จารึกที่ 286 : การหวนคืนของคนตาย : จอมขูดรีดแห่งทวีปต้องห้าม
กลิ่นอายคาวเลือดที่เคยเข้มข้นจนแทบจะจับตัวเป็นหยาดฝนเหนืออาณาเขตของ ‘นิกายโลหิตมาร’ บัดนี้ถูกชำระล้างและกดข่มจนเจือจางหายไป สิ่งที่เข้ามาแทนที่คือความกดดันอันหนักอึ้งที่แผ่ซ่านออกมาจากยอดเขาหลัก มันคือรังสีของความว่างเปล่าที่ไร้รูปลักษณ์ ทว่ากลับบีบรัดก้อนเนื้อในอกของสิ่งมีชีวิตทุกรูปนามให้เต้นช้าลงประหนึ่งรอคอยการพิพากษา
ณ ใจกลางลานหินสีดำที่เคยใช้เป็นแท่นบูชายัญ บัดนี้แปรสภาพเป็นลานส่งส่วย ซากศพของบรรพชนนิกายโลหิตมารเซียนระดับวิญญาณแรกเริ่มขั้นปลาย ถูกเตะกระเด็นไปกองอยู่มุมหนึ่งอย่างไร้ค่าประหนึ่งเศษสวะ
บนบัลลังก์หินที่แกะสลักจากกระดูกอสูร ซึ่งแต่เดิมเป็นที่นั่งของประมุขนิกาย บุรุษหนุ่มในเสื้อคลุมสีดำขาดวิ่นกำลังนั่งไขว่ห้างอย่างสบายอารมณ์ เส้นผมสีดำขลับที่ยาวรุงรังถูกรวบมัดไว้อย่างลวกๆ นัยน์ตาสีเงินยวงของอาเจียทอดมองลงมายังเบื้องล่างด้วยแววตาที่เยือกเย็น ทว่ากลับสาดประกายวิบวับเมื่อกระทบกับแสงสะท้อนของอัญมณี
เบื้องหน้าของบัลลังก์ ผู้อาวุโสระดับแก่นทองคำขั้นสมบูรณ์ที่เหลือรอดชีวิตเพียง 4 คน และสานุศิษย์นิกายมารนับ 1000 กำลังคุกเข่าหมอบกราบจนหน้าผากแนบชิดกับพื้นหินที่เย็นเยียบ ไม่มีผู้ใดกล้าแม้แต่จะหายใจแรง
เสียงเดียวที่ดังก้องทำลายความเงียบงันอันน่าสะพรึงกลัวนี้ คือเสียง...
กริ๊ก... กริ๊ก... กริ๊ก...
อาเจียกำลังรัวนิ้วมือลงบน 'ลูกคิดหยกวิญญาณ' สีมรกตด้วยความเร็วที่เนตรมนุษย์ไม่อาจจับจ้อง นิ้วมือที่เคยใช้บดขยี้กฎเกณฑ์ของฟ้าดิน บัดนี้กำลังทำหน้าที่คำนวณบัญชีทรัพย์สินอย่างขะมักเขม้น ภูเขาศิลาปราณระดับสูง อาวุธวิเศษ และโอสถโลหิต ถูกนำมากองรวมกันไว้เบื้องหน้าบัลลังก์ประหนึ่งภูเขาขนาดย่อม
ชายหนุ่มหยุดรัวลูกคิด นัยน์ตาสีเงินยวงหรี่แคบลง คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันจนเป็นปม
"ผู้อาวุโสลำดับที่ 1..." อาเจียเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าความเย็นชาในน้ำเสียงกลับทำให้ชายชราที่ถูกเรียกชื่อถึงกับสะดุ้งสุดตัวและปัสสาวะเล็ด "อธิบายมาสิ... นิกายโลหิตมารของพวกเจ้า ปกครองอาณาเขตรัศมีนับ 10000 ลี้ในทวีปต้องห้ามแห่งนี้ มีทาสอสูรนับ 10000 มีเหมืองหินโลหิตถึง 3 แห่ง... ทว่าเหตุใด ทรัพย์สินทั้งหมดในคลังสมบัติของพวกเจ้า ถึงมีมูลค่ารวมกันแค่ 50,000,000 ศิลาปราณระดับสูง? นี่พวกเจ้าเอาสมบัติไปซุกซ่อนไว้ที่ใด!"
ผู้อาวุโสลำดับที่ 1 โขกศีรษะลงกับพื้นจนเลือดอาบ "นาย... นายท่านโปรดระงับโทสะ! ข้าน้อยและนิกายโลหิตมารมิได้กล้าซุกซ่อนทรัพย์สินใดๆ จากท่านเลยแม้แต่น้อย! ทะ... ทว่า ทรัพย์สินส่วนใหญ่ที่พวกเราขูดรีดมาได้ ต้องถูกนำไปเป็น 'เครื่องบรรณาการ' ส่งมอบให้แก่ขั้วอำนาจเบื้องบนขอรับ!"
"ขั้วอำนาจเบื้องบน?" อาเจียเลิกคิ้วขึ้น สัญชาตญาณความละโมบของเขากระตุกวาบ
"ขะ... ขอรับ! นิกายของพวกเราเป็นเพียงขั้วอำนาจระดับกลางที่ต้องสวามิภักดิ์ต่อ 'วิหารเทพอนันตกาล'! ทุกๆ การผลัดเปลี่ยนของดวงตาโลหิตบนฟากฟ้า พวกเราต้องส่งมอบศิลาปราณและแก่นโลหิตวิญญาณถึง 7 ใน 10 ส่วนให้แก่ทูตของวิหารเทพ... หากฝ่าฝืน พวกเราจะถูกลบชื่อออกจากทวีปหุบเขาต้องห้ามขอรับ! ทรัพย์สินที่ท่านเห็น คือส่วนที่เหลือเพียงน้อยนิดของพวกเราแล้ว!"
เมื่อได้ยินคำอธิบาย บรรยากาศรอบบัลลังก์ศิลาพลันลดฮวบลงจนอุณหภูมิติดลบ!
รังสีวิญญาณแรกเริ่มขั้นต้นที่อัดแน่นไปด้วยปราณแห่งความว่างเปล่า ปะทุออกจากร่างของอาเจียประหนึ่งภูเขาไฟระเบิด! ลานศิลาแตกร้าวเป็นใยแมงมุม ศิษย์นิกายมารที่ทนรับแรงกดดันไม่ได้ถึงกับกระอักเลือดและสลบเหมือดไปนับ 100 คน!
"พวกมัน... เอาศิลาปราณของข้าไปงั้นหรือ!"
อาเจียผุดลุกขึ้นยืน นัยน์ตาสีเงินยวงสาดประกายความโกรธเกรี้ยวที่รุนแรงยิ่งกว่าตอนที่ถูกขังในมิติปิดตาย! สำหรับจอมขูดรีดผู้นี้ หลักการของเขามีเพียงหนึ่งเดียว... ในเมื่อเขายึดครองนิกายโลหิตมารแล้ว ทรัพย์สินทั้งหมดของนิกายย่อมเป็นของเขาตั้งแต่แรกเกิด! การที่วิหารเทพอนันตกาลมาเก็บส่วยไป ย่อมเท่ากับพวกมันบังอาจมา 'ขโมยเงิน' จากกระเป๋าของเขาไปหน้าตาเฉย!
"วิหารเทพอนันตกาล... พวกที่อวดอ้างตนเป็นตัวแทนของดวงตาโลหิต... พวกที่กำลังส่งคนไปไล่ล่าศิษย์น้องและเหล่าสหายของข้า..."
อาเจียแค่นเสียงต่ำ รอยยิ้มอหังการและอำมหิตที่สุดปรากฏขึ้นบนใบหน้า "ยอดเยี่ยม... ประเสริฐยิ่งนัก! ข้ากำลังหาข้ออ้างดีๆ เพื่อไปถล่มบ้านของพวกมันอยู่พอดี! ในเมื่อพวกมันกล้ามาล้วงคอหอยข้า หนี้สินก้อนนี้ ข้าจะไปคิดดอกเบี้ยร้อยละ 70 จากพวกมันถึงหน้าประตูวิหาร!"
ทว่า ยังไม่ทันที่อาเจียจะได้ออกคำสั่งให้เตรียมเรือเหาะ!
"ครืนนนนนนนน!"
มวลอากาศเบื้องบนน่านฟ้าของนิกายโลหิตมาร พลันเกิดการสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง! หมู่เมฆสีเลือดถูกกระชากให้แยกออกจากกันประหนึ่งมีมือขนาดยักษ์แหวกมิติ แสงสว่างสีทองอร่ามที่เต็มไปด้วยความหยิ่งยโสและกลิ่นอายศักดิ์สิทธิ์ สาดส่องลงมาทาบทับลานพิธีกรรมสีดำคล้ำ!
"กลิ่นอายนี้..." ผู้อาวุโสลำดับที่ 1 เบิกตากว้าง ร่างกายสั่นเทาเป็นเจ้าเข้า "ทูตสวรรค์! ทูตจากวิหารเทพอนันตกาลเดินทางมาตรวจรับเครื่องบรรณาการย้อนหลังขอรับ!"
จากรอยแยกสีทองบนฟากฟ้า... ปรากฏ 'รถม้าสวรรค์' ที่ถูกหล่อหลอมจากทองคำวิญญาณบริสุทธิ์ ตัวรถสลักลวดลายอักขระฟ้าที่ส่องประกายเจิดจ้า รถม้าคันนี้ไม่ได้ถูกลากโดยสัตว์อสูร ทว่ามันถูกลากโดย 'ทาสผู้ฝึกตน' ระดับแก่นทองคำขั้นสมบูรณ์ถึง 8 คน! ทาสเหล่านั้นถูกคล้องคอด้วยโซ่อักขระสีทอง ดวงตาเหม่อลอยไร้สติปัญญา บ่งบอกถึงการถูกช่วงชิงวิญญาณไปเป็นทาสรับใช้อย่างสมบูรณ์
บนแท่นประทับของรถม้าทองคำ ปรากฏร่างของบุรุษ 2 คนในชุดเกราะสีทองอร่าม พวกมันสวมหน้ากากที่ปกปิดครึ่งหน้าบน เผยให้เห็นเพียงริมฝีปากที่เหยียดตรงด้วยความเย่อหยิ่ง กลิ่นอายที่แผ่ออกมาจากร่างของทูตทั้ง 2 คือ ระดับวิญญาณแรกเริ่มขั้นต้น! และรากฐานของพวกมันอัดแน่นไปด้วยกฎเกณฑ์ของทวีปหุบเขาต้องห้ามอย่างลึกล้ำ!
รถม้าสวรรค์ค่อยๆ ลดระดับลงมาลอยอยู่เหนือลานศิลา ทูตชุดทองผู้ถือแส้อักขระในมือซ้าย กวาดสายตามองซากศพของบรรพชนโลหิตมาร และสภาพที่ย่อยยับของลานพิธีกรรม ก่อนจะไปหยุดสายตาอยู่ที่บุรุษหนุ่มชุดดำที่ยืนหยัดอยู่หน้าบัลลังก์เพียงผู้เดียว
"เกิดอันใดขึ้นที่นี่... นิกายโลหิตมาร เหตุใดจึงอยู่ในสภาพเสื่อมทรามเช่นนี้!"
ทูตชุดทองตวาดก้อง น้ำเสียงของมันแฝงด้วยแรงกดดันแห่งวิถีเซียน "ประมุขของพวกเจ้าไปอยู่ที่ใด! เครื่องบรรณาการศิลาปราณ 100,000,000 ก้อน ที่ต้องส่งมอบให้แก่วิหารเทพอนันตกาลอยู่ที่ใด! หรือพวกเจ้าคิดจะแข็งข้อต่อตัวแทนแห่งดวงตาโลหิต!"
เหล่าศิษย์นิกายมารต่างหมอบกราบตัวสั่น ไม่มีผู้ใดกล้าปริปาก พวกเขาตกอยู่กึ่งกลางระหว่างมัจจุราชที่เพิ่งสังหารบรรพชน กับทูตของขั้วอำนาจที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในทวีป!
อาเจียล้วงมือทั้ง 2 ข้างเข้าไว้ในสาบเสื้อที่ขาดวิ่น ชายหนุ่มมิได้ถูกรังสีของทูตสวรรค์กดข่ม เขาก้าวเดินออกมาเบื้องหน้าช้าๆ นัยน์ตาสีเงินยวงจับจ้องไปยัง 'ชุดเกราะทองคำ' และ 'รถม้าสวรรค์' ด้วยแววตาที่กำลังประเมินราคา
"รถม้าทองคำวิญญาณบริสุทธิ์... ชุดเกราะที่สลักอักขระคุ้มภัยระดับสูง... และแหวนมิติระดับอัญมณีสวรรค์ถึง 2 วง..."
อาเจียพึมพำกับตัวเอง รอยยิ้มที่ทำให้สวรรค์ยังต้องหนาวสั่น ปรากฏขึ้นที่มุมปาก "ฟ้าดินช่างมีเมตตา ส่ง 'เงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ' มาให้ข้าถึงที่จริงๆ"
"เจ้าเป็นผู้ใด! เป็นเพียงผู้บำเพ็ญเร่ร่อน กลับกล้ายืนหยัดต่อหน้าทูตสวรรค์โดยไม่คุกเข่า!" ทูตชุดทองอีกคนชี้แส้มาที่อาเจีย รังสีสังหารปะทุขึ้น "เจ้าเป็นผู้บุกรุกที่มาสังหารคนของนิกายโลหิตมารใช่หรือไม่! บังอาจมาแย่งชิงสุนัขรับใช้ของวิหารเทพ โทษของเจ้าคือถูกลอกคราบวิญญาณและกลายเป็นทาสลากรถม้าคันนี้ไปชั่วกัปชั่วกัลป์!"
"สุนัขรับใช้ของพวกเจ้างั้นหรือ?" อาเจียแค่นเสียงหัวเราะ
ชายหนุ่มค่อยๆ ยกมือขวาขึ้นชี้หน้าทูตสวรรค์ทั้ง 2 "ฟังให้ดีไอ้พวกนกแก้วนกขุนทอง... ตั้งแต่วินาทีที่บิดาเหยียบลงบนยอดเขาลูกนี้ ทรัพย์สิน ที่ดิน และชีวิตของพวกมันทุกตัว ล้วนตกเป็นสัมปทานของข้าแต่เพียงผู้เดียว! พวกเจ้าอ้างตัวเป็นเบื้องบน บังคับขูดรีดศิลาปราณจากกระเป๋าของพวกมันไป นั่นเท่ากับว่า พวกเจ้าได้ 'ปล้นทรัพย์สินของข้า' ไปแล้ว!"
หลักการที่บิดเบี้ยวและโอหังที่สุด ถูกประกาศขึ้นกลางลานกว้าง! มันคือวิถีของจอมละโมบที่เออร์เกินยังต้องซูฮก! ผู้ฝึกตนทั่วไปแสวงหาวิถีแห่งความเมตตา ทว่าอาเจียมีวิถีแห่งการยึดทรัพย์!
"บัดซบ! วาจาสามหาว! เดรัจฉานวิปริตที่ฝืนกฎเกณฑ์เช่นเจ้า ไม่สมควรมีชีวิตอยู่!"
ทูตสวรรค์ทั้ง 2 เดือดดาลจนถึงขีดสุด พวกมันไม่เคยพบเจอผู้ใดที่กล้าพลิกดำเป็นขาว เอาความโลภมาตั้งเป็นหลักการท้าทายวิหารเทพอนันตกาลมาก่อน!
"ลงทัณฑ์สวรรค์! บดขยี้วิญญาณมันให้ดับสูญ!"
ทูตทั้ง 2 ก้าวลงจากรถม้าสวรรค์ พุ่งทะยานเข้าหาอาเจียจากซ้ายและขวา! ปราณวิญญาณแรกเริ่มของพวกมันหลอมรวมกัน สอดประสานเป็น 'มหาค่ายกลพิพากษาอนันตกาล'! อักขระสีทองนับ 1,000,000 ตัวพุ่งทะลักออกจากชุดเกราะ ก่อตัวเป็น 'โซ่ตรวนแห่งกฎเกณฑ์' นับ 100 เส้น พุ่งทะลวงอากาศธาตุเข้ามารัดพันร่างของอาเจียหมายจะฉีกกระชากจุดตันเถียนของเขาให้ขาดสะบั้น!
อำนาจในโซ่ตรวนเหล่านี้ คือวิถีเต๋าแห่งการ 'พันธนาการและสะกดข่ม' ที่ดวงตาโลหิตบนฟากฟ้าประทานให้! มันสามารถตรึงวิญญาณของผู้ที่ถูกจับได้ และลบล้างเจตจำนงการต่อต้านจนหมดสิ้น!
"โซ่ตรวนแห่งแสงสว่างงั้นหรือ? ช่างไร้รสนิยมเสียจริง"
อาเจียยืนนิ่งงัน แขนทั้ง 2 ข้างของเขาทิ้งตัวลงข้างลำตัวอย่างผ่อนคลาย ชายหนุ่มมิได้สร้างม่านพลังป้องกัน และมิได้พยายามดิ้นรนหลบหนี
เมื่อโซ่ตรวนอักขระสีทองพุ่งเข้าสัมผัสร่างของอาเจีย...
"เนตรสูญตา... ตื่นรู้!"
นัยน์ตาสีเงินยวง พลันแปรเปลี่ยนเป็นสีดำสนิทไร้ก้นบึ้ง! ทารกวิญญาณสูญตาในจุดตันเถียนลืมตาขึ้นพร้อมกัน!
พลังแห่ง 'ความว่างเปล่า' ที่อาเจียหลอมรวมมาจากการติดอยู่ในห้วงสุญญะ ถูกปลดปล่อยออกมาประหนึ่งหลุมดำที่กลืนกินเอกภพ!
โซ่ตรวนอักขระฟ้าที่เคยก้าวร้าวและทรงอำนาจ ทันทีที่สัมผัสกับผิวหนังของอาเจีย... พวกมันพลัน 'หยุดชะงัก'! ก่อนที่แสงสีทองจะบิดเบี้ยว หม่นหมอง และ 'สลายหายไป' กลายเป็นความว่างเปล่าอย่างไร้ร่องรอย!
มันมิใช่การถูกทำลายด้วยกำลัง ทว่ามันคือการถูก 'ลบปราณ' ทิ้งไปจากวัฏจักร!
"เป็นไปได้อย่างไร! พลังแห่งแสงอนันต์ของพวกเรา ถูกลบล้าง!" ทูตสวรรค์ทั้ง 2 เบิกตากว้างด้วยความตื่นตะลึงสุดขีด! วิถีเต๋าของพวกมันที่เคยสยบยอดคนมานับไม่ถ้วน กลับกลายเป็นเพียงอากาศธาตุเมื่ออยู่ต่อหน้าบุรุษผู้นี้!
"พวกเจ้าบอกว่าโซ่พวกนี้คือทัณฑ์สวรรค์งั้นหรือ?"
อาเจียแสยะยิ้มที่ทำให้มิติอากาศสั่นสะท้าน ชายหนุ่มก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างช้าๆ ทว่าทุกก้าวของเขา กลับแฝงด้วยลมปราณที่ก้าวล่วงวิถีธรรมชาติ!
"หากผู้ชักใยเบื้องหลังมีสิทธิ์ลงทัณฑ์ผู้คน... เช่นนั้น ความว่างเปล่าของข้า ก็มีสิทธิ์ที่จะ 'ปลดหนี้' ของสวรรค์ทิ้งซะ!"
พริบตาเดียว! อาเจียปรากฏตัวอยู่เบื้องหน้าทูตสวรรค์ทางซ้าย! มือขวาที่เปลือยเปล่าของชายหนุ่ม ซึ่งถูกอัดแน่นด้วยปราณแห่งการดับสูญ คว้าหมับเข้าที่ลำคอของทูตสวรรค์ในชุดเกราะทองคำ!
"อึก!" ทูตสวรรค์พยายามจะรีดเค้นวิญญาณแรกเริ่มเพื่อต่อต้าน ทว่าทันทีที่ถูกมือของอาเจียสัมผัส จุดตันเถียนของมันพลันถูก 'ความไม่มี' แช่แข็ง! วิถีเต๋าและปราณในร่างถูกลบล้างจนสูญสิ้น!
"ชุดเกราะนี้... สกัดจากทองคำวิญญาณบริสุทธิ์... ประเมินราคาคร่าวๆ คงได้สัก 5,000,000 ศิลาปราณ..." อาเจียพึมพำขณะบีบคอศัตรู แววตาของเขาปราศจากความปรานี "ข้าขอริบไปเป็นค่าเหนื่อย!"
"กร๊อบบบบ!"
อาเจียออกแรงบีบมือ! ลำคอที่ถูกปกป้องด้วยเกราะระดับสูงแหลกละเอียดเป็นผุยผง! คลื่นความว่างเปล่าพุ่งทะลวงเข้าบดขยี้วิญญาณแรกเริ่มของทูตสวรรค์จนแตกซ่าน ดับสูญไปในพริบตาเดียว!
"ไม่!!!" ทูตสวรรค์อีกคนกรีดร้องด้วยความหวาดผวา มันไม่เคยเห็นปีศาจตนใดที่สามารถสังหารเซียนวิญญาณแรกเริ่มด้วยมือเปล่าประหนึ่งเด็ดดอกไม้เช่นนี้! มันหันหลังกลับ พยายามจะทะยานร่างหนีขึ้นรถม้าสวรรค์!
"ใครอนุญาตให้เจ้าหนี! เจ้ายังมีหนี้สินที่ต้องตอบคำถามข้า!"
อาเจียตวัดนิ้วชี้ซ้าย! คลื่นมิติสูญตาพุ่งทะยานแหวกอากาศ ตัดผ่านขาทั้ง 2 ข้างของทูตสวรรค์ที่กำลังหนีตาย!
"อ๊ากกกกก!" ร่างของทูตสวรรค์ขาดครึ่งท่อน ร่วงตกลงมากระแทกลานหิน เลือดสีสดสาดกระเซ็น มันคลานตะเกียกตะกายด้วยความทรมานแสนสาหัส
ชายหนุ่มก้าวเดินเข้าไปหาอย่างเชื่องช้า รังสีของมัจจุราชหน้าเลือดแผ่ซ่านกดทับจนทูตสวรรค์ผู้หยิ่งยโสต้องสะอื้นไห้ อาเจียเหยียบเท้าลงบนยอดอกของมัน ก่อนจะก้มลงคว้าแหวนมิติที่นิ้วของศัตรูออกมารูดเก็บไว้อย่างหน้าตาเฉย
"ข้ามีคำถามเพียงข้อเดียว... หากเจ้าตอบได้ถูกใจ ข้าจะเมตตาให้วิญญาณเจ้าได้ไปเกิดใหม่"
อาเจียหรี่ตาสีดำสนิทลง น้ำเสียงเยือกเย็นจนกระดูกแข็ง "ข่าวลือเรื่องกลุ่มคนต่างถิ่นที่ครอบครอง 'พู่กันหินสีดำ' พวกเขาอยู่ที่ใด และวิหารเทพอนันตกาลของพวกเจ้า ส่งคนระดับใดไปตามล่าพวกเขา!"
ทูตสวรรค์กระอักเลือด ทว่าความหวาดกลัวต่อเนตรสูญตาทำให้มันลืมความจงรักภักดีไปจนสิ้น "ขะ... ข้าจะบอก! กลุ่มคนพวกนั้น... พวกเขากำลังถูกล้อมกรอบอยู่ที่ 'หุบเขาดาราดับ (陨星谷 - หยวิ่นซิงกู่)' ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ! ทะ... ทางวิหารเทพ ได้ส่ง 'ผู้คุมกฎซ้ายและขวา' ซึ่งเป็นระดับวิญญาณแรกเริ่มขั้นกลาง พร้อมกับกองทัพผู้พิทักษ์นับ 1000 ไปปิดล้อมพวกมันไว้... พวกเขา... พวกเขาไม่มีทางรอดแล้วขอรับ!"
เมื่อได้ยินคำตอบ เส้นเลือดบนขมับของอาเจียปูดโปนขึ้น รังสีสังหารปะทุออกจากร่างจนมิติอากาศแตกร้าว!
"วิญญาณแรกเริ่มขั้นกลาง... กองทัพหุ่นรบนับ 1000... กล้าดียังไง... พวกมันกล้าดียังไงมาแตะต้องคนของข้า!"
อาเจียแผดเสียงคำราม! เขากระทืบเท้าลงบนยอดอกของทูตสวรรค์! แรงกระแทกที่อัดแน่นด้วยความว่างเปล่า บดขยี้ร่างท่อนบนและแก่นวิญญาณของศัตรูให้กลายเป็นฝุ่นผงในพริบตาเดียว!
ชายหนุ่มหันขวับกลับมามองเหล่าศิษย์นิกายโลหิตมารที่กำลังสั่นงันงก นัยน์ตาของเขากลับมาเป็นสีเงินยวงที่สาดประกายความบ้าคลั่ง
"ไปลากพาหนะของข้าออกมา! มหานาวาปราณแห่งสูญตาและวิหคอสูร 9 เศียร!"
อาเจียตวาดก้องลานหิน "พวกเจ้าจงซ่อมแซมรอยบุบของเรือเหาะข้าให้เสร็จภายในครึ่งก้านธูป! ใช้โลหะวิญญาณทั้งหมดในคลังสมบัติของพวกเจ้ามาตีแผ่เป็นเกราะเสริมให้หนาที่สุด! หากทำไม่เสร็จ... ข้าจะหลอมพวกเจ้าทุกคนเป็นล้อเรือเหาะแทน!"
ความหวาดกลัวต่อความตาย ทำให้ศิษย์นิกายมารนับ 1000 ทำงานด้วยความเร็วที่ก้าวล่วงขีดจำกัดผู้บำเพ็ญเพียร! ภูเขาโลหะวิญญาณถูกหลอมด้วยเตาหลอมอัคคีมาร นำมาตีแผ่และเชื่อมต่อเข้ากับรอยบุบของมหานาวาปราณ เสริมความแข็งแกร่งให้ป้อมปราการสีดำทมิฬจนมันดูน่าสะพรึงกลัวและใหญ่โตขึ้นกว่าเดิม! สีดำของกระดองอสูรผสานกับสีแดงคล้ำของโลหะมาร กลายเป็นเรือเหาะรบที่แท้จริง!
วิหคอสูร 9 เศียรปีกทมิฬที่สลบไศล ถูกอาเจียกรอกโอสถโลหิตวิญญาณ (ที่ปล้นมาจากคลัง) เข้าไปในปากทั้ง 9 ร่างกายมหึมาของมันฟื้นฟูกลับมาอย่างบ้าคลั่ง ปีกทั้ง 4 คู่สมานตัวและกางออกบดบังแสงสว่าง
อาเจียทะยานร่างขึ้นไปยืนบนหัวกะโหลกอสูรที่ทอดตัวอยู่ด้านหน้าสุดของมหานาวาปราณ เสื้อคลุมสีดำที่สะบัดพลิ้วประหนึ่งธงรบแห่งมัจจุราช
ชายหนุ่มไม่ได้สนใจจะยึดครองนิกายโลหิตมารอีกต่อไป เป้าหมายของเขาบัดนี้ มีเพียงการแก้แค้นและการทวงหนี้ที่โหดเหี้ยมที่สุด!
"หุบเขาดาราดับ..."
อาเจียดึงสายบังเหียนอักขระสูญตาอย่างแรง!
"วิหารเทพอนันตกาล... พวกเจ้ากล้ารังแกคนของข้า... บิดาจะไปฉีกกระชากสวรรค์จอมปลอมของพวกเจ้าให้แหลกเป็นผุยผง! ข้าจะริบสมบัติทุกชิ้นในวิหารของพวกเจ้า และส่งวิญญาณของพวกเจ้าไปเป็นปุ๋ยบำรุงต้นไม้ในโลกมิติใบเล็กของข้า!"
"ก๊าซซซซซซซซซซซซ!!!"
วิหคอสูร 9 เศียรแผดเสียงคำรามรับบัญชา! มันกระพือปีกที่ทรงพลัง ลอยตัวลากมหานาวาแห่งสูญตาพุ่งทะยานขึ้นสู่น่านฟ้าของทวีปหุบเขาต้องห้าม แหวกผ่านหมอกสีเลือด มุ่งหน้าสู่ทิศตะวันตกเฉียงเหนือด้วยความเร็วดุจดาวตกทมิฬ!
การหวนคืนของคนตายผู้ถือกำเนิดใหม่ในความว่างเปล่า ได้เปิดฉากสงครามการขูดรีดที่จะสั่นสะเทือนไปทั้งทวีปต้องห้ามแล้ว! กองทัพวิหารเทพอนันตกาลจะไม่มีวันรู้เลยว่า มัจจุราชที่โหดเหี้ยมที่สุด กำลังจะไปเคาะประตูบ้านเพื่อเก็บดอกเบี้ยทวงแค้น!