงิน หินพลังงาน หรืออื่นๆที่เหมาะสมตามความยากของภารกิจ”
“มีใครจะถามอะไรไหม?” โคลมองไปรอบๆด้วยสายตานิ่งเฉย
ในขณะนั้นก็มีคนยกมือขึ้น “หินพลังงานพวกนี้หาจากไหนครับ และวิธีการใช้ฝึกต้องทำยังไงครับ”
“หินพลังงานเหล่านี้หาได้ทั่วทั้งอวกาศ มันอาจจะอยู่บนดาวดวงหนึ่งสักก้อนหรืออาจเป็ูเา แต่แน่นอนว่ามันไม่ได้หาง่ายขนาดนั้น ถึงคุณจะหามันเจอแต่คุณจะได้มันมาหรือไม่นั้นอยู่ที่ความสามารถของคุณแล้ว ส่วนวิธีการฝึก เดี๋ยวจะมีหนังสือแจกให้ นอกจากวิธีการฝึกแล้วยังมีความสำคัญอื่นๆในหนังสือ เมื่อได้รับไปแล้วก็ศึกษากันเอาเอง” โคลอธิบาย
“ถ้าหากอยากหาหินพลังงานแล้วจะออกไปจากดาวดวงนี้ยังไงครับ” คนที่ฉลาดหน่อยถามขึ้นมา
“แน่นอนก็ยานอวกาศไง ตอนนี้มนุษย์ได้เข้าร่วมสหพันธ์กาแลคซี่แล้ว เดี๋ยวจะมีอธิบายในหนังสือนั่นแหละ และนอกจากหน่วยเงินที่ใช้บนโลกแล้วยังมีหน่วยเงินที่ใช้กันในสหพันธ์ ยานอวกาศมากมายมีขายเพียบ หากใครมีปัญหาซื้อล่ะก็นะ” คำตอบของโคลทำให้ทุกคนอึ้ง
พวกเขาอึ้งเพราะได้รู้ว่าตอนนี้พวกเขาเป็ส่วนหนึ่งของสหพันธ์กาแลคซี่ นั่นหมายความว่าพวกเขาจะได้พบกับมนุษย์ต่างดาวตัวเป็ๆ และนอกเหนือจากนั้นพวกเขามีโอกาสที่จะได้เป็เ้าของยานอวกาศ
ต้องบอกไว้ก่อนว่าตอนนี้มนุษย์เพิ่งก้าวออกจากระบบดาวที่พวกเขาอาศัยอยู่ ยานอวกาศที่มนุษย์สร้างและเป็เ้าของนั้นนับได้ด้วยนิ้วมือสองข้าง
องค์กรโลกสมัยใหม่เองก็อยากให้มนุษย์ก้าวไปให้เร็วๆแต่ปัญหาติดเื่พวกทรัพยากร ยานอวกาศก็น้อยเกินไปและอาวุธที่พวกเขามีถือว่าล้าสมัยที่สุดเมื่อเทียบกับเผ่าพันธุ์ต่างๆที่อยู่ในสหพันธ์ สุดท้ายพวกเขาจึงให้คนรุ่นใหม่รับผิดชอบตัวเองและองค์กรโลกสมัยใหม่จะช่วยเท่าที่ทำได้
การประกาศอันน่าตื่นเต้นก็จบลงเพียงเท่านี้ ทุกคนต่างแยกย้ายกันไปและเต็มไปด้วยความคาดหวัง เื่เกี่ยวกับมนุษย์ต่างดาวถูกนำมาพูดมากที่สุดในหมู่ทหารฝึกหัด พวกเขาเอาแต่จินตนาการว่ามนุษย์ต่างดาวมีหน้าตาเป็อย่างไร