บทที่ 76
โอ๊ตกล่าวพร้อมกับความอึ้งของทุกคนที่ได้ยิน ซึ่งโอ๊ตก็หัวเราะอย่างติดตลกเล็กน้อย ก็มันเป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้ เขาไม่คิดว่าจะมีการต้อนรับที่ดีขนาดนี้ ตั้งแต่เช้ามานี้เขาก็ลืมเข้าห้องน้ำไปเลย และในระหว่างที่ขับรถมาที่นี่ก็ตั้งใจว่าจะมาใช้บริการห้องน้ำที่นี่ เขาพยายามอดกลั้นเอาไว้ จนตอนนี้มันเริ่มที่จะอั้นไม่ไหวแล้ว“เออ.. เชิญทางนี้เจ้าคะท่านชาย..” ผู้จัดการปลาที่อึ้งเล็กน้อย ก่อนจะเชื้อเชิญโอ๊ตไปห้องน้ำอย่างสุภาพ โอ๊ตก็ได้แต่ยิ้มแห้งๆก่อนจะเข้าห้องน้ำทำธุระส่วนตัวของเขาในทันที ไม่นานโอ๊ตก็จัดการตัวเองจนแล้วเสร็จ ผู้จัดการกิ๊กที่เห็นอย่างนั้นก็สะกิดเพื่อนของเธอให้เริ่มอธิบายในทันที“ค่ะ.. ถ้าอย่างนั้นดิฉันขออนุญาตเรียนเชิญท่านชายรับชมคอนโดอย่างเป็นทางการเจ้าค่ะ..” ผู้จัดการปลากล่าว และเดินนำโอ๊ตไปดูสถานที่ของทางคอนโด โดยที่เธอเริ่มจากสวนพักผ่อนของทางคอนโดที่ติดกับแม่น้ำปิง บรรยากาศของมันค่อนข้างสงบ และถูกใจโอ๊ตเอามากๆ จากนั้นผู้จัดการปลาก็แนะนำสถานที่ต่างๆ รวมถึงห้องคอนโดทุกขนาดพร้อมกับราคาให้กับโอ๊ตอย่างสุภาพ แน่นอนว่าโอ๊ตก็ต้องคำนวณเงินที่จะสามารถใช้จ่ายได้ และเขาก็ต้องพบว่าถ้าเขาจะซื้อคอนโดห้องคิง หรือห้องที่ใหญ่ที่สุดก็ต้องซื้อมันด้วยราคา 9.4 ล้านบาท ซึ่งมันแพงกว่าเดิมนิดหน่อย และตามความตั้งใจเดิมของเขาที่ต้องการซื้อห้องธรรมดาเอาไว้สำหรับปล่อยเช่าอีก 3 ห้องนั้น มันก็ทำให้งบ 19.5 ล้านที่ตั้งเอาไว้มันเกินไปนิดหน่อย ด้วยที่ราคาห้องธรรมดาอยู่ที่ 3.4 ล้านบาท จึงทำให้ราคารวมมันจะเป็น 19.6 ล้านบาท แต่โอ๊ตที่พึงพอใจกับการบริการ บรรยากาศ และห้องที่ดูสมราคา เขาก็ตอบตกลงที่จะซื้อในทันที โดยมีผู้จัดการปลา และผู้จัดการกิ๊กเป็นผู้ดำเนินเอกสาร“เรียนท่านชาย.. การเช่าห้องธรรมดานั้นทางคอนโดจะเป็นผู้เช่าจากท่านชายเอง และทำผลกำไรอีกเล็กๆน้อยๆตามความเหมาะกับผู้สนใจเช่าอีกต่อหนึ่ง ท่านชายมีความเห็นว่าอย่างไรกับเรื่องนี้บ้างเจ้าคะ ถ้าเราสามารถเช่าได้ในราคา 12,000 บาทต่อเดือนเจ้าค่ะ..” ผู้จัดการปลากล่าว“..คุณกำลังหมายถึงว่าทางคอนโดจะจ่ายให้กับผมในราคา 12,000 บาทต่อเดือนต่อห้อง ถูกต้องไหมครับ.. ถึงแม้ว่าจะไม่มีผู้สนใจเช่า พวกคุณก็จะจ่ายอย่างนั้นเหรอ ผมเข้าใจถูกต้องใช่ไหม” โอ๊ตกล่าวถามเพื่อความมั่นใจว่าตัวเองนั้นเข้าใจถูกต้องแล้ว แน่นอนว่าเขาก็ได้รับคำยืนยันจากผู้จัดการปลาอีกทีหนึ่ง“ใช่ค่ะท่านชาย.. และราคามันอาจจะสูงขึ้น หรือลดลงตามราคาตลาดการเช่าอีกครั้งหนึ่งเจ้าค่ะ แต่ว่าสัญญาเช่าตัวนี้จะมีผลเป็นระยะเวลา 5 ปีเจ้าค่ะ หรือเอาให้เข้าใจง่ายๆคือทางเราจะขอเช่าต่อเป็นเวลา 5 ปี โดยจ่ายค่าเช่าที่ 12,000 บาทต่อเดือนต่อห้องเจ้าค่ะ..” ผู้จัดการปลากล่าวสรุป โอ๊ตที่ได้ยินอย่างนั้นเขาก็เริ่มคำนวณในหัวทันที 12,000 บาทต่อเดือน เขามี 3 ห้องก็จะเท่ากับ 36,000 บาทต่อเดือน ระยะเวลาเช่าคือ 5 ปี ก็ 36,000 คูณด้วย 12(จำนวนเดือนต่อปี) แล้วก็คูณด้วย 5 (จำนวนปีตามสัญญา) ก็จะเท่ากับ 2.16 ล้านบาท ห้องทั้งสามห้องมีราคารวมแล้ว 10.2 ล้านบาท มันช่างดูน้อยมากจริงๆ เมื่อเทียบกับระยะเวลา 5 ปี“เรียนท่านชาย จากมุมมองของดิฉัน มันเป็นการลงทุนที่เหมือนจะมีความเสี่ยง และดูไม่คุ้มค่าสักเท่าไร แต่คอนโดที่ติดริมแม่น้ำ ทั้งยังบรรยากาศดีเช่นนี้ แน่นอนว่าในอนาคตมันมีแต่ขึ้นกับขึ้นแน่นอนค่ะ.. ผ่านไปอีก 5 ปี ดิฉันเชื่อว่าราคาต่อห้องจะพุ่งสูงขึ้นอย่างน้อยๆก็ 5-6 ล้านบาทแน่นอนค่ะ..” ผู้จัดการกิ๊กกล่าว“เรียนท่านชาย.. ตามแผนการพัฒนาที่ดินแถบนี้ นอกจากจะมีสถานที่สำคัญอย่างตลาดศูนย์รวมใหญ่ของจังหวัดเชียงใหม่แล้ว ยังมีแผนที่จะเปิดห้างสรรพสินค้าจากข่าววงในแถบนี้อีกด้วยค่ะ..” ผู้จัดการปลากล่าวเสริม และโอ๊ตก็จะต้องขมวดคิ้วขึ้นมาทันที“ผมจะเชื่อคุณทั้งสองได้ไหมเนี่ย.. แต่ช่างมันเถอะ ถึงมันอาจจะดูไม่คุ้มค่า แต่ผมก็ต้องการซื้อมันอยู่ดี คุณผู้จัดการปลา ผมคงต้องฝากให้คุณจัดการต่อได้เลย ส่วนคุณกิ๊กคุณก็ช่วยจัดการเรื่องการเงินให้ผมที.. ตอนนี้ก็เกือบบ่ายสามโมงแล้ว ผมมีธุระที่ต้องไปทำต่อ.. ถ้ามีอะไรเพิ่มเติมพวกคุณสามารถติดต่อกับผมที่เบอร์ส่วนตัวได้เลย..” โอ๊ตกล่าวก่อนที่เขาจะลุกขึ้นยืน ทั้งสองผู้จัดการเองก็กล่าวรับทราบกับโอ๊ตไป และลุกขึ้นยืนเช่นกัน ก่อนที่พวกเขาจะทิ้งเอกสารให้พนักงานอีกสองสามคนดูแลต่อ และเดินออกไปส่งโอ๊ตที่รถด้วยตัวเอง แต่แล้วเมื่อโอ๊ตได้เห็นรถของตัวเองก็เหมือนนึกขึ้นมาได้ตามความตั้งใจเดิมของเขา ‘เออ..ก็จอดรถไว้ที่นี่เลย.. แล้วเราก็นั่งรถแท็กซี่กลับจะดีกว่าไหม’ โอ๊ตชะงักตัวไปท่ามกลางความมึนงงของพวกเธอสองคน แต่พวกเธอก็ยังไม่ได้กล่าวถามอะไรออกมา โอ๊ตที่ตัดสินใจได้แล้ว เขาก็หันกลับมากล่าวกับพวกเธอทั้งสองคน “เออ..คุณผู้จัดการปลา ช่วยเรียกแท็กซี่ให้กับผมหน่อยได้ไหม พอดีว่าผมต้องการเอารถคันนี้จอดไว้ที่นี่เลยน่ะครับ..” โอ๊ตกล่าว แน่นอนว่าปลาเองก็สงสัยเล็กน้อย แต่เธอก็เลือกทำตามคำสั่ง“ได้แน่นอนเจ้าค่ะท่านชาย.. ถ้าอย่างนั้นดิฉันจัดเป็นรถของคอนโดให้คุณชายเลยนะเจ้าคะ..” ผู้จัดการปลากล่าว และตั้งใจจะใช้รถของคอนโดเพื่อรับส่งท่านชายไปเลย ถึงยังไงท่านชายก็เป็นลูกค้าที่ซื้อห้องไปในราคามากถึง 19 ล้านเกือบจะ 20 ล้าน การบริการแค่นี้ถือว่าเหมาะสมแล้ว ซึ่งโอ๊ตก็ไม่ได้ขัดอะไรก่อนที่เขาจะมอบกุญแจรถเอาไว้ให้กับกิ๊กเพื่อจัดการเอารถไปจอดให้กับเขา ไม่นานทุกอย่างก็เสร็จสิ้นหลังจากที่ผู้จัดการกิ๊กนำกุญแจรถมาคืนให้กับโอ๊ตแล้ว เขาก็ขึ้นรถตู้ของทางคอนโดเพื่อกลับหอพักของเขาต่อไป ผู้จัดการปลายังเน้นย้ำให้คนขับสุภาพกับโอ๊ตให้มากที่สุด“เฮ้ออ ในที่สุดก็ผ่านไปได้ด้วยดี..” ผู้จัดการกิ๊กที่เห็นว่าท่านชายออกไปพ้นอาณาเขตคอนโดแล้ว เธอก็ทิ้งตัวลงกับพื้นอย่างโล่งอกโล่งใจทันที ผู้จัดการปลาที่เป็นเพื่อนของกิ๊กก็ถอนหายใจออกมาเช่นกัน“เหนื่อยเหมือนกัน.. แต่ไม่คิดเลยว่าท่านชายจะดูใจดีมากกว่าที่คิด ไม่เห็นเหมือนที่แกเล่าให้ฟังเลย” ปลากล่าวกับเพื่อนของเธอ เพราะสิ่งที่กิ๊กเล่าให้ฟังนั้น มันเป็นเหตุการณ์ที่นาโนคอนโดเมื่อเช้านี้ ซึ่งเธอก็ได้เน้นย้ำว่าท่านชายสามารถเรียกใช้งานบุคคลที่มีอำนาจในเมืองเชียงใหม่ได้ตามที่เธอเห็น“ก็เพราะตอนนี้มันยังไม่มีเรื่องอะไรให้ขัดใจท่านชายเขาน่ะสิ!.. แกก็ระวังพนักงานของแกให้ดีๆเถอะ เวลาที่คุณชายโมโหขึ้นมา ไม่ว่าใครก็ช่วยอะไรแกไม่ได้ทั้งนั้นนะจะบอกให้..” กิ๊กกล่าว“รู้แล้วน่า.. ก็ท่านชายเป็นถึงบุคคลระดับนั้นเลยนี่นา” ปลากล่าวตอบกับเพื่อนของเธอไป และมันเป็นเวลาเดียวกับที่ทั้งสองกำลังจะเดินกลับเข้าไปเคลียร์เอกสารของท่านชายนั่นเอง ก็ปรากฏชายชุดสูทดำสองคนวิ่งเข้ามาทางพวกเธอในทันที แน่นอนว่าพวกเธอสงสัยว่าทั้งสองคนนี้เป็นใครเช่นกัน“สวัสดีครับ พวกเราสองคนเป็นข้ารับใช้ของตระกูล ณ สุวรรณภูมิ และพวกเรามีหน้าที่คุ้มกันรถยนต์ที่เป็นทรัพย์สินของคุณชายเราครับ..” บอดี้การ์ดเอกล่าว“ดังนั้นเราแค่จะมาบอกกับพวกคุณเอาไว้เฉยๆ ว่าเราไม่มีเจตนาอื่นใดนอกจากเฝ้ารถของคุณชายที่จอดเอาไว้ที่นี่ครับ..” บอดี้การ์ดบีกล่าวเสริม เมื่อบอดี้การ์ดเอคนเดิม กับเพื่อนบอดี้การ์ดบีกล่าวจบ พวกเขาก็วิ่งเข้าไปที่ใต้อาคารคอนโด เพื่อทำหน้าที่ของตัวเองต่อในทันที โดยที่พวกเขาไม่รีรอคำตอบ หรือคำอนุญาตจากอีกฝ่ายเลยแม้แต่คำเดียว ซึ่งมันก็ต้องทำให้ทั้งปลา และกิ๊กหันมามองหน้ากันอย่างไม่เข้าใจ ‘เฝ้ารถ?.. ถึงกับต้องจ้างคนมาเฝ้ารถเลยเหรอ’ นี่คือคำถามที่ติดอยู่ในใจของพวกเธอทั้งสองคน ก่อนที่ทั้งสองจะถอนหายใจ และเลิกสนใจจากตรงนี้ไป เพื่อที่จะไปเคลียร์เอกสารให้เสร็จตามที่ตั้งใจเอาไว้ แน่นอนว่าปลาไม่ลืมที่จะบอกกล่าวกับลูกน้องของเธอถึงเรื่องบอดี้การ์ดทั้งสองคนด้วยเช่นกัน จะได้ไม่มีอะไรผิดพลาดอีก กลับมาที่ด้านของโอ๊ต เขาแจ้งกับคนขับรถให้ส่งเขาที่ตลาดหน้าหอพัก ในระหว่างทางเขามีความคิดว่าจะรับของจากร้านเจ๊หมึกกลับก่อนเลย จะได้ไม่เสียเวลาอีกในตอนกลับมา อีกอย่างหนึ่งในหัวเขากำลังคิดถึงทักษะอาชีพใหม่อย่าง ‘คนทอดไข่ดาว’ อยู่ แน่นอนว่าเขารู้ว่าจะต้องทำไข่ดาวยังไงให้อร่อย ส่วนประกอบอะไรที่จะทำให้มันอร่อย สิ่งที่เขาจำเป็นต้องซื้อเพิ่มมีอยู่ 3 อย่างด้วยกัน หนึ่งคือไข่ สองคือซอสมะเขือเทศ และอย่างสุดท้ายคือสิ่งที่เรียกว่า ‘ออริกาโน่’ เพื่อเพิ่มความหอม รสชาติแฝง และสิ่งที่เขากำลังคิดจะทำนั้นก็คือ ‘เบอร์เกอร์แพนเค้กไข่ดาวกรอบ’ นั้นเอง ‘ราคาน่าจะขายในราคา 100 บาทได้.. อื้ม คงต้องลองตลาดสัก 10 ชุดก่อนละกัน’ โอ๊ตวิเคราะห์ในใจ ทั้งค่าแรง และต้นทุนต่างๆ เพราะไอ้เจ้าเบอร์เกอร์ที่เขากำลังคิดจะทำมันต้องใช้แพนเค้กสองชิ้นประกบกับไข่ดาวกรอบๆสองฟอง ที่มีซอสมะเขือเทศกับออริกาโน่อยู่ตรงกลาง แม้ว่ามันจะดูเหมือนรสชาติไปคนละทาง แต่ตามความคิดของเขามันน่าจะอร่อยมากแน่ๆ เมื่อว่าไปแล้วเขาก็มุ่งหน้าทำตามแผนที่วางเอาไว้ในทันที โอ๊ตสั่งซื้อไข่ไก่มาเพิ่มอีก 1 แผง ไว้สำหรับทำไข่ดาวโดยเฉพาะพร้อมกับของอย่างอื่นที่จำเป็นต่อแผนการของเขา แน่นอนว่าเขาก็ต้องโดนเจ๊หมึกกล่าวบ่นอีกนิดหน่อย ซึ่งโอ๊ตก็ได้แต่ยิ้มแห้งๆเป็นการตอบรับกลับไป ก่อนที่โอ๊ตจะเริ่มขนทุกอย่างกลับหอพักของเขา และด้วยเวลาที่มันกระชั้นชิดที่ตอนนี้มันเป็นเวลากว่า 15.30 น. แล้ว เขาก็จำเป็นที่จะโยนทุกอย่างที่ซื้อมาเอาไว้ใต้รถร้านแผงลอยของเขา ก่อนจะเตรียมมุ่งหน้าไปยังโรงเรียนคอสมาตินในทันที แต่แล้วโอ๊ตก็ต้องชะงักตัวไปในทันที เพราะเขาเพิ่งจะนึกออกว่าเขานั้นลืมอะไรไป ตั้งแต่ที่ออกจากคอนโด.. ‘ไอ้บ้าเอ้ย.. แล้วของที่ซื้อมาจากห้างล่ะ’ โอ๊ตตบหน้าผากตัวเองไปทีหนึ่ง เพราะเขาดันลืมสินค้าทุกๆอย่างที่ซื้อมาจากห้างไปเสียสนิท และถ้าจะให้กลับไปเอาในตอนนี้ก็คงจะไม่ทันขายของกันพอดี.. “ขายของเสร็จแล้วค่อยกลับไปเอาพวกมันก็แล้วกัน เฮ้อออ”