เจ้าหญิงฮิเมรากิ กับไข่มุกแห่งภูผา (Himeragi Princess and The Pearl of Mountain)

    บทที่ 113: กลับสู่บ้าน (Go Back Home)

            จากนั้น ยูโตะก็รีบทำการร่ายเวทย์เสกคมกระบี่เปลวอัคคีขึ้นมา ก่อนที่เขานั้นจะพุ่งเข้าไปฟันใส่วิญญาณอสูรร้ายแห่งได-โคโดกุด้วยความเร็วสูง จนทำให้กายท่อนบนของคางคกกับส่วนขาของแมงมุมพิษนั้นแยกขาดออกจากกัน และกายท่อนบนของคางคกนั้นก็ค่อยๆ ดับสลายหายไป จนตอนนี้ก็เหลือแต่ส่วนขาของแมงมุมพิษ และกายท่อนหลังของตะขาบ

            ยูโตะรีบทำการปิดฉากด้วยการร่ายเวทย์ปล่อยลำแสงสายฟ้าแรงสูงที่มีขนาดใหญ่โจมตีใส่กายท่อนล่างของวิญญาณอสูรร้ายแห่งได-โคโดกุเข้าอย่างจังด้วยความเร็วสูง จนกายท่อนล่างของมันนั้นทะลุออกมายังปลายหางของตะขาบ จนท้ายที่สุด กายท่อนล่างส่วนที่เหลือของวิญญาณอสูรร้ายแห่งได-โคโดกุนั้นก็ถึงคราวดับสลายหายไป ยูโตะหายใจหอบเหนื่อยด้วยความอ่อนล้า และสักพัก ร่างเนรมิตของราชินีฮิมิโกะนั้นก็ได้ออกมาจากร่างหนาของเขา

            “ฮิโกโบชิ ตอนนี้มีภูติพญามารทั้งสองตนกำลังไล่ตามเจ้าหญิงโอริฮิเมะ เจ้าจงรีบไปเสีย ก่อนที่พวกมันนั้นจะได้ตัวเจ้าหญิงโอริฮิเมะไป”

            หลังกล่าวจบ ร่างเนรมิตของราชินีฮิมิโกะนั้นก็ค่อยๆ เลือนหายไปจากตรงหน้าของชายหนุ่ม ทางด้านยูโตะนั้นไม่รอช้า จึงรีบเคลื่อนตัวออกไปจากบริเวณตรงนั้นทันที

            ส่วนทางด้านเซย์เมย์ที่อยู่ในคราบของอาจารย์มหาวิทยาลัยนั้นก็ได้เข้าเผชิญหน้ากับสองภูติพญามารอย่างเมซุกิและโกซุกิ

            “แต่ไม่ว่าจะยังไงก็ตาม พวกข้าจะต้องพาตัวเจ้าหญิงโอริฮิเมะไปส่งให้กับนายท่าน...”

            เมซุกิแม้จะมีความหวั่นเกรงต่อเซย์เมย์ แต่ก็ยังคงยืนกรานที่จะพาตัวสึบากิในร่างอสูรจิ้งจอก 9 หางครึ่งมนุษย์ไปส่งให้กับอาชิยะ โดมัน ผู้เป็นนาย

            “แล้วพวกเจ้าก็จะให้เจ้าโดมันนั่นนำตัวเด็กสาวคนนี้ไปพบกับนางเทวีอสูรฯ อย่างงั้นหล่ะสินะ แต่เสียใจด้วย ถ้าพวกเจ้าจะนำตัวเด็กสาวคนนี้ไปส่งให้กับผู้เป็นนายของพวกเจ้าหล่ะก็ ก็ข้ามศพข้าไปก่อน”

            เซย์เมย์นั้นได้รับสารมาจากคุสุโนฮะ นางพญาจิ้งจอกขาวผู้เป็นมารดาของเขาที่เทพีอินาริจำแลงกายเข้ามาในโลกมนุษย์ให้มาช่วยคุ้มกันสึบากิให้รอดพ้นไปจากพญามารอสูรทั้งสองตนที่อยู่ตรงหน้า

            “เมียวบุ”

            สิ้นเสียงเอ่ยเรียก ภูติพิทักษ์ประจำกายของเซย์เมย์ก็ได้ปรากฎตัวขึ้น มันคือภูติพิทักษ์พญาจิ้งจอกขาวที่มีนามว่าเมียวบุ ซึ่งเดิมทีนั้น มันเป็นสัตว์เลี้ยงตัวโปรดของเทพีอินาริที่ได้กลายมาเป็นภูติพิทักษ์ประจำกายของเขาในเวลาต่อมา

            และในขณะเดียวกัน ทางด้านคางุยะกับสึรุฮิเมะก็ได้มาถึง และได้พบกับภูติพญามารทั้งสองตนอย่างเมซุกิที่เป็นภูติพญามารหัวม้า กับโกซุกิภูติที่เป็นพญามารหัววัว และในระหว่างนั้น พวกเธอทั้งสองก็ได้สังเกตเห็นสึบากิที่อยู่ในคราบของมิโกะในศาลเจ้า ซึ่งอยู่ในร่างอสูรจิ้งจอก 9 หางครึ่งมนุษย์อยู่ในขณะนี้กำลังนั่งพิงต้นไม้ พลางร้องอิดโรยด้วยสีหน้าที่เจ็บปวด

            “ทำใจดีๆ ไว้นะ” ทั้งคางุยะ และสึรุฮิเมะต่างก็รีบวิ่งเข้าไปหาสึบากิที่กำลังนิ่วหน้าด้วยความรู้สึกเจ็บปวดทรมานที่แผ่ขยายไปทั่วร่าง

            “ช่วย...หนูด้วย... หนูทรมานเหลือเกิน”

            สึบากิพยายามเอ่ยขอความช่วยเหลือจากคางุยะกับสึรุฮิเมะด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ พลางมีสีหน้าซีด

            “เป็นความผิดของฉันเอง...ที่ฉันเลือกเด็กคนนี้ขึ้นมาร่ายรำบูชาเทพที่หน้าศาลเจ้า ไม่อย่างงั้น...เธอก็คงไม่ต้องมาเจอกับเรื่องเลวร้ายแบบนี้ แต่ก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะท่านทาดาชิเขาต้องการแบบนั้น และตัวฉันเองก็ไม่อาจที่จะขัดใจเขาได้...”

            สึรุฮิเมะพลางถอนหายใจเบาๆ ด้วยความรู้สึกผิดที่มีอยู่เต็มอก

            “แล้วยิ่งเหตุการณ์ที่ได้เกิดขึ้นในคืนนี้ มันก็ทำให้ฉันนึกถึงภาพเหตุการณ์ในตอนนั้น”

            เธอพลางนึกถึงภาพเหตุการณ์ในช่วงก่อนที่เธอนั้นจะถูกพามายังโลกในยุคปัจจุบันนี้ สึรุฮิเมะเติบโตขึ้นในท่ามกลางความโกลาหลวุ่นวายที่เกิดขึ้นจากเปลวไฟแห่งสงครามในยุคสมัยเซ็นโกคุ

            หมู่บ้านต่างๆ ที่อยู่ภายในเกาะโอมิชิมะ และศาลเจ้าโอยามะซุมิอันเป็นที่พำนักของเธอในตอนนั้นก็ถูกนางเทวีอสูรฯ อิซานามิ กับพวกลูกสมุนของนางนั้นเผาทำลายจนหมดสิ้น จนทำให้เกาะโอมิชิมะในตอนนั้นได้กลายสภาพเป็นทะเลเพลิงอันร้อนระอุดั่งขุมนรกอเวจี คล้ายกับเหตุการณ์ทะเลเพลิงที่ได้เกิดขึ้นในใจกลางเมืองชิบูย่าในยุคปัจจุบันนี้ไม่มีผิดเลย นอกจากนั้น โอโฮริ ยาสุโมชิ ผู้เป็นพ่อ และยาสุนาริ โอจิ ผู้เป็นชายคนรักของเธอต่างก็ถูกพวกมันฆ่าตายต่อหน้าตาในตอนนั้น

            “นั่นไม่ใช่ความผิดของคุณหรอกนะ คุณสึรุอิมิ คนที่ผิด...ก็คือเจ้านางเทวีอสูรฯ นั่นต่างหาก”

            คางุยะกล่าวพลางหยิบถุงเครื่องรางโอมาโมริที่มีขนาดกลางออกมาจากกระเป๋ากระโปรง ก่อนที่เธอนั้นจะนำมากุมไว้ในมือเรียวงามข้างซ้ายของสึบากิ ด้วยมือเรียวงามทั้งสองข้างของคางุยะ

            ถุงเครื่องรางโอมาโมรินั้น เธอได้รับมาจากเทพีสึคุโยมิ ผู้เป็นพระมารดาของเธอ มันมีพลังอำนาจในการปัดเป่า และชำระล้างมลทินที่เกิดขึ้นจากคำสาปในตัวของผู้ใดก็ตามที่ถูกสาป ทันทีที่ถุงเครื่องรางนั้นถูกกุมไว้ในมือเรียวงามของสึบากิ มันก็จะค่อยๆ เรือนแสงวาบสีขาวออกมา สักพัก สึบากิก็ได้กลับคืนสู่ร่างมนุษย์อีกครั้งโดยสมบูรณ์และก็สลบไป สึรุฮิเมะจึงรีบอุ้มร่างงามของสึบากิที่กำลังนอนสลบอยู่ในคราบมิโกะในศาลเจ้าขึ้นมาทันที ด้วยแขนเรียวอันบอบบางทั้งสองข้างของเธอ

            “เดี๋ยวรบกวนช่วยพาตัวสึบากิกลับไปที่บ้านพักในศาลเจ้าทีนะ คุณสึรุอิมิ เพื่อนๆ ทั้งสามของเธอในตอนนี้คงจะเป็นห่วงกันแทบแย่” 

            หลังจากที่คางุยะกล่าวไหว้วานกับสึรุฮิเมะจนจบ สึรุฮิเมะก็รีบพาตัวสึบากิขึ้นไปที่รถม้าสารถี และมุ่งหน้ากลับไปยังบ้านพักในศาลเจ้าทันที

            ส่วนทางด้านคางุยะที่อยู่ในคราบเด็กสาวมัธยมปลายลูกคุณหนูนั้น ก็คอยอยู่ช่วยเสริมกำลังให้กับเซย์เมย์ที่อยู่ในคราบศาสตราจารย์มหาวิทยาลัย พร้อมกับเมียวบุ ภูติพิทักษ์พญาจิ้งจอกขาวของเซย์เมย์ และเก็นโซอุสึกิ ภูติพิทักษ์กระต่ายเบญจธาตุทั้ง 5 ตนของคางุยะ และทั้งสองก็ได้เข้าเผชิญหน้ากับสองภูติพญามารหัวม้าหัววัวอย่างเมซุกิกับโกซุกิ

            ทางด้านสึรุฮิเมะก็ได้มุ่งหน้ากลับมาถึงที่บ้านพักในศาลเจ้าโอยามะซุมิ พร้อมกับสึบากิในคราบมิโกะในศาลเจ้าที่ได้กลับคืนสู่ร่างมนุษย์โดยสมบูรณ์ ซึ่งกำลังนอนสลบอยู่ใต้อ้อมแขนเรียวอันบอบบางทั้งสองข้างของเธอ

            ในขณะเดียวกัน ทางด้านเพื่อนๆ ทั้งสามของสึบากิ เมื่อได้มาเห็นสึรุฮิเมะเดินทางกลับมาถึงที่บ้านพักในศาลเจ้า พร้อมกับอุ้มร่างงามของสึบากิมาด้วย พวกเธอทั้งสามจึงรีบพากันวิ่งออกมาจากบ้านพักในศาลเจ้าเข้าไปหาสึรุฮิเมะที่กำลังอุ้มร่างสึบากิทันทีด้วยความรู้สึกเป็นห่วงที่มีต่อเพื่อนสนิทของพวกเธอ

            สึรุฮิเมะรีบพาร่างงามของสึบากิไปยังห้องนอนภายในบ้านพักในศาลเจ้าทันที โดยมีเพื่อนๆ ทั้งสามของเธอนั้นเดินตามไปด้วย เมื่อได้มาถึงที่ห้องนอน ทั้งซานาเอะ อาซึสะ และริโกะต่างก็รีบพากันจัดเตรียมที่นอนให้กับสึบากิ หลังจากที่พวกเธอทั้งสามจัดเตรียมที่นอนกันเสร็จ สึรุฮิเมะก็ค่อยๆ วางร่างงามของสึบากิลงไปนอนบนฟูกนอนอันนุ่มนิ่มที่ได้จัดเตรียมเอาไว้ในทันที

            “ส่วนที่เหลือ พวกเธอก็จัดการกันเอาเองละกันนะ”

            สึรุฮิเมะกล่าวทิ้งท้ายกับเพื่อนๆ ทั้งสาม ก่อนที่เธอจะรีบเดินออกไปจากห้องนอนภายในบ้านพัก และปล่อยให้เพื่อนๆ ทั้งสามคอยช่วยเช็ดตัว และเปลี่ยนเสื้อผ้าให้สึบากิ

            สึรุฮิเมะรีบเดินออกมาจากบ้านพักในศาลเจ้า ก่อนที่เธอนั้นจะค่อยๆ ยกขาเรียวงามขึ้นไปบนรถม้าสารถี และรีบมุ่งหน้าไปหาคางุยะกับเซย์เมย์ที่กำลังเข้าเผชิญหน้ากับเมซุกิกับโกซุกิ ที่เป็นสองภูติพญามารหัวม้าหัววัวของโดมัน และในระหว่างทางนั้น เธอก็ได้พบกับยูโตะที่กำลังขี่วัวไฟอเวจีมุ่งหน้าเข้ามาหาสึบากิอยู่พอดี

    คล้ายกับเรื่องเจ้าหญิงฮิเมรากิ กับไข่มุกแห่งภูผา (Himeragi Princess and The Pearl of Mountain) ที่คุณอ่าน