19.....
เทวดาจัตุรัสนั่งนิ่งไปพักใหญ่หลังจากได้รับฟังปัญหาของชวินแต่ในฐานะเทวดาที่ได้ฟังธรรมที่วัดบ่อย จิตน้อมไปในการยึดความถูกต้อง จึงจำต้องให้ความช่วยเหลือคนที่คิดดีอย่างชวินท่านจัตุรัสใช้พลังที่มีไปทำให้นางบุญมาฝัน และในฝันนั้นก็ทำให้เห็นสองพ่อลูกมาขอร้องอ้อนวอนบุญมาให้ขัดขวางกระต่ายไม่ให้คิดทำแท้ง
“เขาก็เป็หลานของแม่ แม่อย่าทำร้ายลูกผมนะครับ”
น้ำเสียงของชวินในฝันนั้นเต็มไปด้วยความเศร้า
“มันบาปมากนะแม่บุญมาเอ็งช่วยสงเคราะห์เลี้ยงลูกของเ้าวินมันเถอะนะ นึกว่าเห็นแก่ข้ากับเ้าวินมันเถอะ”
ทองก้อนก็ช่วยมาแสดงบทบาทในฝันนั้นด้วยคนนางบุญมาตื่นขึ้นมากลางดึกด้วยความตื่นเต้น ถึงกับปลุกลูกสาวเพื่อจะได้เล่าความฝันที่เหมือนจริงนั้นให้ฟัง
“ทำไมแม่ถึงได้ฝันคล้ายกับแหวนเปี๊ยบเลย” ชโรชาก็บอกกับมารดาด้วยความตื่นเต้นเช่นกัน
“เอ็งฝันว่าไงวะ”
“เห็นพ่อกับพี่วินขอร้องให้แหวนช่วยเลี้ยงหลานไม่ให้พี่ต่ายทำแท้ง”
“จริงหรือ ..นี่แสดงว่าิญญาของพ่อกับพี่เอ็งคงจะเป็ห่วงพวกเรา”
“แหวนว่าพ่อกับพี่วินอาจจะมาเกิดก็ได้นะคะแม่ไม่แน่นะพี่ต่ายอาจจะท้องลูกแฝดก็ได้”
“ถ้าเป็อย่างนั้นก็ดีน่ะสิ ข้าดีใจเหลือเกินที่พ่อกับพี่เอ็งจะมาเกิดเป็ลูกแฝดในท้องของหนูต่าย”
“ตอนนี้พี่ต่ายก็นอนอยู่ที่ห้องของพี่วินพรุ่งนี้เราต้องพูดให้เขาเข้าใจไม่ให้ทำแท้ง”
นางบุญมาพยักหน้าด้วยความดีใจทองก้อนกับชวิน มองสองแม่ลูกด้วยความดีใจที่ทำได้สำเร็จ
“คุณยายแน่ใจนะคะว่าวินกำลังจะมาเกิดใหม่”
นัฏนรีถามยายกันยามาศด้วยความตื่นเต้นหลังจากที่เธอรบเร้าให้สิปปกร พามาหาคุณยายที่บ้านสวน และสิปปกรก็ไม่กล้าที่จะปฏิเสธเขาจึงจำต้องไปรับนัฏนรีจากบ้านั้แ่เช้าเพื่อมาพบคุณยายของเขาในวันนี้
ยายกันยามาศเล่าให้ฟังว่าได้เห็นภาพของชวินกับ ทองก้อนในสมาธิั้แ่วันที่ไปนั่งปฏิบัติธรรมที่วัดแล้ว ยายคิดที่จะปิดเื่นี้ไว้เป็ความลับแต่เมื่อนัฏนรีมาพบที่บ้านพร้อมกับซักถามเื่ที่ได้ยินเสียงของชวิน จึงทำให้ยายกันยามาศจำต้องบอกเื่ที่ได้พบเห็นในอีกมิติหนึ่งให้กับนัฏนรีฟังอย่างไม่ปิดบังโดยมีสิปปกรรับรู้ไปด้วย แม้เขาจะเคยได้ยินมาบ้างว่าคนที่สามารถนั่งสมาธิปฏิบัติจนได้ฌานนั้นจะได้พบเห็นในสิ่งที่คนทั่วไปไม่สามารถมองเห็นหรือรับรู้ได้ แต่สิปปกรก็เพิ่งจะรู้ถึงความสามารถพิเศษของยายคราวนี้เอง
“แล้วจะรู้ได้ไงครับคุณยายว่าเป็นายวินมาเกิดจริง”
สิปปกรตั้งข้อสงสัยบ้าง
“ยายเห็นของยายอย่างนี้ก็บอกตามที่เห็นส่วนใครจะเชื่อหรือไม่ก็สุดแท้แต่เถอะ”
ยายกันยามาศบอกหลายชาย
“แบบนี้ก็พิสูจน์ไม่ได้น่ะสิครับ”หลานชายสงสัย
“นั่นน่ะสิคะคุณยายถึงแม้เื่ที่คุณยายบอกว่าเห็นิญญาวินตอนที่อยู่ในงานเผาศพที่วัดมาบอกคุณยายจริง และดรีมก็เชื่อว่าคุณยายเห็นจริง ๆ แต่เื่ที่วินจะมาเกิดใหม่นี่สิคะมันพิสูจน์ไม่ได้เลย” นัฏนรีก็สงสัยเช่นกัน
“ยายเข้าใจของแบบนี้มันต้องเห็นด้วยตัวเองถึงจะเชื่อ ยายถึงไม่อยากจะเล่าให้ฟังไงล่ะ แต่เห็นว่าเราสองคนเป็คนใกล้ชิดแล้วอีกอย่างยายก็เห็นว่าหนูดรีมเป็ห่วงชวินก็เลยอยากจะบอกให้สบายใจ”
“ขอบคุณค่ะคุณยาย แล้วตอนนี้วินเป็อย่างไรบ้างคะ”
“หนูอยากรู้จริง ๆ น่ะรึ”
“ค่ะ..มีอะไรหรือคะ”
“เอาเถอะไหน ๆ ก็เล่าให้ฟังแล้วยายก็จะเล่าตามที่ได้เห็นก็แล้วกัน”
ยายกันยามาศจึงเล่าถึงเื่ที่เด็กสาวชื่อกระต่ายท้องกับชวินและกำลังคิดที่จะทำแท้ง แต่ชวินกับทองก้อนได้ขอความร่วมมือกับเทวดาช่วยให้บุญมากับชโรชาขัดขวางไม่ให้กระต่ายทำแท้ง นัฏนรีถึงกับอึ้งไปพักใหญ่กับสิ่งที่คุณยายบอกเธอไม่เคยระแคะระคายเื่ของเด็กสาวที่ชื่อกระต่ายมาก่อนเลยแม้จะทราบว่าชวินเ้าชู้ แต่เธอก็ไม่เคยคิดมาก่อนว่าชวินจะไปทำผู้หญิงท้อง
“ดรีมไม่อยากจะเชื่อเลยว่าวินจะนอกใจดรีมถึงขนาดทำผู้หญิงท้องได้”
นัฏนรีพูดพร้อมน้ำตาที่ไหลรินทั้งที่ยังไม่รู้ว่าเป็จริงหรือไม่ เพราะเป็เพียงคำบอกเล่าจากสมาธิของยายกันยามาศ
“ชวินไปเช่าห้องที่คอนโดให้กับผู้หญิงอยู่แล้วก็เคยพาไปค้างที่บ้านด้วย พ่อแม่แล้วก็น้องสาวของชวินก็รับรู้”
ยายกันยามาศเล่าต่อยิ่งทำให้นัฏนรีเสียใจจนร้องไห้โฮออกมา
“แต่..ชวินเขารักและจริงใจกับหนูดรีมนะหวังที่จะแต่งงานกับหนู ตอนนี้ิญญาของเขาก็ทุกข์ทรมานใจมากที่ทำให้หนูเสียใจ เขากำลังรอผลกรรมในลำดับต่อไปที่จะต้องเกิดในภพใหม่อีก เขาจึงไม่อยากจะทำบาป เขาคิดที่จะให้แม่ของเขาช่วยเลี้ยงลูกของเขา ซึ่งถ้ายายตีความจากภาพที่เห็นไม่ผิดลูกในท้องของผู้หญิงคนนั้นน่าจะเป็ชวินหรือไม่ก็พ่อของเขานั่นแหละ”
สิปปกรเอื้อมมือมากุมมือของนัฏนรีไว้เพื่อให้กำลังใจ
“ปอนด์ พาดรีมไปบ้านของวินได้ไหม”
“ดรีมจะไปทำไม”
สิปปกรถามเสียงอ่อนโยน เขาไม่อยากจะให้เธอเข้าไปเกี่ยวข้องกับอดีตนั้นอีกแล้ว
“ดรีมอยากจะรู้ความจริงว่าที่คุณยายพูดมาจริงไหม”
“ก็ได้ปอนด์ก็อยากจะพิสูจน์ในสิ่งที่คุณยายเล่าให้ฟังเหมือนกัน พรุ่งนี้ปอนด์จะพาไปนะ”
“จ๊ะ...แต่วันนี้พาดรีมไปเยี่ยมเ้าดุ๊กดิ๊กที่โรงพยาบาลได้ไหม ดรีมคิดถึงมันมาก”
สิปปกรหน้าซีดกับคำพูดของนัฏนรีเขาหันไปสบตากับผู้เป็ยายคล้ายจะขอคำปรึกษา ในขณะที่ยายกันยามาศรีบขอตัวลุกออกไปจากบริเวณนั้นทันทีเพราะไม่อยากจะโกหกให้ต้องผิดศีล สิปปกรจึงต้องหาทางแก้ไขปัญหาด้วยตัวเอง ซึ่งเขาก็ได้รับรู้มาจากลิลลี่ และไปรยา แล้วว่า ตอนนี้เ้าดุ๊กดิ๊กอยู่ในความดูแลของนักธุรกิจชื่อปัญจพลเพียงแต่จะต้องรอให้คนชื่อปัญจพลเดินทางมาจากต่างประเทศเสียก่อน แต่สิปปกรก็คงจะไม่สามารถที่จะบอกความจริงนี้ได้ในเวลานี้เนื่องจากได้โกหกนัฏนรีไปแล้วว่าเ้าดุ๊กดิ๊กป่วยอยู่ที่โรงพยาบาล เขาไม่อยากโกหกซ้ำซ้อนไปมาเขากะเอาไว้ว่าจะไปรับตัวเ้าดุ๊กดิ๊กมาให้กับนัฏนรีทันทีที่ปัญจพลกลับมาจากต่างประเทศ
“ว่าไงล่ะปอนด์พาดรีมไปเยี่ยมเ้าดุ๊กดิ๊กได้ไหม” เสียงอ้อนวอนของนัฏนรีดังขึ้นมาอีกครั้ง
“เอ้อ..ดรีมจ๊ะ..ตอนนี้ดรีมยังไม่แข็งแรงเลยนะอีกอย่างอีกสองสามวันเ้าดุ๊กดิ๊กก็จะออกจากโรงบาลแล้วด้วย”
“แต่ดรีมคิดถึงมันมากเลย”
“ก็รอแค่สองสามวันเท่านั้นก็ได้เจอแล้วถ้าดรีมจะไปเยี่ยมวันนี้ให้ได้ งั้นพรุ่งนี้ปอนด์ก็จะไม่พาไปบ้านสวนหาคุณยายของวินนะ”
สิปปกรจำต้องหาเงื่อนไขมาปกปิดสิ่งที่เขาโกหกเอาไว้
“ก็ได้ ก็ได้” นัฏนรีรีบบอกน้ำเสียงเอาใจ
“ต้องอย่างนี้สิครับถึงจะน่ารัก”
เขาบอกพร้อมกับสบตาเธอด้วยความหมายนัฏนรีเริ่มรู้สึกว่าสิปปกรมีความรู้สึกพิเศษกับเธอที่ไม่ใช่แบบเพื่อนมีต่อเพื่อนพอคิดมาถึงตรงนี้ก็ทำให้นัฏนรีอดนึกถึงคำพูดของสิปปกรที่บอกเธอตอนที่อยู่โรงพยาบาลไม่ได้ แม้เธอจะพยายามที่จะแกล้งทำไม่รับรู้ความในใจของเขาแต่ก็อดที่จะรู้สึกแปลกๆ ไม่ได้