ก่อนเขาจะแผดเสียงคำรามก้องด้วยความไม่จำยอม “เ้า! ยังหรอกน่า!” เมื่อเห็นหลินอวิ๋น ่ชิงแก่นธาตุอาวุธของตนไป
อู๋เว่ยอันเผยแววตาดุร้าย เร่งหมุนแหวนมิติ ปลดปล่อยคมกระบี่ น่าหวาดกลัวเส้นสายหนึ่ง ออก จากโคมตะเกียงกักเก็บพลังของวิเศษ ได้มาจากสถานที่ลับทันที
ครืน! เปรี้ยง! แสงวาบคลื่นกระบี่ค่ายกลสังหารทรงพลัง แผ่พุ่งออกไปอย่างน่าหวาดกลัวเส้นสายหนึ่ง “ฮ่าๆ เ้าตาย!”
ด้านของหลินอวิ๋นยังหรี่ดวงตาเล็กแคบ ดุจ นกเหยี่ยว มองคมกระบี่พุ่งตรงออกมากวาดล้าง ทิ่มแทงศัตรูเบื้องหน้า จนเกิดเสียงอากาศหวีดแหลม
เขาพลางบ่นน้อยๆ “เ้านี่ช่างมีของวิเศษเยอะเสียจริง” พลังกระบี่นี้ระดับผู้าุโ ปลดปล่อยออกมาได้เชียว
พริบตาที่ดาบยาวโลหิต ขนาดความยาวเท่าตัวคนปรากฏ วู้ม! กลิ่นอายคาวเืความตาย ก็แพร่กระจายออกมาคละคลุ้ง จากดาบยาวที่หลินอวิ๋นถือ
ก่อนเขาจะฟาดฟันออกไป วูม! ด้วยมือข้างเดียวแฝงไว้ด้วยพลังเทพเสี้ยวหนึ่ง
ขณะดาบคลื่นสีแดงปรากฏออกจากดาบยาวโลหิตไปชั่ววูบ
ครืน! มันพุ่งเข้าหักล้างกระบี่ทรงพลังเส้นสายหนึ่ง ของอู๋เว่ยอันทันใด ที่อากาศสั่นผ้าวแผ่กระจายออกอย่างรุนแรง
้าเกี้ยวนั่ง หลางซาง รับรู้พลังเทพแวบหนึ่ง “หืม!” เขาเผยความจริงจังเป็ครั้งแรก เมื่อรีบกล่าวเตือนน้องชาย “อู๋เว่ยอัน รีบถอยกลับมาเร็ว เข้า!”
ทุกคนที่ได้ยินคนบนเกี้ยวนั่งกล่าว แทบไม่อยากเชื่อ รีบพุ่งสายตาไปมองการประลองของหลินอวิ๋น เป็สายตาเดียวกันอีกครั้งแล้ว
เมื่อได้ยินเสียงฟาดฟันดาบยาวโลหิตในมือหลินอวิ๋น ปลดปล่อยออกมาอีกระลอก สะท้านใจหมู่ชน “ตาย!”
ขณะส่งเสียงเฉียบคมบาดลึก ดังก้องไปถึงชั้นฟ้า
ฉิ้ง! เส้นตรงเล็กผ่าสนามประลองูเาด้านหลังสำนักเป็แนวยาว ปึง! ราวคลื่นโลหิตผ่า์
แม้ อู๋เว่ยอัน พยายามเปิดเกราะกระดูกคุ้มภัยป้องกัน ย๊าก! ฉับพลันเครื่องรางคุ้มภัยก็แตกออก ร่างถูกผ่าเป็สองส่วน ตายตกในเสี้ยวดาบวิ่งผ่าน
อัก! “เ้า!” ตู้ม! ร่างะเิออกเป็หมอกเืทันที
รอบด้านสนามประลองต่างก็เงียบงันลงไปทันตาเห็น ชนิดทุกผู้คนเบิกตาออกกว้าง อ้าปากค้างกันแล้ว
ไม่มีใครอยากเชื่อหลินอวิ๋น ปลดปล่อยฟาดดาบสุดท้าย จะรุนแรงได้ถึงเพียงนี้ “อะไรกันการโจมตีนั้น!”
หงเยว่ นางยังรู้เลยว่าหลินอวิ๋น คู่หมั้นที่นางรู้จัก ได้ตายจากนางไปแล้ว “เ้าเป็มิตร หรือศัตรูกันแน่ หลินอวิ๋น คนที่ข้าไม่รู้จักตอนนี้”
ขณะมองหน้าตาของเขาอย่างตั้งใจอีกครั้ง หงเยว่ ไม้จันทน์ปาดเหงื่อเย็น บนใบหน้า น้อยๆ
ไม่ต่างจากคนอื่นๆ ที่ตกอยู่ในภวังค์ มองสนามประลองมีรอยผ่า บางๆ เป็ทางยาวออกไปไกล
หลางซาง ะเิพลังความเดือดดาล ในเกี้ยวนั่งทำจากไม้จันทน์หอมสั่นคลอนขึ้นมาถึงขีดสุด…สัตว์อสูรรากเกี้ยวนั่ง ปีกติดเปลวเพลิง ยังเผยความหวาดกลัวของมันขึ้นมา ที่เปลวเพลิง ในร่างไม่เสถียรอีกต่อไป
เมื่อคำราม ออกหา หลินอวิ๋น “เ้าช่างใจกล้าห่อฟ้านัก! ถึงกับสังหารน้องชายข้า” พร้อมขุมพลังเทพหอบพัดขึ้นฟ้า ไหลเล็ดลอดออกมาชั่วขณะ
ให้ผู้คนด้านล่าง หายใจกันอย่างยากลำบากถ้วนหน้า ประหนึ่งเห็นมารปีศาจย่างกายมาเยือน
ไม่เว้นแม้แต่ระดับเ้าสำนักทั้งสองท่าน ยังรู้สึกถึงแรงคุกคาม กดดันจากชายหนุ่มอายุ17ปี ต้นๆ อย่างหลางซางไม่น้อย
‘คนอันตรายที่สุด เผยตัวออกมาแล้วซินะ' เ้าสำนักชราเถียนซู่ อดไม่ได้เผยสายตาเฝ้าระวังชายหนุ่ม ย่างก้าวเดินออกมาจากเกี้ยวนั่ง
พร้อมหลายคนลอบกลืนน้ำลายลงคอแห้งผากดัง อึก! อย่างยากลำบาก
เมื่อเห็นหลางซาง ไม่วางมาดคุณชายดูสุขุม รักษาท่าที โหดร้ายของเขาไว้อีกต่อไป
ขณะเหยียบย่างก้าวไปพร้อมอายสังหารเข้าหาหลินอวิ๋น ช้าๆ
ส่งให้เท้ามันเหยียบย่างบนน่านฟ้า อากาศรอบตัว ค่อยๆ เกิดรอยแตกร้าวเล็กๆ ไหลลุกลามไปตามฝ่าเท้าย่ำก้าว เต็มไปด้วยเสียงโจมตี แรงกดดันผู้คน
หลินอวิ๋น พลางลอบยิ้ม จากคำพูดของอีกฝ่าย “เป็เ้าไม่ใช่หรือ ที่ส่งเขาลงมาตาย”
พร้อมหลินอวิ๋น หรี่ตาลง กล่าวต่อ “หรือข้าพูดไม่จริงในข้อนี้” ที่ยั่วโทสะอีกฝ่าย
หลางซาง แผดเสียงคำรามก้อง โกรธจนตัวสั่น กับความมั่นใจของเขาก่อนหน้านี้ “อ๊าก! เ้า! ข้าไม่คิดเลยว่าจะพบเจอ ‘ผู้ฝืนชะตาฟ้า’ อยู่ที่นี่อีกคนเหมือนกับข้า....เกรงว่าข้าจะประเมิน เ้าต่ำเกินไปจริงๆ”
ขณะที่อายสังหารเข่นฆ่าของหลางซางพุ่งทะลุไปถึงชั้นฟ้า ดวงตาแดงก่ำ ราวกับสัตว์ร้ายบ้าคลั่งกระหายเื จ้องเขม็งมาที่คนบนสนามประลอง
หลินอวิ๋น ชี้ดาบยาวโลหิต ออกหา หลางซาง “เหมือนว่าพวกเราจะใจตรงกันนะ…เช่นนั้นก็มาประลอง จบการต่อสู้ ‘ตัดสิน’ …ครั้งนี้กันเถอะ”
หลางซางหัวเราะร่วน ะเิอายสังหาร ให้อากาศ รอบๆ ขมุกขมัว “ฮ่าๆ ดี ดีเยี่ยมมาก”
ส่วนนี้เ้าสำนักเมฆาศูนย์ เข้าใจคำว่า ‘ผู้ฝืนชะตาฟ้า’ บุคคลมีพลังเทพไหลเวียนอยู่ในกาย ไม่ใช่ อะไรพวกเขา จะเข้าไปขวางได้อีกต่อไป
ชายชราที่เผยความคาดหวัง จึงพยักหน้าให้เ้าสำนักสยบหล้า “ข้อนี้ข้าไม่ค้าน”
เ้าสำนักสยบหล้า สีหน้าไม่ค่อยสู้ดีนัก ยังพยักหน้าขานรับอย่างไรทางเลือก “ข้าเองก็เห็นด้วยเช่นกัน”
ศิษย์หลายคนต่างก็ทำหน้าโง่งม ตามสถานการณ์ไม่ทันกันแล้ว “หลินอวิ๋น เขาเพิ่งอยู่แค่ขั้นขัดเกลากระดูกตอนต้นเองนะ จะไปเทียบกับขั้นหลอมรวมได้อย่างไร?”
ข้อนี้กำลังมีหลายคนพยักหน้าเห็นด้วย…แต่เสี้ยวขณะพวกเขาก็ต้องคิดใหม่
เมื่อหลางซาง กล่าวเสียงเหี้ยม “เช่นนั้นเ้า ก็จงหายไปต่อหน้าข้าได้แล้ว”
ครืน! ปราณพลังโกลาหลปะทุออกจากร่างหลางซาง มากมาย มันพัดหอบขึ้นสู่ฟ้าดั่งพายุคลั่ง
ก่อนมันจะหยุดพลังเกรี้ยวกราดมารวมที่กำปั้น วูม! ราวกับท้องนภาหยุดหายใจเสี้ยววินาที
ทันทีที่คำราม “ตาย!” หลางซาง ปลดปล่อยหมัดมารสังหารั ออกโจมตี กระแสพลังอักขระแผ่ยาวยืด ออกจากกำปั้น ก่อรูปร่างัโกลาหล เริงระบำเข้าหาหลินอวิ๋น
โฮก!
อายเย็นเหยียบความตายจับความชื้นในอากาศ รอบๆ เป็น้ำแข็ง ให้ผู้คนเห็นอ้าปากค้าง ประหนึ่งท้องฟ้า กำลังถูกหลางซาง ค่อยๆ แช่แข็งมันไว้
พร้อมรอยยิ้มหยันของเขาที่เผยออกมา