ตอนที่ 57
สังหารทหารแคว้นหลิว
เหล่าทหารแคว้นหลิวต่างประหลาดใจที่พวกเขาไม่สามารถขยับได้
“ นี่ๆ พวกเจ้าเข้ามาในอาณาเขตของข้าแล้วยังมาแสดงท่าทางเช่นนั้นมันอันใดกัน อย่างตายมากงั้นรึ ” เสียงของหลิงเฉินดังขึ้นมาดึงดูดสายตาของเหล่าทหารแคว้นหลิวที่กำลังตื่นตระหนกให้มองมาที่เขา
ร่างกายของเหล่าทหารแคว้นหลิวพวกนี้กำลังโดนหลิงเฉินตรึงเอาไว้ สถานที่แห่งนี้คือที่ที่หลิงเฉินเอาไว้หลับนอน ภายในป่าเช่นนี้ถ้าเขาไม่ป้องกันอันใดเอาไว้มันคงจะดูประมาทเกินไปหน่อย
ตอนแรกที่หลิงเฉินวางอาณาเขตอักขระเอาไว้ก่อนแล้ว ตอนแรกที่เขาสร้างอาณาเขตอักขระเอาไว้เขาแค่จะสร้างเพื่อป้องกันสัตว์อสูรวิญญาณเท่านั้นแต่ไม่คิดเลยว่าจะได้คนมาติดกับแทน
อาณาเขตอักขระที่หลิงเฉินสร้างขึ้นมาในครั้งนี้มันเป็นอาณาเขตคนละอย่างกับที่เขาสร้างไว้ที่บ้านของเขา
อาณาเขตอักขระชนิดนี้เป็นอาณาเขตที่มีชื่อว่า อาณาเขตอักขระโลหิตย้อนกลับ ที่เป็นอาณาเขตอักขระระดับสีฟ้า ผลของผู้ที่ก้าวเท้าเข้ามาภายในอาณาเขตโดนไม่ได้รับอนุญาติโลหิตภายในร่างกายของเขาจะแข็งตัวไปชั่วขณะทำให้ร่างกายไม่สามารถขยับได้
แม้แต่หมิงเหอหลิงเองก็ประหลาดใจนักที่ทหารของแคว้นหลิวพวกนี้มีท่าทางแปลกๆไป
หลิงเฉินได้ลุกขึ้นจากท่านั่งก่อนจะถอนหายใจลากยาวออกมาแล้วกล่าว “ เฮ้อ!!! พวกเจ้าเนี่ยนะข้ายังไม่ได้กินอาหารเช้าเลยก็ต้องออกแรงแล้ว ”
“ เจ้าเด็กนี่แกใช้วิธีสกปรกอันใดกันกับพวกข้า!!! ” ทหารของแคว้นหลิวที่นั่งอยู่บนหลังม้าได้กล่าวออกมาด้วยท่าทางเกรี้ยวโกรธ
“ สกปรกงั้นรึ อย่าพูดบ้าๆน่าพวกเจ้ามันโง่เองไม่ใช่หรือไง ” หลิงเฉินกล่าวออกมาพร้อมยกยิ้มที่มุมปากเพื่อเยาะเย้ยพวกทหารของแคว้นหลิว
คำพูดและกิริยาของเด็กหนุ่มตรงหน้ามันทำให้เปลวเพลิงแห่งความโกรธภายในใจของพวกทหารของแคว้นหลิวลุกไหม้ขึ้นมาทันที พวกมันกัดฟันแน่นด้วยความโกรธแค้นแต่ก็ทำอันใดไม่ได้
ดวงตาของหลิงเฉินเริ่มเปลี่ยนไปมันเริ่มกลายเป็นดวงตาที่เย็นยะเยือกกวาดมองเหล่าทหารของแคว้นหลิวที่ล้อมรอบตนเองอยู่
คนพวกนี้เป็นผู้ฝึกตนระดับก่อกำเนิดกันทั้งนั้น เมื่ออีกฝ่ายเป็นผู้ฝึกตนที่มีระดับพลังวิญญาณไม่มากนักเช่นนี้มันก็ถือว่าเป็นโชคร้ายของพวกมันเอง เพราะอาณาเขตอักขระโลหิตย้อนกลับที่หลิงเฉินสร้างมันจะส่งผลออกมาร้ายแรงที่สุด
หลิงเฉินยกยิ้ม “ โชคร้ายจริงๆนะพวกเจ้า ”
สิ้นสุดเสียงอันเย็นชาของเด็กหนุ่มตรงหน้าร่างของเหล่าทหารของแคว้นหลิวก็ต่างมีบางอย่างผิดแปลกไปพวกมันรู้สึกว่าบางอย่างภายในร่างกายกำลังจะพุ่งออกมา ไม่นานนักโลหิตจำนวนมากได้กระอักออกมาจากทางปากและทางหูของพวกมัน
“ อ๊าก!!! ” เหล่าทหารของแคว้นหลิวกระอักเลือดออกมาพร้อมกัน โลหิตของพวกมันหลั่งไหลออกมามากกว่าโดนกระบี่ฟัน 10 แผลเสียอีก เพียงหลิงเฉินกระพริบตาอีกสองครั้งชีวิตของพวกมันก็ดับสิ้นเพราะว่าโลหิตนั้นไหลออกมาจนหมดร่างกาย
หมิงเหอหลิงที่กำลังอยู่ในท่านั่งก็สุดแสนจะตื่นตระหนกเขาไม่เคยเห็นทักษะหรืออักขระเช่นนี้มาก่อน ด้วยความประหลาดใจในวิชาที่เด็กหนุ่มผู้นี้ใช้ หมิงเหอหลิงใช้ดวงตามองไปที่เด็กหนุ่มวัย 16 ปีที่สวมใส่อาภรณ์สีดำทมิฬอย่างตาไม่กระพริบ
บัดนี้ภายในใจของไท่จื่อเต็มไปด้วยคำถามมากมายที่อยากจะถามกับเด็กหนุ่มผู้นี้
หลิงเฉินที่จัดการเรื่องทุกอย่างจนเสร็จเขาได้หันกลับมามองไปที่เหอหลิงก่อนที่จะเดินมาหยุดลงตรงหน้าของเขาแล้วย่อกายลงไปอยู่ในระดับเดียวกันเพื่อพร้อมจะสนทนา
“ ข้าได้ยินพวกมันเรียกเจ้าว่าหมิงเหอหลิง เจ้าเป็นเชื้อพระวงศ์งั้นรึ ” หลิงเฉินเอ่ยถามเพื่อความแน่ใจ ยามแรกเขาเห็นชุดเกราะที่บุรุษวัย 19 ปีผู้นี้สวมใส่อยู่เป็นชุดเกราะสีทองที่ดูทรงคุณค่าก็คิดว่าน่าจะเป็นเชื้อพระวงศ์หรือขุนนางชั้นสูง แต่หลังจากที่เมื่อกี้ได้ยินทหารของแคว้นหลิวกล่าวก็ยิ่งมั่นใจว่าชายผู้นี้เป็นคนของราชวงศ์หมิง
หมิงเหอหลิงพยักหน้าขึ้นมาอย่างเรียบเฉย
“ ข้าคือองค์รัชทายาท ของแคว้นหมิง องค์ชายหมิงเหอหลิง ” หมิงเหอหลิงตอบกลับคำถามไปเขาไม่คิดที่จะปิดบังสถานะของตนเองอยู่แล้ว
“ โอ้!!! ที่แท้ก็ไท่จื่อแห่งแคว้นหมิงนี่เอง!!! ” หลิงเฉินเอ่ยออกมาด้วยรอยยิ้ม ตอนนั้นตาเฒ่ามู่บอกชื่อของพวกเชื้อพระวงศ์ให้กับเขาตอนอยู่ในโรงเลี้ยงม้าภายในวังหลวงแต่เขาก็ลืมพวกมันไปจนหมดแล้ว
ปฏิกิริยาของเด็กหนุ่มตรงหน้าที่มีต่อเขามันทำให้ หมิงเหอหลิงให้ประหลาดใจยิ่งนักถ้าเป็นคนปกติธรรมดาเมื่อได้รู้ตัวตนของเขาก็ควรจะคุกเข่าลงไปแล้วก้มคำนับแล้วแท้ๆ ยิ่งมองยิ่งประหลาด
“ เจ้าเป็นผู้ใดกันแน่แล้วต้องการอันใด ” หมิงเหอหลิงเอ่ยถามหลังจากที่สังเกตท่าทางที่ไม่ใช่คนธรรมดาของหลิงเฉิน
หลิงเฉินยิ้มอีกฝ่ายเข้าประเด็นอยากให้ง่ายเช่นนี้ก็ดีเขาจะได้ไม่ต้องอ้อมค้อม
“ ไท่จื่อ อยากให้ข้าถอนพิษภายในร่างกายให้ท่านหรือเปล่า”
“ เจ้าต้องการอันใด??? ”
“ ถ้าเขาสามารถถอนพิษในร่างกายของท่านออกไปได้จะถือว่าท่านเป็นหนี้บุญคุณค่า 1 ครั้ง บุญคุณครั้งนี้แม้ฟ้าจพังทลายท่านก็ห้ามลืมเลือน ”
หมิงเหอหลิงหยุดคิดและตรองดูเขานั้นไม่รู้ที่มาที่ไปของเด็กหนุ่มผู้นี้แต่การที่เด็กหนุ่มผู้นี้ยื่นมือเข้ามาช่วยเขาแล้วสังหารทหารของแคว้นหลิวแปลว่าเขาไม่ใช่พวกคนของแคว้นหลิว หนี้บุญคุณหนึ่งครั้งมันไม่ใช่เรื่องใหญ่อันใดสำหรับเขา ในเวลาเช่นนี้เขาควรจะคิดถึงชีวิตของตนเองมากกว่า
หลังจากที่ตรองดูถึงผลได้ผลเสียหมิงเหอหลิงได้กล่าวออกไปอย่างหนักแน่น “ ได้!!! ข้าตกลง ”
จบตอน