อคินยืนตรง แผ่นหลังเหยียดตึง แววตาคมกริบสะท้อนแสงไฟฉาย
"ขอโทษครับพี่ต้น... พี่ดูเหนื่อยนะครับ"
"ก็เออดิวะ กะดึกมาสามคืนติดแล้วเนี่ย ตาจะปิดอยู่แล้ว"
ต้นบ่นกระปอดกระแปดพลางยกนาฬิกาข้อมือขึ้นดู
"นี่เพิ่งทุ่มครึ่งเอง เอ็งจะรีบตื่นมาทำไมวะ กะเอ็งกับไอ้เอก เริ่มสองทุ่มไม่ใช่เหรอ?"
"ผมตาสว่างแล้วครับ"
อคินตอบเสียงเรียบ
"ถ้ารอให้พวกมันบุกมาถึงรั้ว เราจะเป็นฝ่ายเสียเปรียบ... ผมขออนุญาตออกไป 'ลาดตระเวนเชิงรุก' รอบแนวกันชนป่าชายเลนครับ"
ต้นมองอคินด้วยสายตาเหลือเชื่อ ผสมกับความรู้สึกขยาดเล็กๆ เขาไม่เคยเข้าใจไอ้หนุ่มคนนี้เลย ตั้งแต่รับเข้ามา
อคินไม่เคยบ่นเหนื่อย ไม่เคยขอพัก และมักจะอาสาทำงานเสี่ยงตายด้วยใบหน้านิ่งเฉยเสมอ
"ลาดตระเวนเชิงรุก? ในป่าชายเลนเนี่ยนะ? มึงบ้าหรือเปล่า มันมืดตึ๊ดตื๋อ แถมดินก็ยวบ เดินไม่ดีจมโคลนตายห่านะเว้ย"
"ไม่เป็นไรครับ ผมมองเห็น... และระบบจะนำทางผมเอง"
อคินตอบด้วยความมั่นใจที่ดูหลุดโลก
ต้นชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะโบกมือไล่อย่างรำคาญใจ เพราะลึกๆ แล้วเขาก็ดีใจที่จะได้แอบงีบหลับ
"เออๆ ตามใจมึง แล้วอย่าตายเป็นผีเฝ้าป่าล่ะ กูขี้เกียจไปลากศพ"
"รับทราบครับ"
อคินทำท่าวันทยหัตถ์อย่างแข็งขัน
ก่อนจะหมุนตัวเดินลงจากหอสังเกตการณ์ มุ่งหน้าสู่ความมืดมิดของป่าโกงกางโดยไม่ต้องพึ่งไฟฉายแม้แต่กระบอกเดียว
...
ทันทีที่ก้าวพ้นเขตแสงไฟของค่าย ความมืดก็เข้าปกคลุมรอบด้าน แต่สำหรับอคิน... มันกลับสว่างไสว
พื้นดินที่นี่ไม่ใช่ดิน แต่เป็นเลนเหลวที่พร้อมจะดูดรองเท้าบูตของมนุษย์ทุกคนให้จมลงไปถึงหน้าแข้ง
แต่สำหรับอคิน... มันแตกต่างออกไป
ยวบ... ยวบ...
เขาก้าวเดินไปบนรากโกงกางที่ลื่นเมือกและคดเคี้ยวด้วยท่วงท่าที่ประหลาด
เขาย่อเข่าต่ำ โน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย และลงน้ำหนักที่ปลายเท้าอย่างแผ่วเบา
ร่างกายของเขาจัดระเบียบสมดุลได้เองโดยอัตโนมัติ ทุกย่างก้าวเงียบกริบราวกับเขาลอยอยู่เหนือพื้นโคลน
'แปลกจริง... ทำไมเราถึงรู้สึกคุ้นเคยกับที่แคบๆ และทางเดินรกๆ แบบนี้จังนะ'
อคินคิดในใจ ขณะมุดลอดกิ่งไม้ต่ำอย่างคล่องแคล่ว
เขาไม่ต้องใช้มือกวาดทางด้วยซ้ำ เหมือนสัญชาตญาณของเขารู้ว่าช่องว่างตรงไหนที่ 'หัว' ของเขาจะลอดผ่านไปได้พอดี
'ค่าความว่องไว ของเรานี่มันโกงจริงๆ'
เขาคิดอย่างลำพองใจ
'เดินบนโคลนยังไงให้เหมือนเดินบนถนนลาดยางได้ขนาดนี้'
ฟุดฟิด...
จมูกของเขากระตุก ขนอ่อนที่ต้นคอลุกชัน ไม่ใช่ความกลัว...
แต่เป็นสัญญาณเตือนภัยที่แหลมคม หูของเขากระดิกเล็กน้อยเมื่อจับคลื่นเสียงความถี่ต่ำที่มนุษย์ทั่วไปไม่ได้ยินได้
เสียงฟองอากาศแตกผิวน้ำ... เสียงการลากเท้าที่หนักอึ้งและไร้จังหวะ... กลิ่นเหม็นเน่ารุนแรงลอยมาเตะจมูก... กลิ่นศพที่แช่น้ำมานาน
[ศัตรูอยู่ข้างหน้า 3 ตัว... อย่าประมาท]
ข้อความระบบเด้งขึ้นมาเตือนในจังหวะเดียวกับที่เขาสัมผัสได้
"ขอบใจนะคู่หู"
อคินยิ้มมุมปาก กระชับดาบและโล่ในมือแน่น
เบื้องหน้า ห่างออกไปสิบเมตร ท่ามกลางหมอกจางๆ เหนือน้ำ ร่างตะคุ่มสามร่างค่อยๆ โผล่พ้นขึ้นมาจากเลนโคลน
ซอมบี้ที่ร่างเน่าเปื่อย ผิวหนังของพวกมันบวมอืดจนปริแตกเป็นสีเขียวคล้ำ
เพรียงทะเลและตะไคร่น้ำเกาะตามแขนขาที่บิดเบี้ยว
กลิ่นเหม็นเน่าของศพที่แช่น้ำมานานโชยคละคลุ้งรุนแรงจนคนปกติอาจต้องอาเจียน
แต่อคินกลับรู้สึกเพียงแค่... 'รำคาญ' กลิ่นนั้น
พวกมันหันมาทางเขา ดวงตาขุ่นขาวไร้แววชีวิตจ้องมองมา
"เตรียมพร้อม... ทุกคนรวมกลุ่ม!"
อคินสูดหายใจเข้าลึก รวบรวมสมาธิเพ่งไปที่สมาชิกในปาร์ตี้ทุกคน โบ้แยกเขี้ยวขู่คำราม แก๊งแมวโก่งตัวเตรียมพร้อม
ก่อนจะเริ่มการปะทะ อคินเอ่ยคำเรียกใช้สกิลเปิดเกมที่สำคัญที่สุด
" [อวยพร] !"
วูมมม...
แสงสว่างวาบขึ้นโอบล้อมร่างของทั้งห้าชีวิต แต่มันไม่ใช่แสงสีขาวบริสุทธิ์หรือสีทองศักดิ์สิทธิ์อย่างที่เขาจินตนาการไว้...
มันเป็นแสงสีส้มจางๆ ที่ดูอบอุ่น นุ่มนวล และพลิ้วไหวราวกับขนสัตว์ที่ล้อกับสายลม
แสงนั้นซึมซาบเข้าสู่กล้ามเนื้อของโบ้และแก๊งแมวสามตัว
ทำให้พวกมันรู้สึกคึกคักและเปี่ยมด้วยพลัง ราวกับได้รับการปกป้องจากสิ่งที่มองไม่เห็น
"ลุย!"
สิ้นเสียงคำสั่ง ปาร์ตี้นักล่าราตรีก็พุ่งทะยานออกไปพร้อมกัน!
ซอมบี้ตัวหน้าสุดพุ่งเข้าใส่อคิน กรงเล็บเน่าเฟะตวัดเข้าใส่ใบหน้า
อคินไม่ถอย เขาก้าวเท้าซ้ายไปข้างหน้าอย่างมั่นคง ยกโล่ขึ้นรับการโจมตีในจังหวะที่แม่นยำ
" [ปัดป้อง] !"
ตึง!
แรงปะทะหนักหน่วงถูกถ่ายเทลงสู่พื้นโคลน
แขนของอคินไม่สั่นคลอนแม้แต่น้อย เขาใช้จังหวะที่ศัตรูเสียหลักจากการถูกกระแทกโล่ สวนดาบสั้นในมือขวาออกไป
ฉัวะ! คมดาบกรีดผ่านลำตัวของซอมบี้จนเกิดแผลลึก เลือดสีดำกระเซ็นเปรอะเกราะหนังออร์ค แต่อคินไม่แม้แต่จะกะพริบตา
ในขณะเดียวกัน ทางปีกซ้าย เจ้าโบ้คำรามลั่น มันพุ่งตัวด้วยกล้ามเนื้อขาหลังที่ทรงพลัง กระโจนเข้าใส่ซอมบี้ตัวที่สอง
[ตะปบ] !
โครม!
น้ำหนักตัวของสุนัขหลังอานกระแทกร่างเน่าๆ จนหงายหลังลงไปนอนจมโคลน
โบ้ไม่ปล่อยโอกาสให้หลุดมือ มันกดศัตรูไว้ด้วยเท้าหน้า ก่อนจะฝังเขี้ยวลงไปที่ลำคอ แล้วสะบัดหัวอย่างรุนแรง
[กัดกระชาก] !
กร๊อบ! เสียงกระดูกคอหักดังลั่นพร้อมกับชิ้นเนื้อที่หลุดติดปากออกมา ซอมบี้ตัวนั้นกระตุกเกร็งและแน่นิ่งไปทันที
ทางด้านปีกขวา คือเวทีสังหารของหน่วยลอบเร้น
ซอมบี้ตัวสุดท้ายกำลังจะหันไปช่วยเพื่อน แต่เงาสีดำเล็กๆ สามสายก็พุ่งเข้าหามันจากมุมอับสายตา
'ส้มซ่า' กระโดดจากรากไม้โกงกางที่อยู่สูงกว่า [ตะปบ] เข้าที่ใบหน้าของซอมบี้จนมันเซถลา
จังหวะเดียวกัน 'ปลาเผา' และ 'บัวลอย' อาศัยความว่องไวที่เพิ่มขึ้นจากบัฟอวยพร
พุ่งลอดผ่านช่องว่างเข้าประชิดตัว กรงเล็บของพวกมันส่องแสงวาววับเมื่อเรียกใช้สกิล
[กรงเล็บกระชาก] !
แคว่ก! แคว่ก!
กรงเล็บที่คมกริบราวกับใบมีดโกนฉีกกระชากเส้นเอ็นที่ข้อเท้าและน่องของซอมบี้จนขาดสะบั้น ร่างนั้นทรุดฮวบลงคุกเข่า
อคินเห็นช่องว่างเปิดออก เขาหมุนตัวหลบกรงเล็บของคู่ต่อสู้ตรงหน้า แล้วพุ่งตัวเข้าไปหาซอมบี้ตัวที่สามที่กำลังคุกเข่าอยู่
"เสร็จฉันล่ะ!"
เขาแทงดาบสวนเข้าที่ใต้คาง ทะลุขึ้นสมองในดาบเดียว
สวบ!
ร่างสุดท้ายร่วงลงไปกองกับพื้นโคลน ทุกอย่างจบลงในเวลาไม่ถึงหนึ่งนาที
[การประสานงานปาร์ตี้ยอดเยี่ยม! ...ฟุตเวิร์กดีขึ้นนะเนี่ย]
อคินถอนดาบออก สะบัดคราบเลือดทิ้งลงพื้น พรึ่บ!
เขาหันไปมองสมาชิกในทีม โบ้กำลังเลียปากแผลบๆ ส้มซ่ากำลังแต่งขนอย่างไม่ยี่หระ ส่วนปลาเผากับบัวลอยนั่งมองผลงานตาแป๋ว
"ทีมเวิร์คสุดยอด..."
อคินพึมพำ พลางยิ้มกว้างอย่างภูมิใจ
"พวกเรานี่มันเกิดมาเพื่อเป็นนักล่าจริงๆ"
เขากวาดสายตามองซากศพที่เกลื่อนกลาด แววตาเปลี่ยนเป็นความสงบ
"สู่สุขคตินะ..."
...
อคินใช้เวลาอีกพักใหญ่ในการเก็บกวาดพื้นที่ เขาไม่ได้แค่ฆ่า แต่เขา 'ชำระล้าง' ตามหน้าที่ที่เขาเชื่อมั่น
ซากเมิร์กและอสูรที่ยังหลงเหลือในแถบนั้นถูกลากมารวมกันเป็นกองพะเนินทับถมกับซากซอมบี้
เขาเทน้ำมันราดลงไปจนชุ่ม ก่อนจะจุดไฟ
พรึ่บ!
เปลวไฟสีส้มลุกโชน ตัดกับความมืดมิดของป่าชายเลน
กลิ่นน้ำมันรอนสันผสมกับกลิ่นเนื้อไหม้ลอยคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ
ควันดำพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า เป็นสัญญาณของการส่งวิญญาณและการป้องกันภัยพิบัติ
อคินยืนสงบนิ่งอยู่หน้ากองเพลิงนั้น แสงไฟส่องกระทบใบหน้าด้านข้างของเขา...
ใบหน้านั้นนิ่งสนิท ไร้อารมณ์ ไม่มีความรังเกียจ ไม่มีความหวาดกลัว และไม่มีความสะใจ เป็นเพียงความว่างเปล่าที่สงบเงียบ
ดวงตาของเขาจับจ้องไปที่เปลวไฟที่กำลังเลียไล้ซากศพ... โดยไม่กะพริบตาเลยแม้แต่ครั้งเดียว
ตลอดเวลานับนาที ราวกับหุ่นปั้นที่ถูกตั้งทิ้งไว้
เขาไม่รู้ตัวเลยว่า บนหอสังเกตการณ์ที่ห่างออกไป 'เอก' ยามกะดึกกำลังส่องกล้องทางไกลมองมาที่เขาด้วยมือที่สั่นเทา
ภาพที่เอกเห็นไม่ใช่ฮีโร่ผู้กล้าหาญ แต่เป็นชายหนุ่มในชุดเกราะเปื้อนเลือดที่ยืนจ้องศพไหม้ไฟด้วยสายตาที่ว่างเปล่าจนน่าขนลุก
ในขณะเดียวกัน ที่ข้างกองไฟ อคินไม่ได้รับรู้ถึงความหวาดกลัวของเพื่อนร่วมทีมเลย
เขากำลังยิ้มบางๆ ให้กับหน้าต่างระบบที่เด้งขึ้นมาแจ้งเตือนเวลา
[ระยะเวลาเชื่อมต่อ: 01:30:00]
"รีบกลับไปเฝ้ายามดีกว่า ป่านนี้เอกคงรอแย่แล้ว"
เขาพึมพำกับตัวเอง
ชายหนุ่มผู้ไม่รู้ความตายของตนเอง หันหลังให้กับกองไฟและเดินหายลับเข้าไปในความมืด
ทิ้งไว้เพียงกองซากศพที่ค่อยๆ มอดไหม้เป็นเถ้าถ่าน และคำถามที่ไม่มีคำตอบในเงาจันทร์
...
เมื่ออคินเดินทางมาถึงประตูค่าย เอกรีบเปิดประตูให้แต่ถอยห่างออกไปสองก้าวโดยไม่รู้ตัว
"มาช้าเชียวนะ จะได้เวลาเปลี่ยนเวรแล้วเนี่ย"
เอกเอ่ยขึ้นเสียงสั่นเล็กน้อย
"โทษที มัวแต่รวบรวมพวกอสูรที่กินไม่ได้มาเผาทิ้งน่ะ"
อคินตอบเรียบๆ พลางปัดเขม่าออกจากไหล่
เอกกลืนน้ำลายเหนียวๆ ลงคอ ขนแขนลุกซู่เมื่อได้กลิ่นไหม้จากตัวอีกฝ่าย
"ไอ้เชี่ยคิน... มึง... มึงยืนมองศพแบบนั้น... ตาไม่แห้งบ้างหรือไงวะ... แม่งเอ้ย อย่างกับหุ่นกระบอก..."
"ก็ไม่นะ" อคินตอบซื่อๆ เขาไม่เข้าใจว่าเอกกลัวอะไร "ถ้าเราไม่เผา อีกวันสองวันมันก็กลายเป็นซอมบี้อีก ผมแค่ทำตามคู่มือ"
"สัปเหร่อกะดึก..."
เอกพึมพำ เบือนหน้าหนี
"กูจะเรียกมึงว่าสัปเหร่อกะดึก... ใครจะไปอยู่เวรกับมึงไหววะ หลอนฉิบหาย"
"อย่าไปล้อกันแบบนั้นสิเอก ไม่ใช่ยุคที่จะมาบูลลี่กันแล้วนะ"
เสียงทุ้มต่ำดังมาจากด้านหลัง ทำเอาเอกสะดุ้งสุดตัว
ยามสองคนเดินเข้ามาเพื่อเปลี่ยนเวรสำหรับกะตีสองถึงแปดโมงเช้า
พวกเขาเป็นฝาแฝดที่หน้าตาเหมือนกันราวกับแกะ เพียงแต่ 'พี่ตูม' นั้นมีร่างกายที่ท้วมกว่า 'น้องตาม' เล็กน้อย
"ขอโทษครับพี่ตูม พี่ตาม ผมก็แค่อยากหยอกมันเฉยๆ"
เอกรีบแก้ตัวเสียงอ่อย
"มันชอบทิ้งให้ผมเฝ้ายามคนเดียวตลอดเวร แล้วตัวมันออกไปลุยข้างนอก"
"ดีแล้วน่า ยิ่งเขาล่าศัตรูได้มากเท่าไหร่ โอกาสที่มันจะมาบุกเราก็น้อยลง จริงไหมตาม"
ตูมหันไปถามน้องชายฝาแฝด
"ก็อย่างที่ตูมว่านั่นแหละ งานพวกเราเบาลงเยอะเลย ตั้งแต่อคินมา"
ตามพยักหน้าเห็นด้วย สายตามองอคินด้วยความชื่นชมมากกว่าความกลัว
อคินยิ้มรับบางๆ เขาชินแล้วที่เอกมักจะบ่น แต่เขาก็ดีใจที่มีคนเข้าใจเจตนา
"ไม่เป็นไรครับ ผมชอบออกล่าอยู่แล้ว อีกอย่างถ้าฆ่าทิ้งไว้ไม่นานมันก็กลายเป็นอันเดด ก็มีแต่ต้องเผาทิ้งไปเท่านั้นล่ะครับถึงจะลดภัยอันตรายต่อค่ายได้"
"โอเคๆ พวกนายไปพักได้แล้ว ได้เวลาเปลี่ยนเวรแล้ว" ตูมตัดบท ก่อนจะเดินเข้าไปนั่งเก้าอี้พลาสติกแทนเอก
"ไปกันเถอะโบ้" อคินเรียกคู่หู
พวกเขาแยกย้ายกัน ขณะที่อคินเดินผ่านโรงอาหารเพื่อกลับไปที่พัก เขาก็นึกขึ้นได้ว่าป้าแม่ครัวบอกว่าจะทำของว่างไว้ให้
เขาเดินเข้าไปในโรงอาหารที่เงียบสงัด
บนเคาน์เตอร์มีกล่องพลาสติกวางอยู่ พร้อมกระดาษโน้ตเขียนด้วยลายมือหวัดๆ ว่า 'ของพ่อหนุ่มนักรบ'
อคินเปิดกล่องดู กลิ่นหอมฉุยโชยออกมา มันคือ 'เนื้อแดดเดียวทอด' สีสวยเต็มกล่อง
"ลาภปากแล้วพวกเรา!"
เขาแบ่งเนื้อทอดชิ้นโตให้โบ้ ส้มซ่า ปลาเผา และบัวลอย กินกันอย่างเอร็ดอร่อยอยู่ตรงบันไดโรงอาหาร
ความกรอบนอกนุ่มในและความเค็มที่หมักมาอย่างดีทำให้ความเหนื่อยล้าหายไปเป็นปลิดทิ้ง
"อิ่มแล้วก็ไปอาบน้ำกัน!"
อคินพาขบวนสัตว์เลี้ยงไปยังห้องน้ำส่วนกลาง เขาจัดการอาบน้ำให้ตัวเองอย่างรวดเร็ว และจับเจ้าโบ้มาถูสบู่จนตัวหอมฟุ้ง
"เมี๊ยว!"
พอหันไปจะจับแก๊งแมวอาบน้ำบ้าง ส้มซ่า ปลาเผา และบัวลอย ก็พร้อมใจกันร้องเสียงหลงและวิ่งหายลับไปในความมืดทันที
"เฮ้อ... แมวนี่นะ" อคินส่ายหัวพร้อมรอยยิ้ม
เขาเช็ดตัวจนแห้ง สวมเสื้อผ้าชุดใหม่ แล้วเดินกลับมายังบ้านพักบนต้นไม้
เขาทิ้งตัวลงนอนบนฟูกนุ่ม รอคอยเวลาที่ระบบจะตัดการเชื่อมต่อ...
[ระยะเวลาเชื่อมต่อ: 00:00:05]
"ราตรีสวัสดิ์นะ..."
เขากระซิบเบาๆ ก่อนที่สติจะดับวูบลง
พร้อมกับความรู้สึกอบอุ่นที่ปลายเท้า
เหล่าแมวที่หนีอาบน้ำแอบย่องกลับมานอนเบียดเขาในความมืด
[ระยะเวลาเชื่อมต่อ: 00:00:01]
[สิ้นสุดการเชื่อมต่อ]