Gustonya Undodead ราชันจอมเขมือบ

บทที่ 222 ลืมนัด

ลืมนัด

 

            ยิ่งใช้งานกระสุนเสียงรูปแบบใหม่มากเท่าไหร่เขาก็ยิ่งชำนาญมากขึ้นเท่านั้นไม่นานนักกัสก็ควบคุมกระสุนเสียงให้ออกมาในรูปแบบที่เขาต้องการได้สำเร็จ

            กระสุนเสียงรูปแบบใหม่‘รูปแบบกรงล้อ’ เป็นกระสุนเสียงที่แฝงไว้ด้วยคลื่นเสียงแบบสั่นสะเทือนจุดที่ถูกยิงออกไปจะทำให้พื้นดินบริเวณนั้นแตกร่วนราวกับถูกพรวนอย่างดีและมีแรงระเบิดเล็กๆที่ทำให้สภาพของดินกลายเป็นร่วนซุยเหมาะที่จะใช้ในการเพาะปลูก

            ต่อจากนั้นกัสก็ใช้กระสุนเสียงอีกรูปแบบหนึ่งครั้งนี้เป็นกระสุนเสียงแบบกรงล้อเช่นกันแต่ใช้คลื่นความถี่เสียงที่ต่างจากเดิมจนทำให้เกิดแรงระเบิดต่อเนื่องที่กลายเป็นแรงผลักดัน

            เมื่อยิงกระสุนเสียงรูปแบบนี้ลงไปจะทำให้กระสุนเสียงกลิ้งผ่านตำแหน่งที่ต้องการและกวาดเอาดินในเส้นทางที่มันวิ่งผ่านกระจายออกไปด้านข้างจนกลายเป็นการยกร่องของแปลงผักไป

            ด้วยการใช้กระสุนเสียงสองรูปแบบที่มีลักษณะคล้ายๆกัน สิ่งที่กัสจำต้องทำก็มีเพียงการควบคุมความถี่ของเสียงที่ใช้เท่านั้นซึ่งถ้าเทียบกับการใช้ทักษะยุทธ์ชนิดอื่นที่เขาไม่มีประสบการณ์มาก่อนการใช้ทักษะลมหายใจราชสีห์ที่เขาคิดค้นและปรับปรุงขึ้นใหม่นี้ถือเป็นวิธีที่ง่ายจนเหลือเชื่อเลยทีเดียว

            หลังจากฝึกฝนติดต่อกันนานเป็นชั่วโมงพอเริ่มชำนาญการบุกเบิกพื้นที่ก็กลายเป็นเรื่องง่าย เพียงชั่วครู่กัสก็สร้างแปลงผักขนาด1 ไร่ออกมาได้อย่างง่ายดาย พอใช้ร่วมกับหัวสิงโตสีดำกัสก็สามารถสร้างแปลงผักขนาด 10ไร่ได้ในอึดใจสั้นๆ

            “ยอดเยี่ยม..พลังเวทใช้น้อยมาก ภาระต่อลำคอก็ไม่มีปัญหาดูเหมือนว่าการเตรียมแปลงผักจะไม่มีปัญหาแล้วละนะ”

            กัสยิ้มออกมาด้วยความพอใจ หากเทียบวิธีที่เขาใช้กับการใช้เวทมนตร์ของเหล่านักเวทแล้วกัสพบว่าวิธีที่เขาใช้นั้นถึงจะไม่สมบูรณ์ที่สุด แต่ก็มีประสิทธิภาพมากพอแล้ว

            ‘ที่เหลือก็แค่ทำให้คุ้นเคยและปรับปรุงให้สมบูรณ์เท่านั้น..ต่อไปก็การหว่านเมล็ด นี่ก็ไม่น่ายาก’

            คิดแล้วกัสก็หยิบเอาถุงใส่เมล็ดพันธุ์ออกมาแล้วเรียกหัวสิงโตออกมาหัวหนึ่งก่อนจะแกะปากถุงแล้วเทเมล็ดพันธุ์ทั้งหมดลงไปในปากสิงโต

            ชั่วอึดใจต่อมาหัวสิงโตขนาดเล็กจำนวนมากก็ปรากฏขึ้นและเรียงเป็นแนวยาวตลอดแปลงผักก่อนที่พวกมันจะพ่นเมล็ดพันธุ์ออกมาจากปากและเจาะลงไปในดินที่ร่วนซุย

            จังหวะนี้กัสต้องตั้งใจมากเป็นพิเศษเพราะเขาต้องหาระดับพลังที่เหมาะสมก่อนจนกว่าจะสามารถฝังเมล็ดด้วยวิธีนี้ได้อย่างชำนาญ มันก็ยังเป็นเรื่องยากอยู่บ้าง

            แต่ถ้าเทียบกับการใช้เวทมนตร์ในการเพาะปลูกแล้ววิธีนี้ง่ายมากสำหรับกัส ยิ่งเขามีพื้นฐานในการควบคุมแรงพ่นจากทักษะราชสีห์คำรามด้วยแล้วการพ่นเมล็ดพันธุ์ด้วยหัวสิงโตสีดำก็เป็นเรื่องง่ายไปเลย

            ช่วงแรกยังไม่ดีเท่าไหร่นักเนื่องจากยังหาระดับของพลังที่ใช้ไม่ได้แต่ไม่นานนักกัสก็ฝังเมล็ดพันธุ์ลงไปได้ลึกพอเหมาะ ความเร็วในการฝังเมล็ดก็เพิ่มสูงขึ้นตามความชำนาญที่เพิ่มขึ้น

            เพียงไม่กี่ชั่วโมงขั้นตอนในส่วนนี้ก็แล้วเสร็จก็มาถึงขั้นตอนต่อไปนั่นคือการรดน้ำ

            “ต่อไปก็รดน้ำผัก..นี่น่าจะง่ายที่สุดแล้วละนะ”

            กัสหัวเราะเบาๆ ก่อนจะส่งหัวสิงโตขนาดใหญ่หัวหนึ่งไปยังบ่อน้ำแล้วสั่งให้มันสูบน้ำเข้าไปให้มากที่สุดขณะที่หัวสิงโตหัวอื่นทำหน้าที่แทนหัวฉีดพ่นน้ำออกมาเป็นฝอยกระจายขึ้นไปบนฟ้าก่อนจะตกลงมาราวกับสายฝนที่อ่อนโยน

            เพียงช่วงสั้นๆแปลงผักขนาด 20 ไร่ก็อยู่ในสภาพที่พร้อมสำหรับการเร่งการเจริญเติบโต

            “ใช้ได้..ต่อไปก็ ใส่ปุ๋ยเวทมนตร์สินะ..”

            กัสหยุดคิดไปเล็กน้อยก็หมุนตัวไปยังโกดังเก็บของเพื่อขนย้ายปุ๋ยเวทมนตร์ออกมาจำนวนหนึ่งโดยใช้ลูกมืออย่างหัวสิงโตสีดำคาบถังไม้ที่บรรจุปุ๋ยเวทมนตร์ออกมาให้เขาทำให้กัสสามารถขนถังปุ๋ยจำนวนมากออกมาได้ในครั้งเดียว

            ถังปุ๋ยทั้งหมดถูกตั้งเรียงเป็นแนวยาวจากนั้นหัวสิงโตสีดำก็แบ่งหน้าที่กัน หัวหนึ่งสูบปุ๋ย อีกหัวพ่นปุ๋ยวิธีการก็แสนง่าย หัวหนึ่งเฝ้าอยู่ที่ถัง อีกหัวเคลื่อนไปตามแปลงผักและพ่นปุ๋ยออกมาตลอดเวลาด้วยการควบคุมที่เรียกได้ว่าชำนาญมากแล้วสำหรับกัส

            หากเทียบกับการพ่นเมล็ดการพ่นปุ๋ยก็ง่ายพอๆ กับการพ่นน้ำ ปริมาณปุ๋ยที่ใส่จะมากไปบ้างก็ไม่ใช่ปัญหาจะน้อยไปก็ไม่เป็นอะไร ยังไงเสียแผนการปลูกผักในช่วงนี้ก็ไม่ได้หวังที่จะเร่งผักให้โตในวันเดียวอยู่แล้ว

            ระบบน้ำหยดที่กัสใช้อยู่ในปัจจุบันนั้นมีข้อดีตรงที่มันสามารถให้ปุ๋ยได้อย่างต่อเนื่องโดยไม่ต้องมีคนมาคอยดูแล

         แต่ข้อเสียของมันก็คือ มันต้องใช้เวลาในการเพาะปลูกมากกว่า10 ชั่วโมง เนื่องจากปุ๋ยนั้นมีลักษณะที่ข้นกว่าน้ำ ซึ่งถ้าไม่นำมันไปผสมน้ำก็ยากที่จะทำให้มันทำงานได้กับระบบน้ำหยดได้

        เมื่อต้องผสมน้ำก็ทำให้ไม่อาจปรับความเร็วในการหยดของระบบน้ำหยดได้เร็วนักเพราะถ้าปรับให้มันหยดเร็วจนเกินไปผลผลิตก็จะได้รับน้ำมากเกินไปด้วย ซึ่งจะส่งผลเสียต่อผลผลิตได้เช่นกัน

            ส่วนข้อเสียอีกข้อคือข้อจำกัดในการใช้งาน แม้ว่าปัจจุบันกัสจะได้แองจี้มาช่วยออกแบบอุปกรณ์ที่ใช้กับระบบน้ำหยดใหม่แล้วทว่ามันก็ยังมีความยุ่งยากเหลืออยู่หลายส่วน

            ทำให้การเพาะปลูกในแต่ละครั้งเขาจำต้องใช้เวลาถึง3 วันโดยประมาณถึงจะสามารถปลูกและเก็บเกี่ยวผลผลิตได้รอบหนึ่ง

            ในส่วนนี้แบ่งเป็นขั้นตอนการเตรียมพื้นที่ขั้นตอนหนึ่งการวางระบบน้ำหยดขั้นตอนหนึ่งและขั้นตอนการเก็บเกี่ยวอีกขั้นตอนหนึ่ง

            ทั้งสามขั้นตอนถือเป็นขั้นตอนสำคัญที่มีความจำเป็นมากเพราะว่าการปลูกพืชและเก็บเกี่ยวในแต่ละครั้งก็จำต้องทำเช่นนี้ตลอดมันจึงกลายเป็นขั้นตอนที่ใช้ระยะเวลาที่นานพอสมควร

            ทว่าตอนนี้มันคงมีปัญหาน้อยลงบ้างเนื่องจากกัสได้คิดค้นวิธีการเตรียมแปลงผักด้วยทักษะยุทธ์ของเขาแล้ว

            “ยอดเยี่ยม..เท่านี้ก็ลดเวลาในการเตรียมแปลงผักได้แล้วปัญหาในการใช้พลังก็ไม่มีแล้วด้วย เสบียงอาหารในตอนนี้มีมากจนเกินพอแล้ว ขีดจำกัดในการใช้พลังของข้าก็มากขึ้นการใช้พลังแค่นี้ไม่ใช่ภาระอีกแล้ว ความสามารถในการควบคุมของข้าก็ยกระดับขึ้นแล้วตอนนี้มันทำได้ดีกว่าการใช้กำลังคนแล้ว”

            กัสยืนทบทวนผลได้ผลเสียจากการใช้พลังในการเพาะปลูกอย่างใจเย็นพลางตัดผลเสียที่ทำให้เขาไม่สามารถทำแบบนี้ในอดีตออกไปทีละข้อๆสุดท้ายก็ไม่เหลือปัญหาอะไรที่ทำให้เขาจำต้องหลีกเลี่ยงการใช้พรศักดิ์สิทธิ์อีก

            ก่อนหน้านี้เพราะมันไม่คุ้มค่าหากจะใช้พลังของพรกับงานพวกนี้เพราะใช้แรงกายคุ้มกว่าหากเทียบกับเสบียงอาหารที่ต้องกินเพื่อดับความหิวโหยหลังใช้พลัง

            ทว่าตอนนี้มันคนละเรื่องกันแล้วขีดจำกัดในการใช้พลังของเขาเพิ่มสูงขึ้น ความสามารถในการใช้พลังของพรก็สูงขึ้นด้วยตอนนี้การใช้พลังของพรมีประสิทธิภาพยิ่งกว่าการใช้กำลังคนแล้ว

            ปัญหาด้านการเผาผลาญพลังงานที่ทำให้เขาลำบากใจก็หมดไปเพราะวิชาร่างวชิระนั้นต้องการพลังงานที่สูงมากหลังจากทำงานเสร็จและกินอาหารดับหิว กัสก็สามารถเผาผลาญพลังงานที่มากเกินไปกับการฝึกฝนวิชาได้อย่างไม่มีปัญหา

            เรียกได้ว่าปัญหาในอดีตกลับกลายเป็นผลประโยชน์สำหรับเขาไปแล้ว

            ยิ่งใช้พลังมากก็ยิ่งหิวมากพอหิวมากก็กินได้มากขึ้นเมื่อกินได้มากขึ้นพลังงานที่เขาได้รับก็มีมากขึ้นส่งผลให้เขาฝึกฝนวิชาร่างวชิระได้ยาวนานขึ้นด้วย

            โดยเฉพาะตอนนี้ปัญหาด้านการฝึกฝนวิชาร่างวชิระก็หมดไปแล้วจากการสนับสนุนของท่านหญิงโฟรเซ่นฮาร์ทกัสก็เลยทำมันได้เรื่อยๆ โดยไม่ต้องกลัวปัญหาใดๆ

            พอเสบียงหมดก็ไปเลี้ยงปลาวิเศษกินดวงวิญญาณของราชาอสูร ได้พลังวิญญาณเพิ่ม ได้เนื้อที่ให้พลังงานสูงชิ้นส่วนที่ไม่กินก็ขายได้ DP อีก

            วงจรการใช้พลังของเขาในตอนนี้เรียกได้ว่าสมบูรณ์แบบแล้วเขาจึงสามารถใช้พลังของเขาได้ตามที่ใจอยากยิ่งเป็นการใช้พลังเพื่อสร้างประโยชน์ก็ยิ่งคุ้มที่จะใช้อีกด้วย

            หลังจากพ่นปุ๋ยลงไปจนทำให้แปลงผักขนาด20 ไร่เต็มไปด้วยต้นกล้าที่แตกยอดงอกเงยขึ้นมาอย่างรวดเร็วกัสก็เริ่มคึกขึ้นมาบ้างแล้ว เขารดปุ๋ยลงไปจนถึงขีดจำกัดด้านเวลาเขาก็เดินไปยังจุดต่อไปในทันที

            “ตรงนี้ก็ไม่เลว..”

            กัสกวาดตามองไปรอบๆ จากนั้นก็ยิ้มแล้วอ้าปากหัวสิงโตสีดำก็ปรากฏขึ้นราวกับเงา จากนั้นก็ตามมาด้วยการระเบิดตูมตาม พื้นที่ว่างด้านหน้าก็กลายเป็นแปลงผักในเวลาเพียงไม่กี่อึดใจ

            หัวสิงโตสีดำขยับไปมาย้ายตำแหน่งต่อ อึดใจก็ขยายพื้นที่ออกไปได้อย่างรวดเร็ว ไม่นานนักก็ได้แปลงผักอีก 15ไร่ ตามมาด้วยขั้นตอนต่อๆ ไปที่ตามมาอย่างต่อเนื่องไม่นานนักก็มีแสงสีเขียวปกคลุมพื้นที่เบื้องหน้า

            ต่อจากนั้นกัสก็ย้ายไปที่ต่อไปและต่อไปหมดไป 2ชั่วโมงเศษกัสที่วนเวียนไปรอบดินแดนก็ทำให้วงแหวนรอบนอกสุดของดินแดนปรากฏแสงสีเขียวขึ้นมาจนทั่วทุกแห่ง

            ขอเพียงมีพื้นที่ว่างมากพอกัสก็จะสร้างแปลงผักลงไปใส่เมล็ด รดน้ำและใส่ปุ๋ย ครบวงจรก็เดินต่อไปจนกระทั่งพื้นที่ที่ได้จากการเพิ่มระดับดินแดนเมื่อวันก่อนเต็มไปด้วยผลผลิตที่กำลังออกดอกออกผล

            กัสยังคงวนไปรอบๆเช่นเดิม เขายอมสละเวลาอย่างไม่เสียดายเพื่อใส่ปุ๋ยให้พวกมัน จนกระทั่งผ่านไป 10ชั่วโมง จากตอนเช้ากลายเป็นตอนเย็นดินแดนของกัสก็เต็มไปด้วยผลผลิตนับหมื่นที่รอเวลาเก็บเกี่ยว

            การเพิ่มระดับดินแดนสองครั้งทำให้กัสได้พื้นที่เพิ่มขึ้น200 ไร่ ทว่าส่วนที่สามารถใช้งานได้จริงนั้น มีเพียง 150 ไร่เพียงเท่านั้น

            เนื่องจากพื้นที่ที่เพิ่มขึ้นมานั้นมีทรัพยากรบางอย่างปรากฏขึ้นทำให้กัสไม่อาจใช้งานพื้นที่ส่วนนั้นในการสร้างแปลงผักได้

            พื้นที่ที่ใช้งานได้จริงจึงมีเพียง150 ไร่โดยประมาณและส่วนที่ถูกใช้ไปกับการปลูกผักได้จริงๆ ก็มีแค่ 120 ไร่เท่านั้นทั้งนี้ก็เพราะปัจจัยหลายๆ อย่างทางด้านพื้นที่และความเหมาะสม

            เช่นสภาพของพื้นที่รูปทรงของดินแดนที่เป็นวงกลม ขณะที่กัสพยายามสร้างแปลงผักที่ได้มาตรฐานเพื่อให้เขาสามารถคำนวณปริมาณผลผลิตได้อย่างแม่นยำ

            ส่วนนี้เองก็มีความสำคัญด้วยเช่นกันหนึ่งนั้นมันช่วยลดภาระในการควบคุมหัวสิงโตสีดำของกัส เนื่องจากการควบคุมให้เคลื่อนตัวเป็นเส้นตรงกับเส้นโค้งมันมีระดับความยากต่างกัน

            สองกัสจำเป็นต้องส่งรายงานการเพาะปลูกให้กับบลูอายด้วย การสร้างแปลงผักที่มีขนาดมาตรฐานจะช่วยให้เขาคำนวณจำนวนผักที่ต้องปลูกได้อย่างแม่นยำซึ่งนอกจากจะลบปัญหาด้านการคิดคำนวณจำนวนเมล็ดพันธุ์ได้แล้ว ยังช่วยให้ง่ายต่อการคำนวณรายรับด้วย

            ด้วยเหตุนี้กัสจึงยอมสละส่วนน้อยเพื่อความสะดวกอีกเหตุผลหนึ่งก็เพราะปริมาณปุ๋ยเวทมนตร์ที่สะสมไว้ไม่ได้มีมากจนไร้ขีดจำกัดกัสเองก็สร้างแปลงเพาะปลูกให้พอเหมาะกับปริมาณปุ๋ยและทำให้ง่ายในการคำนวณว่าแปลงหนึ่งต้องใช้ปุ๋ยจำนวนเท่าไหร่

            หลังจากเดินวนเวียนไปมาจนสร้างแปลงผักรอบดินแดนจนเสร็จกัสก็มานั่งจิ้มนิ้วลงบนบันทึกโลกวิญญาณเพื่อคำนวณดูว่าเขาสามารถเร่งการเจริญเติบโตของผลผลิตได้กี่ไร่จากปริมาณ ปุ๋ยเวทมนตร์ที่มีอยู่

            “ดูเหมือนวันนี้จะได้แค่ 60 ไร่สินะ เหลืออีก 60ไร่ที่ยังใส่ปุ๋ยได้ไม่ครบ..ไม่เลวๆ แบบนี้ข้าก็จะได้หยุดงานตอนเย็นได้ทีนี้ก็จะได้ไม่โดนบ่น”

            กัสหัวเราะออกมาเบาๆ ขณะมองพื้นที่ที่ถูกใส่ปุ๋ยจนครบ 10 ครั้งที่มีเพียง 60ไร่เท่านั้นและตอนนี้ก็มีเพียง 30ไร่โดยประมาณที่ผลผลิตเติบโตเต็มที่และพร้อมที่จะเก็บเกี่ยวแล้ว

            ทว่ากัสยังไม่คิดที่จะทำวันนี้เพราะเขาใช้ข้ออ้างว่ากำลังฝึกมาเล่นสนุกจนหมดวันแล้วหากเขาจะเก็บเกี่ยวมันให้เรียบร้อย มันก็จะกลายเป็นงาน ซึ่งจะทำให้ผิดกฎที่เขาตั้งเอาไว้

            อีกอย่างเขาเองก็เหนื่อยและหิวแล้วด้วยกัสเลยไม่รีบหากแต่เดินไปทานมื้อเย็นตามเวลา

            ช่วงเวลาของมื้อเย็นกัสนั่งเอนตัวด้วยท่าทีที่มีความสุขเป็นพิเศษจนทำให้ทุกคนนึกแปลกใจทว่าคนที่สงสัยจนอดไม่ได้ที่จะต้องถามออกมา กลับมีเพียงบลูอายเพียงคนเดียว

            “กัส ทำไมเจ้าถึงดูมีความสุขนักละ ไปทำอะไรมางั้นหรอ”

            เนื่องจากบลูอายพอจะอ่านสีสันจากอารมณ์ของกัสได้เธอจึงรู้ว่าตัวเขาในตอนนี้กำลังมีความสุขจากการทำบางสิ่งบางอย่างสำเร็จมามันมีทั้งความพอใจ ความภาคภูมิใจและความยินดีอารมณ์ที่เต็มไปด้วยเสน่ห์นี้ทำให้บลูอายยิ้มหวานสอบถามออกมาด้วยความสนใจ

            กัสเองก็อยู่ในอารมณ์ที่อยากอวดอยู่แล้วเพียงแต่เขาไม่ใช่คนที่ชอบโม้แบบโกลเด้น เขาเลยไม่คิดที่จะประกาศออกมา แต่พอมีคนถามแบบนี้กัสก็เต็มใจที่จะเปิดเผยเช่นกัน

            “วันนี้ข้าทดลองการเตรียมพื้นที่เพาะปลูกแบบใหม่นะอาย”

            เพียงแค่พูดถึงเรื่องที่ทำ สีหน้าของหญิงสาวทุกคนก็ดูสนใจขึ้นมาทันทีต้องรู้ว่าดินแดนแห่งนี้แหล่งรายได้ที่มีมูลค่าสูงที่สุดคือการเพาะปลูก

            แม้ว่าปัจจุบันมันจะถูกแซงหน้าไปด้วยงานปั้นแล้วก็ตามแต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าการเพาะปลูกยังสร้างผลตอบแทนที่สูงค่าออกมาได้อยู่ดี

            เสียงอุทานดังขึ้นเบาๆท่าทางของหญิงสาวทุกคนดูสนอกสนใจขึ้นมาทันที โดยเฉพาะเหล่าน้องสาวที่มีความภาคภูมิใจในตัวพี่ชายของพวกเธอจึงดูตื่นเต้นเป็นพิเศษ

            บราวนี่ที่กำลังเตรียมอาหารร่วมกับน้องสาวคนโตของกัสเองก็ยิ้มออกมาบางๆหากแต่ไม่ได้ตั้งใจฟังมากนักเนื่องจากเธอนั้นอยู่กับกัสในตอนที่เขาค้นพบวิธีที่ว่ามาเธอจึงรู้ก่อนใครว่าวันนี้เขาทำอะไรสำเร็จ

            กัสเริ่มเล่าให้ทุกคนฟังอย่างช้าๆและแสดงตัวอย่างให้ดูโดยใช้พื้นที่ว่างเล็กๆ ที่อยู่ห่างออกไปสิบกว่าเมตร

            กระสุนเสียงสองชนิดถูกยิงออกมาจากหัวสิงโตสีดำมันยิงสลับกันสองสามครั้งก็ได้แปลงผักขนาด 1 ไร่ที่สมบูรณ์

            เพียงแต่ผลลัพธ์ในส่วนนี้บลูอายก็เบิกตากว้างด้วยความตกใจเพราะประสิทธิภาพในการเตรียมพื้นที่เพาะปลูกของกัสนั้นมันน่าทึ่งมาก

            เหล่าน้องสาวเองก็เอ่ยปากชมกัสไม่มีหยุดยิ่งทำให้กัสยิ้มกว้างเข้าไปอีก

            “เท่านั้นยังไม่พอนะ ยังมีขั้นตอนต่อไปอีก..”

            พูดจบกัสก็หยิบถุงเมล็ดพันธุ์ออกมาถุงหนึ่งแล้วเทใส่ปากสิงโตสีดำอึดใจต่อมาหัวสิงโตของกัสก็พ่นเมล็ดพันธุ์ผักออกมารัวๆ ราวกับกระสุน ไม่กี่อึดใจเมล็ดทั้งหมดก็ฝังลงไปในดินในระดับความลึกที่เหมาะสม

            สำหรับเรื่องนี้คนที่มองเห็นมีเพียงผู้ที่ฝึกฝนพลังวิญญาณจนมีสัมผัสวิญญาณเท่านั้นส่วนคนอื่นๆ นั้นทำได้เพียงทึ่งกับความเร็วในการฝังเมล็ดผักของกัส

            เท่านั้นยังไม่พอกัสยังรดน้ำให้ดูตามด้วยใส่ปุ๋ยจนบลูอายตกใจและรีบบอกให้หยุด

            ทว่าเธอก็หยุดกัสไม่ทันเพียงอึดใจเดียวปุ๋ยเวทมนตร์ก็ถูกพ่นลงไปบนทั่วแปลงผักจนทำให้บลูอายยิ้มอ่อนพลางส่ายหน้าน้อยๆ ด้วยความอ่อนใจ

            “ตาบ้า! มาปลูกผักตรงนี้มันเกะกะไม่ใช่หรือไงกัน!”

            ได้ยินแบบนั้นกัสก็อุทานออกมาเบาๆ ก่อนจะหัวเราะเขินๆ ซึ่งทำให้ทุกคนหัวเราะตามไปด้วยเพราะนานๆครั้งจะเห็นกัสทำอะไรผิดพลาดแบบนี้

            แต่ในขณะเดียวกันทุกคนก็ชื่นชมเขาที่สามารถประยุกต์ทักษะยุทธ์มาใช้กับการเพาะปลูกได้อย่างมีประสิทธิภาพแบบนี้

            “จริงสิ แองจี้! เจ้าพอจะออกแบบระบบน้ำหยดที่วางระบบได้ง่ายๆให้ข้าหน่อยสิ แบบว่า..ทำเป็นม้วนสายยางที่เก็บง่ายๆ หน่อย”

            แองจี้ที่กำลังก้มหน้าก้มตาดูงานของเธออยู่นั้นเงยหน้าขึ้นมาด้วยความแปลกใจพลางสงสัยว่ากัสต้องการของแบบนั้นไปทำไมแต่หลังจากได้เห็นแปลงผักที่ก่อนหน้านี้ยังไม่มีอยู่ แองจี้ก็ตกใจและได้รับคำอธิบายด้วยความอ่อนใจจากมิโดริที่ตอนนี้เกือบจะกลายเป็นพี่เลี้ยงของแองจี้ไปแล้ว

            “เข้าใจแล้วค่ะท่านกัสโทนีย่า..แต่ว่า ข้าไม่มีวัตถุดิบที่เหมาะสมสำหรับการทำสายยางนะคะ”

            “หืม..ไม่มีวัตถุดิบงั้นหรือ แล้วมันต้องใช้อะไรทำละแองจี้”

            “ทำสายยาง ก็ต้องใช้น้ำยางสิคะท่านกัสโทนีย่า ถ้าต้องทำแบบที่ท่านกัสพูด ยางคือวัตถุดิบที่ดีที่สุดแล้วละคะ”

            กัสอึ้งน้อยๆ พลางหัวเราะฝืนๆ เพราะคำตอบที่ตรงไปตรงมาของแองจี้ซึ่งเขาดันคิดไม่ออกจะทำสายยางก็ต้องใช้น้ำยาง นี่เป็นเรื่องปกติอยู่แล้วแต่เขาดันลืมคิดไป

            “เข้าใจแล้ว..เอาไว้ข้าจะลองดูน้ำยางสดจากรายการสินค้าให้ก็แล้วกันนะ”

            “แบบนั้นก็ดีค่ะ แต่ถ้าให้ดีข้าอยากได้วัตถุดิบชนิดอื่นด้วยยังไงข้าจะทำรายการให้นะคะ”

            กัสพยักหน้ารับเบาๆ ก่อนจะหันไปมองอาหารที่ถูกนำมาเสิร์ฟพอดีเรื่องคุยก็เลยถูกหยุดเอาไว้จนกระทั่งทุกคนทานจนเสร็จ

            พอตกเย็นหลังมื้ออาหารกัสก็แวะไปหาบลูอายในห้องทำงานก่อนจะส่งรายงานสรุปการเพาะปลูกที่เขาทำลงไปในวันนี้ซึ่งทำให้บลูอายยิ้มหวานออกมา

            ก่อนที่รอยยิ้มที่อ่อนหวานจะค้างแข็งไปเมื่อเธอเห็นตัวเลขที่อยู่ในรายงาน

            “กัส..นี่ของจริงใช่ไหม..”

            “ใช่ ของจริง ส่วนที่เก็บเกี่ยวได้เลยตอนนี้น่าจะมีราวๆ 60ไร่ได้แล้วละเพราะข้าใส่ปุ๋ยครบ 10 ครั้งแล้ว ส่วนอีก 60 ไร่ ถ้าคืนนี้ไปเดินใส่ปุ๋ยสักหน่อยพรุ่งนี้เช้าก็เก็บเกี่ยวได้แล้วละ”

            รอยยิ้มของบลูอายสั่นระริกด้วยความรู้สึกอึ้งจนพูดอะไรไม่ออกเพราะว่าเธอไม่คิดว่ากัสจะทำมันขนาดนี้ในวันเดียว

            ที่สำคัญคือเธอดันไม่รู้เลยว่าเขาจะปลูกผักมากขนาดนี้

            พอคิดถึงเรื่องนี้บลูอายก็นึกขึ้นมาได้ว่าเมื่อช่วงเที่ยงกัสเดินเข้ามาซื้ออะไรบางอย่างไปครั้งหนึ่งซึ่งตอนนั้นเธอเห็นกัสกำลังสนุกและรีบมากก็เลยไม่อยากขัดแถมของที่กัสซื้อไปก็ไม่ได้มีขนาดใหญ่อะไร เธอเลยคิดว่าเป็นเพียงของกินเล่นที่เขาชอบเข้ามาซื้อไปกิน

            แต่เธอก็ไม่คิดเลยว่าของที่กัสซื้อไปจะเป็นเมล็ดพันธุ์พืชทั้งยังมีจำนวนที่มากกว่า 5 หมื่นเมล็ดอีกด้วย

            ที่บลูอายไม่รู้ก็ไม่น่าแปลกเพราะคนที่จะดูปริมาณDP ที่มีอยู่ได้มีเพียงเจ้าของดินแดนอย่างกัสเท่านั้นการที่กัสซื้ออะไรไปและเหลือ DP เท่าไหร่หากเขาไม่บอกเธอเธอก็ไม่มีทางรู้อยู่แล้ว

            หลังจากกุมขมับด้วยความปวดหัวบลูอายก็เงยหน้าขึ้นมามองกัสด้วยสายตาอ่อนใจพลางถามเขาสั้นๆ

            “แล้วใครจะเป็นคนเก็บเกี่ยวละกัส..เจ้าคงไม่อยากทำให้ข้าต้องมานั่งปรับแผนใหม่ทั้งคืนใช่ไหม..”

            กัสนิ่งอึ้งไปชั่วขณะเพราะเขาลืมคิดถึงเรื่องนี้ไปสนิทเนื่องจากเขาคึกมากตอนที่ประสบความสำเร็จในการเพาะปลูกด้วยทักษะยุทธ์

            “เออ..ถ้าเรื่องนั้นละก็ ข้าจัดการเองก็แล้วกันข้าเองก็อยากจะทดลองมันต่อเหมือนกัน”

            ได้ยินแบบนั้นบลูอายก็ถอนหายใจออกมาเบาๆด้วยความโล่งใจที่เธอไม่ต้องเสียเวลามานั่งปรับตารางงานใหม่ทั้งคืนเพราะถ้าจะเก็บเกี่ยวผลผลิตเพิ่มอีก5 หมื่นเช่นนี้เธอต้องปรับตารางการทำงานของทุกคนใหม่เพื่อให้สามารถเก็บเกี่ยวได้ใน 1 – 2 วัน

            ซึ่งถ้าทำแบบนั้นตารางงานได้รวนแน่ๆเพราะแปลงเพาะปลูกเดิมก็มีมากอยู่แล้ว แต่เพราะมีการใช้ระบบน้ำหยดและการคำนวณลำดับของการเพาะปลูกและเก็บเกี่ยวเลยไม่ทำให้ต้องปลูกและเก็บเกี่ยวพร้อมกันทั้งหมด

            ทั้งนี้กำหนดการทำงานในปัจจุบันก็แน่นมากแล้วกำลังของทุกคนก็ถูกรีดออกมาใช้จนเต็มที่แล้วหากไม่รอให้ทุกคนแข็งแรงมากกว่านี้แล้วเพิ่มผลผลิตเข้าไปอีก 5 หมื่นละก็ ทุกคนได้เหนื่อยจนล้มพับไปแน่

            คิดแล้วบลูอายก็ถอนหายใจออกมาเบาๆพลางคิดในใจว่ากัสจะใช้วิธีไหนในการเก็บเกี่ยวผลผลิตกันนะ

            ขณะที่คิดอยู่นั้นประตูห้องทำงานก็ถูกเคาะเบาๆซึ่งทำให้กัสกับบลูอายนึกแปลกใจเพราะปกติช่วงเวลาแบบนี้จะไม่มีใครเข้ามารบกวนพวกเขาเพราะทุกคนรู้ดีว่าช่วงเวลานี้เป็นช่วงเวลาเตรียมการเพื่อวางแผนในการทำงานของวันพรุ่งนี้

            กัสหันมามองบลูอายเล็กน้อยเพื่อสอบถามด้วยสายตาว่าเธอนัดใครไว้หรือเปล่า ซึ่งบลูอายก็ส่ายหน้าแทนคำตอบเห็นแบบนั้นกัสก็เลยลุกขึ้นแล้วเดินออกไปเปิดประตู

            ทันทีที่เปิดประตูออกมากัสก็เลิกคิ้วด้วยความแปลกใจเพราะคนที่มาหาเขาในตอนนี้คือท่านหญิงโฟรเซ่นฮาร์ท

            “พ่อหนุ่ม..เจ้าลืมแล้วหรือว่าวันนี้ข้านัดให้เจ้ามาฝึกฝนวิชาร่วมกับบุตรสาวของข้า”

            คำถามของท่านหญิงทำให้กัสอึ้งไป ก่อนจะรีบคิดด้วยความตกใจเพราะนึกว่าตัวเขาเองลืมนัดของท่านหญิงแต่ยิ่งคิดกัสก็ยิ่งขมวดคิ้วเพราะเขาจำไม่ได้เลยจริงๆ ว่าท่านหญิงนัดเขาเอาไว้ตอนไหน

            ขณะที่กัสคิดด้วยท่าทีที่เคร่งเครียดคริสตัลที่เดินตามมาด้วยก็แปลกใจและหันไปถามแม่ของเธอเบาๆ

            “ท่านแม่ได้บอกเรื่องนี้กับท่านกัสตอนไหนหรือคะบางทีท่านกัสอาจจะลืมเพราะทำอะไรอยู่ก็ได้”

            ท่านหญิงโฟรเซ่นฮาร์ทนิ่งไปเล็กน้อย ก่อนจะอ้าปากขึ้นมาเล็กน้อยด้วยท่าทีที่ดูเหมือนจะตกใจ

            “ขอโทษด้วย..ดูเหมือนว่าข้าจะลืมบอกเจ้าไป”

            กัสกับบลูอายอึ้งไปชั่วขณะเพราะตกใจที่ครึ่งเทพอย่างท่านหญิงสามารถลืมอะไรแบบนี้ได้ด้วยทั้งที่ในความเป็นจริงครึ่งเทพนั้นมีความทรงจำที่สมบูรณ์มาก มันยากมากจริงๆที่จะลืมอะไรบางอย่างได้แบบนี้

            ทว่าคริสตัลกลับอมยิ้มน้อยๆด้วยความขัดเขินพลางกล่าวขอโทษกัสเบาๆ เพราะฝ่ายที่ผิดพลาดคือแม่ของเธอเอง

            “ข้าต้องขอโทษด้วยนะคะท่านกัส ถ้ายังไงการฝึกคืนนี้ก็งดไปก่อนก็แล้วกันค่ะ”

            “ไม่เป็นไรๆ ข้าไม่ได้เหนื่อยเท่าไหร่ แถมวันนี้ก็กินเข้าไปเต็มที่แล้วด้วยฝึกได้อยู่แล้ว!”

            เมื่อคิดถึงการฝึกกัสก็ตื่นเต้นขึ้นมาทันที พลางรีบปฏิเสธข้อเสนอของบลูอายอย่างเร่งรีบเพราะสำหรับเขาแล้วต่อให้เหนื่อยกว่านี้เขาก็อยากฝึก

            ต้องบอกว่าเขาเสียดายมากหากปฏิเสธโอกาสนี้ไปเพราะการฝึกโดยมีท่านหญิงโฟรเซ่นฮาร์ทช่วยสนับสนุนนั้นมันช่วยเขาได้มากจริงๆ

            หรืออาจจะต้องบอกว่าหลังจากฝึกฝนอย่างสุขสำราญไปครั้งนั้นกัสก็เกือบจะเสียคนเพราะไม่อยากทนทรมานกับการฝึกแบบเดิมๆ แล้วด้วยซ้ำ

            หลังจากวันนั้นกัสก็ลดเวลาฝึกวิชาร่างวชิระลงไปเกือบครึ่งเขาเพียงทนจนถึงจุดที่เริ่มทรมานจนทนไม่ไหวก็หยุดฝึก ซึ่งเขาทนได้เพียงครึ่งชั่วโมงเศษเท่านั้นซึ่งเทียบกับเมื่อก่อนที่เขาอดทนจนครบชั่วโมงไม่ได้เลย

            แต่ทั้งนี้ก็ใช่ว่ากัสจะขี้เกียจหรือไม่มีความอดทนแต่เพราะเนื้อราชาอสูรมันมีสารอาหารที่มีประโยชน์สำหรับการฝึกมากตอนฝึกเลยมีประสิทธิภาพสูงกว่าเมื่อก่อน ความร้อนมันก็เพิ่มเร็วขึ้นด้วย

            สุดท้ายก็กลายเป็นว่ามันทำให้เขาสะสมความร้อนจนถึงจุดที่ทนไม่ไหวได้เร็วขึ้นนั่นเอง

            ทว่าผลเสียนี้จะหายไปทันทีหากมีการสนับสนุนจากท่านหญิงโฟรเซ่นฮาร์ททำให้กัสไม่สามารถหยุดกินเนื้อราชาอสูรที่แสนอร่อยได้เลย

 

คล้ายกับเรื่องGustonya Undodead ราชันจอมเขมือบ ที่คุณอ่าน