บทที่ 98
ต้นเดือนสี่
ต้นเดือนสี่อากาศอบอุ่นกำลังดี
เมื่อหน้าหนาวผ่านมาภายในเมืองแห่งนี้ก็ปกคลุมไปด้วยความสงบสุข กองทัพเกราะดำอันแข็งแกร่งยามนี้ปักหลักอยู่ที่เมืองชายแดนแห่งนี้
มันทำให้เมืองแห่งนี้สงบสุขไร้ภัยคุกคาม ในช่วงต้นเดือนสี่ซูฉีก็เริ่มลงมือทำอะไรไปบ้าง
นางได้จัดการหลายๆอย่างอย่างเช่นเกี่ยวกับเรื่องที่ดิน หรือแม้กระทั่งการก่อสร้างโกดังเก็บของที่นางนั้นตั้งใจจะสร้าง
โดยโกดังเก็บของ ที่นางคิดจะก่อสร้างภายในที่ดินที่เพิ่งซื้อมานั้น นางได้ออกแบบเองโดยอ้างอิงจากภายในยุคสมัยที่นางจากมา
เพียงแต่ว่าภายในยุคนี้พวกงานฝีมือยังไม่ได้ก้าวหน้าไปขณะที่เทียบเท่าภายในยุคสมัยของนาง ภายในยุคสมัยของนางการก่อสร้างเจริญรุ่งเรือง
ตึกสูงสามารถสูงได้กว่ายี่สิบชั้นหรือสามสิบชั้นก็เป็นเรื่องปกติ แต่ภายในยุคสมัยนี้ไม่ใช่ ภายในยุคสมัยนี้ไม่มีเครื่องจักรและเครื่องทุ่นแรง
มันเลยทำให้ภายในยุคสมัยนี้การก่อสร้างไม่ได้สะดวกสบาย และก็ไม่ได้ทำได้ง่ายดายเหมือนภายในยุคสมัยที่นางจากมา
ซูฉีคิดว่าตนเองนั้นจะสร้างโกดังเก็บของ โดยคิดและอิงมาจากสติปัญญาภายในหัวของตน
มันน่าจะสามารถอ้างอิงกันได้อยู่ นางพอมีความรู้เกี่ยวกับด้านนี้อยู่บ้าง แม้ว่าจะไม่เทียบเท่าผู้เชี่ยวชาญก็
แต่นางก็พอจะว่าแบบร่างให้คนก่อสร้างทำการสร้างโกดังเก็บของตามที่นางต้องการได้ เริ่มจากทำการก่อสร้างรากฐานก่อน
โกดังเก็บของจะต้องมิดชิดพยายามให้มีอากาศรอดเข้าไปบริเวณด้านในน้อยที่สุด นางตั้งใจจะให้มันเป็นที่เก็บความเย็นตามศิลาให้ความเย็นที่นางคิดค้นขึ้นมา
นางได้วาดแบบร่างขึ้นมาและก็ทำการส่งให้กับช่างผู้ที่รับหน้าที่ในการก่อสร้าง
ทุกอย่างดูเหมือนว่าจะผ่านพ้นไปได้ด้วยดีเข้าสู่เดือนสี่ด้วยความราบรื่น
…
ณ คฤหาสน์ตระกูลหง
พวกมันส่งคนไปจับตามองและก็สอดแนมซูฉีอย่างห่าง ในช่วงหลายวันที่ผ่านมารายงานการกระทำของนางกลับมาถึงหูหงอู๋หวัง
ผู้นำตระกูลหงผู้นี้ยิงเป็นกังวลมาก เมื่อมันได้รู้ว่าคนที่มันกำลังจับตามองอยู่ในยามนี้คล้ายว่าจะมีแผนการกระทำบางอย่าง
ที่ผ่านมาตัวของมันนิ่งนอนใจไม่ได้ขยับเขยื้อนรู้ว่าไม่ได้ลงมือทำ เป็นเพราะว่าพวกมันนั้นเกรงกลัวกองทัพเกราะดำ
แต่ในยามนี้เมื่อเห็นการกระทำของเนี่ยหนูผู้นั้นมันยิ่งรู้สึกเป็นกังวล การกระทำในครั้งนี้ของยัยหนูผู้นั้นคล้ายว่าจะมีผลกระทบส่งผ่านมาถึงตระกูลของมันด้วย
การขยับขยายกิจการให้ใหญ่โตมากขึ้นแน่นอนว่า เมื่อขนาดกิจการของนางขยายใหญ่ขึ้นสินค้าของมันที่จะทำการค้าขายเองก็ต้องลดน้อยลง
“ ในยามนี้ที่ยัยหนูผู้นั้นทำการขยายที่ดินคล้ายว่าจะขยับขยายและเพิ่มแปลงผักของตนเอง ”
“ ถ้านางสามารถเพิ่มแปลงผักของตนเองได้ เทียบเท่ากับว่าของข้าที่ทำการค้าขายอยู่ภายในเมืองจะขายไม่ออกเลยงั้นรึ? ” ชายวัยกลางคนแซ่หงผู้นี้กำลังทุกอย่างดังเพราะยกน้ำขึ้นมาดื่ม
ภายในใจของมันก็ยังกระวนกระวายกับสิ่งที่เกิดขึ้น เป็นเพราะว่าไม่ว่าอย่างไรเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้นในยามนี้ก็ได้รับผลกระทบมาถึงตระกูลของมันแน่นอน
เมื่อผู้นั้นยิ่งมีบทบาทมาก มันยิ่งทำให้ตระกูลของมันมีรายได้ที่น้อยลงไป จนในยามนี้มันเองก็เต็มไปด้วยความกังวล
ทรัพย์สินและทรัพยากรที่เคยเก็บเกี่ยวมาได้ยามนี้เริ่มลดน้อยลงไปเรื่อยเรื่อย
“ ข้าคิดว่านายท่านควรจะลงมือได้แล้วนะขอรับ ” พ่อบ้านตระกูลหงที่เป็นผู้อาวุโสของตระกูลกล่าวขึ้น
“ อย่างน้อยถ้าไม่ลงมืออย่างโจ่งแจ้งข้าคิดว่านายท่านเองก็ควรจะขัดขวางนางบ้าง ”
“ ได้ยินว่าตอนนี้นางกำลังคิดจะรับคนเพิ่ม แล้วก็กำลังจะขยายสวนผักของนางไม่ใช่หรือขอรับ ” ชายชราผมขาวที่อยู่ข้างกายเสนอความคิดชั่วร้าย
แววตาของมันส่อถึงความเจ้าเล่ห์ออกมาอย่างชัดเจน หงอู่หวังหันไปมองพ่อบ้านชราที่อยู่ข้างกาย
พวกมันสองคนราวกับว่ารู้กันดีเพียงแค่สบตากันว่าอีกฝ่ายกำลังคิดอันใดอยู่ แผนการชั่วร้ายปรากฏขึ้นภายในจิตใจ
…
ในขณะเดียวกัน ณ ค่ายกองทัพเกราะดำ
รายงานรายวันได้ถูกส่งถึงมือของหวงเจียวลู่ แม่ทัพหนุ่มกำลังนั่งมองรายงานพวกนั้น หวงเจียวลู่อ่านข้อความรายงานพวกนั้นอย่างเรียบเฉย
บนใบหน้าของแม่ทัพหนุ่มผู้นี้สงบนิ่งราวกับทะเลสาบที่เงียบสงัด ไม่มีสัดส่วนของใบหน้าที่หล่อเหลากำลังขยับเลยแม้แต่น้อย มีเพียงแค่ดวงตาที่ขยับเขยื้อนไปมาอย่างช้าๆ
ทำการอ่านพวกมันอย่างช้าๆและละเอียด หวงเจียวลู่นั่งอ่านพวกมันอยู่สักพักก่อนที่จะค่อยๆปิดรายงานนั้นและวางลงไปบนโต๊ะ
สือหยางขุนพลข้างกายที่ยืนขนาบข้างเอ่ยถามขึ้น “ จะเอาอย่างไรดีขอรับท่านแม่ทัพ คนแซ่หงควรจับตามองคุณหนูตระกูลซู คล้ายว่าจะลงมือทำบางอย่าง ”
อย่างที่รู้กันดีก่อนหน้านี้กองทัพเกราะดำ ส่งทัพเงาที่เป็นคนสอดแนมไปสอดแนมการเคลื่อนไหวของซูฉี
ในยามนี้พวกตระกูลหง ส่งคนมาจับตามองนางแน่นอนว่ากองทัพเกราะดำเองก็ต้องรู้ด้วยเช่นเดียวกันว่าคนพวกนั้นกำลังจับตามองนางอยู่
การเคลื่อนไหวทุกการเคลื่อนไหวล้วนและอยู่ภายในสายตาของกองทัพเกราะดำ การเคลื่อนไหวอันแปลกประหลาดของตระกูลหงมันทำให้พวกเขานั้นสังเกตุเห็นได้
หวงเจียวลู่อยู่เบื้องหน้าแสดงท่าทางเรียบเฉย สือหยางขุนพลคู่กายพยายามถามหาคำตอบจากแม่ทับหนุ่ม
ก่อนหน้านี้แม่ทัพหนุ่มกล่าวว่า ว่าถ้าคุณหนูซูนั้นได้รับอันตรายกองทัพเกราะดำจะยื่นมือเข้าไปช่วย
แต่ในยามนี้ขุนพลคู่กายกับสงสัย แม่ทัพหนุ่มนิ่งสนิทเกินกว่าความคิดของมันจะคาดเดา
“ คนพวกนั้นยังคงไม่ลงมือในตอนนี้อย่างแน่นอน ใจเย็นก่อนสงบใจเอาไว้ ”
“ กองทัพเกราะดำตั้งมั่นอยู่ภายในเมืองชายแดน พวกตระกูลหงเป็นตระกูลที่ปักหลักอยู่ภายในเมืองแห่งนี้มาเป็นเวลานาน ”
“ พวกมันไม่ใช่คนโง่การที่จะลงมืออะไรสักอย่างถ้าพวกเราไม่มีหลักฐานหรือไม่มีเบาะแสที่แน่ชัดไม่สามารถลงมือกับมันได้แน่นอน ”
“ เพราะแบบนั้นในตอนนี้ถึงแม้ว่าอยากจะออกตัวไปก็ไม่สามารถทำอะไรได้อยู่ดี ”
“ คาดถึงบอกให้ตัวของเจ้านั้นสงบใจเอาไว้มันยังไม่ถึงเวลา เพิ่มคนระวังภัยให้กับนางมากขึ้นและเพิ่มคนที่สอดแนมมากขึ้นด้วย ” แม่ทัพหนุ่มสั่งการอย่างสุขุม
อย่างไรเสียในตอนนี้ถึงแม้ว่าอยากจะลงมือไปก็ไม่สามารถทำอะไรได้ เพราะว่าเรื่องราวทุกอย่างมันยังคงไม่เกิดขึ้น
คนพวกนั้นในยามนี้เพียงแค่จับตามองคุณหนูตระกูลซูเท่านั้น ยังไม่รู้เจตนาและจุดประสงค์ของพวกมันที่แน่ชัด
หวงเจียวลู่มองหมากกระดานนี้ออกอย่างทะลุปุโปร่งเพราะแบบนั้นเขาจึงสงบนิ่งแบบนี้ จึงสั่งการออกไปแบบนั้น
สือหยางขุนพลคู่กายไม่สามารถทำอะไรได้ในยามนี้ได้แต่พยักหน้าตอบรับแม่ทับหนุ่มที่อยู่เบื้องหน้าเท่านั้น
“ เข้าใจแล้วขอรับ… ” สือหยางสั่งและก็ออกไปจัดการตามคำสั่งอย่างรวดเร็ว
….
ในขณะเดียวกันพวกที่คิดจะทำการเคลื่อนไหวมันเองก็เริ่มทำการเคลื่อนไหวเรียบร้อยแล้ว
ซูฉีเปิดรับคนงานจำนวนหนึ่งเข้ามา นางต้องการคนงานเข้ามาเพื่อที่จะพัฒนาที่ดินของนาง
คนงานในยามนี้ที่มีเพียงแค่น้อยนิดไม่สามารถดูแลสวนผักของนางได้แล้ว เพราะแบบนั้นนางจึงมีความคิดอยากจะเปิดรับคนงานจำนวนมากเข้ามาเพื่อช่วยงานภายในสวนผักของ
และยังมีกิจกรรมอื่นๆที่นางคิดเอาไว้วันข้างหน้าที่คิดจะทำอีก เพราะแบบนั้นมันจึงมีการเปิดคัดเลือกคนงานขึ้น
ต้นเดือนสี่การคัดเลือกคนงาน
จบบท