“จริงด้วย มาดื่มกันดีกว่า”
มือปราบทั้งกลุ่มพลันเปลี่ยนเื่คุยเพราะเห็นอู๋จือดูท่าจะไม่ชอบหน้าคุณชายใหญ่ฮัว พวกเขาทำงานด้วยกันย่อมเข้าข้างกันมากกว่าคนนอก
จางเจิ้งจีผู้เป็เ้าบ่าวแอบสังเกตมาหลายคราวว่าอู๋จือลูกน้องของตนดูเหมือนจะแค้นเคืองสหายหมอจึงได้ดึงมือของฮัวหยางไปหลบมุมสอบถาม
“เ้าไปสร้างแค้นใดให้กับอู๋จือ ทุกคราวหากมีคนพูดถึงชื่อเ้า สีหน้าของนางดูเหมือนอยากจะชักกระบี่ออกมาสับเ้าเป็หมื่นๆ ชิ้น”
ท่านหมอหนุ่มยกยิ้มมุมปากเอ่ยอย่างช้าๆ ชัดถ้อยชัดคำ “ข้าน่ะหรือ ก็ไม่ได้ทำให้นางาเ็หรือมีรอยแผลสักหน่อย ก็แค่....ก็แค่จับเขามาลองยา”
“ลองยา เ้าบ้าไปแล้วหรือ ”
“ก็นางอยากบุกรุกเรือนของข้าโดยพลการ ข้าก็สมควรจะลงโทษ แค่ให้กินยาเกิดผดผื่น จากนั้นก็ให้กินยาแก้ผดผื่น ทดลองยาครึ่งชั่วยามก็เสร็จแล้ว”
“นางบุกรุกเรือนเ้าหรือ ”
“ก็ใช่น่ะสิ คืนนั้นที่เ้ามาเรือนปรุงยาของข้า นางก็ตามเ้ามาด้วย ข้าคิดว่านางคงจะสงสัยเพราะเห็นเ้าทำตัวลับๆ ล่อๆ”
“อ้อ! คืนที่ข้าแอบนัดพบเสี่ยวหวั่นในเรือนของเ้า”
“เ้าพลอดรักกันเสร็จ ก็แยกย้ายกันกลับ แต่นางบุกเข้ามาเหมือนกับโจร ข้าก็เลยต้องจับตัวไว้ก่อน”
จางเจิ้งจีหรี่ตามองสหาย “เ้าไม่ควรเลยจริงๆ นั่นลูกน้องของข้า คราวหน้าอย่าหาเื่นางอีกเล่า ระยะนี้มีคดีฆาตกรรม นางเป็คนเอาจริงเอาจัง เห็นข้าทำตัวแปลกๆ ก็เลยตามเข้ามา”
“ข้าว่านางระแวงว่าเ้าเป็คนร้าย”
หัวหน้ามือปราบหน่วยที่สามหัวเราะพอใจ “เอาเถอะๆ อู๋จือก็เป็อย่างนี้ล่ะ นางไม่ยอมละวางเบาะแสสักอย่าง เื่เล็กน้อยก็ไม่ยอมปล่อยผ่าน นางเป็คนขยัน ทำงานดูแลครอบครัว เ้าไม่รู้หรอกว่าครอบครัวของนางน่าสงสาร”
“ทำไมหรือ ” สายตาฮัวหยางดูอยากรู้
“อู๋จือเป็เสาหลักของบ้าน นางมาเป็มือปราบเพราะ้าหาเงินไปช่วยมารดาส่งน้องชายเรียน เสี่ยวเหอตี้น้องชายคนเล็กของนางสอบเข้าเค่อเฉิงได้ มารดาของนางเปิดร้านขายอาหารเล็กๆ อยู่ละแวกคฤหาสน์ของเ้านั่นล่ะ”
กลุ่มบุรุษมือปราบที่ยังโสดชี้ชวนกันดูหญิงสาวที่มาร่วมงานแต่งครั้งนี้กันอย่างสนุกสนาน พวกเขากันกระซิบกระซาบพูดถึงหญิงงามด้วยสายตาแพรวพราว บุตรสาวของมือปราบาุโหลายคนก็มาร่วมในงานนี้ หัวหน้ามือปราบหน่วยที่เจ็ดพาน้องสาวคนสวยมาด้วย ทำเอามือปราบหนุ่มๆ ลุกฮือกันมองนางตาวาว
“เ้าดูๆ แม่นางหว่าน สวยสง่าราวกับหงส์ขาว” เฉินหรงผุดขึ้นกับสหายอีกหลายคนจ้องมองไปทางโต๊ะด้านหน้า
อู๋จือยิ้มน้อยๆ “แม่นางหว่านสวยจริงๆ เสื้อผ้าของนางก็งดงาม คนก็มีกิริยามารยาทเรียบร้อย หัวหน้าหว่านเป็ถึงบุตรชายของขุนนางขั้นห้าคงไม่มองมือปราบอย่างพวกท่านไปเป็น้องเขยหรอก”
“เออ จริงด้วย” บุรุษหลายคนส่งเสียงคล้ายถอนหายใจ
“ใครกันจะมีวาสนาได้เป็สามีของแม่นางหว่าน ”
มือปราบผู้หนึ่งเอ่ยขึ้น “หากเป็คุณชายสกุลฮัวก็น่าจะเป็ไปได้”
อู๋จือหน้าเจื่อน นึกถึงใบหน้าหล่อเหลาในยามยิ้มพราย แม้นางจะเกลียดเขาแต่ก็ไม่อาจสลัดบุรุษรูปงามที่โฉดชั่วคนนั้นออกไปจากความนึกคิดได้
เฉินหรงถอนหายใจ “เฮ้อ! ข้าเองก็เป็แค่มือปราบตัวเล็กๆ คงไม่มีวาสนาเอื้อมถึงนาง”
“ข้าไม่อยากมอง มองแล้วก็เกิดความชอบ ตอนนี้ข้าเพิ่งมีเงินเก็บไม่มาก สินสอดหน่อยนิดคงต้องรอไปก่อน ข้าไม่รีบ” มือปราบฟูรีบออกตัว
“มือปราบเฉิน ท่านอยากแต่งงานแล้วหรือ ”
“อือ...ก็อยากสิ เ้าดูคนอายุเท่าข้ามีผู้ใดบ้างยังโสด มือปราบรุ่นนี้ล้วนแต่งงานไปกันหมดแล้ว” เฉินหรงหน้าเริ่มตึงเพราะสุรา
“สินสอดของท่านก็พร้อมแล้วไม่ใช่หรือ ”
“พร้อมนะ แต่ถ้าจะสู่ขอแม่นางหว่านก็ถือว่าเกินตัว คงต้องเสาะหาสตรีที่เหมาะสมกับข้า”
อู๋จือได้ยินก็เกิดความกระตือรือร้น “มือปราบเฉิน ท่านไม่ลองใช้ความจริงใจเข้าสู้ล่ะ บางทีหัวหน้าหว่านอาจจะเห็นใจท่านก็ได้”
เฉินหรงโบกมือไปมา “ไม่มีทาง ข้าไม่อยากเป็เขยแต่งเข้าบ้านขุนนางใหญ่ เ้าอย่ามัวแต่สนใจเื่ของข้า อู๋จือ เ้าอายุสิบเก้าแล้ว ยังไม่มีบุรุษมาหมั้นหมาย ไปสำนักแม่สื่อหน่อยดีไหม ”
“ไม่เอา! ข้าไม่แต่งงานหรอก เสี่ยวเหอตี้ยังเรียนไม่จบเลย”
“กว่าน้องชายเ้าจะเรียนจบเ้าก็อายุมากเกินกว่าจะแต่งงานแล้ว อย่าเื่มากเลยน่า ข้ารู้นะว่ามือปราบหลายหน่วยมาเมียงมองเ้า แต่เ้าเอาแต่ทำหน้าบึ้ง พวกเขาก็เลยไม่กล้าเข้ามาคุย” เฉินหรงกระเซ้า
มือปราบทั้งโต๊ะหัวเราะพร้อมกัน ในหน่วยมือปราบของพวกเขาเคยมีคนคิดจะเกี้ยวพานนางอยู่เหมือนกันแต่เพราะนางตัดรอนทุกคนอย่างชัดเจน พวกเขาจึงต้องปล่อยผ่าน
“เ้าชอบคนเยี่ยงไร เผื่อข้ารู้จักจะช่วยแนะนำให้เ้า” เฉินหรงรีบเสนอตัว เขาเห็นว่าอู๋จือเป็หญิงสาวที่ดีคนหนึ่ง สมควรแนะนำบุรุษดีๆ ให้นาง
มือปราบหญิงกระดกสุราไปอีกสองกรึ๊บ “ข้าน่ะหรือ ข้าชอบบุรุษสง่างาม มีความรู้ จิตใจดี มารยาทดี” เมื่อพูดแล้วเขาก็พลันนึกถึงฮัวหยางขึ้นมา อู๋จือรีบสลัดภาพคนผู้นั้นออก
มือปราบคนอื่นๆ ที่ร่วมดื่มหันมามองอู๋จือแล้วยิ้มกว้าง นางเป็สตรีแข็งแรงปานแม่วัว แต่กลับชมชอบบุรุษอ้อนแอ้น
“ที่เ้าไม่ชอบพวกเรา ที่แท้ก็ชอบพวกบัณฑิตผอมบางอ้อนแอ้นนี่เอง” สหายมือปราบอีกคนหันมายิ้ม เขาก็เคยเป็หนึ่งในคนที่ชอบนาง
“พวกเราเอาใจช่วยเ้านะ อู๋จือ” มือปราบฟูชูจอกเหล้าขึ้น
“ดีๆ เดี๋ยวพวกข้าจะช่วยเฟ้นหาบัณฑิตแถวบ้านข้ามาให้เ้าเลือก มือปราบอู๋ คราวนี้จะได้แต่งงานเสียที ข้ารอดื่มเหล้ามงคลเ้ามานานแล้ว” เฉินหรงหัวเราะเอิ๊กอ๊ากชอบใจ
คุณชายใหญ่ฮัวมองไปทางกลุ่มมือปราบที่เริ่มเมาจนลิ้นพันกัน เมื่อเห็นเป้าหมายของตน เขาก็คอยจับมองเป็ระยะๆ รอจนคนผู้นั้นเดินซวนเซออกไปจากประตูบ้านสกุลจางเพียงลำพัง ฮัวหยางจึงหันไปขอตัวกลับ
“ข้าได้เวลากลับแล้ว ข้าดื่มสุราได้น้อย ไม่เหมาะจะนั่งอยู่ในงานเช่นนี้นาน เ้าก็รู้อยู่”
จางเจิ้งจีหัวเราะ “ไม่ต้องอ้างหรอก เ้าอยากกลับก็กลับเถอะ ข้าไม่รั้งไว้ คนอย่างเ้า การได้เฝ้าเรือนปรุงยาคงเป็ความสุขยิ่งกว่าการพบปะผู้คน”
“ขอบใจสหายที่รู้ใจข้า ข้าขอให้เ้ามีลูกเต็มบ้านหลานเต็มเมืองนะ มีความสุขกับชีวิตสมรสไปจนผมหงอกขาวนะ เจิ้งจี”
“เออๆ ขอบใจมากที่มางานแต่งของข้า”
ฮัวหยางทิ้งระยะให้อู๋จือออกไปจากประตูเรือนของจางเจิ้งจีสักพัก เขาก็ค่อยตามออกไป คุณชายใหญ่สกุลฮัวสั่งคนขับรถม้าให้ตามไปห่างๆ
“อย่าให้คนผิดสังเกตเล่า ตามห่างๆ ไป”
“ขอรับ”
ในฐานะคุณชายใหญ่สกุลฮัว เขามียอดฝีมือคอยติดตามในยามที่ออกจากเคหสถานอยู่เสมอ ชายหนุ่มเหลือบมององครักษ์ของตนที่กระโจนบนหลังคาทั้งสองฝั่งถนนแล้วค่อยมองไปที่ร่างหญิงสาวเบื้องหน้า
อู๋จือเมาซวนเซออกจากงานเลี้ยงฉลองแต่งงานของหัวหน้าหน่วยมือปราบของตน แม้นางจะมองข้างหน้าชัดอยู่แต่ไม่อาจควบคุมร่างกายได้อย่างใจ
‘ปัดโธ่! อุตส่าห์รีบหนีออกมาแล้ว แต่ดันเมากว่าที่คิด’
ในขณะที่คิดว่าตนเองเดินตรงแต่กลับเซไปเบียดกำแพงบ้านผู้อื่นอยู่เรื่อยๆ พอเดินไปไม่ได้ อู๋จือก็ยกมือขึ้นผลักกำแพง ยันร่างของตนให้ผละออกมายืนโงนเงนอยู่ถนน ด้านหลังมีเสียงฝีเท้าหนักๆ ตามนางมา
“มือปราบเฉิน....ท่านตามข้ามา พวกเราต้องกลับบ้านอย่างปลอดภัย”
นางคิดว่าเฉินหรงเดินตามหลังตนเองมาเพราะบ้านของพวกเขาอยู่ทางเดียวกันจึงได้ส่งเสียงบอก ครั้นเดินชนกำแพงเป็ครั้งที่สามจึงได้หันกลับไปหามือปราบรุ่นพี่
“ให้ข้าไปส่งเ้ากลับบ้านดีหรือไม่ ” บุรุษข้างหลังส่งเสียงทุ้มชวนฟัง
อู๋จือหันกลับไปก็เห็นบุรุษร่างสูงตัวหนากว่าตนอยู่ยืนแทบจะชิด นางยืนโงนเงนเงยหน้าขึ้นมอง พอเห็นว่าเป็ฮัวหยางก็รีบยกมือผลักให้เขาถอยออกไป พร้อมกับยกนิ้วขึ้นชี้
“คุณชายใหญ่ฮัว แอบตามข้ามาหรือ ท่านเอามือปราบเฉินไปซ่อนไว้ที่ใด เอาเขาออกมาคืนข้าเดี๋ยวนี้ เขาเป็สหายร่วมหน่วยของข้า ข้าจะไม่ให้เขาถูกคนถ่อยอย่างท่านรังแกเด็ดขาด ข้าต้องดูแลเขา”
ฮัวหยางยิ้มน้อยๆ “ข้าเห็นมือปราบเฉินนั่งรถม้ากลับบ้านไปแล้ว มีแค่เ้านี่ล่ะที่ไม่น่าจะกลับถึง หากยังเดินชนกำแพงอยู่แบบนี้”
อู๋จือยืนแทบไม่อยู่ นางคิดจะชี้หน้าด่าคนตรงหน้าอีกสักหน่อยแต่ต้องหันไปใช้มือค้ำกำแพงรั้วข้างๆ เอาไว้แทน พอก้มหน้าลง นางก็รู้สึกเวียนหัว อยากจะอาเจียนออกมา
“ไม่ต้องมายุ่งกับข้า เ้าหมอถ่อย! เป็ท่านที่ชิงจูบแรกของข้าไป แค้นนี้ข้าจะไม่มีวันลืมเลย สักวันต้องหาทางเอาคืนท่านให้ได้”
ฮัวหยางยิ้มกว้าง มองคนตรงหน้านิ่ง คืนนั้นนางก็เคยประกาศเช่นนี้มาแล้ว ดูท่า นางคงจะแค้นเขามากที่ชิงจูบแรกของนางไป สายตาของคุณชายใหญ่สกุลฮัวทอประกายวาววาม
“เ้าเสียดายมากเลยหรือที่เป็ข้า ”
มือปราบหญิงกำหมัดชูขึ้นตรงหน้า “ก็เออสิ! ข้าอุตส่าห์จะมอบให้คนที่ข้ารัก คนที่จะเป็สามีของข้า แต่ท่าน...ท่านมันเป็คนเลวจอมฉวยโอกาส ข้าสมควรจะต่อยท่านให้หมอบหน้าคลุกดิน”
“ไม่เป็ไร ในเมื่อเ้าอยากจะเอาคืน ข้าก็ยินดีจะคืนให้”
อู๋จือได้ยินเช่นนั้นก็เม้มปาก “ดี!”
***********
ไรเตอร์แนะนำ....อีบุ๊กเซ็ท ว