แหลมฟ้าผ่า
เสียงคลื่นกระทบฝั่ง สายลมแรงพัดผ่านใบหน้า ความรู้สึกอ่อนนุ่มดุจย่ำพื้นพรมเวลาย่ำเท้าบนหาดทราย ประสบการณ์เหล่านี้ให้ความสงบและความคุ้นเคยอย่างประหลาด อาจด้วยแรกมายังดินแดนนี้ ตัวเขาเองก็เคยย่ำอยู่บนผืนทรายเช่นนี้เหมือนกัน
ต้าหมินให้รู้สึกสะท้อนใจ ชีวิตก่อนหน้าเหมือนดังภาพฝัน สูญหายในยามตื่น สิ่งไหนคือความจริงสิ่งไหนคือความฝัน ยิ่งเวลาผ่านไปความเป็นจริงเริ่มสลับสับเปลี่ยน สิ่งต่าง ๆ ในโลกเดิมค่อย ๆ ลบเลือน พอเจอกับบางเหตุการณ์ค่อยนึกขึ้นมาได้ กระทั่งชื่อของตัวเองยังแทบลืมสิ้น บางทีตนคงหลอมกลืนกับชีวิตในปัจจุบันแล้ว ชีวิตที่ไม่มี...
แอปโซเชียล ลานเบียร์กับบอลคู่โปรด
อาหารฟาสต์ฟู้ด ร้านสะดวกซื้อ
น้ำอัดลม เครื่องปรับอากาศ
ซีรีส์เกาหลี หนังสือนิยาย
ในบรรดาสิ่งเหล่านี้มีอยู่หนึ่งสิ่งที่ลืมเลือนอย่างสมบูรณ์ ไม่เคยมีอารมณ์อาลัยอาวรณ์ให้นึกถึงคืองานประจำ
วันใดตื่นนอนตอนเช้ามือเกิดเผลอยื่นออกไปด้านข้างทำท่าเหมือนกดนาฬิกาปลุก คงเป็นไปได้ว่าตนคงนึกถึงร้านข้าวเหนียวหมูปิ้ง กับร้านก๋วยเตี๋ยวคั่วไก่มากเกินไป
เคยถามตัวเองเหมือนกันว่า “ถ้ามีโอกาสกลับไปชีวิตเดิมได้ จะกลับไปหรือไม่?”
ทันใดนั้นความรู้สึกสงบและคุ้นเคยบางอย่างจะผุดขึ้นในใจ สายตาอดมองไปยังเด็กหญิงที่อยู่เคียงข้างไม่ได้ ไม่รู้ความรู้สึกนี้เกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อไร มารู้ตัวอีกทีมันก็ครอบงำความคิด ผูกตรึงหัวใจเรียบร้อยแล้ว
บางทีอาจเพราะความผูกพัน
บางครั้งอาจเกิดจากการคุ้นชินกับการฝากชีวิตไว้ในมือกันและกัน
เจือปนด้วยความรู้สึกอบอุ่นที่มีคนอยู่เคียงข้าง
โนะฮิเมะรู้สึกถึงสายตาที่มองมา เธอหันหน้าประสานสายตาคล้ายอยากถามว่ามีอะไรหรือเปล่า เด็กชายเพียงส่ายหน้าตอบกลับด้วยรอยยิ้ม
“ประสาท”
เธอพึมพำเบา ๆ ก่อนสอดส่ายสายตาสำรวจพื้นที่โดยรอบ ในเมื่ออยู่ในพื้นที่ของศัตรูย่อมไม่อาจประมาท
หลังเดินผ่านกรอบประตูวงโค้ง อ้อมผ่านฉากกั้นก็ถึงยังห้องรับแขก โต๊ะไม้ทรงกลมจัดวางอยู่กึ่งกลาง ชั้นวางเครื่องลายครามอยู่ข้างโต๊ะวางแจกันดอกไม้ตั้งอยู่มุมหนึ่ง มีผ้าม่านเบาบางกั้นกลางระหว่างระเบียงทางเดินซึ่งทอดต่อไปยังห้องพักที่อยู่ด้านหลัง สะท้อนรสนิยมเรียบหรูในความเรียบง่ายของเจ้าเกาะ
เจ้าเกาะหันกายมาพร้อมกับน้องร่วมสาบานทั้งสอง คุกเข่าลงกล่าวขออภัย แล้วแจ้งข่าวสารอันน่าตื่นตะลึง
“...ราชันมังกรทมิฬทราบแล้วว่าท่านเป็นคนสังหารบุตรของมัน”
เปรี้ยงงงง!
ข่าวนี้ช่างน่าตระหนกนัก
ว่าแต่มันรู้ได้อย่างไรกัน
อาการตกใจเกิดขึ้นเพียงครู่ ไม่กี่อึดใจเด็กชายก็ทำใจได้ ไหน ๆ คนก็ตายไปแล้วรู้แล้วก็รู้ไป
“ขอบอกว่าข้าเล่นซ่อนหาเก่งเป็นที่หนึ่ง”
ต้าหมินพึมพำกับตัวเอง แววตาฉายแววลึกล้ำที่บุคคลอื่นไม่อาจเข้าใจ
“ขอบใจมาก นี่คือข่าวสำคัญที่ต้องการบอกข้าหรือ?”
เจ้าเกาะลุกขึ้นผายมือเชื้อเชิญแขกทั้งสองให้นั่งลงเพื่อสนทนาเรื่องสำคัญ
ภายในเรือนรับรองมีเจ้าเกาะสามคนพี่น้อง คนพี่นั่งอยู่ น้องทั้งสองยืนขนาบข้าง ทานูกิเฒ่ากับชินโนสุเกะยืนอยู่มุมหนึ่ง ต้าหมินกับโนะฮิเมะนั่งลงบนเก้าอี้กลม โคจินักดาบและตุ๊กตามนุษย์ยืนอยู่ด้านหลัง
เจ้าเกาะเหลือบมองไปทางยอดฝีมือทั้งสอง เหมือนต้องการถามว่าสามารถไว้ใจสองคนนี้ได้หรือ
ต้าหมินพยักหน้า ไม่จำเป็นต้องอธิบายใด ๆ เกาะนี้เป็นของพวกท่าน พวกเราเพิ่งพบหน้ากันจะให้คบหาแบบตีแผ่หัวใจน่ะรึ อีกอย่างกะอีแค่คุกเข่าขอโทษ บอกเล่าข่าวสำคัญก็คิดว่าข้าจะเชื่อใจพวกท่าน เห็นข้าเป็นคนโง่หรือไง
เด็กชายมองคนรู้จักทั้งสองด้วยหางตา หนึ่งในสองคนนี้ไม่ใครก็ใครคงขายพวกตนไปแล้ว จากท่าทีลุกลนคงเป็นชินโนสุเกะเสียมากกว่า อาจเพราะความโลภบังตา เขาเคยเตือนชินโนสุเกะก่อนจากกันว่าให้ระวังการจับจ่าย ในบ้านยังซอมซ่อเหมือนเดิมแต่ข้าวของเปลี่ยนไป จับปลามากขึ้น ขายได้เงินมามากขึ้น ย่อมอยากได้เงินที่มากกว่าเดิม
และเพราะเหตุนี้ทานูกิเฒ่าถึงถูกพบตัว ปีศาจด้วยกันย่อมสามารถมองผ่านมนต์กำบัง หากจะโทษคงต้องโทษความโลภในใจคน
ลำบากไปสบาย... ง่าย
สบายไปลำบาก... ยาก
ใครเล่าไม่อยากร่ำรวย คนยากจนไม่ว่าใครก็ตามหากเกิดร่ำรวยขึ้นมา เกรงว่าคงหวงแหนเงินทองของมีค่ายิ่ง ต่อให้เป็นญาติพี่น้องก็คงหยิบมีดมาเชือดคอได้อย่างสบาย เดิมทีพวกเขากับชินโนสุเกะก็เป็นแค่คนแปลกหน้ากันอยู่แล้ว
ระหว่างเดินทางเขากับโนะฮิเมะตกลงกันก่อนแล้วว่า ไม่ว่าเกิดอะไรขึ้นจะไม่พูดคุยหรือสนใจสหายสองคนนั้น ถึงในใจยังนับถือกันเหมือนเดิมก็ตาม แต่การที่รู้จักกับพวกเขานั้นอันตรายอย่างยิ่ง โดยเฉพาะคนธรรมดาอย่างชินโนสุเกะที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ห่างไกล สู้ให้รับรู้กันเป็นการทั่วไปว่าคบหากันด้วยผลประโยชน์เป็นพอ
เจ้าเกาะเฝ้ารอคำตอบอย่างอดทน
ในเมื่อลูกศิษย์ของท่านปรมาจารย์ใช้ความเงียบแทนคำตอบ คนที่มีข้อเรียกร้องอย่างเขาจึงได้แต่ยอมรับ
“ข้าขอแนะนำตัวอย่างเป็นทางการ ข้ามีนามว่า ‘ไค’ น้องสาบาน ‘ชิน’ ‘ริกุ’” สิ้นเสียงแนะนำ ชายคนที่ใช้ดาบสันหนาประสานมือคารวะก่อน คนนี้น่าจะเป็นชิน ชายศีรษะล้านคารวะทีหลังคงเป็นริกุ
ไคกล่าวต่อ
“เรื่องที่ต้องการขอร้องเกี่ยวเนื่องกับอาจารย์ของคุณชาย ครั้งนั้นท่านปรมาจารย์รับทราบความคับแค้นของพวกเรา จึงอาศัยธรรมชาติของเกาะแห่งนี้สร้างข่ายเวทชนิดหนึ่งเพื่อปกปิดกลิ่นอายปีศาจ พวกเราถึงรอดพ้นการตามล่าของราชันมังกรมาได้ คุณชายคงทราบดี โทษทัณฑ์ของความผิดพลาดนั้นหนักหนานัก
ข่ายเวทนี้ดำรงอยู่ได้ด้วยพลังเวท ไม่มีสิ่งใดคงอยู่นิรันดร์ กาลเวลาผันผ่านฤทธานุภาพย่อมเสื่อมสลาย อันที่จริงท่านปรมาจารย์ตระหนักถึงปัญหาข้อนี้ตั้งแต่แรก ท่านเลยใช้พลังธรรมชาติมาหล่อเลี้ยง”
“สายฟ้า?”
ถึงตัวอยู่ในห้องแต่ยังได้ยินเสียงฟ้าผ่าดังมาแต่ไกล
“ขอรับ”
เจ้าเกาะพยักหน้า สีหน้าท่าทางอ่อนลงคล้ายเปลี่ยนเป็นคนละคน อาจด้วยยอมรับในความสามารถของศิษย์คนสุดท้ายหรือตระหนักได้ว่าตนเป็นฝ่ายขอความช่วยเหลือ
“เรื่องข่ายเวทและผลตอบแทนพรุ่งนี้เช้าพวกเราค่อยสนทนารายละเอียดกัน เชิญคุณชายพักผ่อนที่เรือนหลังนี้ ส่วนไพร่พลที่คุณชายนำมาข้าจะจัดเตรียมที่พักในเรือนอีกหลัง”
เด็กชายแย้มยิ้มในหน้า แทนที่จะกล่าวขอบคุณพอเป็นพิธี กลับลุกขึ้นหันหลังก้าวเดินไปยังประตูทางออก ท่าทีราวกับสมณะที่ไม่สนใจทรัพย์สินเงินทองและลาภยศสรรเสริญ
“คุณชาย โปรดหยุดก่อน!”
เด็กชายชะงักเท้า เงาหลังคล้ายสูงใหญ่ขึ้นไม่น้อย ตุ๊กตามนุษย์และโคจิยืนขนาบข้าง ส่วนโนะฮิเมะยืนรอที่ประตูทางออกด้วยสีหน้าเฉยชา ทั้งสองไม่แม้แต่เหลือบมองทานูกิเฒ่าและชินโนสุเกะ
“ขอกล่าวตามตรงหากคนของข้าไม่ชนะท่าน การพูดคุยนี้คงไม่เกิดขึ้น การประลองเมื่อครู่คงมีจุดประสงค์เพื่อพิสูจน์ยืนยันว่าข้าเป็นศิษย์ของปรมาจารย์องเมียวจริงหรือไม่ ถ้าข้าแพ้ย่อมแสดงว่าฝีมือไม่ถึง ไม่ควรค่าแก่การขอความช่วยเหลือ ในเมื่อท่านไม่ไว้ใจตั้งแต่แรกยังคิดให้ข้าอยู่ต่ออีกหรือ?”
น้ำเสียงดังก้องแฝงด้วยไม่พอใจ
“ข่าวสารเรื่องมังกรปีศาจถือเสียว่าเป็นการแลกเปลี่ยนกับการไร้มารยาทของพวกท่านแล้วกัน ด้านข่ายเวทของอาจารย์ ท่านคงทราบดีว่าข้าเพิ่งเรียนรู้วิชาไม่นาน ฝีมืออ่อนด้อย ข้าแนะนำให้ติดต่อศิษย์พี่เจ้าสำนักน่าจะเหมาะสมกว่า ข้าชี้แจงเหตุผลให้ขนาดนี้ถือเสียว่าเป็นการขอบคุณที่พวกท่านเลี้ยงดูเฒ่าทานูกิเป็นอย่างดี เขากับข้ามีผลประโยชน์เกาะเกี่ยวกันอยู่ อีกอย่างการกักตัวไว้แบบนี้เท่ากับข่มขู่ เช่นนี้ไม่อาจรับได้ ไม่มีใครเชิญแขกกันแบบนี้”
หลังสิ้นเสียงต้าหมินผายมือเชิญทานูกิเฒ่าให้กลับไปพร้อมกัน
ชินโนสุเกะมีสีหน้าลังเล แต่ยังวิ่งตามมา
ต้าหมินทำอย่างนี้ย่อมมีเหตุผล เพียงแต่ที่นี่ไม่เหมาะแก่การพูดคุย
หน้าประตูรอด้วยนกพิราบขนาดใหญ่สองตัว ส่วนบนฟ้าเต็มไปด้วยนกพิราบซึ่งขนกองทหารขึ้นไปรออยู่ก่อน เด็กชาย เด็กหญิงและสององครักษ์ขึ้นนกพิราบตัวเดียวกัน ให้อีกสองคนขึ้นอีกตัวหนี่ง
ไม่ทันที่เจ้าเกาะจะทันห้ามปราม นกพิราบทั้งสองก็เหินขึ้นสู่ฟ้ากว้าง บินห่างออกไปบ่ายหน้าไปทางนานิวะ ทว่าเมื่อบินได้ระยะหนึ่งต้าหมินกลับสั่งให้เปลี่ยนเส้นทางไปยังอิซูมิ*แทน
“ข้ายังไม่ทันได้ถามเลย เมื่อครู่เกิดอะไรขึ้น” โนะฮิเมะทำหน้าสงสัย
“ข้าไม่ไว้ใจพวกเขา” ต้าหมินตอบด้วยสีหน้าหนักอึ้ง เร่งความเร็วของนกขึ้นอีก สายตาเหลือบมองที่ข้อมือแวบหนึ่ง
กำไลข้อมือกำลังสั่นระรัว
*อิซูมิคือพื้นที่ส่วนติดทะเลของจังหวัดวากายาม่า ในอดีตจังหวัดนี้ถูกแบ่งเป็นสองเมืองคืออิซูมิและคาวาจิ หากขึ้นเหนือจากคาวาจิ ต่อไปก็คือเฮโจหรือนารานั่นเอง