บทที่ 22
ของแลกเปลี่ยน
ซูฉีตัดสินใจนำเอาสิ่งที่ล้ำค่าของตนเองแลกเปลี่ยนกับคนผู้นี้ โดยสิ่งที่นางนำเอามาแลกเปลี่ยนก็คือน้ำิญญา
น้ำิญญาขึ้นน้ำที่ถูกสร้างขึ้นมาโดยการหลอมรวมพลังิญญาของผู้ฝึกฝนวิถี์ ภายในนิยายเื่นี้สิ่งของใดก็ตามที่มีพลังิญญาไหลเวียนอยู่กล่าวว่าเป็ของล้ำค่า
แม้แต่น้ำแก้วนึงถ้านำแก้วนี้มีพลังิญญาไหลเวียนอยู่ ต์มันเองก็กลายเป็ของล้ำค่าได้เช่นเดียวกัน
น้ำิญญาเป็ของที่มีค่าเป็อย่างมาก แม้ว่ามันจะน่าเหลือเชื่อแต่มันคือเื่จริง ก่อนหน้านี้ลี่ถังออกมาจากโรงหมอ
ซูฉีได้ทดสอบเกี่ยวกับเื่สำคัญหนึ่งอย่าง ลองนำเอาน้ำพวกนี้ให้กับลี่ถังบ่าวรับใช้ของตนเองกินเข้าไปในทุกๆวัน ร่างกายของนางฟื้นฟูอย่างรวดเร็วจนน่าแปลกประหลาด มันเป็ผลจากพลังิญญาที่เขาไปเพิ่มพูนพลังชีวิต
นางจึงได้ข้อสรุปมาว่าน้ำิญญาเป็ของที่มีคุณสมบัติสูง สำหรับกองทัพแล้วมีการสู้รบกันอยู่ไม่เว้นแต่ละวัน
ในาแต่ละครั้งสิ่งที่เกิดขึ้นก็คือการสูญเสียของผู้คน สิ่งที่จำเป็ก็คือความพร้อมของพวกทหาร
น้ำิญญาสามารถช่วยให้พวกทหารเ่าั้ฟื้นตัวอย่างรวดเร็วได้โดยการดื่มกินมันเข้าไป เพียงแค่พวกทหารกินน้ำพวกนี้เข้าไปความเหนื่อยล้าของพวกเขาจะบรรเทาลงอย่างรวดเร็ว รวมไปถึงอาการเ็ปและพลังชีวิตที่ถดถอยด้วย
ทำให้มันเป็เหมือนกับยาชูกำลังภายในยุคสมัยนี้ ซูฉีรู้ดีมันเป็ของล้ำค่านางสามารถนำเอาไปต่อรองกับผู้คนได้
แต่โดยทั่วไปแล้วนางไม่ค่อยจะน้ำมันออกมาต่อรองกับผู้คน เพราะเกรงกลัวว่าจะมีคนคิดปองร้ายกับนาง
แต่ในตอนนี้ยังจำเป็จะต้องนำเอาสิ่งที่ตนเองเก็บงำเอาไว้ออกมาต่อรอง เพราะว่า้ากองกำลังทหารในการขุดบ่อน้ำ
ซูฉีรู้ดีข้อเสนอในส่วนนี้คงจะมีน้ำหนักมากพอให้อีกฝ่ายยอมตกลง
หวงเจียวลู่นั่งนิ่งไปสักพัก เขามองตรงไปที่คุณหนูตระกูลซูที่มีความลับมากมาย ในใจของบุรุษผู้นี้ปฏิเสธไม่ได้เลยว่ารู้สึกประหลาดใจ
ตัวของมันคิดว่าสืบหาเบาะแสและก็เื่ราวทั้งหมดของคุณหนูผู้นี้ทั้งหมดแล้ว ผู้ใดจะคาดคิดมีความลับที่มันไม่ล่วงรู้อยู่ด้วย
“ ว่าอย่างไรเ้าคะของสิ่งนี้มากพอจะต่อรองกับท่านหรือไม่? ” นางย้ำถาม
หวงเจียวลู่เหลือบมอง “ ลองพูดมาซิว่าเ้าจะให้มันจำนวนขนาดไหนในการแลกเปลี่ยนกับทหาร”
เกี่ยวกับเื่ข้อตกลงย่อมเป็ของที่คุ้มค่า แต่ว่าในเื่จำนวนก็มีส่วนในการตัดสินใจเช่นเดียวกัน ถ้าเกิดว่าจำนวนมันน้อยเกินไปแน่นอนว่าก็ไม่คุ้มกับการแลกเปลี่ยนในครั้งนี้
หวงเจียวลู่รู้ดีสำหรับน้ำิญญามีประโยชน์กับการต่อสู้ ยิ่งเป็าใหญ่ๆของพวกนี้สามารถทำให้พวกทหารลุกขึ้นสู้ได้อีกครั้งในชั่วข้ามคืน
เพียงแต่ว่ามันเป็ของหายาก ไม่ใช่ว่าผู้ใดก็สามารถหาได้ จำนวนของผู้ฝึกฝนพลังิญญาส่วนใหญ่ก็มีน้อยนิด
แถมยังมีผู้คนกล่าวว่าผู้ฝึกฝนพลังิญญายามใช้พลังไปแล้วเมื่อถึงขีดจำกัดก็จำเป็ต้องพักฟื้น
ผู้ฝึกฝนบางคนสามารถสร้างน้ำได้เพียงแค่แก้วเดียว ก็ต้องพักฟื้นรักษาพลังิญญาของตนเองไปหลายวัน
เพราะแบบนั้นมันไม่มั่นใจเลยว่าคุณหนูผู้นี้จะมอบจำนวนน้ำพวกนี้ให้กับมันได้มากขนาดไหน หวงเจียวลู่ใช้แววตาจริงจังมองไปที่น้ำ
ซูฉีไม่หลบสายตาคู่นั้นนางจ้องมองกลับไป ในใจของนางก็กำลังครุ่นคิดอย่างหนัก ‘ อย่างไรดีแลกเปลี่ยนจำนวนขนาดไหนถึงจะพอสมควร ’
‘ ก็พอจะรู้อยู่หรอกว่าของที่มีพลังิญญาภายในนิยายเื่นี้มันเป็ของที่มีค่าเป็อย่างมาก แต่ว่านะเราก็ไม่รู้ด้วยสิว่ามันมีค่าประเมินได้มากขนาดไหนกัน ’
‘ ถ้าเกิดว่าจำนวนน้อยไปอีกฝ่ายคงตอบปฏิเสธเพราะว่าไม่คุ้มอย่างแน่นอน ’ นางกำลังครุ่นคิดอย่างหนัก
เพราะรู้ดีว่าถ้าบ่อน้ำภายในสถานที่แห่งนี้สร้างเสร็จเรียบร้อย สิ่งที่นางจะได้รับก็คือแซมความดีมหาศาล เพราะแบบนั้นในตอนนี้กำลังเลือกข้อสนทนาและขอเจรจาที่เหมาะสม
หลังจากขบคิดในใจอยู่สักพักนึง “ ข้าได้คำตอบแล้วเ้าค่ะ ”
“ ว่ามา.. ”
“ สิบถังใหญ่ น้ำสิบถังใหญ่นั่นคือสิ่งที่ข้าจะมอบให้กับท่าน ”
หลังจากได้ยินข้อเสนอ หวงเจียวลู่ครุ่นคิดไม่นาน “ ตกลง!!! ”
การที่ตกลงอย่างง่ายดายเพราะรู้ดีว่านำิญญาเพียงแค่หยดเดียวถ้าหยดลงไปภายในน้ำที่ทหารทำการดื่มกินกันก็กลายเป็ยาสรรพคุณชั้นยอด
น้ำสิบถังใหญ่มีค่ามากมายมหาศาล พวกมันสามารถใช้เป็กำลังเสริมในการรบได้ไม่รู้ตั้งกี่ครั้ง เพราะแบบนั้นแม่ทัพหนุ่มผู้นี้จึงตอบตกลงอย่างง่ายดาย เพราะว่าการแลกเปลี่ยนในครั้งนี้ถือว่าคุ้ม
ซูฉียกยิ้มขึ้นที่มุมปาก บนใบหน้าของนางปรากฏรอยยิ้มอันเปี่ยมล้นไปด้วยความดีใจ “ ถ้าเช่นนั้นก็ตกลงตามนี้เ้าค่ะ ”
“ เอาเป็ว่าข้าขอลากลับก่อนแล้วจะส่งรายละเอียดมาให้ท่านแม่ทัพตัดสินใจทีหลัง ” นางรีบยกมือทั้งสองข้างประสานเข้าหากันคารวะแม่ทัพที่อยู่เบื้องหน้าของตน
ซูฉีรีบสาวเท้าวิ่งตรงออกจากสถานที่แห่งนี้อย่างรวดเร็ว ถ้าเป็ไปได้นางก็ไม่ได้อยากจะอยู่กับแม่ทัพโรคจิตผู้นี้นานนัก
ตอนนี้สนทนาและตนเองก็ได้สิ่งที่ตนเอง้ามาเรียบร้อยแล้ว นางก็ไม่มีความจำเป็จะต้องอยู่ภายในสถานที่แห่งนี้อีกรีบถอยห่างออกมาอย่างรวดเร็ว
เมื่อสาวเท้ามุ่งตรงออกมาจากภายในค่าย ทันทีที่เท้าของนางหลุดพ้นค่ายทหารแห่งนี้นางถอนหายใจเฮือกใหญ่ด้วยความโล่งใจ
“ หลุดออกมาแล้ว!!! หายใจไม่ทั่วท้องเลยสักนิดนึกว่าตนเองจะตายอยู่ภายในนั้นซะแล้ว ” นางพึมพำกับตนเองยกมือขึ้นมาจับกุมหน้าอกหลังจากออกมาจากด้านในได้
…
ในขณะเดียวกันหลังจากซูฉีเดินทางออกไปจากกระโจม หวงเจียวลู่ที่นั่งอยู่แสดงแววตาจริงจังใช้ดวงตาที่ทรงพลังมองตรงไปที่ขุนพลสือหยาง
ผู้ติดตามคนสนิทของมันก็มองตรงกลับมาเช่นเดียวกัน มันรู้ดีท่านแม่ทัพกำลังคิดอะไรอยู่ในตอนนี้
“ ท่านแม่ทัพเชื่อนางอย่างนั้นหรือขอรับ สำหรับผู้ฝึกฝนพลังิญญาตามที่ข้าเคยได้ยินมาการจะกลั่นน้ำซักหยดออกมายังยากเย็น ”
“ นางอายุเพียงแค่นี้จะสร้างน้ำิญญาให้พวกเราสิบถังใหญ่ได้งั้นรึขอรับ? ” สือหยางถามอย่างสงสัย
มองถึงตามหลักการแล้วผู้คนมากมายรู้ดีผู้ฝึกฝนพลังิญญาถ้าไม่ใช่อัจฉริยะจริงๆ เพียงแค่จะกลั่นน้ำิญญาออกมาซักหยดหรือสองหยดก็เป็เื่ที่ยากเย็นมาก
แต่คุณหนูตระกูลซูผู้นั้นกลับบอกพวกมันว่าจะมอบให้สิบถังใหญ่ๆ พวกมันที่มีความรู้ในเื่นี้ไม่ควรจะปักใจเชื่อเพราะนั้นไม่ใช่เื่ง่ายๆ
หวงเจียวลู่ยกน้ำชาขึ้นมาดื่มด้วยท่าทางผ่อนคลาย “ นางคงไม่โกหกหรอก ”
“ เ้าคิดว่าดินแดนแถบนี้ มีผู้ใดกล้าโกหกข้าอย่างนั้นหรือ? ” เขาตอบกลับไปด้วยท่าทางที่สุขุมใจเย็น ในตอนนี้ถ้ามองถึงตามความเป็จริงแล้วด้วยพลังอำนาจของพวกเขาไม่มีผู้ได้ภายในดินแดนกล้าโกหกอย่างแน่นอน
แต่ทั้งสองเองก็อดสงสัยไม่ได้คุณหนูผู้นั้นสามารถสร้างน้ำิญญาให้กับพวกมันสิบถังใหญ่ๆได้จริงๆอย่างนั้นหรือ
หวงเจียวลู่หลังจากที่ดื่มชาช่วยนั้นหมดวางชาถ้วยนั้นลง “ นางมีหลายๆอย่างที่ข้าสงสัย ส่งคนจับตามองนางห่างเอาไว้ อย่าให้นางรู้ตัว ”
“ เข้าใจแล้วขอรับ!!! ” สือหยางก้มใบหน้ารับคำสั่งก่อนที่จะก้าวเดินออกไปจากสถานที่แห่งนี้ เพื่อที่ไปปฏิบัติตามคำสั่งของผู้เป็นาย
หวงเจียวลู่นั่งอยู่ภายในกระโจมเพียงผู้เดียว เขายกน้ำชาขึ้นมาอีกหนึ่งถ้วยใช้แววตาจ้องมองถ้วยน้ำชาในมือ แววตาของเขาในตอนนี้กำลังครุ่นคิดบางอย่าง
อยู่ๆใบหน้าอันหล่อเหลาของแม่ทัพหนุ่มก็ปรากฏรอยยิ้มโดยไร้สาเหตุ พร้อมกับเสียงหัวเราะในลำคอที่ดังแทรกออกมาอย่างปริศนา “ หึ.. ”
จบบท