หลงเฟยชายหนุ่มทะลุมิติ

    บทที่ 48

    *คำเตือน มีฉากเลือดสาดนะจ้ะ*ไอรีนเข้าไปลองดูสมุนไพรที่อยู่ในครัวตามที่หลงเฟยแนะนำ ซึ่งก็คือเหล่าเครื่องเทศต่างๆที่หลงเฟยนำมาจากโลกของตัวเอง“สิ่งนี้รสชาติเผ็ดร้อนอย่างยิ่ง รสชาติก็ใกล้เคียงกับสมุนไพรตามตำรา มิน่าล่ะร่างกายเจ้าหนูถึงทนมาได้จนถึงตอนนี้ เพราะกินเจ้านี่ที่ปรสิตไม่ชอบเข้าไป แต่ก็ทำให้คนกินปวดแสบปวดร้อนมากไปด้วยเช่นกัน” ไอรีนวิเคราะห์พริกป่นที่ตักขึ้นมา“ลองดูอย่างอื่นต่อเถอะ ถ้าขาดอะไรจะได้ออกไปหากัน ตอนนี้เราคงต้องแข่งกับเวลาแล้วล่ะ โชคดีที่ฝนลูกไฟนั่นมาไม่ถึงที่ร้านนะเนี่ย” หลงเฟยเร่งทุกคนให้ช่วยกันเปิดกระสอบวัตถุดิบออกมา“เจ้านี่ที่พวกเราใส่ไปในซุปเมื่อตอนเย็นสินะ กลิ่นฉุนแรงมีเอกลักษณ์ อวบน้ำ และรสเผ็ดร้อน ตามตำราสมุนไพรนี้ก็มีฤทธิ์ตรงกันพอดี น่าจะแทนได้เช่นกัน ที่จริงหอมหัวใหญ่ที่ข้าหั่นเมื่อตอนเย็นก็มีฤทธิ์ตรงกันแต่เหมือนเจ้านี่จะแรงกว่า” ไอรีนหยิบกระเทียมขึ้นมาวิเคราะห์ ทำให้นึกถึงเมื่อบ่ายตอนที่กำลังหั่นหัวหอม ไอรีนชำเลืองมองไปที่หลงเฟย ซึ่งชายหนุ่มก็กำลังจ้องมองเธอด้วยความตั้งใจฟัง แต่นั่นทำให้เธอรู้สึกเขินอายนึกถึงเรื่องที่เธอขอให้หลงเฟยเช็ดน้ำตาให้เมื่อตอนบ่ายขึ้นมา เธอจึงรีบหลบตาแล้วไปดูวัตถุดิบอื่นๆต่อ สรุปแล้ว สมุนไพรที่ใช้ไม่ต้องไปหาที่ไหน เพราะในร้านอาหารของหลงเฟยมีทุกอย่าง โดยยาบรรเทาอาการของไอรีนนั้น ประกอบไปด้วยส่วนผสมดังนี้ พริกป่น กระเทียมสด พริกไทย ขิง ข่า กระชาย เกลือ และน้ำสะอาด ในความรู้สึกของหลงเฟยมันไม่เหมือนยาบรรเทาสักนิด มันคือยาทรมานมากกว่า “เอ่อ...คือว่าไอรีนสมุนไพรพวกนี้มันเผ็ดร้อนทั้งนั้น มันจะมันเทาอาการได้ยังไง ถ้าแวนกินเข้าไปคงไหม้ตั้งปากยันลำไส้แน่ๆ” หลงเฟยได้กลิ่นแสบจมูกในหม้อต้มก็รู้สึกสยองยาตัวนี้มาก เขาจึงถามเจ้าของสูตรยาเพื่อความมั่นใจ“แท้จริงยานี่ชื่อว่า พิฆาตมาร เป็นยาฆ่าปรสิตอย่างแรงชนิดหนึ่ง ซึ่งส่งผลกระทบต่อผู้ที่กินเข้าไปด้วย แต่นี่เป็นยาชนิดเดียวที่พอจะสยบอีทออทัมได้ ที่จริงระหว่างที่เราผ่าท้องคนเอามันออกมายานี่จะทำให้เลือดสูบฉีด เลือดผู้ป่วยจะออกมากกว่าปกติโชคที่เรามีนักบวชคอยฮีลให้อย่างเร่งด่วน และยังมียาที่ไว้สำหรับฆ่าฤทธิ์ยาพิฆาตมารหลังการรักษาอยู่ด้วยนี่ไง” ไอรีนอธิบายให้เจ้าของบ้านฟังอย่างละเอียด“หืม...ใบเตย ใบบัวบก ผักชี ขมิ้นชัน พวกนี้น่ะเหรอ!” หลงเฟยชี้ไปที่สมุนไพรอีกกองหนึ่งที่เตรียมเอาไว้ แต่ในใจชายหนุ่มก็คิดว่าคงจะเหม็นเขียวน่าดู แค่คิดข้าวเย็นก็ขึ้นมาจุกที่ลำคอแล้ว“ใช่พวกนี้แหละ สมุนไพรฤทธิ์เย็นช่วยดับความร้อนได้ดี น้ำอีกหม้อเดือดแล้วโทมัสเจ้าเอาของตรงนี้ลงไปต้มได้เลย” ไอรีนบอกกับหลงเฟย แล้วก็หันไปสั่งโทมัสที่มาเป็นผู้ช่วยอีกทีการต้มยาสุดสยองเป็นไปอย่างราบรื่น เหตุการณ์ภายนอกก็สงบลงแล้ว คงเหลือแต่เพียงการช่วยเหลือคนเจ็บที่ตกค้าง และกู้ซากศพออกมาจากกองเถ้าถ่าน ท่ามกลางเศษซากปรักหักพังของบ้านเรือน เขตตัวเมืองแอนวีนชั้นนอก ด้านทิศเหนือ อากับหลานยืนคุยกันอยู่แค่สองคน“ท่านอาคิดว่าคืนนี้พวกมันจะบุกมาอีกหรือไม่ขอรับ” สกายลาร์กล่าวถามลีมูน“ข้าคิดว่าวันนี้คงแค่ลองเชิงเรา แต่คงจะเน้นไปที่การข่มขวัญชาวบ้านมากกว่า” ลีมูนตอบหลานชายในชุดอัศวิน“แล้วหน่วยสายสืบของเรายังไม่มีการส่งไปเพิ่มเติมหรืออย่างไร ถึงไม่ทราบความเคลื่อนไหวของพวกมันเลย” สกายลาร์ยังคงสับสนกับเรื่องที่เกิดขึ้น“สกายลาร์เจ้าเป็นผู้นำกองทัพหลักของแอนวีนน่าจะรู้ดีกว่านายกองอย่างข้านะ สายสืบที่ส่งไปล้วนไม่มีใครกลับมา พวกมันคงวางกับดักไว้อย่างรอบคอบเลยทีเดียว ว่าแต่เจ้ามีเรื่องสำคัญอันใดถึงต้องพาข้ามาคุยตั้งไกล”“ท่านพ่อป่วยหนักขอรับ ทั้งหมอ ทั้งนักบวชก็ไม่อาจรักษาได้ อาการท่านพ่อก็แย่ลงทุกวันๆ ข้าไม่มีความมั่นใจที่จะเป็นผู้นำตระกูลเลย ถ้าให้ข้าไปรบยังมั่นใจมากกว่า” สกายลาร์กล่าวออกมาเสียงเศร้า“ที่พูดมาเจ้าหมายความว่าพี่ชายข้าป่วยหนักจนหมดทางรักษาแล้วรึ? แล้วที่ไม่อยากเป็นผู้นำตระกูลนั่นหมายถึงจะให้ข้ากลับไปเป็นแทนรึยังไง?” แต่ท่าทางการถามของลีมูนกลับสบายๆ ไร้ความกังวลอันใด“ท่านอาข้ารู้ว่าท่านรักอิสระ แต่ปัจจุบันท่านก็มีครอบครัวแล้ว จึงมาเป็นทหารประจำเมือง ทำไมท่านไม่กลับไปที่ตระกูล อย่างน้อยก็ได้เป็นอัศวิน มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น” สกายลาร์กล่าวออกมาด้วยความเป็นห่วง คำพูดของสกายลาร์ ทำให้ลีมูนมีสีหน้าที่จริงจังขึ้นมาทันที“เรื่องนี้ก็ผ่านมานานแล้วตั้งแต่เจ้าเป็นเด็ก แต่เจ้ายังคงไม่รู้ความจริงสินะ ตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่เหมาะจะพูดเรื่องในตระกูล เอาเป็นว่าข้ามีเรื่องขัดแย้งกับมารดาของเจ้าอย่างรุนแรง อ้อ! แต่อย่าคิดว่าคำที่ออกมาจากปากนางเป็นความจริงล่ะ เจ้าลองถามหลายๆคนในปราสาทดูแล้ววิเคราะห์เอาเองละกัน เซอร์ฮอว์ค” พูดจบลีมูนก็ลุกเดินจากไปไม่หันหลังกลับมามองอีกคำบอกเล่าจากลีมูนทำให้สกายลาร์ยิ่งสับสนกว่าเดิม จากที่เครียดอยู่แล้วต้องการหาที่พึ่งพิงทางใจ กลับกลายเป็นเจอปมปัญหาใหม่ที่ไม่อาจรู้ที่มาได้เลย ตอนนี้ที่ร้านอาหารของหลงเฟย ทุกคนมารวมตัวกันอยู่ในห้องนอนของชายหนุ่ม โดยที่มีเด็กน้อยแวนโดนขึงพืดอยู่บนที่นอนของเขาที่หลงเฟยปูผ้ารองไว้หลายชั้น ป้องกันเลือดที่คงต้องเปรอะเปื้อนอย่างแน่นอน“เอาล่ะ! อ้าปากออกกว้างๆนะเจ้าหนู” ไอรีนกล่าวเสียงเหี้ยม พร้อมใช้มือจับกรามของเด็กน้อยให้อ้าปากออกมา แล้วกรอกยาพิฆาตมารลงไปจนหมดถ้วย แม้ปริมาณจะไม่มากแต่ความแสบร้อนนั้นยากเกินทานทน ทำให้แวนดิ้นรนอย่างทรมาน“ขั้นต่อไปจะผ่าท้องยังไงล่ะ ขนาดมัดไว้แน่นแล้วยังดิ้นขนาดนี้” โทมัสถามออกมา“ไอรีนแน่ใจแล้วเหรอว่าไม่ต้องใช้ยาสลบน่ะ ถ้าผ่าทั้งอย่างนี้แวนอาจช็อกได้นะ” หลงเฟยถามด้วยเช่นกัน“เจ้าเคยทำมาก่อนแล้วใช่มั้ยคุณหนู” วินเซนต์ก็ถามด้วยความไม่มั่นใจ“ข้าสามารถฮีลได้ทันนะ แต่ความเจ็บปวดนั่นเด็กคนนี้จะรับไหวหรือ?” ทอรัสถามย้ำอีกครั้ง“ฮือ...ได้โปรดช่วยลูกข้าด้วยเถิด ฮือ...อย่าให้เขาตายเลยนะเจ้าคะ ฮือ...” แอนอ้อนวอนต่อไอรีน พร้อมกับร่ำไห้ออกมา“จะทำอะไรก็ทำเถอะ มาถึงจุดนี้เรามีแต่ต้องเสี่ยงแล้วขอรับ” เควินกล่าวขึ้นด้วยความร้อนใจอย่างยิ่ง“หุบปาก! ข้าต้องการสมาธิ ทุกคนทำตามหน้าที่ของตัวเองให้ดีก็พอ ถึงแม้ข้าจะไม่เคยผ่าท้องคนจริงๆ แต่ข้าก็ฝึกฝนมาตลอดไม่เคยขาด และเคยเป็นผู้ช่วยผ่าท้องตัดมาหลายครั้งแล้ว จงมั่นใจในตัวข้า เพราะที่ข้ามาอยู่ที่นี่ตรงนี้ ก็เพื่อช่วยชีวิตเด็กน้อยผู้นี้ ข้าจะต้องช่วยเจ้าให้ได้เจ้าหนู เอาล่ะนะ”“ตื้ด................................!” เซ็นเซอร์ครับ