ด้วยความกลัวว่าต้วนชางจะแอบดื่มสุราดีอยู่คนเดียว ไป๋ฉางชิงจึงรีบเข้าไปในห้องนอนของพ่อบ้านใหญ่แล้วเลื่อนพื้นที่อยู่ชิดผนังออก มองลงไปในช่องเก็บสุราที่เขากับต้วนชางออกเงินกันซื้อเก็บไว้
“ไม่เห็นมี สุราพวกนี้ล้วนเป็นสุราเก่าที่ข้ากับท่านพ่อของเจ้าเก็บเอาไว้” ไป๋ฉางชิงหันไปมองหน้าเด็กหญิงที่ยืนยิ้มอยู่ด้านหลัง “แน่ใจนะเสี่ยวซวงว่าท่านพ่อของเจ้าซื้อสุราแพงมาด้วย”
“เอ๋? เห็นบอกว่าแพงๆ ก็มีแต่สุรานะเจ้าคะที่ท่านพ่อซื้อแพงๆ”
“เสี่ยวซวง ตกลงว่าเจ้าเห็นไหสุรากับตาหรือไม่?”
“ข้าเห็นท่านพ่อหอบมาในห่อกระดาษ น่าจะเป็นไหสุรานะเจ้าคะ”
ไป๋ฉางชิงขมวดคิ้ว ก้มลงปิดพื้นไว้เหมือนเดิม “ช่างเถอะ หาไม่เจอก็ไม่เป็นไร ประเดี๋ยวท่านพ่อเจ้าดื่มได้ที่ ข้าจะหลอกถามเขาเอง”
“เดี๋ยวข้าไปเลือกชุดก่อนนะเจ้าคะ” เด็กหญิงยิ้มกว้างแล้ววิ่งตื๋อไปยังห้องนอนของตนเพื่อหยิบเสื้อผ้าที่ต้องนำไปสวมใส่ในคืนนี้และวันพรุ่งนี้
ผู้ช่วยพ่อบ้านเดินตามไปแล้วช่วยเอาเสื้อผ้าของต้วนซวงใส่ในถุงผ้า “ข้าถือให้เอง ไปกันเถอะ”
เหย้าหลีเดินวนไปมาอยู่หน้าเรือนพัก ภารกิจคืนนี้เป็นของนางเพราะกัวเอินถงจะต้องรับมือกับท่านชายจี องครักษ์หญิงแห่งเผ่าเหลียนซาชะเง้อชะแง้มองทางเดินหน้าเรือนพักของตนเอง สักครู่ได้ยินเสียงฝีเท้าดังมากใกล้
“ท่านแม่ ข้ามาแล้วเจ้าค่ะ” เด็กหญิงวิ่งถลาเข้ามาหา
“เสี่ยวซวง!” เหย้าหลีกางแขนต้อนรับ เมื่อเห็นสีหน้าและแววเด็กหญิงนางก็รู้แล้วว่าภารกิจที่มอบหมายสำเร็จด้วยดี
ไป๋ฉางชิงที่เดินตามข้างหลังรีบส่งกระเป๋าเสื้อผ้าของเด็กหญิงให้ด้วยความดีใจที่ตนและต้วนชางปลดเปลื้องภาระในคืนนี้ได้
“ข้าฝากเสี่ยวซวงน้อยด้วยนะ แม่นางเหย้า”
“ผู้ช่วยไป๋ไม่ต้องห่วง ฝากบอกพ่อบ้านต้วนด้วยว่าวันพรุ่งนี้ข้าจะพาเสี่ยวซวงไปส่งที่โรงบริบาลเอง”
“ดีๆ ข้าจะบอกเขาตามนี้”
ต้วนซวงยืนจับมือข้างหนึ่งของเหย้าหลีเอาไว้ พอร่างของไป๋ฉางชิงเลี้ยวลับไปนางก็รีบกระตุกมือของท่านแม่ตัวปลอม
“ข้าเห็นแล้วเจ้าค่ะ ที่ซ่อนสุราของท่านพ่อ”
“ดีมาก พวกเราไปหาท่านน้าหยวนกันเถอะ”
“เจ้าค่ะ”
หยวนจู้เตรียมอาหารเอาไว้ให้เด็กหญิงรับประทานอยู่บนโต๊ะ ต้วนซวงมีความสุขอย่างมากนางได้รับการเอาใจใส่จากเหย้าหลีอย่างดี พออิ่มแล้วท่านแม่ก็พานางไปอาบน้ำเปลี่ยนชุดนอน
“เอาล่ะ เสี่ยวซวง พวกเราเข้านอนกันได้แล้ว เจ้าเป็นเด็ก นอนแต่หัวค่ำจะได้แข็งแรง”
ต้วนซวงได้กลิ่นกำยานหอมกรุ่นก็สูดหายใจเข้าไปเต็มปอด “ห้องท่านแม่ห้อมหอมเจ้าค่ะ ข้าชอบ” เด็กหญิงพูดพร้อมทั้งปีนขึ้นไปบนเตียงนอน
“ห่มผ้าให้เรียบร้อยแล้วหลับตาเสีย” เหย้าหลีตบผ้าห่มที่หน้าอกของเด็กหญิงเบาๆ ไม่นานเสียงลมหายใจของเด็กน้อยก็แผ่วเบาลง
“เสี่ยวหลี เจ้ารีบไปเถอะ ก่อนที่สองคนนั้นจะเริ่มดื่ม”
“วันนี้เขาหยุดครึ่งวันบ่ายไปจนถึงเที่ยงของวันพรุ่งนี้ ข้าจะต้องรีบแล้วล่ะ” เหย้าหลีรีบเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดดำมิดชิด นางแอบออกไปทางหน้าต่าง ผลุบหายไปกับความมืด
ท่านชายจีดื่มสุราจนดึกดื่นปล่อยให้จิ่งอี้ประคองตนเองมาส่งที่เรือนของฮูหยินน้อย สาวใช้สองคนช่วยกันเปิดประตู
“ท่านพี่เมาหนักมากเลยหรือ?” กัวเอินถงหันไปถามจิ่งอี้
“ก็พอสมควรขอรับ วันนี้แวะพบสหายเก่าที่ย่านจี้ฮุ่ยก็เลยได้สุราดีมาด้วย กุนซือลี่ก็เลยขอดื่มต่อขอรับ”
จีหลุนที่คอพับกอดไหล่จิ่งอี้เอาไว้เงยหน้าขึ้นมองภรรยา “ฮูหยิน ไม่ต้องห่วง ข้ากลับมาถึงก็อาบน้ำเรียบร้อยค่อยนั่งดื่มต่อ” เขาเดินโซเซเข้ามาใกล้รถเข็นของนาง “เจ้าไปข้างนอกมาไม่ใช่หรือ?”
กัวเอินถงได้กลิ่นสุราจากตัวสามีก็เบือนหน้าหนี “เจ้าค่ะ ข้านั่งรถม้าไปเที่ยวเล่นที่ตลาด วันนี้ผู้คนคึกคักยิ่งนัก”
ท่านชายหันไปโบกมือไล่จิ่งอี้ “เจ้ากลับไปเถอะ ปิดประตูให้ข้าด้วย ข้ามาถึงห้องฮูหยินแล้ว”
“ขอรับ”
กัวเอินถงมองดูสามีที่นั่งอยู่ริมเตียงแล้วก้มมองตนเองที่นั่งอยู่บนรถเข็น“ท่านพี่จะอุ้มข้าขึ้นเตียงไหวหรือเจ้าคะ?”
“ไหว...สิ...” ชายหนุ่มที่นั่งคอตก เงยหน้า สองตาหรี่ปรือ “มาๆ ฮูหยิน เดี๋ยวข้าอุ้มเจ้าขึ้นเตียงเอง”
จีหลุนลุกขึ้นยืนโงนเงน กัวเอินถงได้แต่ส่ายหน้าเบาๆ นางหมุนรถเข็นตนเองไปที่โต๊ะกลางห้อง นางเอื้อมมือไปขยับเอาปิ่นโตไม้มาใกล้แล้วเปิดฝาออก
“ท่านพี่เจ้าคะ มาดื่มน้ำแกงสร่างเมาก่อนเถิดเจ้าค่ะ”
แม่ทัพหนุ่มพยายามเดินมาทรุดตัวลงนั่งที่เก้าอี้กลม เขาใช้ศอกสองข้างทาบประคองตนเองไม่ให้ฟุบลงไป พลันมีเสียงร้องโอ๊ะขึ้นที่หน้าประตูห้องนอน จีหลุนเงยหน้าขึ้นทันที
“ฮูหยิน เจ้าได้ยินเสียงสาวใช้ร้องเมื่อครู่หรือไม่?”
“ท่านพี่ มิใช่ว่าข้างนอกนั่น....”
ผัวะ!
ประตูห้องนอนเปิดออก คนร้ายสองคนในชุดสีดำปิดหน้ามิดชิดวิ่งเข้ามาพร้อมดาบใหญ่ในมือ ฟันลงบนโต๊ะทันที จีหลุนหลบพร้อมกับดึงเอาหญิงสาวและรถเข็นถอยออกมา ถาดน้ำชาบนโต๊ะถูกดาบตวัดโดน ตกลงมาแตกกระจาย ทั่วพื้น กัวเอินถงถูกน้ำชาที่ยังอุ่นร้อนกระเซ็นโดนชายกระโปรงเล็กน้อย
“ฮูหยินระวัง!” เขาร้องพร้อมทั้งเซไปปะทะเตียงนอน
“ท่านพี่!” กัวเอินถงใช้สองมือหมุนล้อรถเข็นให้หมุนหลบคมดาบ
รถเข็นของนางถอยห่างออกไป คนร้ายพุ่งเข้าไปหา นางใช้สองมือคลำลงไปใต้ที่เท้าแขน กระบี่ยาวเท่าศอกของนางก็อยู่ในมือทั้งสองข้าง กัวเอินถงก้มศีรษะใช้กระบี่ทั้งสองตวัดถูกเสื้อของคนร้ายที่บุกเข้าหานางจนได้ยินเสียงดัง แคว่กอย่างชัดเจน
ส่วนผู้เป็นสามีก็หลบหลีกคนร้ายแล้วพุ่งออกไปด้านหน้าเรือน คนร้ายทั้งสองวิ่งตามแม่ทัพหนุ่มออกไป
กัวเอินถงถอนหายใจยาวออกมา นางชะเง้อคอแล้วร้องเสียงดัง
“มีคนร้าย! มีนักฆ่า!”
จีหลุนที่พุ่งออกไปถึงหน้าเรือนก็ร้องเรียกหาองครักษ์ คนร้ายทั้งสองเห็นคนนับสิบกรูเข้ามาก็รีบกระโจนหนีไป จิ่งอี้รีบวิ่งเข้าไปประคองท่านแม่ทัพที่ยังดูเมามายให้กลับเข้าไปในห้อง
“ท่านพี่ บาดเจ็บหรือไม่เจ้าคะ?” กัวเอินถงหน้าเสีย “คนพวกนั้น ดูเหมือนจะหมายเอาชีวิตท่าน”
จิ่งอี้ที่ยืนอยู่ข้างๆ หน้าตาตื่นตระหนก “วันนี้ตอนบ่าย คนกลุ่มใหญ่ก็ตามท่านแม่ทัพมาทีแล้วขอรับ ดีที่ซางอวี่ล่อออกไปนอกเมือง จับกุมไม่ได้เพราะพวกเขาฆ่าตัวตายไปเสียก่อน”
กัวเอินถงขมวดคิ้ว นางเก็บกระบี่สั้นสองเล่มใส่ใต้ที่วางแขนของรถเข็นดังเดิม จิ่งอี้มองด้วยความประหลาดใจ
“ฮูหยินน้อย ท่านซ่อนกระบี่สั้นเอาไว้ด้วยหรือขอรับ?”
หญิงสาวยิ้มอายๆ “สภาพข้าเยี่ยงนี้ก็ต้องเผื่อเอาไว้สักหน่อย หากถึงคราวคับขัน ข้าก็คงต้องช่วยเหลือตนเอง”
จีหลุนเดินเข้ามาใกล้ “ทำให้ฮูหยินตกใจกลัวเสียแล้ว นี่ถ้าข้าไม่เมามากล่ะก็ คนพวกนั้นก็คงบุกถึงตัวเจ้าไม่ได้”
“ท่านชาย เดี๋ยวข้าไปเรียกบ่าวกับสาวใช้เข้ามาช่วยดูแลความเรียบร้อยขอรับ” จิ่งอี้รีบเดินออกไปข้างนอก
“ท่านพี่ สาวใช้หน้าเรือนของพวกเราปลอดภัยดีหรือไม่?”
“พวกนางก็คงแค่หมดสติไป ดูแล้ว พวกมันคิดจะมาเอาชีวิตข้าเพียงคนเดียว บังเอิญมีเจ้าอยู่ด้วย ฮูหยิน เจ้ากลัวหรือไม่?” จีหลุนทรุดตัวลงนั่งจับมือสองข้างของนางไว้ สำรวจเนื้อตัวของนางด้วยสายตา
“ไม่เป็นอันใดเจ้าค่ะ เคราะห์ดีที่ข้าหลบทัน ท่านพี่ไม่เป็นอันใดแน่นะเจ้าคะ” นางมองไปเห็นแขนเสื้อของเขาขาดสองรอยก็หน้าสลดลง “ข้าดูแขนเสื้อท่านหน่อยเจ้าค่ะ”
จีหลุนพลิกแขนเสื้อให้นางดู “แค่ถากไปเท่านั้น เจ้าไม่ต้องกังวล”
สาวใช้เข้ามาช่วยกันเก็บเศษจอกน้ำชาที่ตกแตกบนพื้นและเก็บเก้าอี้ที่ล้มคว่ำในห้องขึ้น ส่วนบ่าวรับใช้ก็รีบมาดูประตูที่ถูกพังเข้ามา
“พวกเจ้าเตรียมน้ำอาบให้ข้าด้วย” ท่านชายหันไปหาภรรยา “ฮูหยิน เจ้าเองก็ควรอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าสักหน่อย ดีหรือไม่?”
***************
