ทุกคนต่างรีบเข้ามาหาเฟิ่งหยูเฟิ่งหยูใช้จิตสัมผัสตรวจสอบทุกคนที่อยู่ในที่นี้ทั้งหมด พร้อมกับใช้ดวงตาเซียนสวรรค์ตรวจสอบซ้ำอีกรอบจนแน่ใจว่าไม่มีปีศาจตนใดลอบแฝงตัวเข้ามากับฝูงชนในวันนี้
“ท่านแม่ทัพใหญ่รีบแจ้งให้ทุกโลกในจักรวาลที่เก้าทราบโดยด่วนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันนี้ถือเป็นภัยคุกคามสำหรับจักรวาลที่เก้าของเราเป็นอย่างยิ่งหากปล่อยไว้นานอาจเกิดปัญหาใหญ่ขึ้นมาได้”
“ขอรับท่านเจ้าโลก”
“แล้วเรื่องการแข่งขันเอายังไงดีขอรับท่านเจ้าโลก”
“ลำดับการแข่งขันให้เลื่อนขึ้นมาตามลำดับสำหรับผู้เข้าร่วมสอบรอบสุดท้ายทุกคนในงานนี้จะได้รับรางวัลทุกคนตามลำดับและมีสิทธิ์เข้าร่วมการแข่งขันที่กำลังจะมีขึ้นเช่นกัน”
“ขอรับท่านเจ้าโลกข้าน้อยจะรีบดำเนินการโดยเร็ว”
เฟิ่งหยูรีบเดินทางออกจากลานประลองเขารีบเดินทางไปยังโลกต้นกำเนิดในทันทีเมื่อมาถึงเขาเล่าเรื่องราวต่าง ๆ ให้กับราชันย์เฟิ่งเทียนฟัง พวกเขาทั้งสองรีบแยกย้ายกันออกตามหาเผ่าพันธุ์ปีศาจอย่างเร่งด่วน
เมื่อข่าวคราวเรื่องเผ่าพันธุ์ปีศาจได้รับรู้ถึงเจ้าโลกทั้งหมดพวกเขาต่างเร่งรีบออกตามหาเผ่าพันธุ์ปีศาจทั่วทุกเมืองทุกอาณาจักรในโลกของพวกเขาทันทีความวุ่นวายที่เผ่าพันธุ์ปีศาจได้สร้างขึ้นนับเป็นเรื่องสำคัญเป็นอย่างยิ่งเพราะเผ่าพันธุ์นี้รู้จักเรียนรู้และปรับตัวเข้ากับมนุษย์ได้เป็นอย่างดีทำให้ยากแก่การค้นหาเป็นอย่างยิ่ง
อาทิตย์ต่อมาพวกเขาเดินทางมายังโลกที่หนึ่งเพื่อคิดหาหนทางในการแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นร่วมกัน โดยเฉพาะปัญหาเร่งด่วนในตอนนี้ที่ทุกโลกต่างถูกคุกคามจากเผ่าพันธุ์ปีศาจถึงแม้ว่าจะยังคงหาตัวของพวกมันไม่เจอแต่พวกเขาก็ได้ทำการป้องกันโดยการห้ามออกจากดาวแต่ละดวงหากใครจะเดินทางไปยังดาวดวงอื่นให้ใช้เส้นทางค่ายกลมิติเท่านั้น เพื่อทำการตรวจสอบว่าเป็นเผ่าพันธุ์ปีศาจหรือไม่ส่วนทางด้านนอกโลกก็มีการวางกองกำลังเอาไว้เพื่อป้องกันเผ่าปีศาจเดินทางออกไปแจ้งข่าวยังดาวปีศาจของพวกมัน
เฟิ่งหยูและเหล่าเจ้าโลกทั้งหมดนั่งประชุมกันอย่างเคร่งเครียดครั้งนี้นับเป็นเหตุการณ์ที่เหนือความคาดหมายของทุกคนพวกเขายังไม่ทราบว่าเผ่าพันธุ์นี้มาจากที่ไหนแต่ที่สำคัญคือมันต้องการเผ่าพันธุ์มนุษย์ และสัตว์อสูร เป็นแหล่งพลังงานหรืออาหารของมันอย่างแน่นอน หากเผ่าพันธุ์ปีศาจนี้มีจำนวนมากและบุกเข้ามาพร้อม ๆกัน นับเป็นวิกฤติครั้งใหญ่สำหรับแต่ละโลกอย่างแน่นอน
“เฟิ่งหยูเจ้าเป็นคนเดียวที่ได้ประมือกับเผ่าพันธุ์ปีศาจตามความเห็นของเจ้าพวกเราจะสามารถป้องกันมันได้ยังไง”
“เผ่าพันธุ์ปีศาจที่ข้าพบเจอนั้นพลังของมันข้าคิดว่ามันยังคงแข็งแกร่งไม่มากนัก เมื่อมันแฝงตัวอยู่ร่วมกับมนุษย์พวกเราแทบจะแยกความแตกต่างของมันไม่ออกแต่เมื่อมันกลับร่างเดิมของมันลักษณะของมันจะคล้ายกับมนุษย์แต่ตัวใหญ่กว่าประมาณสามถึงสี่เท่าตัวส่วนหัวของมันมีลักษณะน่าเกลียดน่ากลัวเป็นอย่างมาก ตัวของมันสีแดงเลือดของมันสีม่วง หากจะสังหารมันมีเพียงใช้ผู้ที่มีฐานวิญญาณธาตุไฟหรือผู้ที่ใช้ธาตุไฟจึงจะสามารถทำให้บาดเจ็บหรือตายลงได้ ส่วนธาตุอื่น ๆแม้จะโจมตียังไงก็ไม่มีผลใด ๆ ทั้งสิ้น”
“กลับกันมันสามารถดูดกลืนพลังปราณของพวกเราไปเป็นอาหารหรือแหล่งพลังของมันได้อีกด้วย ข้าเคยใช้จิตธาตุอื่น ๆ โจมตีดูแล้ว แต่กลับไร้ผลมันสามารถฟื้นคืนสภาพได้อย่างรวดเร็วแม้มันจะแหลกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยมันกลับสามารถกลับมาหลอมรวมกันกลับมาเป็นร่างเดิมใหม่ได้อีกครั้ง”
“ตรวจสอบก็ยากสังหารมันก็ยังยากอีก นี่นับเป็นภัยสำหรับจักรวาลที่เก้าของเราอย่างแท้จริงข้าว่าพวกเราร่วมกันค้นหาเผ่าพันธุ์ปีศาจนี้ไปทีละโลกและช่วยกันสังหารมันให้ได้ก่อนที่มันจะกลับไปยังดาวปีศาจของพวกมันก่อนจะดีไหม”เจ้าโลกห๋าวอู่ออกความคิดเห็น
“ก็ดีเหมือนกันว่าแต่เฟิ่งหยูเจ้าตรวจสอบพบมันได้อย่างไรทำไมเจ้าถึงได้รู้ว่ามันเป็นพวกเผ่าพันธุ์ปีศาจแฝงตัวมา”
“ตอนแรกที่ข้าได้พบพลังธาตุของมันเป็นพลังธาตุมืดมันมีความเข้มข้นมากกว่าพลังธาตุมืดของเผ่ามนุษย์เช่นพวกเราเป็นอย่างมากข้าเพียงแค่สงสัยเท่านั้น ดังนั้นข้าจึงใช้ “ดวงตาเซียนสวรรค์”ตรวจสอบอีกรอบหนึ่งจึงได้เห็นร่างจริงของมัน”
“ดวงตาเซียนสวรรค์”
“มันคือดวงตาอะไรของเจ้าพวกเราไม่เคยได้ยินหรือว่าเจ้าประดิษฐ์มันขึ้นมา”
“ข้าไม่ได้ประดิษฐ์มันขึ้นมาหรอกข้าเพียงแต่ฝึกฝนคัมภีร์กายเซียนโบราณ สำเร็จทำให้กายของข้าเป็นกายเซียนโบราณและหนึ่งในความสามารถของกายเซียนโบราณของข้าก็คือดวงตาเซียนสวรรค์ที่สามารถจำแนกแยกแยะทำอย่างได้ทั้งหมด”
“นี่เจ้าสามารถฝึกฝนคัมภีร์โบราณสำเร็จเช่นนั้นหรือเฟิ่งหยู” องค์ราชันย์ฟางหรงมองเฟิ่งหยูด้วยสายตาที่นับถือ
“ข้าฝึกสำเร็จแล้วจริง พวกท่านอยากจะฝึกกันบ้างไหม จะได้รู้ว่ามันทรมานแค่ไหน ฮ่า ฮ่า ฮ่า” เฟิ่งหยูหัวเราะแห้งๆ
“พวกกเราไม่เอาด้วยหรอกคัมภีร์โบราณแต่ละเล่มใช่ว่าจะฝึกได้ง่าย ๆ เสียที่ไหนกัน นับเป็นโชคของเจ้าจริง ๆที่สามารถฝึกมันได้จนสำเร็จ”
“เอาหละเอาหละเข้าเรื่องกันก่อนดีกว่า เจ้าสามารถใช้ดวงตาเซียนสวรรค์ของเจ้าได้นานแค่ไหน”
“ก็นานพอสมควรอยู่แต่หากข้าสามารถใช้ดวงตาสวรรค์ของข้ามองไปทั่วโลกภายในครั้งเดียวก็น่าจะใช้ได้เพียงไม่กี่วินาทีเท่านั้น คงทำได้แค่สัมผัสว่ามันอยู่ในเมืองใดทิศทางใด พลังของข้าก็คงหมดสิ้นแล้ว กว่าจะฟื้นคืนก็คงอีกหลายวันถึงตอนนั้นพวกมันคงหนีไปไกลแล้ว แต่หากให้หาไปทีละเมืองกว่าจะครบทุกเมืองก็คงเกิดความสูญเสียไปแล้ว”
“แล้วพวกเราควรทำเช่นไรกันดีหากให้ตามหาแบบสุ่ม ๆ ก็คงใช้เวลานานกว่าจะหาพวกมันพบ”
“เจ้าสามารถใช้ดวงตาเซียนสวรรค์ของเจ้าผ่านพวกเราได้ไหมหากใช้มันผ่านพวกเราเจ้าจะสามารถมองเห็นได้ทั่วทั้งโลกอย่างง่ายดาย และยังระบุตำแหน่งของพวกมันผ่านหยกสื่อสารจะเป็นการง่ายกว่าที่เจ้าจะใช้พลังของเจ้าเพียงลำพัง”ราชันย์ฟางหรงสอบถามความเป็นไปได้จากเฟิ่งหยูทันที
“ข้าเองก็ไม่เคยลองใช้ผ่านใครแต่ลองดูก็ไม่เสียหาย หากมันสามารถตามหาพวกมันเจอเร็วเท่าไหร่ก็นับเป็นการดีต่อพวกเรามาเท่านั้น”
“เช่นนั้นก็ลองดูข้าจะมองมันผ่านองค์ราชันย์ดู หากสามารถทำได้ พวกเราก็ติดต่อกันทางหยกสื่อสารพวกท่านก็ช่วยกันออกไปสังหารพวกมันคงจะมีโอกาสเป็นไปได้อยู่”
“เช่นนั้นก็ลองดูที่โลกที่หนึ่งนี่ก่อนก็แล้วกันหากทำได้ค่อยเดินทางไปยังโลกอื่น ๆ ต่อ”
เฟิ่งหยูนำมือของเขาไปแตะที่แผ่นหลังขององค์ราชันย์ฟางหรง
“เจ้าพร้อมแล้วนะเฟิ่งหยู”
“ข้าพร้อมแล้วองค์ราชันย์”
องค์ราชันย์ฟางหรงปลดปล่อยจิตสัมผัสของเขาแผ่กระจายออกไปทั่วทั้งโลกที่หนึ่งใบนี้เฟิ่งหยูเปิดใช้ดวงตาเซียนสวรรค์ของเขาผสายกับจิตสัมผัสของราชันย์ฟางหรงอย่างรวดเร็วเพียงไม่นาน สิ่งที่ทั้งสองได้เห็นค่อย ๆเลื่อนผ่านสายตาของพวกเขาทั้งสองไปทีละเมือง ทีละอาณาจักร จวบจนเวลาผ่านไปราว ๆห้านาทีภาพที่ทั้งสองเห็นทำให้พวกเขาตกตะลึงเป็นอย่างมาก เมื่อพวกเขาเห็นเผ่าพันธุ์ปีศาจอยู่ท่ามกลางฝูงชนในเมืองหลวงของอาณาจักรหนึ่งที่อยู่ไกลออกไป
“พวกเจ้ารีบไปยังเมืองหลวงอาณาจักรเว่ยหยางโดยเร็ว”ราชันย์ฟางหรงรีบตะโกนบอก
เจ้าโลกทั้งแปดคนที่เหลือรีบเดินทางไปยังเมืองหลวงอาณาจักรเว่ยหยางในทันทีโดยค่ายกลมิติเมื่อพวกเขาไปถึง เหล่าผู้ดูแลค่ายกลอาณาจักรเว่ยหยางพลันตกตะลึงในทันทีแต่ยังไม่ทันที่พวกเขาจะได้กล่าวอะไร ทั้งแปดคนพุ่งตรงไปยังใจกลางเมืองหลวงของอาณาจักรเว่ยหยางในทันที
องค์ราชันย์ฟางหรงระบุตำแหน่งของเผ่าพันธุ์ปีศาจให้กับเจ้าโลกทั้งแปดได้อย่างแม่นยำเมื่อพวกเขาไปถึงจึงทำการจู่โจมอย่างรวดเร็วเสียงกรีดร้องของเผ่าพันธุ์ปีศาจดังก้องไปทั่วเมืองเหล่าทหารและผู้ฝึกยุทธ์ที่อยู่ในเมืองหลวงอาณาจักรเว่ยหยางต่างรีบเข้ามาช่วยเจ้าโลกทั้งแปดโจมตีเผ่าพันธุ์ปีศาจอย่างรวดเร็ว
แต่เผ่าพันธุ์ปีศาจนี้หาได้จัดการสังหารได้ง่ายๆ ไม่ เหมือนดังที่เฟิ่งหยูอธิบายเอาไว้ เจ้าโลกทั้งแปดจึงใช้พลังธาตุไฟในการโจมตีเผ่าพันธุ์ปีศาจเฟิ่งหยูและองค์ราชันย์ฟางหรงเมื่อเจ้าโลกทั้งแปดพบเจอตัวตนของเผ่าพันธุ์ปีศาจแล้วทั้งสองจึงรีบเดินทางไปยังเมืองหลวงของอาณาจักรเว่ยหยางด้วยค่ายกลมิติในทันที
เมื่อทั้งสองเดินทางมาถึงพวกเขากลับพบกับเหล่าจอมยุทธ์จำนวนมากำลังถูกเผ่าพันธุ์ปีศาจเล่นงานมันดูดพลังปราณของเหล่าจอมยุทธ์จำนวนมากไปเป็นพลังงานของมันส่วนเจ้าโลกทั้งแปดนั้นยังคงโจมตีมันอย่างต่อเนื่อง