ระบบ โปรดิวเซอร์ ขั้นเทพ

    ตอนที่ 58 เราสองคนคิดแบบเดียวกันเลย

                หลังวันเวลาผ่านไปเกือบสิบวัน ทุกอย่างก็เตรียมพร้อมจนเสร็จสิ้น ทั้งจำนวนอาสาสมัครเล่นเกมทั้งหมดสี่สิบแปดคน ที่มีทั้งเพศชาย เพศหญิง และเพศทางเลือก แบ่งเป็นเด็กเล็ก เด็กโต วัยรุ่น คนวัยทำงาน และคนสูงอายุ เขาต้องการให้คนจากทุกกลุ่มประเภทได้มาลองเล่นให้มากที่สุด 

                 หลังจากนัดตกลงรายละเอียด วันเวลาสถานที่ทดสอบ และเงินค่าตอบแทน จนในที่สุดก็มากันครบสี่สิบแปดคน ไม่มีขาดแม้แต่คนเดียวในวันที่มาทดสอบเกม ถือว่าทางพวกเขาโชคดีมากในจุดนี้

                สถานที่จัดการทดสอบก็ไม่ไกลจากมหาวิทยาลัยมาก เป็นห้องกว้างใหญ่พอที่จะจุคนได้เป็นร้อยคนเลยทีเดียว มีห้องน้ำหลายห้องให้ใช้งานด้วย เรื่องนี้ดีมากจะได้หมดปัญหาในจุดนี้ ความจริงในสี่สิบแปดคนก็มีเด็กจากมหาวิทยาลัยไม่น้อย จินหงเหว่ยบอกว่าคนพวกนี้มั่นใจได้ว่ามางานได้แน่นอน จึงคัดมาจากความเหมาะสมตามช่วงวัยที่กำหนด 

                 เฉินโจวก็ไม่ได้ว่าอะไร ถือว่าเป็นการหารายได้เสริมให้กับเด็กในมหาวิทยาลัยไปก็แล้วกัน ได้ทั้งมาเล่นเกมและได้เงิน ถ้าไม่ติดธุระหรืออคติอะไรเกี่ยวกับเกมมากจริง ๆ ใครที่ได้รับข้อเสนอก็คงมาทั้งนั้น

                จื่อซวานหมิงให้ทุกคนมาลงชื่อในใบยอมรับกฎระเบียบในการมาทดสอบเล่นเกม ใครไม่ยอมลงชื่อจะโดนตัดสิทธิ์ไม่ให้มาเล่น และทุกคนที่ยอมลงชื่อแล้วจะออกจากห้องนี้ไม่ได้จนกว่าจะถึงเวลาที่กำหนด แม้แต่โทรศัพท์ก็ห้ามใช้ 

                 ถ้าเป็นไปได้ขอให้ปิดเสียงเพื่อไม่ให้รบกวนคนอื่นระหว่างเล่น นอกจากจะมีธุระที่สำคัญจริง ๆ เท่านั้นที่พวกเขาจะเห็นว่าเหมาะสมให้กลับก่อนเวลา ในส่วนของอาหารและห้องน้ำไม่ต้องห่วง ทุกคนสามารถเล่นโทรศัพท์ได้ในช่วงพัก แต่ระหว่างที่เล่นบอร์ดเกมห้ามเด็ดขาด

                นอกจากนี้พวกเฉินโจวก็จ้างคนมาดูแลความเรียบร้อยในระดับมืออาชีพ เมื่อเกิดเหตุที่ไม่คาดคิดหรือเหตุวุ่นวายจากคนที่มาทดสอบ ถ้าเหตุการณ์แบบวันนั้นของหลิวจื้อหมิงเกิดขึ้นมาอีก ก็ต้องให้คนพวกนี้มาจัดการแทนพวกเขา เฉินโจวเชื่อว่ามืออาชีพพวกนี้มีวิธีรับมือที่เหมาะสมแน่นอนในกรณีที่เกิดเรื่องขึ้น และจริงดังคาด หลังจากพวกเขาไปถามแนวทางแก้ไขเหตุการณ์วุ่นวายที่อาจเกิดขึ้น คนพวกนี้ก็ให้คำตอบที่น่าพอใจกับพวกเขา

                หลังจากเริ่มอธิบายกติกาเล่นเกมแบบคร่าว ๆ ให้กับอาสาสมัคร ทุกคนที่มาร่วมก็อดตื่นเต้นขึ้นมาไม่ได้ แม้จะมีเหตุการณ์วุ่นวายอยู่บ้าง เพราะคนที่มาครั้งนี้เยอะมาก แต่ก็ดีที่เป็นเหตุเล็กน้อยที่แก้ไขได้แบบไม่มีปัญหามาก ไม่มีผลกระทบอะไรกับการทดสอบเล่นเกมครั้งนี้

                หลังจากทดสอบจนพวกเขาพอใจแล้ว ก็ถึงเวลาอาสาสมัครแต่ละคนที่จะกลับ แน่นอนว่าก่อนกลับ พวกเฉินโจวต้องถามความคิดเห็นของทุกคนในจุดที่ชอบและไม่ชอบในการเล่นเกมนี้

                นับว่าครั้งนี้พวกเฉินโจวประสบความสำเร็จมากในการควบคุมสถานการณ์ของคนจำนวนมากที่มาในวันนี้ หรือแม้แต่การจัดการกับจุดบกพร่องของตัวเกมที่พวกเขาเห็นในระหว่างที่อาสาสมัครเล่นแข่งขันกัน ไม่นับความคิดเห็นจากผู้เล่นเกมหลังจากเล่นจนครบตามที่พวกเขากำหนด

                พวกเขาทุกคนได้นำข้อบกพร่องต่าง ๆ ที่เห็นระหว่างอาสาสมัครเล่นแข่งกัน รวมถึงความคิดเห็นที่น่าสนใจจากอาสาสมัคร มาถกเถียงและปรับแก้ให้บอร์ดเกมตัวนี้สมบูรณ์ขึ้นหลายขั้น เรียกได้ว่าการปรับแก้ครั้งนี้ถือว่ามีมากมายหลายจุดเป็นสิ่งที่พวกเขามองไม่ออกตอนทดสอบเล่นกันเอง แต่เมื่อได้เห็นการเล่นจากอาสาสมัคร ก็สามารถจับจุดบกพร่องที่สำคัญได้

                หลังจากใช้ข้อบกพร่องที่พบและความคิดเห็นที่รับฟัง ผ่านการถกเถียงของทุกคนเพื่อปรับปรุงและแก้ไข จากข้อสรุปที่ได้ใช้เวลาแก้ไขมากกว่าสองสัปดาห์ กว่าจะออกมาเป็นที่พอใจของทุกฝ่าย ในที่สุดก็ได้การปรับปรุงที่ดีขึ้นอย่างมาก จากนั้นก็ได้ทดลองเล่นกับทีมผู้สร้าง ซึ่งผลลัพธ์ก็ดีกว่าตอนที่ทดลองก่อนให้อาสาสมัครเล่น จนในที่สุด พวกเขาก็หาจุดลงตัวที่ดีที่สุดได้แล้ว

                เฉินโจวจัดงานเลี้ยงฉลองให้กับบอร์ดเกมที่ชื่อ T A W Y D ที่เสร็จสมบูรณ์และพร้อมให้เล่นได้แล้ว

                ระหว่างงานเลี้ยง ผู้เชี่ยวชาญทั้งสามได้แนะนำให้พวกเฉินโจวไปจดลิขสิทธิ์ในชื่อและตัวบอร์ดเกมนี้ รวมถึงตัวหน้าตาของตารางและของที่ใช้ประกอบต่าง ๆ รวมถึงกฎวิธีการเล่นของเกม เฉินโจวจึงมอบหน้าที่นี้ให้จื่อซวานหมิงไปคุยกับผู้เชี่ยวชาญทั้งสามเกี่ยวกับเรื่องนี้ และให้จื่อซวานหมิงช่วยจัดการเรื่องนี้ให้เรียบร้อย

                จื่อซวานหมิงรับปากว่าจะจัดการให้เรียบร้อย ทุกคนไม่ต้องเป็นห่วง

                หลังจากงานเลี้ยงฉลองเสร็จสิ้น ก็ถึงเวลาต้องร่ำลากับผู้เชี่ยวชาญทั้งสาม เฉินโจวได้มอบเงินพิเศษเพิ่มเติมให้กับทั้งสามคน พร้อมบอกว่าเขาพอใจกับผลงานของทั้งสามมาก และไม่แน่ในอนาคตอาจจะได้มีโอกาสร่วมงานกันใหม่ ทั้งสามยิ้มรับและตอบรับว่า หากมีอะไรให้ช่วยในด้านนี้ สามารถติดต่อมาได้เลย

                เฉินโจวยืนมองกล่องบอร์ดเกมของเขาแล้วก็อดภูมิใจไม่ได้ว่าในที่สุด หลังจากใช้เวลาอันยาวนาน เขาก็ทำมันสำเร็จสมบูรณ์ เขาพูดออกมาต่อหน้าทุกคนว่า

                “ทุกคน ฉันเฉินโจวคนนี้ขอบคุณทุกคนมากสำหรับความร่วมมือในครั้งนี้ ฉันได้เห็นความทุ่มเทของทุกคนในการทำโปรเจกต์นี้ให้สำเร็จ... ไม่ว่ายังไงครั้งนี้ก็ขอขอบคุณทุกคนจริง ๆ”

                เฉินโจวพูดจบก็โค้งหัวให้กับทุกคน

                “ฮ่าฮ่า ไม่เอาน่าเฉินโจว พวกเราเองทุกคนก็สนุกกับโปรเจกต์นี้มากเหมือนกัน ดังนั้นงานครั้งนี้ไม่ต้องมีใครมาขอบคุณอะไรหรอกน่า” หลิวจื้อหมิงยักคิ้วยิ้มหัวเราะร่า พร้อมกับเอามือมาตบไหล่ของเฉินโจว

                “ถูกแล้ว เฉินโจว ผมเองกับโปรเจกต์ตัวนี้ก็สนุกกับมันมาก นอกจากนี้ยังได้ท้าทายความสามารถของผมด้วยว่าจะทำโปรเจกต์นี้สำเร็จไหม” จินหงเหว่ยพูดพร้อมยิ้มเล็ก ๆ ท่าทางของเขาดูเหมือนได้ปลดปล่อยอะไรบางอย่าง

                “ใช่แล้ว ฉันก็สนุกมากกับงานในโปรเจกต์นี้” เกาอิ้งพูดยิ้ม ๆ เสียงของเธอฟังดูอบอุ่นและเต็มไปด้วยพลังบวก

                “ฉันก็ด้วยอีกคน ว่าแต่ประธานเฉิน อุตส่าห์ทำโปรเจกต์ยากมหาโหดได้สำเร็จแบบนี้ จะมีเงินพิเศษอะไรให้กับพวกเราไหม” เหลียนเริ่นทำหน้าออดอ้อนพูดเสียงหวาน

                ทุกคนเห็นท่าทางของเหลียนเริ่นก็อดหัวเราะไม่ได้ เฉินโจวส่ายหน้าไปมาพร้อมพูดว่า

                “เรื่องนี้ทุกคนไม่ต้องห่วง ฉันจะเพิ่มเงินพิเศษในส่วนของเงินเดือนที่จะออกเดือนนี้ให้อีก”

                “กริ๊ดดดด!” เสียงดังพร้อมกันจากสองสาว เกาอิ้งกับเหลียนเริ่น ร้องออกมาดังลั่นห้องทำงาน

                หลิวจื้อหมิงเห็นก็หัวเราะออกมาเสียงดัง

                เฉินโจวมองไปที่จื่อซวานหมิง นี่คือคนที่เขารอให้พูดมากที่สุด

                จื่อซวานหมิงที่เห็นสายตาของเฉินโจวมองมาที่ตัวเอง จึงมองตอบกลับไป ก่อนเธอจะพูดขึ้น

                “เฉินโจว... ฉันนะ ที่ผ่านมา... รู้สึกดีมากเลยที่ได้มาใช้เวลาทำโปรเจกต์นี่กับทุกคน... แล้วก็กับ... นาย”

                เฉินโจวที่ได้ยินคำพูดนี้ก็อยากจะโห่ร้องดีใจออกมา แต่เขาก็พยายามกลั้นตัวเองไว้ ไม่สามารถแสดงออกไปมากนัก 

                เมื่อสติเขากลับมา เขาจึงพูดเสียงสั่นออกมาว่า

                “จื่อซวานหมิง ผมเองก็ดีใจมากที่ได้มาใช้เวลากับคุณเช่นกัน เราสองคนคิดแบบเดียวกันเลย”

                จื่อซวานหมิงที่ได้ฟังก็ก้มหน้าลงต่ำจนเกือบจะไม่เห็นหน้าเธอว่าเธอกำลังแสดงอาการอะไรอยู่ในตอนนี้

                ส่วนทุกคนในห้อง โดยเฉพาะหลิวจื้อหมิง ก็อดผิวปากแซวไม่ได้กับคำพูดของสองคนนี้ “อะไรมันจะขนาดนี้”

                สองสาวในห้องก็ส่งเสียงเจียวจ้าวดังลั่น ช่วยเสริมบรรยากาศในตอนนี้ให้คึกคักขึ้น

    คล้ายกับเรื่องระบบ โปรดิวเซอร์ ขั้นเทพ ที่คุณอ่าน