ปกรณัมนักเรียนขั้นเทพ

    ตอนที่ 25 : ซื้อรถ!

    “แบบนี้มันดูไม่ค่อยเหมาะมั่ง ก็แค่ร้อยล้านเอง ถ้าไม่เช่นนั้นหมายความว่าฉันเป็นคนไม่น่าเชื่อถือไว้ใจ ? เธอรู้หรือเปล่า สำหรับฉันแล้วศักดิ์ศรีเป็นเรื่องใหญ่มาก จะรับเงินเพียงน้อยนิดทำให้ตัวเองเสียหน้าได้หรอ!” เฉิงหยู่ กำลังแสดงถึงจุดยืน จ้องราวกับว่าเขาจะกลืนกิน หยางลั่วเซวียะ น้องสาว ดูสิ ว่าจะไว้หน้าพี่ชายหรือไม่


    พอได้ยินเฉิงหยู่พูด หยางลั่วเซวียะ ก็หน้าเสียทันที ขายคนนี้ช่างหน้าไม่อาย เขาพูดมันได้อย่างหน้าตาเฉย ร้อยล้านยังบอกน้อยอีกหรือ ตะกี้ใครกันที่นั่งรถมาแล้วไม่มีเงินจ่าย มิหนำซ้ำยังมีหน้าให้คนอื่นจ่ายเงินให้อีก


    “แล้วนายอยากได้เท่าไหร่ล่ะ?” หยางลั่วเซวียะ กัดฟันถามออกไป


    “ฉันคิดว่าพูดไปเธอคงไม่ตกลง ดังนั้นฉันน่าจะไปร่วมมือกับคนอื่นดีกว่า ในเมื่อส่วนแบ่งที่ได้มันน่าดึงดูด เราก็ต้องรับไว้พิจารณา เธอคิดว่างั้นไหม?” เฉิงหยู่ พยายามโน้มน้าว หยางลั่วเซวียะ ให้ตกสู่กับดัก


    “งั้นร้อยยี่สิบล้าน ตอนนี้ก็เซ็นสัญญากันเลย นายต้องตกลงนะ มิเช่นนั้นห้ามก้าวออกจากประตูนี้เด็ดขาด” หยางลั่วเซวียะ เริ่มไม่สบอารมณ์ เลยต้องใช้วิธีบังคับแล้ว


    “อะไรนะ! เธอจะบังคับฉันหรือ? ฉันจะบอกอะไรให้ ฉันไม่เคยยอมให้ใครมาบังคับ” เฉิงหยู่ ถอยหลังออกไปสองก้าว ทำท่ากอดอก พูดด้วยหน้าตาขึงขัง


    หยางลั่วเซวียะ ก็ไม่สนใจเขา ใช้มือกดตัวกริ่งที่อยู่บนโต๊ะ สักพักหนึ่ง เลขาหลัน ก็เดินเข้ามา “ประธาน ต้องการอะไรค่ะ?”


    “เธอไปเตรียมเอกสารที่ใช้เซ็นสัญญามาที แล้วหลังจากนั้นก็ช่วยเบิกเงินมาร้อยยี่สิบล้าน”


    “ประธานหยาง ตอนนี้พวกเราเพิ่งเริ่มโปรเจ็คยาสองตัวที่จะวางจำหน่าย ตอนนี้พวกเราจึงไม่สามารถเบิกเงินจำนวนมากขนาดนั้นได้ค่ะ” เลขาหลัน มองเห็นชายหนุ่มที่ยืนทำท่าเย่อหยิ่งอยู่ข้างๆ ก็รู้สึกเป็นสงสัย ทำไมประธานหยางจะต้องมาคุยกับเจ้าหมอนี่ด้วยนะ ก่อนหน้าก็เคยได้ยินว่า ยาตัวก่อนก็ได้รับความร่วมมือจากเด็กหนุ่มคนนี้


    “แล้วเบิกได้เท่าไหร่?” หยางลั่วเซวียะ ขมวดคิ้วถาม


    “มากที่สุดก็ประมาณห้าสิบล้านค่ะ ถ้ามากกว่านี้คงจะอนุมัติได้ลำบาก” เลขาหลัน วิเคราะห์พิจารณาแล้วจึงตอบกลับไป


    “นายคงได้ยินแล้วนะ ตอนนี้ฉันไม่สามารถเอาเงินออกมาได้มากขนาดนั้น มากสุดได้แค่ห้าสิบล้าน แต่ว่านายต้องเซ็นสัญญาก่อน แล้วที่เหลือจะส่งตามไป”


    พอได้ยินคำของ หยางลั่วเซวียะ เลขาหลัน ก็รู้สึกประหลาดใจไม่น้อย คิดไม่ถึงว่าจะเป็นเรื่องจริงที่ประธานร่วมธุรกิจกับเด็กหนุ่มคนนี้ ใครจะไปนึกว่าเด็กหนุ่มคนนี้ อยู่ๆดีก็ได้เงินเป็นร้อยล้าน ที่สำคัญตัวของเธอยังเคยเห็นยาทั้งสองตัวมาก่อนแล้ว ว่ามันให้ผลลัพธ์ยอดเยี่ยมแค่ไหน มันเป็นยาที่พอกินไปแล้วจะช่วยบำรุงความสวยความงาม มันต้องสร้างรายได้อย่างถล่มทลาย อีกทั้งสัญญาที่ร่างเธอก็เป็นคนตรวจสอบ ทำให้เธอรับรู้ส่วนแบ่งปันผลทั้งหมด ทั้งสองฝ่ายแบ่งกัน 50 : 50 ใครจะไปคิดล่ะว่าเด็กหนุ่มที่ไม่มีแม้กระทั่งเงินจ่ายค่ารถ จะมีเบื้องหลังที่น่าตกใจเช่นนี้


    ระหว่างที่ เลขาหลัน กำลังตกตะลึงต่อเด็กหนุ่มตรงหน้า เฉิงหยู่ ก็พูดขึ้นมาอย่างไม่เกรงใจ “เธอให้ฉันมาก่อนสิบล้าน ส่วนที่เหลือค่อยว่ากันภายหลัง”


    เดิมที เฉิงหยู่ คิดแค่ว่าการร่วมมือธุรกิจกับ หยางลั่วเซวียะ เพียงต้องการหาเงินใช้นิดๆหน่อยๆ ใครจะรู้ว่าอีกฝ่ายนั้นไม่ให้เกียรติตนเองเลย จึงจำเป็นต้องใช้ไม้แข็ง ในความเป็นจริง เฉิงหยู่ ไม่ได้คิดจะเรียกเงินจำนวนมากขนาดนั้นจากเธอ ก่อนหน้าระหว่างที่นั่งรถมา เขาฉุกคิดขึ้นมาได้ว่าการที่ไม่มีรถถือเป็นเรื่องที่ลำบาก ก็เลยคิดจะหาซื้อรถไว้สักคัน แต่ติดปัญหาที่เรื่องเงิน


    พอ เลขาหลัน ออกไป หยางลั่วเซวียะ ก็มองไปที่ เฉิงหยู่


    “เธอจ้องฉันทำไมเนี่ย ก็พอจะรู้อยู่ว่าฉันมีเสน่ห์ แต่นัยตาเธอมันฟ้องว่ากำลังโหยหาฉัน ถูกจ้องแบบนี้ก็ชักจะเริ่มกลัวๆเหมือนกัน และขอบอกไว้ก่อน ว่าฉันไม่ใข่ผู้ชายใจง่าย”


    “เมื่อกี้นายโกหกฉันสินะ!” หยางลั่วเซวียะ ชี้ไปที่ เฉิงหยู่


    “เรื่องอะไร ฉันไปโกหกอะไรเธอ?” ตอนนี้ต้องทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ไปก่อน


    “ตอนแรกนายบอกว่าจะร่วมมือกับ หัวเสิ้งเภสัช ใช่ไหมล่ะ? เพราะก่อนหน้านั้นฉันไม่ยอมให้เงินนาย ?” ตอนแรก หยางลั่วเซวียะยังไม่รู้สึกถึงความผิดปกติ แต่พอได้ยิน เฉิงหยู่ บอกว่าเอามาแค่สิบล้าน เธอก็เริ่มรู้สึกระแคะระคาย ชัดเจนว่า เฉิงหยู่ ไม่ได้สนใจเรื่องเงิน หมายความว่าเรื่องที่จะไปเซ็นสัญญากับอีกบริษัทหนึ่งเป็นเรื่องที่กุขึ้น นี่แสดงให้เห็นว่าเขาเป็นคนเจ้าเล่ห์ เขาถึงได้มายื่นข้อเสนอกับตัวเองโดยไม่คิดจะปล่อยให้คนอื่นทำกำไรแต่แรก


    “ไหงเป็นแบบนี้ไปได้ล่ะ ? หรือยังคงสงสัยในตัวยาของฉันอยู่อีก ? ฉันจะบอกเธอให้ ยาของฉันที่มีอยู่ในตอนนี้ เพียงแค่เม็ดเดียวก็มีมูลค่ามหาศาลแล้ว” เขาก็ยังแถไปได้อีกเรื่อยๆ ในเมื่อสาวงามกล้าล้ำเส้น ไม่เคยไว้หน้าให้เกียรติกัน เขาจะต้องสั่งสอนให้เข็ด


    ต้องบอกว่ายาทั้งหลายที่ เฉิงหยู่ ครอบครอง หากจำหน่ายสู่ท้องตลาดมันย่อมต้องมีมูลค่าที่สูงมากแน่นอน มิหนำซ้ำเขายังมีความลับที่ซ่อนอยู่มากมาย ยังไม่รู้เลยว่าเขาปกปิดสิ่งใดไว้บ้าง


    “ถ้าหากนายไม่ได้โกหกฉันก็ไม่ได้ว่าอะไร แต่ว่ามีบางอย่างที่จะบอกให้เข้าใจชัดเจน คราวหน้าถ้านายมีสินค้าอะไรใหม่ๆนายต้องติดต่อฉันก่อน ห้ามไปติดต่อคนอื่นข้ามหน้าฉัน”


    “ตกลง เอาตามที่เธอว่า” เฉิงหยู่ ไม่ได้คัดค้าน เพราะว่าที่จริงแล้วเขาก็ไม่คิดจะไปร่วมมือกับใคร


    ต่อมา เฉิงหยู่ พอได้รับเช็คมูลค่าสิบล้านก็กลับลงมา ด้วยความรู้สึกปีติยินดี เพราะในที่สุดตัวเองก็มีเงินแล้ว


    “คุณเฉิง” ยามชั้นล่างที่เจอกันก่อนหน้านี้ ก็กล่าวทักทาย


    “อืม สวัสดี เมื่อครู่ขอบใจมากนะ ฉันดูคนไม่ผิดจริงๆ” เฉิงหยู่ พูดไปยิ้มไป


    “ขอบคุณครับ คุณเฉิง” พอได้ยิน เฉิงหยู่ เอ่ยปากชม ตัวเองก็นึกดีใจ เขาเป็นถึงคนใหญ่คนโต ที่สามารถสนทนากับ หยางลั่วเซวียะ ได้อย่างสนิทสนม นับว่าไม่ธรรมดาจริงๆ


    “อาเฉียง แกนี่โชคดีนะ ไม่แน่ถ้าเขาพูดชมนายต่อหน้าประธานหยาง นายอาจจะได้เลื่อนตำแหน่งมาเป็นหัวหน้าพนักงานรักษาความปลอดภัย” ยามอีกคนหนึ่งกล่าวด้วยความอิจฉา


    เฉิงหยู่ ตอนนี้มีเงินแล้ว สิ่งแรกที่ที่เขาคิดจะทำ ก็คือการหาซื้อรถ ซื้อรถอะไรดีล่ะ ? แน่นอนคงต้องซื้อรถสปอร์ต


    “คุณผู้ชาย! ว่ายังไงค่ะ! ต้องการสอบถามเรื่องรถหรือเปล่า ?” พอเห็น เฉิงหยู่ เข้ามาที่โชว์รูม หญิงสาวคนหนึ่งปรี่เข้ามา เธอก็คือเซลล์ขายรถของที่นี่


    ก่อนหน้า เฉิงหยู่ ยืนมองดูอยู่สักพักแต่ไม่มีใครเข้ามาหา จนกระทั่งหญิงสาววัยรุ่นคนนี้เดินมาสอบถามเขา


    ส่วนหญิงสาวคนอื่นๆกลับมองเขาอย่างเหยียดหยาม ทำไมน่ะหรอ ? คงเพราะ เฉิงหยู่ แต่งกายด้วยชุดธรรมดาทั่วไป แถมดูยังไงๆก็แค่เด็กอายุสิบแปด จะมีปัญญาซื้อรถไหวหรอ คงแค่มาดูเท่านั้น


    “อ๋อ มีรถรุ่นอะไรบ้าง ” เฉิงหยู่ ที่สังเกตุเห็นว่าหญิงสาวเหล่านั้นมองสำรวจเขาตั้งแต่หัวจรดเท้า แค่นี้ก็เดาออกแล้วว่าเกิดอะไรขึ้น


    สายตาที่ดูถูกเหยียดหยามเช่นนี้ ไม่ว่าจะอยู่ในโลกไหน ก็ไม่ต่างกัน เมื่อก่อน เฉิงหยู่ ไปยังถนนฟาง ถนนฟางตั้งอยู่ในโลกเซียนเป็นตลาดแห่งหนึ่ง ที่นั้นมีผู้ฝึกตนมากมาย ในขณะนั้นเขาเพิ่งสำเร็จวิชาศาสตร์ปรุงยา เขาจึงต้องการที่จะซื้อวัตถุดิบ แต่มีเงินไม่พอ จึงโดนดูถูกเหยียดหยามจากใครหลายๆคน


    “คุณผู้ชายอยากได้รถแบบไหนค่ะ ? อยากได้คันที่มีราคาประมาณเท่าไหร่ ?” หญิงสาวที่กล่าวไม่ได้คิดดูถูก เฉิงหยู่ เลยแม้แต่น้อย เพราะว่าเธอเพิ่งมาทำงานที่โชว์รูมรถนี้ได้ไม่นาน ยังไม่มีประสบการณ์มาก ถ้าหากว่ามีลูกค้าเข้ามา เธอก็ต้องเข้าไปให้ข้อมูลบริการลูกค้า เพราะฉะนั้นหญิงสาวจึงไม่ได้สนว่า เฉิงหยู่ จะมีเงินซื้อรถหรือไม่ ต่อให้ขายไม่ได้ ก็ถือว่าเป็นการเพิ่มประสบการณ์ให้กับแก่ตนเอง


    เฉิงหยู่ มองไปที่ป้ายชื่อบนหน้าอกของหญิงสาวนั้น ----- สู่ลี่


    “ฉันต้องการซื้อรถยนต์ที่มีความเร็วสูง คุณมีที่อยากแนะนำไหม ?” เฉิงหยู่ ระบุในสิ่งที่ต้องการ โดยการแกล้งพูดเสียงดังๆ


    หญิงสาวเหล่านั้นที่อยู่รอบๆ เมื่อได้ยินก็ทำหน้าดูถูกยิ่งกว่าเดิมอีก ไม่มีเงินก็คือไม่มีเงิน แล้วการแต่งตัวนั้นมันอะไรกัน สภาพแบบนี้แค่ซื้อรถได้สักคันก็นับว่าปฏิหาริย์แล้ว


    “ถ้างั้นคุณผู้ชายสนใจซื้อรถสปอร์ตไหมค่ะ? รถสอร์ตไม่ได้อยู่ในห้องด้านนี้ จะอยู่ด้านในอีกทีค่ะ จะให้พาไปดูไหมค่ะ” ถึงแม้หญิงสาวจะดูไม่ค่อยมั่นใจ ในตัว เฉิงหยู่ มากนัก แต่ก็เลือกจะพาเขาไปดูด้านใน เผื่อบางทีเขาอาจจะซื้อจริงๆ ? ถ้าซื้อไม่ไหวล่ะจะทำยังไง ? บนโลกนี้มีคนมากมายที่ซื้อรถราคาเช่นนี้ไม่ไหว ตัวเองก็ไม่มีปัญญาเช่นเดียวกัน


    ออกจากโชว์รูมด้านนอกแล้ว ก็เข้าไปยังห้องโชว์รูมด้านใน เมื่อเข้ามาแล้ว ภายในช่างดูแตกต่างจากภายนอกมากมาย เนื่องจากมันเต็มไปด้วยรถสปอร์ต


    เฉิงหยู่ เดินดูรอบๆ ก็มีเจอที่ถูกใจอยู่จำนวนหนึ่ง รถเหล่านี้ดูๆแล้วค่อนข้างหรูหรา แต่แบบที่เขาต้องการเป๊ะๆนั้นกลับไม่มี ในขณะที่ เฉิงหยู่ กำลังส่ายหัวอยู่นั้น ตาก็เหลือบไปเห็น ก็เห็นรถคันหนึ่งที่จอดแยกออกไป


    รูปทรงลวดลายของรถนั้นค่อนข้างดึงดูดสายตา บวกกับสีเทาเข้มให้ความลึกลับ ลักษณะโดยรวมค่อนข้างแปลกตาทีเดียว ถ้าคิดจะดึงดูดสายตาคนอื่นๆ ก็ต้องเป็นคันนี้ล่ะ!


    เห็น เฉิงหยู่ เป็นแบบนี้ ก็รู้แล้วว่าถูกใจรถคันนี้ สู่ลี่ ก็ไม่ได้สนใจว่า เฉิงหยู่ จะมีเงินหรือไม่ ก็พูดขึ้นมา “นี่คือ Lamborghini Aventador LP700-4 เป็นรถที่ผลิตปี 2013 ราคา 7.5 ล้านค่ะ ถ้าหากคุณผู้ชายสนใจจะลองนั่งก่อนก็ได้ค่ะ”


    “อ่อ? ลองได้หรือ?” เพราะตอนนี้ เฉิงหยู่ ตกหลุมรักรถคันนี้ซะแล้ว เลยคิดอยากจะลองนั่งดู


    “แน่นอนค่ะ คุณผู้ชายรอสักครู่นะค่ะ ฉันจะไปเอากุญแจมา” สู่ลี่ พูดเสร็จก็รีบวิ่งออกไปเอากุญแจ หญิงสาวด้านนอกเห็น สู่ลี่ ออกมา ก็รีบเดินมาขวาง


    “เธอบ้าหรือเปล่า รถคันนั้นจะให้ใครขึ้นไปลองนั่งง่ายๆได้ยังไง? เธอดูคนไม่ออกหรือไง? เด็กอายุสิบแปดจะมีปัญญาซื้อรถราคาขนาดนั้นไหวหรอ?” เพื่อนร่วมงานไม่สนใจว่า สู่ลี่ ฟังหรือไม่ ก็รีบไปพูดโน้มน้าว


    สู่ลี่ ก้มหน้าห้มตาไม่ได้พูดอะไร ก็มุ่งตรงไปที่สำนักงาน เวลาไม่นาน ชายอายุสี่สิบคนหนึ่งก็เดินตาม สู่ลี่ ไปยังห้องโชว์รูมด้านใน


    “สวัสดีครับ! คุณผู้ชาย ผมเป็นผู้จัดการการฝ่ายขายของโชว์รูมนี้ ไม่ทราบว่าผมควรจะเรียกคุณว่า ?” ผู้จัดการเดินตรงเข้าไปถามอย่างมีมารยาท โดยไม่ได้ดูถูก เฉิงหยู่ ที่ใส่ชุดธรรมดาๆ


    เป็นผู้จัดการของโชว์รูมใหญ่ขนาดนี้ มีหรือจะไม่มีตามอง เด็กหนุ่มคนนี้ถึงแม้จะแต่งตัวสบายๆ แต่เสื้อผ้าที่สวมใส่อยู่มีราคาแพงทีเดียว ที่สำคัญที่สุดเด็กหนุ่มนี่ดูมีสง่าราศี อาจจะเป็นลูกของเศรษฐี มีคนแบบนี้มากมายให้พบเห็นใน หยุนไห่


    “ผมแซ่เฉิง” เฉิงหยู่ ตอบกลับ


    จบตอน

    นิยายแนะนำ