Brew up 5
ผมลากสังขารกลับจากสาขาตอนสี่โมงครึ่ง เราใช้เวลาทำวิเคราะห์น้ำในอาหานเกือบครึ่งวันเพราะอาจารย์ให้สาธิตให้น้องปีหนึ่งดูด้วย พอกลับมาผมรีบตรงดิ่งไปอาบน้ำเพราะหกโมงต้องรีบเข้าร้าน ผมไม่อยากเสียเงินค่าสายชั่งโมงละร้อยเลยรีบปั่นงานสุดชีวิต อะ…ผมบอกไปหรือยังว่าเมื่อวานหลังจากกลับมานับทิปในกระเป๋าดู ผมได้ทิปเกือบสี่พันแน่ะ
วันนี้เป็วันอาทิตย์เดรคไม่ได้ทำพาร์ทไทม์ มีแค่ผมคนเดียว หลังอาบน้ำเสร็จเลยไม่ต้องรอใครตรงดิ่งไปที่ร้านได้เลย พอเดินเข้าไปในร้ายผมเจอพนักงานประจำซึ่งจำนวนของพนักงานต่างจากเมื่อวานเกือบครึ่ง เพราะพรุ่งนี้ไม่ใช่วันหยุดวันนี้คนเลยลดลง วันนี้เลยไม่มีพนักงานพาร์ทไทม์
"เดี๋ยวนี้พี่ครามเข้าร้านเร็วจังวะ" พี่อาร์มพนักงานประจำของร้านหันมาพูดกับผม ทุกคนในร้านรู้ดีว่าพี่ครามจะเข้ามาร้านก็สามสี่ทุ่มตลอด แต่สองวันมานี้พี่ครามเข้าร้านพร้อม ๆ กับที่พนักงานเข้ามาทำความสะอาดร้านเลย
"สงสัยมาจับผิดเรามั้ง ฮ่า ๆ" ผมพูดเสร็จก็หันไปถูโต๊ะเพื่อทำความสะอาด พี่อาร์มหัวเราะนิดหน่อยก่อนจะยกเก้าอี้ที่อยู่โต๊ะถัดไปลงเพื่อให้ผมไปเช็ดต่อ
"รีบมากินเหล้าหรือเปล่า"
"แน่ะ นินทาเ้าของร้านกันหรือไงเ้าพวกนี้นิ" ขณะที่ผมกับพี่อาร์มกำลังนินทาพี่ครามอย่างมันปาก กัปตันก็เดินเข้ามาดุพวกผมที่กำลังใช้มือทำงานและใช้ปากนินทาเ้านายตัวเองอยู่ ฮ่า ๆ
"กัปตันไม่บอก เ้าของร้านจะรู้ได้ยังไงล่ะครับ" พูดจบก็หันไปยิ้มตาหยีให้ กัปตันหันมามองผมด้วยรอยยิ้มแล้วตบหัวผมเบา ๆ แต่ดูแล้วเหมือนลูบหัวซะมากกว่า
"ไป ๆ ทำงานกันได้แล้ว"
"ผมก็ทำอยู่นิฮะ ใช้มือทำใช้ปากนินทาไง" พูดจบก็รีบเผ่นไปอีกฝั่งเพราะกลัวโดนพี่เกรย์โบกกบาล พี่เกรย์กะพี่อาร์มหัวเราะก่อนจะพากันแยกไปทำงาน
หลังผมกินข้าวเสร็จแค่เสี้ยวนาทีลูกค้าก็เริ่มเข้าร้าน จนผมรีบกุลีกุจอเข้าไปรับลูกค้าในโซนตัวเอง วันนี้ในโซนผมมีลูกค้าแค่สี่โต๊ะดูจะไม่เยอะเหมือนสองวันที่ผ่านมาเท่าไรแต่ทุกโต๊ะเป็ลูกค้าของเมื่อวาน ทุกโต๊ะเลยชวนผมกินเหล้าด้วยมีทั้งเหล้า ไวน์ เบียร์ และค็อกเทล ดูแล้วผมคงไม่แคล้วเมาแน่ ๆ
"น้องยินวันนี้ไม่ร้องเพลงหรอ" ลูกค้าผู้ชายที่สวมเสื้อยืดลายกราฟิคถามผม พร้อมกับยกแก้วตัวเองขึ้นมาชนกับแก้วของผม ผมยกแก้วที่เพิ่งชนกับลูกค้าขึ้นมากระดกจนหมด
"เมื่อวานนักร้องเกิดอุบัติเหตุครับผมเลยโดนจ้างขึ้นแทน"
"งั้นพี่จ้างขึ้นบ้างได้ปะ"
"ขึ้นเวที?"
"โห น้องยินชงงี้พี่ต้องตอบว่าไงอะ" พอลูกค้าพูดเสร็จคนอื่น ๆ ในโต๊ะก็พากันหัวเราะ ผมเลยหันไปรินเบียร์ให้ทุกคนในโต๊ะก่อนจะขอตัวไปชงเหล้าโต๊ะอื่นต่อ ผมเดินวนชงเหล้ากินเหล้าอยู่แบบนี้จนวงดนตรีวงที่สองจบลง
"กัปตันฝากโซนหน่อยได้มั้ยอะ ผมอยากเข้าห้องน้ำ"
"ได้ดิ ไปเลยพี่ดูให้"
"ขอบคุณครับ" พอพูดจบผมก็พาตัวเองเดินไปเข้าห้องน้ำ หลายครั้งผมไม่เข้าใจจริง ๆ ทำไมเวลาเข้าห้องน้ำต้องมาเจอพี่ครามอยู่ตรงนั้นแถวลานจอดรถตลอดเลย วันนี้ผมเพิ่งสังเกตุเห็นป้ายว่าตรงนี้อนุญาตให้สูบบุหรี่เพราะตัวเองไม่สูบเลยไม่ได้สังเกตุ
"มาทำอะไรแถวนี้"
"มาดูดบุหรี่มั้งครับ"
"รู้มั้ยว่ามันไม่ดี" พอผมตอบกลับพี่ครามก็เริ่มเข้าโหมดผู้ปกครองทันที ทั้งที่เมื่อกี้ตัวเองเพิ่งจะสูบบุหรี่อยู่เลยแท้ ๆ ดันมาสอนคนอื่นว่ามันไม่ดีอีก โอ้…หัวจะปวด ผมต้องคุยกับคนแบบพี่ครามยังไงดีนะ
"แล้วพี่สูบทำไมอะถ้ามันไม่ดี"
"เป็เด็กเป็เล็กหัดเถียงผู้ใหญ่ แล้วก็เลิกสูบเลยนะ"
"เหอะ ใครจะไปอยากสูบเหม็นจะตายไม่เห็นจะชอบเลย" พี่ครามสั่งผมเสร็จก็เดินนำหน้าผมเข้าร้านไป ผมเลยบ่นพึมพำกับตัวเองก่อนจะเดินตามไปทำงานต่อ เข้ามางานต่อประมาณสี่สิบนาทีผมก็ไล่เก็บเงินลูกค้าในโซนจนหมด เราจำเป็เรียกเก็บเงินลูกค้าทุกโต๊ะถ้าถึงเวลาเที่ยงคืนแล้ว เพื่อป้องกันลูกค้าเมาแล้วชักดาบพี่เกรย์เล่าว่าบางคนเมาแล้วลืมเลยมาจ่ายอีกวัน บางคนตั้งใจชักดาบแต่ใครที่หายไปเกินสองวันแล้วไม่มาจ่าย พี่ครามเป็คนไปตามไม่รู้ตามยังไงพี่เกรย์บอกได้มาทุกคนที่ชิง บางคนโดนค่าปรับด้วย บางคนต้องไปเคลียร์ที่โรงพักกันเลยทีเดียว
พอเลิกงานเก็บร้านสแกนนิ้วออกงานเสร็จผมก็พาตัวเองข้ามถนนเดินเลียบทางเพื่อจะเดินกลับบ้าน
"ขึ้นมา" พี่ครามลดกระจกแล้วส่งเสียกจากในรถสีขาวคันโตที่ผมเคยนั่งมาแล้วหนหนึ่ง ผมหันไปมองคนในรถด้วยสีหน้างง ๆ
"ผมเดินไปได้พี่ บ้านผมอยู่แค่นี้เอง"
"จะไปส่ง ขึ้นมา" พี่ครามเหมือนไม่ได้ฟังที่ผมพูดเลยสักนิด พอเห็นแบบนั้นเลยไม่คิดจะพูดอะไรอีกเพราะนอกจากจะเบลอจากแอลกอฮอล์หลายแขนง ผมยังง่วงสุด ๆ ไปเลย
"พี่จะไปไหนอะ ไม่นอนร้านหรอ"
"ธุระ" พี่ครามตอบพร้อม ๆ กับเหยียบคันเร่งให้รถทะยานไปข้างหน้า
"ถ้าพี่จะี้เีพูดขนาดนี้ ทำไมต้องมาทักผมด้วยล่ะ ไม่รู้หรอว่าผมชอบพูด"
"ก็พูดสิ จะได้ฟัง"
"เหมือนไม่ได้คำตอบเลยแฮะ"
"แล้วจะให้พูดอะไรล่ะ" พี่ครามถามขณะที่กำลังขับรถและสายตาจับจ้องอยู่ที่ถนนเบื้องหน้า โดยไม่ได้สังเกตเห็นความงงจากสีหน้าของผมตอนนี้
"นิ่ง ๆ แบบพี่มีเพื่อนหรือมีแฟนบ้างมั้ย" พอเห็นว่าป่วยการจะบังคับพี่ครามพูด คนพูดมากอย่างผมทนไม่ได้เลยเป็ฝ่ายเอ่ยถามขึ้นอีกครั้ง
"ก็ต้องมีสิ ถามทำไม"
"ผมก็ถามไปเรื่อยอะ พี่เข้าใจคำว่าชวนคุยปะ" รถหยุดลงทันทีที่ผมพูดจบ ผมหันไปยกมือไหว้พี่ครามก่อนจะหยิบกระเป๋าสะพายขึ้นมาถือเอาไว้
"ผมไปนะ ขอบคุณนะครับ" พี่ครามพยักหน้าให้ผมเลยเปิดประตูลงจากรถไป เขาไม่ได้พูดอะไรต่อก็แล้วก็ขับรถออกไปเลย คุณเ้าของร้านทำผมทำตัวไม่ถูกไม่รู้ว่าพี่เขาใจดีอย่างที่ความรู้สึกบอกหรือเปล่า หลังจากเขาขับรถไปผมก็เดินตรงเข้าบ้านทันทีเพราะง่วงและพรุ่งนี้มีคลาสั้แ่ 9 โมงเช้า
Laiknam' s Said
พอส่งเด็กผมส้มถึงบ้านผมก็ขับไปวนยูเทิร์นหน้ามอ เพื่อกลับเข้าร้านไปนอนผมก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าจะขับออกมาทำไม ปกติไปไหนมาไหนผมจะใช้บิ๊กไบค์เสมอ แต่พอเห็นเด็กนั่นผมกลับกลัวมันนั่งไม่สบายเลยเปลี่ยนมาขับรถยนต์แทน ตอนแรกผมกะจะขอบคุณมันแต่พอเห็นหน้ากลับพูดไม่ออกพาลแต่จะนึกไปถึงเื่วันก่อนอยู่เรื่อย ตอนนี้ในหัวเลยคิดถึงแต่คำพูดของพี่ชิน พอเห็นเด็กนั่นพูดคุยกับกัปตันอย่างสนิทสนมทำเอาขมับผมเต้นตุ้บ ๆ ไม่รู้ว่าเพราะอะไร แถมยังชอบพาตัวเองเข้าไปขัดจังหวะเขาด้วยเื่โง่ ๆ อีกด้วย
"มาซื้อไรวะไอ้คราม" ผมกำลังคิดอะไรเพลิน ๆ ก็ได้ยินเสียงทักจากข้างหลัง พอหันไปดูก็พบกับเพื่อนตัวเองที่คงเมาแล้วมาแวะหาอะไรกินในร้านสะดวกซื้อ ก่อนจะไปต่อที่ไหนสักที
"ไม่รู้เหมือนกัน"
"อ้าว ไอ้เวรไม่รู้แล้วมาทำไมวะ" ฝ่ายตรงข้ามถามด้วยน้ำเสียงเหลือเชื่อ ก่อนจะเหล่ตามองกล่องหมากฝรั่งในมือผม
"มึงเคี้ยวหมากฝรั่งด้วยหรอ ปกติไม่เคยเห็น"
"นั่นสิ กูเคี้ยวหมากฝรั่งด้วยหรอ"
"มึงเมาหรือไงวะคราม ดูไม่มีสติยิ่งกว่ากูซะอีก" พอมันพูดจบผมก็ยืนนิ่งพลางคิดทบทวนว่าตัวเองมาทำอะไรที่นี่ นอกจากจะนึกไม่ออกแล้วในหัวยังมีแต่คำว่า 'ไม่เห็นจะชอบเลย' ของไอ้เด็กหัวส้มนั่นด้วย พอนึกไม่ออกเพื่อนของผมก็ดึงกล่องหมากฝรั่งไปวางที่เคาน์เตอร์คิดเงิน จ่ายเงินเรียบร้อยแล้วมันก็ยัดกล่องหมากฝรั่งสามกล่องใส่มือผม
"มึงกลับไปได้ล่ะ หรือจะไปกับกูต่อ"
"ไม่อะ พรุ่งนี้กูมีงานเช้าวะ"
"เออ งั้นพรุ่งนี้เย็นเจอกันร้านมึง" ไอ้เคพูดจบก็รีบเดินออกไปจากร้านสะดวกซื้อทันที ไอ้นี่สงสัยนัดหญิงไว้แน่เลยถึงได้รีบขนาดนี้ พอเห็นเพื่อนไปผมก็พาตัวเองออกไปกลับไปนอนที่ร้านโดยมีหมากฝรั่งสามกล่องกลับไปด้วย
อีกอาทิตย์หนึ่งจะเป็วันพระใหญ่ที่ทุกร้านถูกสั่งห้ามขายแอลกอฮอล์ ผมเลยมีความคิดดี ๆ ว่าจะพาเด็กในร้านไปเที่ยวแพเล่นน้ำ พอนึกถึงเื่นี้ขึ้นมาผมเลยหันไปหยิบกระดาษและปากกาที่โต๊ะทำงานในห้อง เพื่อมาลิสต์รายการต่าง ๆ ลงไป ก่อนจะถ่ายรูปกระดาษที่เขียนเรียบร้อยแล้วส่งให้กัปตันเพื่อปรึกษาเื่นี้ต่อ
พอทำทุกอย่างเสร็จก็ยังไม่รู้สึกง่วงแต่อย่างใดเลยหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาไถเฟซบุ๊กในแท็กของร้าน เลื่อน ๆ ไปสักพักก็เห็นรูปของเด็กผมส้มที่กำลังเป็กระแสในแท็กร้าน ไม่ว่าใครมาเด็กนั่นก็จะถูกเรียกไปถ่ายรูปด้วยเสมอ บางคนถึงกับโพสต์ว่ามาไม่เจอยินถือว่าแต้มบุญหมด บางคนแท็กเฟซบุ๊กเ้าตัวด้วยเลยซ้ำ ขณะกำลังนั่งเลื่อนไปเลื่อนมารู้ตัวอีกทีผมก็กดเพิ่มเพื่อนเ้าเด็กผมส้มนั่นซะแล้ว
Talk...
อัปเดตจ้า ตอนนี้น้องยินของมัมมี้มีอีบู๊กแน้วน้าใครอยากอ่านตอนพิเศษต่อ สามารถไปตำกันได้เลย จัดโปรลดพิเศษแค่ 5 วันเท่านั้น เหลือเพียง 89 บาท ซื้อตอนนี้แถมฟรีความรักจากไรต์ ????????
https://www.mebmarket.com/web/index.php? action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NjoiOTY0Nzg1IjtzOjc6ImJvb2tfaWQiO3M6NjoiMjA3NDU4Ijt9