“สวัสดีครับคุณแจม” วิวรรญาวางจานข้าวแล้วรับไหว้ลูกจ้างหนุ่มแทนไม่ทัน
“ทีหลังไม่ต้องไหว้ฉันก็ได้นะนายลิน”
แล้วก็บอกด้วยน้ำเสียงราบเรียบใบหน้ายิ้มน้อยๆ ก่อนจะกลับไปเป็ปกติแล้วถือถาดจานข้าวเดินออกไป ลูกจ้างคนใหม่ถูกเกรียงไกรเรียกให้ไปนั่งร่วมโต๊ะโดยไม่มีใครว่าอะไร
เพราะต่างก็อยากจะดูท่าทางว่าเป็ยังไง มื้อต่อไปจะให้กินด้วยกันอีกไหม หรือจะต้องให้มาตักไปนั่งกินคนเดียวที่กระท่อมเหมือนคนงานคนก่อนๆ อีก
แล้วทุกคนต่างก็เห็นด้วยกันในใจแทบทั้งสิ้นว่า พึงใจในกิริยามารยาทของทหารหนุ่มคนนี้ไม่น้อย เพราะพูดน้อย ไม่มีใครถามก็ไม่พูดตักอาหารก็ไม่ได้ตักของดีๆ ไปกองใส่จานตัวเองจนไม่หลงเหลือให้เ้านาย
ตรงกันข้ามกลับตักนิดเดียว กินก็เรียบร้อยไม่มูมมาม วิวรรญาอดสงสารท่าทีนอบน้อมเจียมเนื้อเจียมตัวของทหารหนุ่มผิวคล้ำไม่ได้ และแม้จะไม่กล้าจ้องมองเพศตรงข้าม
ซึ่งจะผิดวิสัยสตรีที่ดีซึ่งลุงกับป้าจะเฝ้าพร่ำสอนมาั้แ่เล็กแต่น้อยแล้วนั้น วิวรรญาก็ยังรับรู้ได้ว่าลูกจ้างใหม่มีหน้าตาที่หล่อเหลาไม่น้อย แม้ผิวจะคล้ำเพราะคงจะผ่านการฝึกอยู่กลางแดดมานั่นเอง
ส่วนรูปร่างนั้นก็กำยำล่ำสัน สูงไม่น่าจะต่ำกว่าร้อยแปดสิบเป็แน่ และถ้าเป็ลูกคนร่ำคนรวย นายคนนี้ก็คงจะมีสาวๆ มาห้อมล้อมเป็ทิวแถว แต่โชคร้ายที่เป็แค่หนุ่มกำพร้าแม่
และพ่อแต่งงานใหม่ มีลูกใหม่ และถ้าจะเดาไม่ผิดนั้น ผู้พ่อก็คงจะไม่ได้สนใจไยดีกับเขามากมายนัก ปลดประจำการแล้วถึงไม่อยากรีบกลับบ้านเหมือนทหารเกณฑ์คนอื่นๆ
วิวรรญาอดเอาชะตาชีวิตของเขามาเปรียบเทียบกับตัวเองไม่ได้ เพราะมันช่างคล้ายคลึงกันเหลือเกิน มีพ่อที่ให้ความสนใจกับเมียใหม่ ลูกคนใหม่ จนไม่สนใจลูกคนนี้ถึงขนาดออกปากยกให้พี่ชายกับพี่สะใภ้เอามาเลี้ยงดู
ั้แ่เลิกรากับเมียคนแรกไปแล้ว ผิดกันก็ตรงที่แม่ของชายหนุ่มจากไปเพราะมีความตายเข้ามาพราก ไม่เหมือนแม่ของตัวเอง ที่จากไปเพราะมีเื่ผู้ชายเข้ามาเกี่ยวข้อง
‘นังเมียสารเลว! นังเมียไม่รักดี! ฉันอุตส่าห์ไปขุดมันมาจากท้องไร่ท้องนา ให้เกียรติเป็อย่างดีด้วยการแต่งงานและจดทะเบียนสมรสด้วยความรัก จนมันได้ลอยหน้าลอยตาในสังคมผู้ดีทัดเทียมกับฉัน มันไม่น่าใฝ่ต่ำ ทำชั่วด้วยการคบชู้สู่ชายกับคนสวน เหยียบย่ำอยู่บนหัวฉันเลย ลูกที่มันบอกว่าเป็ลูกฉันปาวๆ จนป่านนี้แล้วฉันยังไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่ามันเป็ลูกฉันหรือลูกไอ้คนสวนชั้นต่ำนั่น มันไปตายที่ไหนก็ช่างหัวมัน จะไปขึ้น์หรือลงนรกก็ช่างหัวมัน แล้วถ้าเธอรักจะอยู่กับฉันไปนานๆ ก็อย่าเอ่ยถึงมันให้ฉันได้ยินอีก จำเอาไว้นะปิ่น ไม่งั้นอย่าหาว่าฉันร้ายก็แล้วกัน’
คำด่าทอของพ่อที่มักจะได้ยินเต็มสองรูหูเมื่อครั้งที่ลุงกับป้าพาไปบ้านในกรุงเทพฯ ในวันหยุดเสาร์อาทิตย์ กับเวลาเพียงไม่กี่นาทีที่ลูกคนแรกจะได้เห็นหน้าพ่อหรือได้อยู่กับพ่อเท่านั้น หลังๆ มา
ความพยายามจะให้พ่อลูกได้พบกันจึงลดน้อยถอยลง และหยุดไปเมื่อเธอเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยดังที่บางแสน หลงเหลือเพียงไปบ้านพ่อปีละครั้งหรือสองปีครั้งด้วยซ้ำไป
“ลินอายุเท่าไหร่แล้วล่ะ ดูท่าคงไม่ได้มาเป็ทหารตามเกณฑ์อายุหรอกใช่มั้ย”
เสียงเจียงดึงหัวใจที่เจ็บช้ำเื่พ่อของวิวรรญาให้กลับมาอยู่กับโต๊ะอาหารอีกครั้ง จึงมีโอกาสได้เหลือบไปมองหนุ่มผู้ถูกถามที่นั่งเคี้ยวอาหารอย่างไม่รีบร้อนชั่วครู่ ก่อนจะตอบเ้านายด้วยท่าทีนอบน้อมตามเดิม
“ครับคุณลุง ผมผ่อนผันเอาไว้ั้แ่เรียนแล้วครับ พอจบก็บวชให้คุณพ่อคุณแม่หนึ่งพรรษาแล้วก็ทำงานช่วยคุณพ่อที่บ้านจนหมดกำหนดผ่อนผันผมกับเพื่อนถึงได้มาสมัครเป็ทหารเลยครับ”
“เหรอ ทำไมไม่เสี่ยงจับใบแดงใบดำล่ะ เผื่อฟรุ๊คจะได้ไม่ต้องเป็ไงล่ะ”
เกรียงไกรอดอยากรู้ไม่ได้
“ผมกับเพื่อนอยากเป็ทหารเองครับ เผื่อจะได้ประสบการณ์ชีวิตใหม่ๆ บ้าง แล้วก็ไม่ผิดหวังครับ อีกอย่างก็เป็แค่ปีเดียวไม่ถือว่าเป็การเสียเวลาอะไรมากนักครับ”
เขาเองก็ตอบตามความจริงทุกอย่าง เพราะได้อะไรใหม่ๆ จากการเข้าสมัครเป็รั้วของชาติจริงๆ
“อืม! ก็ดีนะที่คิดแบบนี้ เรียนจบแล้ว เป็ทหารแล้ว บวชก็แล้ว เมื่อไหร่จะเบียดล่ะทีนี้”
อรพินเอ่ยด้วยเสียงกลั้วหัวเราะน้อยๆ
“ยังไม่รู้ครับคุณป้า คนจนไร้ที่นอนหมอนิ่ไร้ที่อยู่ที่กินอย่างผม คงไม่กล้าพาใครมาลำบากด้วยหรอกครับ”
ชายหนุ่มตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ใบหน้าเศร้าน้อยๆ จนทุกคนอดสงสารไม่ได้ เกรียงไกรเลยชวนคุยเื่อื่น
“ดีแล้วล่ะที่คิดได้อย่างนี้ เราไม่พร้อมก็ไม่ต้องดึงผู้หญิงมาเสี่ยงด้วย ว่าแต่ตอนนี้นายอายุเท่าไหร่แล้วล่ะ”
“ยี่สิบแปดครับคุณลุง”
“อื้ม! เพิ่งแค่นี้เอง เื่ลูกเมียไว้ค่อยคิดตอนสามสิบกลางๆ ยังทัน ตอนนี้ก็สร้างเนื้อสร้างตัวไปก่อน ว่าแต่ถ้าฉันสอนเื่สวนๆ ไร่ๆ เสร็จแล้วนายจะกลับไปทำอะไรต่อล่ะ แล้วมีที่มีทางที่จะทำเหรอ”
ปกติแล้วเกรียงไกรไม่ค่อยจะคุยมาก แต่วันนี้กลับอยากรู้อยากเห็นเื่ราวของหนุ่มมาดขรึมและอาภัพคนนี้ขึ้นมา
“ก็มีที่สวนไม่กี่ไร่ครับ ผมอยากจะกลับไปใช้ชีวิตสงบๆ และทำมาหากินแบบเรียบง่าย เลยคิดว่าทำสวนผสมน่าจะพอเลี้ยงตัวเองได้บ้างครับ”
“ถ้าขยันทำมาหากินนะ ทำอะไรก็ไม่มีทางจนหรอก นายคิดไม่ผิดที่มาหาฉัน เอาเป็ว่าถ้าทำตามที่ฉันสอนรับรองไม่กี่ปีก็ลืมตาอ้าปากได้ และฉันรับรองว่าไม่มีอะไรจะสุขใจเท่ากับการมีชีวิตที่สงบและเรียบง่ายหรอก อาจจะลำบากกายหน่อยแต่สบายใจแน่นอน ไม่งั้นฉันไม่ทิ้งชีวิตเมืองกรุงมาอยู่ที่นี่หรอก มันต่างกันราวฟ้ากับเหวเลยล่ะ”
เกรียงไกรยิ้มออกมาอย่างเป็สุข ขณะมองไปหาลูกจ้างคนใหม่
“ขอบคุณครับคุณลุง ผมจะจำคำนี้ไว้ครับ”
ลินยกมือไหว้อย่างนอบน้อม สองผัวเมียพึงพอใจในกิริยามารยาทไม่น้อย ส่วนวิวรรญานั้นมีความสงสารและเห็นใจมอบให้ลูกจ้างคนใหม่อย่างไม่เคยมีมาก่อน
แต่ก็ไม่คิดจะพูดอะไรออกมา พออิ่มแล้วก็จัดการเก็บล้างถ้วยชาม โดยมีทหารหนุ่มเป็คนคอยช่วยอย่างไม่เกี่ยงงอน และไม่พูดคุยอะไรแม้แต่คำเดียว
เสร็จงานแล้วและได้เครื่องนอนแล้วเขาก็ออกจากบ้านไปทันที ไม่มีพิรีพิไรให้รำคาญหูรำคาญตาเหมือนคนก่อน กระนั้นวิวรรญาก็ยังไม่อยากจะเทคะแนนให้ทั้งหมด เพราะอยากจะดูไปนานกว่านี้หน่อย
แล้วหนึ่งอาทิตย์เต็มๆ ในการเริ่มงานของลูกจ้างคนใหม่ ก็ยิ่งได้ใจนายจ้างสองผัวเมียมากขึ้น เพราะลินขยันทำงานทุกอย่าง ไม่ว่าจะให้ทำอะไรก็ไม่มีปริปากบ่น แม้งานจะยากหรือหนักแค่ไหนก็ไม่เคยเกี่ยง
เสร็จจากงานก็ไม่เคยมายุ่มย่ามบ้านใหญ่ แต่จะไปขลุกอยู่ในกระท่อมของตัวเอง ยกเว้นเวลาอรพินจะเรียกให้มาช่วยทำอาหารเย็นเท่านั้น
“วันนี้ป้าว่าจะทำปลาเผากับส้มตำ มีต้มกระดูกหมูใบผักติ้วด้วยนะแจม โทรไปหานายลินจะให้มาช่วยก่อไฟหน่อยก็ไม่รับสาย ลุงเราก็ยังไม่กลับมาสักที แจมช่วยเดินไปดูที่กระท่อมให้ป้าหน่อยสิลูก”
เฉกเช่นเย็นนี้ที่อรพิน้าความช่วยเหลือเลยรีบบอกหลานั้แ่กลับจากที่ทำงานเลยทีเดียว แต่หลานกลับไม่อยากเดินไปยุ่มย่ามกับลูกจ้างหนุ่มให้มากมายนัก
“ไม่เป็ค่ะป้า เดี๋ยวแจมจัดการเองค่ะ”
เพราะปกติถ้าไม่มีคนช่วยวิวรรญาก็ทำเองอยู่แล้ว วางกระเป๋าสะพายได้ก็ขึ้นไปเปลี่ยนกระโปรงให้เป็กางเกงขาสั้นเหนือเข่าเล็กน้อย แล้วเดินทะลุประตูหลังครัวไปหากองฟืนกองถ่านที่อยู่ใต้เพิงเล็กๆ มุงหลังคาใบจากอย่างเคยชิน แต่เท้าดันเหยียบลงไปกับพื้นที่มีตะไคร่น้ำขึ้นอยู่จนลื่นล้มถ่านในมือตกกระจาย
“โอ๊ย!!!”
วิวรรญาร้องดังๆ ออกมาเพราะเจ็บทั้งขาและก้นที่จ้ำเบ้าลงไป แต่เหนือสิ่งอื่นใดนั้น มีความใกลัวเข้ามาแทนที่จนพูดอะไรไม่ออก
“แจมเป็อะไรไปลูก!”
และตอบป้าที่ร้องถามมากจากในครัวไม่ได้ ด้วยมีเ้าอสรพิษร้ายชูคอแผ่แม่เบี้ยขู่อยู่ห่างจากตัวไปแค่่แขน ด้วยสัณชาติญาณและความรู้ที่เคยมีมาวิวรรญาจึงได้แต่นั่งอยู่กับที่นิ่งๆ
อรพินออกมาดูก็ได้แต่อ้าปากค้างอยู่กับที่ไม่ต่างกันนัก เพราะไม่รู้จะช่วยยังไงได้ ด้วยตัวเองนั้นยืนอยู่ด้านหลังของหลานที่นั่งนิ่งเผชิญหน้ากับงูเห่าตัวเขื่องอยู่
แต่อรพินที่ยังคงยืนอยู่ประตูหลังครัวก็มีความหวังขึ้นมาเลือนราง เมื่อมองเห็นลินเดินมาแต่ไกล บนบ่ามีมีดขอด้ามยาวมาด้วย อรพินดีใจ ชื้นใจขึ้นมาทันที
และเมื่อเขาเดินมาใกล้จึงพยายามส่งสายตาไปทางหลานสาวที่นั่งนิ่งอยู่ และเพียงเท่านั้นลินก็เดาได้ไม่ยากว่าต้องมีอะไรผิดปกติแน่ เขาหยุดก้าวขาแล้วหันไปตามสายตาอรพิน
แล้วค่อยๆ เดินอ้อมเพิงไปอีกด้านซึ่งเป็ข้างหลังเ้าอรพิษร้าย มีดขอด้ามยาวในมือเตรียมพร้อมขณะเขาก้าวเข้าไปอย่างเงียบๆ ชั่วครู่หนึ่งเขาก็ได้จ้องมองตาเ้าของใบหน้าสวยใสที่ตอนนี้ซีดเผือดเพราะความกลัว ก่อนจะง้างแขนขึ้นแล้วฟัน
‘โช้ะ!!!’
ลงไปตรงตำแหน่งแม่เบี้ยที่แผ่กระจายอยู่นั้น ชั่วเสี้ยววินาทีคองูก็ขาดกระเด็นไปตกอยู่กับพื้น เขารีบใช้ปลายมีดเขี่ยส่วนห่างออกไปให้ห่างร่างผอมบางและอ่อนแรงที่ยังคงนั่งงงอยู่กับที่ทันที
****** ขออนุญาตแจ้งอีกทีนะคะ ว่านิยายทุกเื่จะลงให้อ่านได้ราว 70% เท่านั้นค่ะ ต้องขอโทษด้วยนะคะถ้าทำให้ค้างคา แต่กันเกราเชื่อว่านักอ่านที่น่ารักทุกท่านจะเป็กำลังใจต่อให้ด้วยการตามหาหนังสือมาไว้ในอยู่แล้วค่ะ ******
ยิ้มมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม
และหนึ่งคอมเม้นต์ของท่าน คือหนึ่งแรกผลักดันและกำลังใจของคนเขียนนะคะ แต่ก็ยินดีต้อนรับและขอบคุณนักอ่านเงาทุกท่านด้วยค่ะ
รู้งี้แล้วอย่าลืมเม้นท์ให้เค๊าหลังอ่านด้วยนะตะเอง
เข้าไปทักทาย พูดคุย หรือติชมผลงานได้
ตามเพจด้านล่างนี้เลยนะคะ
ยินดีต้อนรับทุกๆ ท่านค่ะ และยินดีรับฟังทุกความคิดเห็นค่ะ
สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗
ห้ามหยิบยก คัดลอก หรือดัดแปลงส่วนใดส่วนหนึ่งของหนังสือเล่มนี้ รวมทั้งถ่ายทอด ถ่ายเอกสาร สแกน ในรูปแบบใดๆ ทั้งสิ้น เว้นเสียแต่จะได้รับอนุญาตจากผู้ประพันธ์เป็ลายลักษณ์อักษร ยกเว้นเพื่อการประชาสัมพันธ์อันเป็ประโยชน์แก่หนังสือเล่มนี้เท่านั้น
