ศัตรูจากทวีปอื่น
เมื่อกู่ไม่กล่าวหยอกล้อพวกหยูเฟยและจ้าววั่นก็ทำให้ทั้งคู่เกิดความเขินขึ้นมา คนอื่นๆต่างก็เริ่มกล่าวหยอกล้อทั้งคู่กันอย่างสนุกสนาน"นี่พวกเจ้าพอได้แล้ว กู่ไท่เจ้าก็อย่าได้กล่าวเกินจริงไป ที่นิกายดาบคลั่งและหอหิมะโปรยเลือกเป็นพันธมิตรกันไม่ใช่เพราะเรื่องพวกนี้แต่เป็นเพราะต้องการที่จะผนึกกำลังกันขับไล่ศัตรูจากทวีปอื่นต่างหาก เจ้าก็น่าจะรู้ว่านับวันคนของทวีปอื่นหาโอกาสที่จะเข้ามายึดทวีปของพวกเราอยู่" จ้าววั่นกล่าวอู่หมิงที่ได้ฟังก็ขมวดคิ้วลงเพราะนี่เป็นครั้งแรกที่เขารู้เรื่องนี้ "ช่วยเล่ารายละเอียดให้ข้าฟังที" อู่หมิงกล่าว"อ่อ จริงสิ สหายอู่หมิงพึ่งเข้ามาหอกระบี่ได้ไม่นานจึงยังไม่รู้เรื่องสำคัญพวกนี้สินะ ก่อนอื่นเลยเจ้ารู้หรือเปล่าว่าทำไม 5 ขุมกำลังถึงได้ไม่ทำสงครามกันถึงแม้จะไม่ถูกกัน ยกตัวอย่างเช่น หอกระบี่ของเจ้าและสำนักเหลียงซานที่ไม่ถูกกันอย่างมากแต่ พวกเขาก็เลือกให้ศิษย์ต่อสู้กันเองส่วนพวกผู้อาวุโสกลับเงียบและไม่สนใจ" จ้าววั่นกล่าว"หรือว่าเพราะมีเหตุผลที่ไม่อยากสูญเสียกำลังลงเพราะอะไรบางอย่าง" อู่หมิงกล่าว"ใช่แล้ว เพราะถ้าทั้งสองเกิดทำสงครามกันจริงๆแน่นอนว่าต้องเกิดการสูญเสียลงอย่างมากและจะทำให้พลังของทวีปเทียนลู่ของพวกเราอ่อนแอลง และหลังจากนั้นศัตรูของพวกเราที่อยู่ทวีปอื่นก็จะใช้โอกาสนี้บุกเข้ามาโจมตีทวีปของเราได้" จ้าววั่นอธิบาย"แบบนี้นี่เอง แสดงว่าศัตรูของพวกเราเองก็ต้องแข็งแกร่งมากถึงขนาดที่ขุมอำนาจทั้ง 5 ยังไม่กล้าลดการป้องกัน" อู่หมิงกล่าว"เหอะ อู่หมิงน้อยเจ้าอาจจะไม่รู้ว่าทวีปข้างๆทวีปเทียนลู่แห่งนี้มีสภาพเป็นอย่างไร ถ้าจะให้ข้าพูดตรงๆเลยจะเรียกมันว่าดินแดนของคนชั่วเลยก็ว่าได้" เสี่ยวฮุ่ยที่เงียบอยู่กล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงเย่อหยิ่ง"เจ้าหมายความว่าไง" อู่หมิงกล่าวถาม"ก็เพราะในทวีปข้างๆของเราเต็มไปด้วยสำนัก หรือ พรรค อธรรมยังไงละ หรือจะให้พูดง่ายๆก็คือพวกฝึกฝนศาสตร์นอกรีด" เสี่ยวฮุ่ยกล่าว"อย่างที่กระรอกตัวนั้นกล่าวเจ้าพวกนั้นฝึกฝนวิชาที่ชั่วร้ายอย่างเช่น คำสาปหรือพิษร้าย อะไรพวกนี้" จ้าววั่นกล่าว"อย่ามาเรียกกระรอกนะข้าคือราชันอสูรต่างหาก" เสี่ยวฮุ่ยกล่าวด้วยความเย่อหยิ่ง"เอ่อ...ไม่ต้องไปสนใจเจ้านี่หรอก แล้วพวกนั้นจะเข้ามาโจมตีพวกเราเมื่อไหร่พวกเจ้ารู้หรือไม่" อู่หมิงกล่าว"เรื่องนี้ข้าเองก็ไม่รู้ต้องรอเหล่าผู้อาวุโสประกาศอีกที" จ้าววั่นกล่าวเสี่ยวฮุ่ยที่ถูกเมิณก็กลายเป็นโกรธและส่งเสียงจี๊ดด้วยความไม่พอใจ แต่ท่าทางของเสี่ยวฮุ่ยทำให้ศิษย์หญิงคนอื่นๆมองเสี่ยวฮุ่ยว่าน่ารักและบางคนถึงขั้นเดินมาสอบถามอู่หมิงว่าเสี่ยวฮุ่ยเป็นสัตว์อสรชนิดใหน แต่ตัวอู่หมิงเองก็ไม่เคยถามไม่สิเสี่ยวฮุ่ยไม่เคยบอกเลยต่างหาก"สหายอู่หมิงไม่ใช่ว่าสัตว์อสูรที่พูดได้ทุกตัวเป็นสัตว์อสูรระดับ 5 ไม่ใช่หรือ เจ้าอย่าบอกนะว่าเจ้ากระรอกตัวเล็กๆนี่เป็นสัตว์อสูรระดับ 5 จริงๆ" กู่ไท่กล่าวด้วยความสงสัย"เอ่อ เรื่องนี้มันออกจะซับซ้อน คือเจ้านี่ไม่ใช่สัตว์อสูรระดับ 5 หรอกเพียงแต่ว่าเจ้านี่มันฉลาดเกินกว่าสัตว์อสูรทั่วๆไปเท่านั้น" อู่หมิงกล่าว"เจ้าจะบอกว่าเจ้านี่สามารถพูดภาษามนุษย์ได้มานานแล้วงั้นหรือและยังไม่ได้เป็นสัตว์อสูรระดับ 5 ด้วย" กู่ไท่กล่าวด้วยความตกตะลึง"เฮ้ยเจ้ากล้ามเนื้อ เวลาเรียกข้าอย่าเรียกว่าเจ้านี่ ต้องเรียกว่าท่านราชันอสูรสิ" เสี่ยวฮุ่ยคำรามด้วยความโกรธ"มันจะเย่อหยิ่งอะไรขนาดนี้" กู่ไท่อดไม่ได้ที่จะส่ายหัวกับความเย่อหยิ่งของเสี่ยวฮุ่ย"อ่อ ใช่สิสหายอู่หมิงเจ้ามีคนรักหรือยัง ถ้าเจ้าไม่ว่าอะไรข้าจะแนะสาวๆที่น่ารักให้เอาหรือไม่" กู่ไท่กล่าวด้วยรอยยิ้ม"ไม่ละ ข้ามีคู่หมั้นแล้วและนางก็อยู่ตรงนั้น" อู่หมิงชี้ไปยังจิงเสวี่ยนที่กำลังคุยกับศิษย์หญิงของหอหิมะโปรย"เหอ เหอ ที่แท้พวกเจ้าก็พากันมีคู่หมั้นกันหมดแล้วสินะ" กู่ไท่คอตกลงทันทีเมื่อได้ยินคำตอบของอู่หมิง"นี่ๆ สหายกู่ไท่ข้าเองก็ยังไม่มีสาวๆเลยสักคนช่วยแนะนำให้ข้าบ้างสิ" เจียงเฉินกล่าวออกมาทันทีเมื่อได้ยินทั้งสองคุยกัน"สหายเจียงเฉินดูเหมือนเราทั้งสองจะเหมือนกันสินะ ตกลงข้าจะแนะนำสาวๆที่น่ารักให้กับเจ้าเองรับรองเจ้าจะไม่ผิดหวังแน่" กู่ไท่กล่าว"ยอดเยี่ยมสหายกู่ไท่แล้วข้าจะตั้งตารอ" เจียงเฉินกล่าว"เอ่อ ข้าเองก็อยากให้เจ้าแนะนำหญิงสาวคนหนึ่งในหอกระบี่ให้หน่อย" กู่ไท่กล่าว"นางชื่ออะไรงั้นหรือ" เจียงเฉินกล่าว"ข้าไม่รู้ชื่อของนาง ข้ารู้แต่ว่านางอยู่กลุ่มพิสุทธิ์อะไรสักอย่างนี่แหละแถมนางยังเป็นหัวหน้ากลุ่มอะไรนั่นด้วย" กู่ไท่กล่าวใบหน้าของเจียงเฉินกลายเป็นบิดเบี้ยวคำลงท้ายด้วยพิสุทธิ์ของชื่อกลุ่มในหอกระบี่มีเพียงแค่เดียว คือเหมันต์พิสุทธิ์หรือก็คือเสวี่ยอิน หัวหน้ากลุ่มเหมันต์พิสุทธิ์ และเป็นคนที่เจียงเฉินไม่สามารถเข้าไปตีสนิทได้แน่"เอ่อ สหายกู่ไท่ดูเหมือนเรื่องนี้ข้าจะไม่สามารถช่วยเจ้าได้" เจียงเฉินกล่าวด้วยน้ำเสียงรู้สึกผิด"หืม ทำไมละ หรือว่าเจ้าเองก็เล็งนางไว้" กู่ไท่กล่าวถาม"เปล่าไม่ใช่หรอก เพราะคนที่เจ้ากำลังคิดจะจีบคือ หัวหน้ากลุ่มเหมันต์พิสุทธิ์ เสวี่ยอิน ผู้เป็นศิษย์หลักอันดับ 2 ของหอกระบี่" อู่หมิงกล่าวขึ้นแทนเจียงเฉินที่หดหู่ลง"อะไรนะศิษย์หลัก!!!!!!!!!!!!" กู่ไท่กล่าวด้วยความตกตะลึง"ข้าเคยได้ยินชื่อของนางมาก่อน ว่ากันว่านางเป็นรองแค่หวังตี้เท่านั้นและที่สำคัญ นางมีนิสัยที่เย็นชาแต่มีเมตตามาก และยังมีข่าวที่ว่านางมีใบหน้าที่งดงามและชวนหลงใหลจนแม้แต่หวังตี้ก็ยังตามเกี้ยวพานาง" หยูเฟยกล่าวขึ้น"ขนาดนั้นเลยเหรอ" อู่หมิงกล่าวด้วยความสงสัย"เอ๋ นี่พวกเจ้าไม่เคยเห็นหน้านางหรอกเหรอ" หยูเฟยกล่าวด้วยความแปลกใจ"ข้าอยู่ในหอกระบี่มานานยังพบตัวนางแค่ครั้งเดียวและนางยังสวมผ้าปิดหน้าตลอดอีกด้วย" เจียงเฉินกล่าว"ฮ่า ฮ่า สหายกู่ไท่ดูเหมือนว่าการจะเกี้ยวพานางจะไม่ง่ายซะแล้วแถมยังมีคู่แข็งเป็นถึงหวังตี้อีกด้วย" จ้าววั่นกล่าวด้วยน้ำเสียงชอบใจ"ชิ ทำไมข้าถึงได้โชคร้ายขนาดนี้" กู่ไท่กล่าวอย่างครวญครางด้วยความเศร้าโศก-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------