บทที่30 ทวีปศักดิ์สิทธิ์
แม้จะมาถึงทวีปศักดิ์สิทธิ์แล้วแต่การจะไปถึงนิกายฟ้า์คำรามพิโรธนั้นยังอีกยาวไกลการเดินทางครั้งนี้นั้นคงใช้เวลาอีก 2-3 วันกว่าจะถึงที่หมาย
รถลากสัตว์อสูรของกุนจวินนั้นแม้จะโดดเด่นอย่างมากในทวีปอรุณเบิกฟ้าแต่สำหรับที่นี่นั้นนับว่าธรรมดามากเมืองที่มาถึงนั้นเป็เมืองที่มีคนสัญจรจำนวนมากเพราะเป็เมืองใหญ่ที่อยู่ตรงทางเข้าของทวีปศักดิ์สิทธิ์ซึ่งเป็จุดพักผ่อนที่ดีสำหรับการเดินทาง
มาถึงโรงเตี๊ยมหรูหราแห่งหนึ่ง กุนไท่และกุนจวินได้พักที่แห่งนี้ก่อนชั่วคราวเพื่อสืบข่าวเกี่ยวกับการเข้านิกายและข่าวสารที่จำเป็ต่างๆมากมายรวมถึงข้อมูลของทวีปนี้ด้วย
ทวีปศักดิ์สิทธิ์นั้นถือกำเนิดขึ้นเมื่อไหร่ไม่มีใครทราบเพราะตำราเก่าแก่บางเล่มที่เขียนถึงนั้นสูญหายไปบางเล่มเกิดความเสียหายจนมิอาจสามารถนำมาเปิดอ่านได้ รวมถึงตัวอักษรโบราณที่ไม่สามารถทำความเข้าใจได้
ภายในทวีปศักดิ์สิทธิ์นั้นมีนิกายที่มีชื่อเสียงและสมาคมมากมายที่แข็งแกร่งจนน่าหวาดหวั่นบางส่วนมาจากทวีปขนาดกลางและใหญ่ที่เข้ามาหาผลประโยชน์รวมถึงอิทธิผลที่เพิ่มมากขึ้นด้วยาการแย่งชิงพื้นที่หรือสมบัติจากทวีปอื่นนั้นมีมากมายทวีปศักดิ์สิทธิ์ยังบันทึกไว้อีกด้วยว่า บนโลกนี้นั้นมีทวีปขนาดเล็ก ถึง 35 ทวีปขนาดกลาง 20 ทวีป(การแข่งขันสานสัมพันธ์มีทั้งหมด)และทวีปขนาดใหญ่มีแค่ 3 ทวีปเท่านั้น (รวมทวีปมหันตภัยเหนือพิภพและทวีปทรายทมิฬ)ส่วนทวีปศักดิ์สิทธิ์นั้นเป็จุดศูนย์กลางของโลกปกครองโลกนี้อย่างแท้จริง! แต่ยังมีอีกขั้วอำนาจหนึ่งที่เป็ศัตรูกับทวีปศักดิ์สิทธิ์นั่นคือชนเผ่าโลหิตอสูร!
และแล้วรถลากสัตว์อสูรของกุนจวินก็มาถึงนิกายฟ้า์คำรามพิโรธ! ภายนอกมีกำแพงที่สูงถึงร้อยเมตรเหมือนูเาลูกย่อมๆ มีสิ่งปลูกสร้างที่ใหญ่โตและสูงเสียดฟ้ามากมายรวมทั้งมีค่ายกลครอบคลุมทั่วทั้งนิกายตรงส่วนของกำแพงสลักลวดลายสัตว์ที่น่าเกรงขามไว้และบนกำแพงก็มีรูปปั้นักำลังขดตัวอยู่6 ตัวราวกับมีชีวิต ในหนังสือที่กุนไท่อ่านนั้น มันบอกไว้ว่ารูปปั้นัทั้ง 6นี้นั้นเป็รูปปั้นแกะสลักของปรมาจารย์ด้านการสลักรูปปั้นค่ายกล ซึ่งมันจะออกมาจัดการกับผู้ที่คิดจะทำลายค่ายกลของนิกาย!
กุนไท่ไปลงชื่อสมัครเป็ศิษย์สายนอกการทดสอบนั้นจะมีหลังจากนี้อีก 3 วันผู้ที่เข้ารับการทดสอบนั้นต้องเข้าพักในสถานที่ทางนิกายจัดเตรียมไว้ให้ กุนไท่ได้รับแผ่นป้ายของผู้ทดสอบมามันบอกสถานที่ไว้เรียบร้อยรวมถึงเลขประจำตัวอีกด้วยคือลำดับที่ 15,900!
กุนไท่เดินตามเส้นทางในแผ่นป้ายก่อนจะเห็นที่พักมันเป็กระท่อมขนาดเล็กที่สามารถอยู่ได้เพียงแค่คนเดียวเท่านั้นแต่กฎของมันคือต้องอยู่กับผู้อื่นอีก 2 คน กฎข้อ 2 คือภายใน 3วันก่อนการทดสอบห้ามออกจากกระท่อมเด็ดขาด หากใครฝ่าฝืนต้องถูกตัดสิทธิ์ ชายหนุ่มรู้ได้ทันทีว่าการทดสอบได้เริ่มขึ้นแล้ว! นี่คือการทดสอบความอดทน!คนส่วนมากจะไม่มีทางรู้ได้แน่ว่านี่คือบททดสอบ! แต่เมื่ออ่านกฎและได้เห็นสถานที่เขาก็รู้แล้ว
ข้างในกระท่อมนั้นมีกลิ่นเหม็นมาก มันเหมือนมีหนูตายรวมหลายร้อยตัวเลยก็ว่าได้มีเตียงขนาดเล็กอยู่เตียงหนึ่งที่ต้องใช้รวมกับผู้อื่น และยังมีชายหนุ่มอายุราว22-23 ปี อีกสองคนซึ่งเป็ผู้ที่ได้รับการทดสอบเช่นเดียวกัน
เมื่อกุนไท่เดินเข้ามาในกระท่อมชายหนุ่มทั้งสองก็มองมาที่กุนไท่พร้อมกับความรู้สึกแปลกใจและสงสัย ดูๆแล้วอายุของชายหนุ่มตรงหน้าพวกเขานั้นเพียงแค่15-16 ปีเท่านั้น!แต่เหตุใดการบ่มเพาะถึงมาอยู่ระดับนี้ได้!
“สวัสดีน้องชาย เ้าก็มาทดสอบหรือ?”ชายหนุ่มผมสั้นคนหนึ่งถามขึ้นเพื่อความแน่ใจ
“ใช่แล้วพี่ชาย! ข้าจุดมุ่งหมายเดียวกับท่าน!” กุนไท่ตอบกลับไปด้วยรอยยิ้มกันเอง
ชายทั้งสองทั้งตื่นตะหนกทั้งตกตะลึงแม้เขาจะรู้อยู่แล้วก็ตาม! นี่มันฝันหรือเื่บ้าบออะไรกัน!คำว่าอัจฉริยะที่พวกเขามักได้รับกลับกลายเป็สิ่งที่พวกเขาอับอายเมื่ออยู่ต่อหน้าเด็กหนุ่มผู้นี้!
“เช่นนั้นเราคงต้องอยู่ด้วยกัน 3 คนกับน้องชายสินะ เราพึ่งจะมาถึงกันแต่ทำไมพวกเขาถึงได้ให้เรามาอยู่ที่นี่?นี่ที่มันอย่างกับคอกหมูชัดๆ กลิ่นนี่มันเหม็นมากแถมยังไม่มีอะไรเลยนี่พวกเราต้องรอถึงที่นี่ 3 วันจริงหรือ?”ชายหนุ่มผมยาวอีกคนกล่าวขึ้น
“ข้าคาดว่านี่คือการทดสอบนะการทดสอบความอดทนเพราะดูจากกฎที่พวกเขาตั้งขึ้นรวมถึงที่อยู่ของพวกเรา!” กุนไท่ตอบกลับไป
“โอ้ น้องชาย มีปัญญาที่ดีนัก! ขอบคุณสำหรับคำแนะนำข้าอยากเป็สหายกับน้องชายจะได้หรือไม่?”ชายหนุ่มผมสั้นที่ดูแล้วเป็คนตรงไปตรงมากล่าวด้วยแววตาเลื่อมใสคณะมองมาที่กุนไท่
“แน่นอนพี่ชาย ข้าชื่อกุนไท่ ท่านเรียกข้าว่าน้องไท่เถอะ!”
“ได้เลยน้องไท่ ข้าชื่อ เหวินอี้ เรียกข้าว่าพี่อี้ก็ได้! ฮ่าๆๆๆ” ชายหนุ่มผมสั้นกล่าวพลางหัวเราะดังลั่น
ชายผมยาวอีกคนรู้สึกไม่ชอบขี้หน้ากุนไท่เขาคิดว่าชายหนุ่มตรงหน้าของเขานั้นเป็พวกอวดฉลาด มันคงด่าข้าในใจว่าโง่สินะ! มีทั้งพร์ที่สูงกว่าและปัญญาที่เฉียบคมกว่า แม้เ้าจะอยู่ขั้นจิตใจแต่ข้าอยู่ขั้นิญญา! หึ ข้าอายุมากกว่าเ้าข้าต้องมีประสบการณ์การต่อสู้และแข็งแกร่งกว่าเ้าเป็แน่แท้!
กุนไท่รู้สึกได้ถึงความเกลียดชังจากชายหนุ่มผมยาวหากอีกฝ่ายกล้าทำอะไรเขาแล้วละก็เขาจะทำให้อีกฝ่ายเสียใจ!
แล้ว่กลางคืนก็มาถึง กุนไท่นั้นสามารถอดนอนได้ถึง7 วัน! นับประสาอะไรกับแค่ 3 วัน การนอนสำหรับเขานั้นเป็สิ่งสำคัญมาก เขาไม่ชอบที่ๆมีกลิ่นเหม็นเวลานอนหรือนอนกับผู้อื่นด้วยและที่สำคัญหากมีคนมารบกวนการนอนของเขามันจะทำให้เขาอารมณ์เสียมากที่ผ่านมานั้นเขาอยู่แต่นอนสำนักลิขิต์ มันเป็พื้นที่ส่วนตัวไม่มีใครกล้าเข้าใกล้ตำหนักของเขา! แต่ที่นี่ต่างกันออกไปเขาไม่สามารถนอนหลับได้หากนอนแล้วมีสิ่งใดมารบกวนจะทำให้เขาพลาดการบ่มเพาะในโลกแห่งความฝันได้อาจมี่สำคัญในการทะลวงระดับแล้วหากมีผู้ใดมารบกวนมันจะทำให้เขาสูญเสียโอกาสในการทะลวงขั้นและหากเกิดเื่นี้ขึ้นจริงเขาคงจะสังหารคนผู้นั้นทันทีแม้ตัวเขาจะเป็คนควบคุมอารมณ์ได้ดีและเป็คนที่ใจเย็นหรือมีมนุษย์สัมพันธ์ดี แต่สำหรับผู้บ่มเพาะนั้นการบ่มเพาะสำคัญเสียยิ่งกว่าชื่อเสียงและเงินทอง!
เช้าวันที่สองก็มาถึง ชายหนุ่มทั้งสองตื่นขึ้นมาพร้อมกับเห็นกุนไท่กำลังนั่งอ่านตำราอยู่พวกเขาพบว่ากลิ่นวันที่สองนั้นแรงกว่าวันแรกอย่างน้อย 10 เท่า บัดซบ! กลิ่นนี่มาจากไหนกันแน่ ทั้งสองที่พึ่งตื่นนั้นหน้าเปลี่ยนสี พวกเขาแทบอยากจะอ้วกออกมาแต่กุนไท่นั้นใบหน้ายังคงเรียบเฉยเพราะเขาใช้กลิ่นอายปิดกั้นกลิ่นเอาไว้และสามารถสูดดมอากาศบริสุทธิ์ได้เท่าที่้า!
แต่ทั้งสองคนนี้ไม่สามารถทำได้เช่นนั้นพวกเขาอ้วกกันมาหลายรอบชายหนุ่มผมยาวนั้นทนไม่ไหวอีกต่อไปก่อนจะเปิดประตูออกไปเพื่อสูดอากาศบริสุทธิ์ข้างนอก
วิ้ง!
ทันทีที่ออกข้างนอกนั้นแผ่นป้ายก็สั่นพร้อมกับร่างของชายหนุ่มผมยาวหายไป เป็สัญญาณว่าเขาถูกส่งออกจากการทดสอบแล้ว! เหวินอี้พยายามอดทนต่อไปโดยไม่ยอมแพ้! ใครจะยอมแพ้กัน! โอกาสที่จะได้เข้านิกายที่ยิ่งใหญ่เช่นนี้!
ทั้งสองได้พูดคุยกันเพื่อคลายความเบื่อหน่ายกุนไท่ได้รู้ว่าเหวินอี้นั้นมาจากครอบครัวขนาดเล็กในทวีปศักดิ์สิทธิ์การที่เขามาถึงระดับนี้ได้ด้วยทรัพยากรเพียงเท่านี้นั้นทำให้กุนไท่รู้สึกชื่นชมอีกฝ่ายอยู่ในใจและกุนไท่ยังชื่นชอบนิสัยใจคอของอีกฝ่ายอีกด้วย! เหวินอี้เป็คนตรงไปตรงมา อ่อนน้อมถ่อมตน ซื่อสัตย์ และขยันคนแบบนี้เขา้าดึงเข้ามาเป็พวกด้วย!