“หึๆ ไม่ต้องเกรงใจขนาดนั้นหรอกเธอคือผู้ใช้อาชีพลับเพียงคนเดียวของเมืองตงหลินในปีนี้ทั้งยังเป็เสาหลักของชาติที่ขาดไม่ได้ในอนาคต ถ้าฉันไม่ดูแลเธอแล้วจะไปดูแลใครล่ะ?”
เซี่ยมู่เซินมีสีหน้าท่าทางใจดีเขาสะบัดมือพลางกล่าวว่า “เอาล่ะ นี่ก็เริ่มสายแล้วเธอรีบไปหาเพื่อนร่วมทีมสักสองสามคน แล้วเข้าไปเก็บเลเวลในถ้ำปีศาจลาวาเถอะ”
พูดถึงตรงนี้เขาก็เสริมขึ้นอีกประโยคว่า “แม้ถ้ำปีศาจลาวาจะเป็แค่เหวลึกสำหรับมือใหม่แต่ค่าประสบการณ์ที่ได้นั้นสูงมาก เธอสามารถเก็บเลเวลในนั้นได้ยาวๆ จนถึงเลเวล 60เลย พอเลเวล 60 แล้วฉันจะจัดตารางฝึกฝนและเก็บเลเวลต่อเนื่องให้เธอเอง”
“ได้ครับ”
หลี่เทียนหัวพยักหน้ารับคำและกำลังเตรียมตัวจะเดินลงไปเพื่อหาเพื่อนร่วมทีมที่เหมาะสม
ทว่าจังหวะนั้นเอง
วิ้ง...
เกิดการสั่นะเืของมิติอันลึกลับ
ลู่เซิ่งที่เพิ่งจะเคลียร์เหวลึกโหมดฝันร้ายเสร็จก็ปรากฏตัวขึ้นที่หน้าทางเข้าถ้ำปีศาจลาวาพอดิบพอดี
“ลู่เซิ่ง?”
พอเห็นลู่เซิ่งดวงตาของหลี่เทียนหัวก็แดงก่ำขึ้นมาทันทีเขาทำท่าจะพุ่งเข้าไปคิดบัญชีกับลู่เซิ่งให้ได้
“เทียนหัว อย่าใจร้อน”
ยังดีที่ในเสี้ยววินาทีนั้นเซี่ยมู่เซินรีบคว้าตัวหลี่เทียนหัวไว้ทัน พร้อมกับเอ่ยเตือนข้างหูซ้ำๆ ว่า“โบราณว่าไว้ เื่เล็กไม่อดทนจะเสียงานใหญ่เธอเป็ถึงผู้ใช้อาชีพลับผู้สูงส่ง อนาคตข้างหน้าไร้ขีดจำกัดไม่มีความจำเป็ต้องไปลดตัวถือสาหาความกับไอ้พวกเศษขยะพาลาดินนั่น”
“แต่ว่าทุนการศึกษาของผม...”
เมื่อนึกถึงเงินก้อนโตจำนวนหนึ่งล้านที่ถูกลู่เซิ่งหลอกเอาไปหลี่เทียนหัวก็โกรธจนใบหน้าบิดเบี้ยว
“นี่เธอ...”
เมื่อเห็นว่าหลี่เทียนหัวยังไงก็ก้าวข้ามเื่นี้ไปไม่ได้เซี่ยมู่เซินก็ขมวดคิ้วมุ่น
ด้วยประสบการณ์ของเขามีหรือจะดูไม่ออกว่าหลี่เทียนหัวกำลังเกิด ‘จิตมาร’ขึ้นเสียแล้ว?
ต้องรู้ก่อนว่าผู้ใช้อาชีพนั้นหาก้าจะเลื่อนเลเวลจะต้องออกไปต่อสู้กับมอนสเตอร์และฆ่าฟันกับศัตรูอยู่ข้างนอกตลอดทั้งปีหากเสียสมาธิเพียงนิดเดียว พวกเขาก็อาจจะตกลงสู่หุบเหวที่ไม่อาจย้อนคืนได้
เมื่อคิดได้ดังนั้นเซี่ยมู่เซินจึงกัดฟันตัดสินใจลงมืออย่างเด็ดขาดเขาถามหลี่เทียนหัวด้วยเสียงต่ำทันทีว่า “เทียนหัวฉันถามเธอคำหนึ่ง เธออยากให้ลู่เซิ่งคนนี้ตายไหม?”
“อะไรนะ?”
หลี่เทียนหัวใจหายวูบเห็นได้ชัดว่าเขาคาดไม่ถึงว่าคนระดับนายกเทศมนตรีเมืองตงหลินอย่างเซี่ยมู่เซินจู่ๆ ก็โพล่งคำพูดแบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ยออกมาเช่นนี้
ต้องเข้าใจว่าในประเทศเสินเซี่ยตอนนี้การที่ผู้ใช้อาชีพในประเทศเข่นฆ่ากันเองโดยพลการนั้นถือเป็โทษหนักหากโชคร้ายอาจถึงขั้นโดนตัดสินปะาชีวิตได้เลย
แต่เซี่ยมู่เซินกลับไม่สนใจว่าหลี่เทียนหัวจะคิดอย่างไรเขาถามย้ำอีกครั้งว่า “ตอบคำถามของฉันมา”
“อยากครับ! อยากแน่นอนอยู่แล้ว!!!”
ในที่สุดหลี่เทียนหัวก็ตั้งสติได้เขาคำรามออกมาพลางกัดฟันแน่น
แต่ต่อมาเขาก็ขมวดคิ้วพลางกล่าวว่า“แต่ประเทศเสินเซี่ยของเราห้ามผู้ใช้อาชีพต่อสู้กันเองมาตลอดนี่ครับ...”
เขายังพูดไม่ทันจบเซี่ยมู่เซินก็โบกมือตัดบท
“เื่นั้นเธอไม่ต้องสนใจ ปล่อยให้เป็หน้าที่ของฉันเองฉันไม่เชื่อหรอกว่ามันจะมุดหัวอยู่แต่ในประเทศได้ตลอดโดยไม่เสนอหน้าออกมาเก็บเลเวลที่เขตเป็กลางเลย”เซี่ยมู่เซินกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นะเื
สิ้นคำพูดเขาก็กำชับหลี่เทียนหัวด้วยสีหน้าเคร่งเครียดว่า “แต่เื่นี้ต้องรู้กันแค่เธอกับฉันเท่านั้น ห้ามแพร่งพรายให้คนอื่นรู้เด็ดขาดต่อให้เป็พ่อแม่ของเธอเองก็ไม่ได้ เข้าใจไหม?”
“เข้าใจครับ” หลี่เทียนหัวพยักหน้าอย่างหนักแน่น
“ดีมาก เธอไปเก็บเลเวลก่อนเถอะ เดี๋ยวฉันจะไปจัดการเื่นี้ให้”
ทิ้งท้ายไว้เพียงเท่านั้นเซี่ยมู่เซินก็ปรายตาไปมองลู่เซิ่งที่อยู่ไม่ไกลอีกครั้งด้วยสายตาล้ำลึกก่อนจะหันหลังเดินจากไปอย่างรวดเร็ว
ในขณะนั้นลู่เซิ่งยังไม่ทันสังเกตเห็นตัวตนของเซี่ยมู่เซินและหลี่เทียนหัวที่อยู่ใกล้ๆเลยด้วยซ้ำ และไม่รู้เลยว่าแผนร้ายที่มุ่งเป้ามายังตนเองได้ค่อยๆเริ่มต้นขึ้นอย่างเงียบเชียบแล้ว
...
เนื่องจากพร์เสริมพลังหมื่นเท่ามีระยะเวลาคูลดาวน์ 24 ชั่วโมงจึงใช้งานได้เพียงวันละครั้งเท่านั้น
ดังนั้นหลังจากที่ลู่เซิ่งเคลียร์ถ้ำปีศาจลาวาในโหมดฝันร้ายได้สำเร็จเขาจึงไม่ได้เก็บเลเวลต่อแต่ตั้งใจจะกลับไปหาอะไรกินแล้วนอนหลับพักผ่อนให้เต็มอิ่มสักหน่อย
อย่างไรเสียการเก็บเลเวลก็ต้องทำแบบค่อยเป็ค่อยไป ไม่มีใครประสบความสำเร็จในชั่วข้ามคืน
หลังจากที่เขาออกจากถ้ำปีศาจลาวาลู่เซิ่งก็โบกแท็กซี่แถวนั้นแล้วกลับเข้าเมืองทันที
เมื่อลงจากรถลู่เซิ่งตั้งใจจะมองหาร้านอาหารเพื่อมาเติมเต็มกระเพาะของตัวเองให้หนำใจ
แต่จังหวะนั้นเองความเคลื่อนไหวที่ถนนฝั่งตรงข้ามก็ดึงดูดความสนใจของเขาเข้าเสียก่อน
“โอ้โห ทำไมคนเยอะขนาดนี้เนี่ย”
“ช่วยไม่ได้ สมาคมการค้าในเมืองตงหลินน่ะต้องเป็ซิงไห่นี่แหละที่ให้ราคารับซื้อสูงที่สุดแล้วไม่ว่าจะเป็อุปกรณ์หรือวัสดุ ขายให้พวกเขาจะไม่ผิดหวังแน่นอน”
“ก็จริงของพี่นะ”
“เฮ้อ งั้นก็รอกันต่อไป”
เขาเห็นผู้ใช้อาชีพมือใหม่จำนวนมากกำลังเข้าแถวรอคิวกันยาวเหยียดอยู่ที่หน้าประตูร้านแห่งหนึ่ง
ที่ป้ายชื่อร้านนั้นมีตัวอักษรขนาดใหญ่เขียนคำว่า‘สมาคมการค้าซิงไห่’ ส่องประกายเจิดจรัส
“สมาคมการค้าซิงไห่เหรอ?”
ลู่เซิ่งเห็นดังนั้นก็รู้สึกสนใจขึ้นมา
ในประเทศเสินเซี่ยนอกจากจะมีโรงประมูลที่เปิดให้ผู้ใช้อาชีพตั้งราคาขายของกันได้อย่างอิสระแล้วในเมืองใหญ่ต่างๆ ยังมีสมาคมการค้าที่เป็ร้านสาขาระดับประเทศอยู่อีกหลายแห่ง
สิ่งที่เรียกว่า‘สมาคมการค้า’ พูดง่ายๆก็คือห้างร้านขนาดใหญ่ที่เชี่ยวชาญด้านการรับซื้ออุปกรณ์ วัสดุและตำราสกิลทุกชนิดจากผู้ใช้อาชีพแล้วนำไปขายต่อให้กับผู้ใช้อาชีพคนอื่นที่มีความ้าเพื่อกินกำไรจากส่วนต่างราคาที่ค่อนข้างสูง
และผู้ใช้อาชีพส่วนใหญ่ก็นิยมนำของที่ตัวเองไม่ได้ใช้มาขายให้สมาคมการค้าโดยตรง
เพราะการนำไปขายที่โรงประมูลยังต้องรอให้ลูกค้าที่้าจริงๆ มาซื้อ
แต่สมาคมการค้านั้นจะประเมินราคาและรับซื้อทันทีพวกเขารับซื้อทุกอย่าง ช่วยให้ผู้ใช้อาชีพประหยัดเวลาและลดความยุ่งยากไปได้มาก
เมื่อคิดได้ดังนั้นลู่เซิ่งจึงหยุดฝีเท้าลงทันทีและตั้งใจจะเคลียร์ช่องเก็บของติดตัวของตัวเองไปในคราวเดียวเลย
เพราะในช่องเก็บของติดตัวของเขาตอนนี้เต็มไปด้วยอุปกรณ์และวัสดุไร้ค่ากองเป็พะเนินหากออกไปลุยฟาร์มมอนสเตอร์ต่อทั้งอย่างนี้เกรงว่าอีกไม่นานกระเป๋าคงจะเต็มจนใส่เพิ่มไม่ได้
เพื่อเลี่ยงไม่ให้ตัวเองต้องเสียเที่ยววิ่งไปมาลู่เซิ่งจึงก้าวเท้าเดินไปต่อท้ายแถว และเริ่มรอคิวอย่างอดทน
หลังจากที่ผู้ใช้อาชีพคนแล้วคนเล่าขายของเสร็จสิ้นไป
ในที่สุดลู่เซิ่งก็เดินมาถึงหน้าเคาน์เตอร์ของสมาคมการค้าซิงไห่ได้สำเร็จ
แต่เขายังไม่ทันได้เอาของในช่องเก็บของออกมา
จังหวะนั้นเองร่างบางที่ดูอ้อนแอ้นร่างหนึ่งก็เดินมาจากด้านหลังและแทรกคิวมายืนต่อหน้าเขาเลย
“เฮ้ย เธอแทรกคิวทำไมเนี่ย”
ลู่เซิ่งเห็นดังนั้นก็ขมวดคิ้วมุ่นกำลังจะอ้าปากต่อว่า
แต่แล้วเขาก็ต้องชะงักไปและรูม่านตาก็หดแคบลงทันที
เพราะในที่สุดเขาก็เห็นโฉมหน้าที่แท้จริงของคนที่มาแทรกคิวชัดๆเธอคือดาวโรงเรียนลั่วเซวียนเซวียน จากมัธยมตงหลินที่หนึ่ง
“นายนี่เอง?”
ในขณะเดียวกันลั่วเซวียนเซวียนก็เห็นลู่เซิ่งเช่นกันใบหน้าที่เคยดูอ่อนโยนของเธอเมื่อครู่พลันเปลี่ยนเป็เ็าทันที
“อะแฮ่ม เมียรัก เธอก็มาขายของเหมือนกันเหรอจ๊ะ”
ลู่เซิ่งลูบจมูกแก้เก้อพร้อมกับหัวเราะแห้งๆ ตีเนียนออกไป
“นาย!”
เมื่อได้ยินคำนี้ลั่วเซวียนเซวียนแทบจะฟิวส์ขาดะเิอารมณ์ออกมาตรงนั้น
ยังดีที่ในตอนนั้นเองที่หลังเคาน์เตอร์ของสมาคมการค้าซิงไห่มีชายร่างอวบคนหนึ่งสังเกตเห็นลั่วเซวียนเซวียนเข้าพอดีจึงรีบวิ่งหน้าตั้งเข้ามาหา
“โอ้โห คุณหนูลั่วไม่ใช่เหรอครับเนี่ย ลมอะไรพัดพาคุณมาถึงที่นี่ได้ครับ?”ชายอ้วนกล่าวด้วยสีหน้าประจบประแจงสุดชีวิต