[จบ]Psychokinesis พลังจิตเหนือเทพยุทธ์

195 เมืองซ่งอีกครั้ง

        “หอภารกิจ มีคนอื่นรับหน้าที่แทนตึกทักษะไปแล้ว” 


ผู้อำนวยการเดินเข้ามายังหอภารกิจของสถาบันที่จะมอบภารกิจให้กับศิษย์หลักได้ออกหาประสบการณ์และช่วยเหลือผู้คน ไม่เพียงแค่ศิษย์หลักเท่านั้นยังมีศิษย์สายในสามารถหาภารกิจช่วยเหลือเล็กๆไปทำได้เพื่อพัฒนาพวกเขาด้วยเช่นกัน 


การปรากฎตัวของผู้นำนิกายเฟยเทียนทำเอาผู้ดูแลหอภารกิจทำหน้าสงสัยเพราะภารกิจที่ผู้นำนิกายได้รับมาจากเจ้าเมืองหลงไห่อย่างเร่งด่วนถูกใครบางคนนำออกไปทำ แทนที่จะเป็นกลุ่มศิษย์และอาจารย์ตึกทักษะ 


“ผู้นำนิกายโปรดบอกชื่อเพื่อระบุคะแนน”


“หลี่ ตงฟาง” เสียงเอ่ยของผู้นำนิกายเด่นชัด จนผู้ดูแลหอภารกิจขมวดคิ้วเข้าชนกัน ชื่อของคนตายดันปรากฎในหอของเขาแล้วรับภารกิจไปแล้ว


“ท่านผู้นำนิกาย ท่านกำลังล้อเล่นหรือเปล่า”


“ฮ่าๆๆ ใครบ้าจะใช้ชื่อคนตาย เอาล่ะ ฉันส่งลูกศิษย์เพียงคนเดียวไปทำ เขียนลงไปด้วยว่าเขาไปเพียงคนเดียว” 


ผู้อำนวยการระบุชัดเจน แม้มันจะเสี่ยงด้วยระดับตงฟางในตอนนี้ผู้อำนวยการคิดว่ามันคงไม่ยากจะเอาชีวิตรอด อีกอย่างความเสี่ยงที่ตงฟางได้รับกลับตอบแทนด้วยแต้มมหาศาลที่ทำให้เขากลายเป็นบุคคลน่ากลัวด้วยแต้มของเขาและความน่ากลัวที่จะได้รับในการทำภารกิจครั้งนี้ จะทำให้ตั๋วที่เขาจะได้รับ ไม่มีใครกล้าเข้ามายุ่งหรือแย่งชิง


ควับ~!


ศิษย์สายในภายในหอภารกิจหันมองจ้องไปยังแผ่นกระดาษรับรองการทำภารกิจ ก่อนที่เขาจะรีบส่งข้อมูลไปยังอาจารย์ของเขาเพื่อรายงานเรื่องของตงฟาง


—-------------------------------


ฟู่ว~!


แร่ระดับ 7 ขึ้นรูปให้กลายเป็นเพียงแค่เข็มเงินเล่มเล็กๆ หลังจากมันถูกโยนลงไปจุ่มในน้ำเย็นตงฟางก็ได้ใช้พลังจิตหยิบยกมันเสียบเข้าไปในกล่องอาวุธลับกล่องที่ 10


“ตงฟาง นี่คืออะไรเหรอจ๊ะ”


ซิงเยียนเข้ามาส่องดูกล่องสีดำทั้ง 10 กล่องดูจากภายนอกมันเป็นกล่องที่ดูไม่มีพิษภัย แต่จากกระบวนการใส่เข็มเข้าไปข้างในเธอรับรู้ได้ว่ามันเป็นสิ่งที่เอาไว้ฆ่าคน


“อาวุธลับครับ มันจะยิงเข็มเงินระดับ 7 ออกมา 1,000 เล่มในเวลาเพียง 2 วินาที”


“หือ”


“พี่ซิงเยียนใช้ไม่ได้หรอกนะครับ มันกระจายไปรอบๆแม้แต่เจ้าของก็โดนโจมตีด้วย หากไม่มีพลังในการควบคุมโลหะก็ไม่สามารถใช้งานได้ พี่ซิงเยียนใช้นี่แล้วกัน เพียงแค่จับแล้วเล็ง จากนั้นก็กดตรงนี้มันจะยิงเข็มพันเล่มออกไป”


ซิงเยียนแสดงท่าทางดีใจออกมา เมื่อรู้ว่ากระบอกโลหะสีดำเล็กๆในมือเป็นอาวุธลับสังหาร แม้จะยิงได้เพียงครั้งเดียวถ้าใช้อย่างระมัดระวังจะทำให้ระดับราชาวิญญาณตกตาย


“แล้วตงฟางจะออกเดินทางไปเมืองซ่งตอนไหนเหรอ”


“ผมว่าจะเดินทางกลางดึกนี่เลยครับ  ภารกิจให้ไปรายงานตัวที่เมืองซ่ง ผมจึงไม่ต้องเดินทางร่วมกับใคร ไปก่อนก็สู้ก่อน แม้มันจะเสี่ยงแต่ก็ดีต่อตัวผมเช่นเดียวกัน”


“จ้ะ งั้นก็ระมัดระวังตัวด้วยนะ”


“พี่ซิงเยียนก็เช่นกัน หากปีศาจระดับราชันวิญญาณปรากฎตัวอย่าไปสู้นะครับ ส่วนถ้าเป็นระดับราชาวิญญาณใช้ค่ายกลและยันต์อมตะฆ่ามัน ด้วยสิ่งนี้แม้จะกินพลังวิญญาณไปเป็นจำนวนมาก มันสามารถฆ่าปีศาจระดับราชาได้อย่างแน่นอน”


ตงฟางมอบยันต์อมตะระดับ 7 ธาตุไม้ให้พี่ซิงเยียนไป 5 แผ่นด้วยกัน พร้อมกับค่ายกลกักขังที่ใช้ร่วมกันกับยันต์อมตะ หากเปิดใช้งานค่ายกลกักขังปีศาจเอาไว้ สามารถใช้ยันต์อมตะยิงผ่านค่ายกลเข้าไปได้โดยไม่มีผลเสียต่อค่ายกล แม้ตอนนี้เมืองหลงไห่จะมีทหารจากเมืองหลวงนับพันคนเป็นระดับวิญญาณส่งมาช่วย หากมีปีศาจระดับราชันปรากฎตัวก็ยากที่จะต้านทานเพราะคนของเมืองหลวงไม่มีระดับราชันมาด้วยสักคนเดียว ตงฟางจึงต้องเตรียมตัวให้พี่ซิงเยียนพร้อมฆ่า


“เอาล่ะงั้นพี่สาวจะแต่งตัวให้”


ตงฟางลุกขึ้นยืนพลางกางแขนปล่อยให้พี่ซิงเยียนสวมใส่ชุดเกราะระดับ 7 ให้กับตัวของเขา ภายใต้การแต่งตัวตงฟางก็ตอบคำถามเป็นช่วงๆว่าส่วนของชุดเกราะที่ยัดเข้าไปใต้เสื้อผ้าแต่ละชิ้นมันทำหน้าที่อะไร  ด้วยการที่มันเหมือนมีกลไกบางอย่างอยู่ข้างในชุดเกราะทำให้ซิงเยียนอดไม่ได้ที่จะสงสัย  ชุดเกราะทั่วไปจะคำนึงถึงความทนทาน ตงฟางกลับเน้นเรื่องกลไกโจมตี จนชุดเกราะทุกชิ้นของเขามีเข็มเล็กๆซ่อนอยู่หลายหมื่นเล่ม


ม๊วฟ~!


 “เสร็จแล้วจ้ะ ระวังตัวด้วยนะ”


ซิงเยียนดึงตงฟางเข้ามาหอมแก้มก่อนจะส่งยิ้มให้ เธอไม่ค่อยเป็นห่วงตงฟางเท่าไหร่หลังจากรู้ว่าตงฟางมีทักษะบางอย่างที่ทำให้หนีได้อย่างรวดเร็วที่แม้แต่ระดับราชันวิญญาณก็ยากจะฆ่าเขาได้


“งั้นผมก็ขอด้วยเช่นกัน” ตงฟางดึงพี่ซิงเยียนเข้ามาหอมจนเธอตะลึงงัน น้อยครั้งมากที่ตงกางจะหอมแก้มเธอแบบนี้ ทันทีที่เธอตะลึงงันอยู่นี้เองตงฟางก็รีบใช้เทเลพอร์ตหายไปทันที เพราะเขารู้ว่าพี่ซิงเยียนจะขอให้เขาหอมแก้มอีกข้าง


“1 เดือนกับอีก 25 วัน น่าจะพอ”


ตงฟางมองดูเวลาที่เขาต้องทำในภารกิจ ระยะเวลาที่เขาจะต้องทำภารกิจจะเริ่มนับตั้งแต่วันที่เขาเข้ารายงานตัวที่เมืองหลงไห่ ไม่นับเวลาเดินทาง หากเขาใช้เวลาเดินทางนานขึ้นไปอีก เขาจะกลับมาไม่ทันวันเดินทางไปแข่งประลองหาเหล่าอัจฉริยะเข้าเรียนต่อที่เมืองหลวง


พรึ่บ~!


เทเลพอร์ตเริ่มต้นการใช้งานเคลื่อนย้ายร่างไปยังระยะ 15 กิโลเมตร เป็นระยะสูงสุดที่ตงฟางสามารถใช้หูทิพย์และตาทิตย์สำรวจไปถึง แม้ตอนนี้มันจะเป็นระยะที่สั้นมากหากใช้สำหรับการเทเลพอร์ต ตงฟางกลับไม่ได้คิดมากเพราะอย่างน้อยมันก็รวดเร็วกว่าการบิน


—--------------------------------- 


ปู๊น~!


เสียงแตรและกลองศึกส่งเสียงสนั่นไปทั่วเมืองซ่ง สร้างความฮึกเหิมให้เหล่าทหารจำนวนมากที่กำลังจะออกรบกับเหล่าปีศาจ ภายใต้การจัดกระบวนทัพของเหล่าทหารที่มีทั้งทหารเมืองซ่งและเมืองหลวงยืนปะปนกัน ตงฟางที่เดินทางมาถึงเขาก็ได้กวาดตามองไปรอบๆเมืองซ่งเพื่อตรวจสอบดูว่ามันเป็นอย่างที่ข่าวลือพูดกันหรือไม่


ข่าวลือและข่าวที่เขาได้จากหอประมูลสวรรค์เก้าชั้นฟ้าบอกเอาไว้ว่าเมืองซ่งตอนนี้กลายเป็นแนวหน้าที่ใช้ต่อต้านการรุกรานของปีศาจ ตั้งแต่วันที่ตงฟางจัดการกับตระกูลจูปีศาจก็ปรากฎตัวอยู่บ่อยครั้งจนเกิดการต่อสู้ขึ้น เมืองซ่งที่อยู่ใกล้จึงกลายเป็นเมืองที่ตอนนี้เป็นสถานที่ตั้งกองทัพไปแล้ว ผู้คนทั้งหมดล้วนอพยพออกห่าง ภายในเมืองซ่งที่ตงฟางมองดูตอนนี้จึงมีเพียงแค่เหล่าทหารและเหล่าศิษย์จากสถาบันมากมายกำลังรวมตัวกัน


ไม่ใช่แค่ชาวเมืองในเมืองซ่งถูกอพยพออกไปทั้งหมด ระหว่างทางที่เดินทางมา หมู่บ้านที่อยู่ในเขตเมืองซ่งล้วนแล้วถูกอพยพไปตั้งถิ่นฐานในเขตของเมืองหลงไห่  จนทำให้พื้นที่เมืองซ่งกลายเป็นพื้นที่สนามรบเต็มรูปแบบ ตงฟางที่มองดูการต่อสู้ที่กำลังเริ่มเขาจึงรู้สึกไม่แปลกที่เมืองแห่งนี้จะกลายเป็นเมืองแนวหน้าของมนุษย์


“มีระดับราชันวิญญาณจริงๆด้วยสินะ”


ไม่ว่าจะเป็นทางฝั่งของมนุษย์หรือจะเป็นทางฝั่งของปีศาจ ล้วนแล้วปรากฎระดับราชันวิญญาณ พวกเขาที่เป็นจุดสูงสุดในการต่อสู้ล้วนกระโจนเข้าโจมตีกันจนทำให้ปีศาจและคนที่อยู่ใกล้ถอยออกไปสู้กันไม่ให้ระดับราชันวิญญาณสร้างผลกระทบต่อการสู้ของพวกเขา


ภายใต้แสงสีของทักษะและค่ายกลถูกเปิดใช้งานจากทางฝั่งมนุษย์และฝั่งปีศาจ ตงฟางเห็นการบาดเจ็บล้มตายเป็นจำนวนมากของทั้งสองฝั่ง ถึงอย่างนั้นฝั่งมนุษย์กลับอยู่รอดได้มากกว่าจากการมีระดับราชาวิญญาณของเมืองหลวงเข้ามาช่วยเหลือ

“กลายเป็นสถานที่บ่มเพาะของเหล่าศิษย์สถาบันต่างๆไปแล้วสินะ”


ตงฟางสำรวจการต่อสู้ทั้งหมดที่เกิดจากกลุ่มศิษย์สถาบันต่างๆที่ถูกส่งมา มันต่างจากการต่อสู้ของเหล่าทหารเนื่องจากศิษย์สถาบันจะเน้นในเรื่องความปลอดภัย พวกเขาจะเปิดใช้งานค่ายกลกักขังเพื่อคัดจำนวนปีศาจที่สามารถรับมือได้ จากนั้นก็ใช้จำนวนคนที่มากกว่าของพวกเขาฆ่าปีศาจให้ตาย ด้วยวิธีนี้จะทำให้ศิษย์สถาบันมากมายอยู่ได้นานยิ่งขึ้นและได้ประสบการณ์ต่อสู้ด้วยเช่นเดียวกัน ท่ามกลางการต่อสู้อันรุนแรงที่ตงฟางไม่ได้เห็นมานาน เขาจึงปล่อยให้มันดำเนินต่อไปช้าๆ การเข้าไปในเมืองเพื่อรายงานตัวของเขาตอนนี้คงไม่เหมาะ เขาจึงคิดจะรอจนกว่าการต่อสู้จะสงบลง


ฉั๊วะ!


“มันเป็นพิษไม่ใช่เหรอ”


ตงฟางมองทหารของเมืองหลวงด้วยความสงสัย การฆ่าปีศาจจนตกตาย พวกเขาไม่ได้ทิ้งร่างของพวกมันให้เสียเปล่า เพราะปีศาจทุกๆตัวที่เป็นระดับราชันวิญญาณล้วนแล้วถูกควักคริสตัลออกมาจากกลางกะโหลกของพวกมัน สร้างความสงสัยให้ตงฟางไม่น้อย


เขารู้เรื่องเกี่ยวกับปีศาจมาเล็กน้อยจากการอธิบายของพี่ซิงเยียน ว่าหากเป็นปีศาจระดับราชันวิญญาณตัวของมันจะสร้างแกนพลังวิญญาณเหมือนสัตว์อสูรขึ้นมา แต่แกนพลังงานนี้กลับเป็นผลเสียต่อมนุษย์ไม่สามารถนำมาดูดซับได้ ต่อให้จะใช้ทักษะมารก็ไม่สามารถซึมซับมัน ตงฟางจึงเกิดความสงสัยมากยิ่งขึ้นหลังจากเห็นทหารเมืองหลวงควักแกนพลังวิญญาณของปีศาจระดับราชันออกไป


“คงต้องเข้าไปถามเท่านั้น”


ตงฟางค่อยๆลอยตัวลงไปยังประตูทางทิศใต้ เพื่อเข้าไปรายงานตัวหลังจากสงครามที่เกิดขึ้นครึ่งวันสงบลงไป


“พี่ชาย ข้าถูกส่งมาทำภารกิจเป็นเวลา 1 เดือน 25 วัน ข้ามารายงานตัวจะต้องทำอย่างไรบ้าง”


ตงฟางร้องตะโกนหน้าประตู สร้างความตกใจให้กับทหารไม่น้อยเพราะก่อนหน้าพวกเขาสัมผัสตงฟางไม่ได้จนกระทั่งเขาส่งเสียงจึงรู้ว่าตงฟางยืนอยู่ในเงาของประตู


“เจ้าชื่ออะไร มาจากสถาบันไหน ”


“ข้าชื่อตงฟาง จากสถาบันเฟยเทียนเมืองหลงไห่”


“นี่ป้ายของเจ้ารับไป”


ตงฟางรับป้ายเข้าเมืองก่อนที่เขาจะบินข้ามไปอย่างช้าๆ การเปิดปิดประตูทำได้ยากจึงต้องใช้วิธีบินข้ามกำแพงเมือง


“มันจะเยอะไปไหมนะ”


ตงฟางมองป้ายห้อยที่เอว เดิมทีเขาคิดว่ามันเท่ดีที่ได้ประกาศให้คนรู้ว่าเขาเป็นนักยันต์ระดับ 5 นักหลอมยาระดับ 5 และเป็นนักเล่นแร่แปรธาตุระดับ 5 ตอนนี้เขาต้องห้อยป้ายเข้าเมืองของเขาที่ระบุวันสำเร็จภารกิจร่วมต่อสู้กับทหารเอาไว้ จนเอวฝั่งขวามีเสียงแผ่นป้ายกระทบกัน


“พี่ชาย ข้าต้องทำอย่างไรบ้าง”


“เดี๋ยวก่อน สถาบันเฟยเทียนส่งเจ้ามาเพียงคนเดียวอย่างนั้นเหรอ”


“ใช่” ทหารมองหน้ากัน พวกเขาตกใจมากนึกว่าคนที่เดินทางมากับตงฟางจะซ่อนตัวอยู่ภายในป่า รอให้เขาพูดคุยกับทหารถึงจะออกมา


“จริงหรือเปล่า”


“จริงพี่ชาย ข้ามาคนเดียว ผู้นำนิกายเฟยเทียนส่งข้ามาด้วยตัวเอง”


“ผู้นำนิกายส่งมาเอง เอาเถอะ ตอนนี้เจ้าสามารถเลือกบ้านหลังไหนก็ได้เพราะเจ้าของไม่อยู่แล้ว ในระยะเวลาที่เจ้าทำภารกิจร่วมกับทหารเจ้าจะต้องมีบ้านพัก ส่วนอาหารเราจะแจกจ่ายที่ใจกลางเมือง ไม่ว่าจะเป็นทหารหรือคนจากสถาบันจะได้รับอาหารที่เท่าเทียมที่นั่น”


“ข้าเข้าใจแล้วพี่ชาย เรื่องการทำภารกิจล่ะ ข้าจะต้องทำอย่างไรบ้าง”











คล้ายกับเรื่อง[จบ]Psychokinesis พลังจิตเหนือเทพยุทธ์ ที่คุณอ่าน