เกิดอีกคราเป็นชายาตัวร้าย(มีEbook)

    บทที่ 56 วันเกิดท่านแม่

                ในเมื่อเฉาอวิ๋นจือคือกุญแจดอกเดียวที่จะไขความลับในคดีของเผยมู่ซีและคดีค้าหญิงคณิกาองค์ชายสิบห้าจึงเสด็จไปหารือชินอ๋องและท่านอ๋องเก้าชินอ๋องซึ่งเป็นแม่ทัพใหญ่จึงทรงเขียนสาส์นสั่งการให้ทหารช่วยสืบหาอีกแรง

                ระหว่างนี้หมิงเฉิงอวี่เสด็จกลับไปรอตรวจงานที่อำเภอเฉินเป็นรอบสุดท้ายโดยมีจินวั่งซู่หน้าทนเบียดขึ้นรถม้าพร้อมเตรียมคนและข้าวของส่วนตัวด้วย

                “คุณชายจินมิใช่ท่านควรต้องอยู่เมืองหลวงช่วยข้าสืบข่าวหรอกหรือ?”

                “องค์ชายท่านลองคิดดูสิพะยะค่ะ ชินอ๋องก็ช่วยสั่งการให้ทหารเมืองฉู่จิ้งช่วยหาคนให้แล้วอ๋องเก้าก็ทรงเป็นหูเป็นตาในเมืองหลวงให้ คนของหม่อมฉันก็ไปสืบในตระกูลเผยตระกูลชิง และตระกูลจื้อ ข่าวพวกนี้ล้วนต้องรออีกสักระยะระหว่างนี้หม่อมฉันถือโอกาสมาชมความงดงามของวัดพระโพธิสัตว์ไม่ดีหรือ?ในเมื่อพระองค์ก็จะมาตรวจงานเป็นครั้งสุดท้ายแล้ว”

                หมิงเฉิงอวี่สีหน้ามิได้ทรงเชื่อถือคำพูดของจินวั่งซู่แต่อย่างใด

                “บนใบหน้าของท่านคล้ายกับมีคำหนึ่งเขียนเอาไว้”

                “คำว่าอะไรหรือพะยะค่ะ?”

                “อยากรู้อยากเห็น!”

                “อ้อ!”

                ครั้นถึงอำเภอเฉินจินวั่งซู่ก็รีบให้กังซือเฉินพาเขาไปวัดทันทีโดยอ้างว่าอยากจะเห็นวิหารเก้าเทพที่กำลังจะเสร็จสมบูรณ์ยิ่งนักองครักษ์กังผู้น้องยิ้มแย้มแจ่มใสรีบพาไปในทันที คุณชายจินควบม้าไปพร้อมกับองครักษ์อีกสี่คนที่ไปตรวจตราความเรียบร้อยๆรอบๆ วัด

                ครั้นมองเห็นหญิงสาวร่างเล็กที่กำลังนั่งหันหลังวาดรูปอยู่ผนังด้านล่างของวิหารจินวั่งซู่ก็เดาได้ทันที...นางคือจิตรกรอายุน้อยที่สุดเท่าที่เขาเคยเห็นมา!

                จังหวะนั้นเป็นช่วงใกล้เลิกงานของนางพอดีจินวั่งซู่เดินสำรวจจากชั้นบนไล่ลงมาทีละชั้นความงดงามของฝีมือจิตรกรหลวงช่างน่าตื่นตาตื่นใจนัก แม้ว่าเขาจะมิใช่ผู้ที่นิยมงานศิลปะแต่ก็ยังรู้สึกได้ว่าวิหารแห่งนี้จะกลายเป็นแหล่งที่ผู้คนอยากจะมาชื่นชมเป็นแน่เขาเดินลงมาถึงชั้นล่างสุดและไปนั่งชมฝีมือของคุณหนูชิงด้วยความสนใจร่างของนางเหมือนเด็กหญิงอย่างที่กังซือเฉินบอกไว้แต่ฝีมือของนางราวกับผู้ที่ฝึกวาดภาพอย่างคร่ำเคร่งมานับสิบปี

                ....หน้าตาของนางเป็นอย่างไรกัน?จึงดึงดูดองค์ชายสิบห้าผู้เย่อหยิ่งไว้ได้!

                ใกล้เวลาจะเลิกงานเสี่ยวลิ่งก็เตือนคุณหนูของตนให้วางพู่กันเพราะวันนี้เป็นวันคล้ายวันเกิดของฮูหยินคุณหนูจึงรับปากกับฮูหยินว่าจะรีบกลับจวนเพื่อฉลองกันด้วยอาหารมื้อพิเศษกันเป็ดอบตัวใหญ่สองตัวที่เสี่ยวลิ่งช่วยหมักเครื่องเทศไว้ตั้งแต่เมื่อเช้าป่านนี้คงถูกอบในลังถึงใหญ่ส่งกลิ่นหอมอบอวล!

                “คุณหนูเจ้าค่ะวันนี้พวกเราจะต้องรีบกลับจวนนะเจ้าค่ะ”

                “อืม...ข้าจะหยุดวาดเดี๋ยวนี้แล้ว!”

                ชิงหลานวางพู่กันปล่อยให้เสี่ยวลิ่งช่วยทำความสะอาดอุปกรณ์ส่วนนางก็ลุกขึ้นบิดเนื้อบิดตัวหมุนศรีษะและหัวไหล่ไปมาเมื่อหันหลังไปเจอบุรุษรูปงามผู้หนึ่งนั่งอมยิ้มมองอยู่ ในชาติที่นางเป็นเผยมู่ซีเคยเจอคนผู้นี้หลายครั้งแต่มิเคยได้สนทนาปราศรัย...คุณชายจินบุรุษผู้รู้เรื่องราวในครัวเรือนของคนสำคัญทั่วเมืองหลวง!

                “คุณหนูชิงข้าคือจินวั่งซู่คนสนิทขององค์ชายสิบห้า ข้าติดตามองค์ชายมาจากเมืองหลวงได้ยินว่าเจ้าเป็นจิตรกรอายุน้อยแต่ความสามารถเลิศล้ำจึงได้ถือโอกาสมาชมฝีมือของเจ้า”

                เมื่อได้ยินคำแนะนำตนเองชิงหลานรีบทำความเคารพ “ข้าน้อยชิงหลาน เป็นลูกจ้างขององค์ชายเจ้าค่ะ”

                จินวั่งซู่สังเกตเครื่องหน้าของนางอย่างละเอียด...สาวน้อยผู้นี้รูปหน้างดงามคิ้วโก่ง จมูกโด่งรั้นน้อยๆ ดวงตามีประกายเฉลียวฉลาดและกล้าหาญเพียงแต่รูปร่างของนางดูเหมือนคนเพิ่งฟื้นจากการป่วยมานานยามนี้นางยังไม่ถึงวัยปักปิ่น หากรออีกสองสามปีนางก็คงกลายเป็นสาวงามผู้หนึ่ง...องค์ชายสิบห้าสายตาแหลมคมนัก!

                “เจ้าเป็นคนสกุลชิงของใต้เท้าชิงเว่ยใช้หรือไม่?”

                “เจ้าค่ะ”

                “ไม่ทราบว่าข้าจะขอไปส่งเจ้าที่จวนจะได้หรือไม่”

                “ไม่ได้!”เสียงขึงขังจากด้านหลังทำเอาจินวั่งซู่แทบจะกลั้นหัวเราะเอาไว้ไม่ได้ เขาหันหลังกลับไปมองดูร่างที่นั่งอยู่บนม้าสีน้ำตาลเข้มตัวใหญ่

                “องค์ชายพะยะค่ะท่านหวงกระทั่งลูกจ้างเชียวหรือ?”

                “เจ้าเพิ่งพบนางครั้งแรกก็อาสาไปส่งแล้วไม่รู้สึกหรือว่าไม่เหมาะสม?” ใบหน้าของหมิงเฉิงอวี่ยังคงราบเรียบ

                องครักษ์กังกับองครักษ์จงที่นั่งอยู่บนม้าคนละตัวที่ด้านหลังสบตากับจินวั่งซู่พลางส่ายหน้าเป็นเชิงปรามมิให้ขัดคอองค์ชายในเรื่องนี้เด็ดขาด!

                “เช่นนั้นหม่อมฉันขอเชิญเสด็จองค์ชายไปส่งนางด้วยกันที่จวนสกุลชิงเถิด   พะยะค่ะ”  ได้ยินเช่นนั้นพระพักตร์ขององค์ชายจึงดูสดชื่นขึ้นแววตามีประกายวับวาวปรากฏแวบหนึ่ง จินวั่งซู่ตาไวสังเกตเห็นแล้วก็แสร้งทำหน้าเคร่งขรึมหันไปหาชิงหลานกับเสี่ยวลิ่ง

                “พวกเจ้านั่งรถม้าได้หรือไม่?”

                “ไม่ได้!”หมิงเฉิงอวี่รีบตอบแทนชิงหลานในทันที “นางนั่งรถม้าไม่ได้พวกเราควรเดินไปส่งนางจะดีกว่า”

                ร่างสูงขององค์ชายเบี่ยงตัวลงจากหลังม้ากังเฉินขยับเข้าไปรับช่วงจูงม้าต่อในทันทีหมิงเฉิงอวี่ทรงเห็นจินวั่งซู่ยืนอยู่ใกล้ชิงหลานก็รีบเข้ายืนด้านหลังนางร่างสูงโปร่งของพระองค์ทำให้ร่างของคุณหนูชิงดูเล็กกระจ้อยร่อยชิงหลานไม่กล้าเอ่ยสิ่งใดนางหันไปคิดจะช่วยเสี่ยวลิ่งถือปิ่นโตไม้เถาที่รับมาจากองครักษ์กังผู้น้องทว่า               จงเหยียนกลับเดินมาช่วยเสี่ยวลิ่งหิ้วปิ่นโตทั้งสองอันไว้

                จินวั่งซู่รู้สึกสงสัยว่าเหตุใดชิงหลานจึงไม่อาจนั่งรถม้าได้?สีหน้าของนางในยามเขาเอ่ยถึงการนั่งรถม้าดูราวกับคนที่ได้ยินเรื่องชวนขนหัวลุก! ดวงตาของนางสั่นระริก เขาก้มลงมองมือของนางจึงได้เห็นว่านางจิกนิ้วบนต้นขาของตนเองทั้งสองด้าน...นางกลัวรถม้ายิ่งนัก!

                “เจ้าตัวแค่นี้ไม่ต้องคิดจะช่วยถือสิ่งใดหรอก เดินให้ถึงบ้านอย่างปลอดภัยก็พอแล้ว” หมิงเฉิงอวี่ก้มหน้ามองคนที่ศีรษะอยู่แค่ระดับอกของตน

                “เพคะ”ชิงหลานตอบรับแค่นั้น นางเดินเงียบๆ โดยมีขบวนเสด็จองค์ชายแห่ตามหลังทว่าพ้นหน้าประตูวัดได้ไม่ไกลนัก ศิษย์พี่ของนางก็ยืนยิ้มตรงมาหา

            “หลานเอ๋อร์! เจ้าออกมาพอดีข้าให้คนเตรียมของขวัญ อาหารอร่อยๆ ขนมและสุราชั้นดีไว้  ได้ยินว่าวันนี้เป็นคล้ายวันเกิดท่านแม่ของเจ้าข้าขอไปร่วมกินข้าวด้วยได้หรือไม่?”

            องค์ชายทรงหันไปหาร่างเล็กข้างพระวรกาย“เป็นความจริงหรือ?”

            “เพคะ” นางไม่ยอมเงยหน้าขึ้นสบตา

            องค์ชายทรงหันไปหาจั๋วเหรินหาว“คุณชายจั๋ว สั่งพ่อครัวที่เหลาทำอาหารเพิ่มให้ทีเอาที่ดีที่สุดมีพร้อมสุราส่งตามไปจวนสกุลชิง ข้าก็จะร่วมฉลองให้ฮูหยินด้วย”

            เจ้าของเหลาสุรารีบหันกลับไปหาคนสนิทที่ยืนรออยู่หน้ารถม้า“เจ้ารีบไปสั่งที่เหลาทำอาหารกับเตรียมสุรารสเลิศตามที่องค์ชายทรงรับสั่งแล้วไปส่งที่จวนสกุลชิง”

            “แล้วอาหารพวกนี้ที่เตรียมไว้แล้วล่ะขอรับ”

            “เดี๋ยวให้คนขับรถม้าไปส่งข้าและของพวกนี้ที่จวนสกุลชิงก็แล้วกัน”

            จั๋วเหรินหาวรู้สึกว่าองค์ชายทรงหวงแหนศิษย์น้องของตนก็ไม่อยากจะเข้าไปขวางเขายังไม่อยากจะให้แผนการไปเป็นมือปราบในเมืองหลวงของตนล้มเหลวชิงหลานเดินตามมายังรถม้า

            “ศิษย์พี่ ท่านไปเดินไปเป็นเพื่อนข้าหรอกหรือ?”

            คุณชายจั๋วปรายตามององค์ชายและสหายที่ยืนอยู่หน้าองครักษ์อีกนับสิบ

            “ไม่ดีกว่าข้าล่วงหน้าเอาอาหารกับสุราไปจัดเตรียมรอเจ้าที่จวนก็แล้วกันเอาไว้เราค่อยคุยกันทีหลัง” จั๋วเหรินหาวยิ้มน้อยๆ ก่อนหลบขึ้นรถม้าไป

            ชิงหลานที่หวังจะให้ศิษย์พี่มาเดินพูดคุยกับนางระหว่างไปจวนก็หน้าตึงเล็กน้อยเมื่อต้องเดินกลับไปร่วมขบวนเสด็จด้วยความจำยอม

            หมิงเฉิงอวี่ไม่ทรงรับสั่งสิ่งใดได้แต่เดินอยู่ข้างนางเงียบๆจินวั่งซู่แอบดูปฏิกิริยาของคนทั้งคู่ ดูเหมือนชิงหลานจะตกอยู่ในเงื้อมมือองค์ชายสิบห้าอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้เจ้าของสำนักข่าวรู้สึกเหมือนตนเองค้นเจอเบาะแสอันยิ่งใหญ่ของราชวงศ์อีกครั้งหนึ่งแล้ว...สตรีผู้นี้นี่เองว่าที่เจ้าสาวขององค์ชายหมิงเฉิงอวี่!

             

    ************************


     

     

     

    คล้ายกับเรื่องเกิดอีกคราเป็นชายาตัวร้าย(มีEbook) ที่คุณอ่าน