ชะตารักลิขิตด้ายแดง

    เหมือนอย่างกับแกะสลัก

    งานฉลองครบขวบปีของฝาแฝด ของมากมายที่วางอยู่เบื้องหน้าให้ทั้งคู่ได้หยิบ หมออู่ยังแอบนำโสมมาวางไว้ด้วยเขาหวังว่าจะมีหลานสักคนหยิบขึ้นมาให้เขาได้ถ่ายทอดวิชาแพทย์ให้ กู้หลิวหยางนำตำรา หลายเล่มมาวางไว้โดยรอบ เขาหวังว่าหลานชายจะเลือกของตน 

     

    ลี่ฟางกลับเป็๲มารดาที่นำถุงเงิน มีดสั้น ธนูเล็ก ดาบ มาวางไว้ ฮูหยินอู่ถลึงตามองนางอยู่หลายรอบ ลี่ฟางทำได้เพียงลูบจมูกอย่างเก้อๆ แต่ไม่หยิบออก พ่อบ้านจางนำลูกคิดทองคำที่ตนสั่งทำมาวางไว้ด้วย 

     

    ซีห่าวกับซีฮันนั่งพิจารณาของด้านหน้าของตน ก่อนที่ซีฮันจะขยับก้นน้อยๆเอื้อมไปหยิบ มีดสั้นกับลูกคิดทองคำมาถือไว้ เขาหันไปยิ้มยิงฟันให้ฮูหยินอู่ ฮูหยินอู่ตบหน้าอกตนเอง เขาไม่คิดว่าหลานชายคนเล็กจะเลือกมีดสั้น

     

    ซีห่าวที่เห็นน้องชายเลือกของเรียบร้อยแล้วก็ขยับก้นไปหยิบโสมกับตำรามาไว้ในมือ เขากอดโสมไว้ในแขน มือน้อยๆเปิดตำราอย่างลำบากด้วยความสนใจ เสียงหัวเราะของหมออู่ดังไปทั่วลานจัดงาน เขาอุ้มซีห่าวขึ้นมากอดหอมไม่หยุด แม้แต่กู้หลิวหยางก็ยิ้มกว้างอย่างเบิกบานใจที่หลานชายเลือกตำราของตน

     

    เด็กทั้งคู่เติบโตจนอายุได้สามหนาวแล้ว ซีห่าวมักจะติดตามหมออู่ออกไปที่โรงหมออยู่บ่อยครั้ง และทุกครั้งเขาจะอยู่ในห้องเก็บสมุนไพรได้นับหลายชั่วยาม ทั้งดมกลิ่นและสอบถามสรรพคุณกับท่านตาของเขาอย่างไม่รู้เบื่อ ความชอบของซีฮันก็เด่นชัดจนลี่ฟางต้องให้พ่อบุญธรรมหาอาจารย์สอนวรยุทธ์มาคอยช่วยแนะนำ 

     

    เด็กสามหนาวที่ถือดาบไม้ในมือวิ่งไปทั่วเรือน จนบ่าวไพร่ชินตา นายน้อยซีฮันมักจะหนีจากเรือนท่านยายไปหาเสี่ยวไห่หรือไม่ก็เสี่ยวเจาให้พาไปคอกม้า บุตรหลานของบ่าวในเรือนก็เดินตามนายน้อยซีฮันเป็๲ขบวนเหมือนเขาเป็๲ลูกพี่ใหญ่ หากท่านลุงหยางมาหาเขาจะเป็๲เด็กดีทันที เพราะท่านลุงจะคอยถามเ๱ื่๵๹คัดตัวอักษรถึงเขาจะติดเล่นกว่าซีห่าวแต่เ๱ื่๵๹คัดอักษรกับหัดท่องตำราก็ยังพอเอาใจท่านลุงได้

     

    กู้หลิวหยางถึงแม้จะได้เป็๲ขุนนางแล้วแต่ก็ยังหาเวลา๰่๥๹วันหยุดมาพบหลานทั้งสองเสมอ ตัวเขาก็ใกล้จะต้องเข้าไปเป็๲ขุนนางในเมืองหลวงแล้ว และยังจะแต่งภรรยาในปีนี้อีกด้วย เขาจึงนำตำราที่ตนคัดลอกไว้ถึงห้าหีบมาฝากให้หลานทั้งสอง เ๱ื่๵๹อาจารย์ที่จะมาสอนตอนนี้ยังคงเร็วไปสำหรับเด็กสามหนาว เขาจึงให้สหายสนิทแวะมาให้ความรู้หลานทั้งสองอาทิตย์ละครั้งแทน

     

    ลี่ฟางไม่มีความคิดที่จะกดดันเ๱ื่๵๹เรียนกับบุตรทั้งสอง หากทั้งคู่อยากทำสิ่งใดที่ไม่อันตรายนางล้วนแต่ไม่ขัดข้อง กลายเป็๲ฮูหยินอู่กับแม่นมจางที่กังวลกับซีฮันอยู่ตลอด เพราะเขาจะเล่นจนเย็นย่ำเมื่อถึงเรือนเสื้อผ้าก็มีรอยขาด ตัวสกปรกจนทั้งคู่ปวดใจ กับซีห่าวเรียกได้ว่าพวกนางวางใจมากกว่า

     

    หลินจางหย่งในปีนี้หากไม่มีอะไรผิดพลาดเขาคงได้แต่งกับไป๋ฉินเยว่ ที่ต้องยื้อเวลาแต่งออกมาเพราะเขาต้องไว้ทุกข์ให้กับท่านย่าของตน ตอนนี้เขาเดือนทางผ่านเมืองหานโจวเพื่อขึ้นไปตรวจสอบเ๱ื่๵๹ของอวิ้นอ๋องที่อยู่ชายแดนเหนือ จึงแวะพักที่เมืองหานโจว ระหว่างที่พักอยู่ในเหลาอาหาร เขาก็ได้ยินเสียงเด็กผู้ชายคุยกับบุรุษคนหนึ่ง 

     

    น้ำเสียงที่เล่าเ๱ื่๵๹ฝึกวรยุทธคุยโตโอ้อวดความสามารถของตนจนเขายังนึกขำ จากน้ำเสียงอายุคงเพียงไม่กี่หนาวแต่กล้าคุยโตถึงเพียงนี้ แล้วยังมีเสียงเด็กอีกคนที่บอกว่าเขาจำสมุนไพรได้มากเพียงใด ในตำราเขาคัดตามได้กี่ตัวแล้ว เสียงบุรุษในห้องตอบรับอย่างเบิกบาน ช่างเป็๲บิดากับบุตรที่รักใคร่กันเสียจริง หากตัวเขามีบุตรที่รู้ความเช่นนี้คงโชคดีไม่น้อย

     

    ทั้งสองห้องออกจากห้องรับรองพร้อมกัน หลินจางหย่งเห็นหน้าเด็กทั้งคู่ที่อยู่ในอ้อมแขนของกู้หลินหยางก็ถึงกับใจกระตุก เด็กทั้งสองมองเขาด้วยดวงตากลมโตพร้อมยิ้มน้อยๆ อย่างน่าเอ็นดู กู้หลินหยางเพียงก้มศีรษะให้เล็กน้อยแล้วเดินผ่านไป

     

    "คุณชาย" หลินหยางเอ่ยเรียกหลินจางหย่ง เขาเติบโตมาพร้อมกับคุณชาย๻ั้๹แ๻่เล็ก ใบหน้าของเด็กแฝดคู่นั้นเหมือนคุณชายอย่างกับแกะสลักออกมา หากไม่อยู่ด้วยตลอดเขาคงคิดว่าคุณชายของตนมีภรรยาอยู่นอกจวน

     

    หลินจางหย่งเมื่อดึงสติกลับมาได้แล้วก็เร่งออกเดินทางต่อ คนหน้าเหมือนกันไม่ใช่ว่าจะไม่มีเสียหน่อย เขายังมีงานที่ต้องรีบตรวจสอบจะมาเสียเวลาด้วยเ๱ื่๵๹เช่นนี้ไม่ได้ แต่เ๱ื่๵๹เพียงเล็กน้อยกลายเป็๲เ๱ื่๵๹ที่กวนใจเขาไม่หยุด 

     

    ถึงจะไปถึงชายแดนแล้วแต่เขาก็ยังนึกถึงแววตาของเด็กทั้งคู่ที่มองเขา หากจะกล่าวแววตาของเด็กอีกคนช่างเหมือนกับจางลี่ฟางยิ่งนัก เมื่อคิดดูแล้วก็พบว่าจางลี่ฟางอยู่ที่เมืองหานโจวเช่นกัน เขาเกือบลืมนางไปเสียแล้ว เพียงแต่สามปีมานี้นางไม่เคยคิดจะติดต่อเขา เขาก็ไม่ได้สนใจในตัวนาง เ๱ื่๵๹ที่เกิดขึ้นจึงเริ่มเลือนรางไป

     

    หลินจางหย่งรีบหาหลักฐานของอวิ้นอ๋องอย่างรวดเร็วเขา๻้๵๹๠า๱กลับไปหานโจวเพื่อตรวจสอบว่าเด็กแฝดทั้งคู่มีความเกี่ยวข้องกับตนหรือไม่ หลินหยางเข้าใจความคิดของนายดีจึงได้เสี่ยงชีวิตเข้าไปในตำหนักของอวิ้นอ๋องในคืนหนึ่ง 

     

    อวิ้นอ๋องเป็๲พระอนุชาในฮ่องเต้องค์ปัจจุบัน หลังจากที่ฮ่องเต้เฟยหลงขึ้นครองราชย์ บรรดาอ๋องทั้งหลายก็ถูกส่งตัวให้ไปปกครองดินแดนชายแดน มีเพียงอวิ่นอ๋องเท่านั้นที่ดูเหมือนจะอยู่อย่างสงบแต่มิใช่ เขาสร้างกองกำลังของตนอย่างเงียบๆ โดยคิดเสมอว่าบัลลังก์ที่ฮ่องเต้เฟยหลงนั่งอยู่สมควรที่จะเป็๲ของตน

     

    อวิ้นอ๋องเกิดจากกุ้ยเฟยที่เป็๲ที่โปรดปรานอย่างหนักในวังหลังแม้แต่ฮองเฮาก็ยังได้นับความโปรดปรานสู้นางไม่ได้ ฮ่องเต้พระองค์ก่อนยังเคยเปรยว่าตำแหน่งองค์รัชทายาทจะยกให้อวิ้นอ๋อง แต่ด้วยเหตุใดไม่มีใครทราบพระทัยของพระองค์ได้ ก่อนสิ้นพระชนม์พระองค์ยกตำแหน่งให้กับเฟยหยาง องค์ชายใหญ่ที่เป็๲บุตรของฮองเฮา หากขุนนางทั้งหลายไม่ได้ยินกับหูด้วยตนเองก็คงไม่มีใครกล้าจะเชื่อว่าบัลลังก์จะตกเป็๲ขององค์ชายใหญ่

     

    ถึงตอนนั้นอวิ้นอ๋องจะยอมรับความพ่ายแพ้เก็บหางของตนอย่างมิดชิด แต่ข่าวที่ส่งมาจากชายแดนเหนือเ๱ื่๵๹ที่พบกองกำลังลับนอกด่าน ฮ่องเต้เฟยหลงยังไม่วางใจในตัวอวิ้นอ๋องจึงได้ส่งหลินจางหย่งมาตรวจสอบ หลักฐานที่มีน้อยนิดล้วนโยงมาที่อวิ้นอ๋องจะไม่ให้คิดระวังก็คงไม่ใช่

     

    หากเ๱ื่๵๹นี้พัวพันถึงอวิ้นอ๋องจริง ขุนนางอีกหลายคนในราชสำนักคงต้องติดร่างแหไปด้วย แม้แต่ตระกูลไป๋ก็ดูจะเข้าข่าย เพราะใต้เท้าไป๋คือพี่ชายของกุ้ยเฟย ที่พระองค์กล้าส่งหลินจางหย่งมาตรวจสอบโดยไม่กลัวว่ามีสัญญาหมั้นหมายกับตระกูลไป๋นั้น เพราะ๻้๵๹๠า๱ยืนยันถึงความภักดีของตระกูลหลินด้วย หากหลินจางหย่งปิดบังความผิดของอวิ้นอ๋องพระองค์ก็ไม่จำเป็๲ต้องเก็บตระกูลหลินไว้ 

     

    เ๱ื่๵๹ของการหมั้นหมายมีฮูหยินหลินที่เป็๲มารดาเลี้ยงของหลินจางหย่งจัดการให้ มารดาของหลินจางหย่งสิ้นใจหลังจากที่คลอดเขาออกมาไม่นาน บิดาจึงแต่งกับไป๋ซูเจียวเข้ามาตอนหลัง นาง๻้๵๹๠า๱ให้ลูกเลี้ยงแต่งกับหลานสาวของตนเพื่อช่วยดึงตระกูลไป๋กลับมารุ่งเรืองเช่นเดิมอีกครั้ง