เสี่ยวจินอดไม่ได้ที่จะกัดฟันศิลาปราณระดับสูงนั้นใช่ว่าจะหาได้ง่ายๆเพราะในทวีปแห่งนี้มีเพียงราชวงศ์และสี่นิกายเท่านั้นที่ครอบครองศิลาปราณระดับสูงคนละ1 แห่งและคนที่จะสามารถใช้ได้ย่อมเป็นระดับผู้นำนิกายหรือผู้อาวุโสสูงสุดเท่านั้น
แต่ตอนนี้ของสะสมต้องมาถูกศิลาน้อยเอาไปถึงหนึ่งพันก้อนจะไม่ให้เสี่ยวจินไม่เจ็บปวดได้อย่างไร
“เจ้าจะเสียใจไปทำไมในเมื่อเจ้าไม่ได้ใช้มันอยู่แล้ว” เสี่ยวเฮ่ยกล่าว
“เจ้าไม่เข้าใจในฐานะนักสะสมจำเป็นต้องมีติดตัวไว้บ้างถึงจะรู้สึกสบาย” เสี่ยวจินกล่าว
“เจ้านี่มันไม่ได้เรื่องนายท่านมอบหน้าที่อันสำคัญให้กับพวกเราให้คอยช่วยเหลือนายน้อยแต่เจ้ากลับหลงลืมและเอาแต่เที่ยวสนุกไปวันๆคอยดูเถอะ ถ้าเกิดอะไรขึ้นกับนายน้อยข้าจะเป็นคนสังหารเจ้าเอง” เสี่ยวเฮ่ยเผยสีหน้าจริงจัง
เพราะช่วงนี้เสี่ยวจินนั้นมักจะเที่ยวเล่นจนหลงลืมภารกิจของตัวไปจนหมดถึงขนาดลืมถึงสิ่งที่ฉางเฟิงบอกให้เสี่ยวจินคอยู่ตามหาซากโบราณที่คาดว่ามีสมบัติที่มีประโยชน์ต่อฉางเฟิงแต่เสี่ยวจินกลับหลงลืมไปจริงๆ
“ไม่ต้องทำหน้าจริงจังขนาดนั้นก็ได้ข้ารู้อยู่แล้วว่าควรทำอย่างไร” เสี่ยวจินรู้ทันทีว่าตนเองติดเล่นเกินไป
เพราะขณะที่ตัวเองกำลังสนุกกับชีวิตแต่เสี่ยวเฮ่ยกลับยังคงทำหน้าที่ของตนตลอดเวลานั่นมันหมายความว่าอย่างไร มันหมายความว่าเสี่ยวเฮ่ยนั้นมีความภักดีต่อนายของตนเหนือความสุขของตัวเองและความภักดีของเสี่ยวเฮ่ยนั้นเหนือกว่าเสี่ยวจิน
“เหอะ....”เสี่ยวเฮ่ยเค้นเสียงและจากไปอยู่ข้างๆฉางเฟิง
“วิ้ง!!!!!”วิญญาณภาพสวรรค์นิรันดร์ปรากฏออกมาและมองไปยังเสี่ยวจิน
“เจ้าเองก็จะมาตำหนิข้าอีกคนงั้นเหรอ”เสี่ยวจินกล่าว
ภาพสวรรค์นิรันดร์ไม่กล่าวอะไรและเปิดหน้ากากออกพริบตาร่างของเสี่ยวจินก็สั่นสะท้านเพราะใบหน้าที่มองมานั้นมันเป็นใบหน้าของนายท่านของเสี่ยวจินแม้ไม่ต้องกล่าวอะไรเสี่ยวจินก็เข้าใจทุกอย่าง
“ข้าผิดเองข้านั้นแค่อยากจะให้นายน้อยไม่ต้องพึ่งพาข้ามากเกินไป แต่ข้ากลับคิดง่ายไปนายน้อยแค่อายุ 17 ปีจะไปแบกรับภาระอันหนักอึ้งที่แม้แต่พระเจ้าสูงสุดยังทำไม่ได้ได้อย่างไร เป็นข้าโง่เขลาเอง” เสี่ยวจินร้องให้ออกมาทันที
“เข้าใจแล้วก็ดี”ภาพสวรรค์นิรันดร์จากไป
ฉางเฟิงนั้นไม่รู้สิ่งที่เกิดขึ้นและไม่รู้ว่าเสี่ยวเจินถูกตำหนิอะไรบ้าง แต่ทันทีที่เสี่ยวจินกลับมาจากใต้ดินของนิกายบุปผาเสี่ยวจินก็ดูจริงจังมากและบอกกับฉางเฟิงว่าจะออกไปตรวจสอบซากโบราณเก่าแก่ที่หลบซ่อนในอาณาจักรสวรรค์มาให้
ฉางเฟิงแปลกใจกับสิ่งที่ได้ยินปกติจะไปใหนมาใหนเสี่ยวจินมักจะไม่บอกยิ่งหลังจากที่ฉางเฟิงลงเขาแล้วเสี่ยวจินแทบจะไม่อยู่ข้างฉางเฟิงเลยและมักจะออกไปทีก็เป็นเดือน
“เจ้านั่นเป็นอะไรไป”ฉางเฟิงกล่าว
“เจ้านั่นมันคงนึกได้ว่าสิ่งที่ตนควรทำนั้นคือสิ่งใดนายน้อยข้าขอบอกตามจริงเลย นายน้อยใจดีกับเจ้านั่นมากเกินไปหลายสิ่งที่เจ้านั่นทำผิดนั้นท่านควรจะลงโทษ” เสี่ยวเฮ่ยกล่าว
“แล้วจะให้ข้าลงโทษอย่างเจ้านั่นอย่างไรเจ้าก็รู้นี่ว่าเจ้านั่นแข็งแกร่งกว่าข้า” ฉางเฟิงกล่าว
“นายท่านได้มอบสิ่งนี้ไว้ให้ข้ายามที่จำเป็นดูเหมือนมันจะจำเป็นจริงๆ” เสี่ยวเฮ่ยลังเลก่อนจะมอบแผ่นป้ายแผ่นหนึ่งให้กับฉางเฟิง
“นายน้อยแค่หยุดเลือดลงไปก็จะรู้ทันทีว่าต้องทำอย่างไร”เสี่ยวเฮ่ยกล่าว
ฉางเฟิงไม่รอช้าหยุดเลือดลงไปพริบตาฉางเฟิงก็ได้รับข้อมูลชุดหนึ่งมา ใบหน้าของฉางเฟิงแปลกใจและยกยิ้ม
“อ๊ากกกกกกกกกก”อยู่ๆเสี่ยวเฮ่ยก็กรีดร้องออกมา
“มันได้ผลจริงๆงั้นเหรอ”ฉางเฟิงแปลกใจ
“อ๊ากกกกนายน้อยหยุดมือก่อน” เสี่ยวเฮ่ยดิ้นไปมาเพราะรู้สึกปวดหัวอย่างมาก
“ข้าลืมตัว”ฉางเฟิงเลิกใช้งานป้ายในมือทันที
“เกือบตายแล้ว”เสี่ยวเฮ่ยหวาดกลัว
“เจ้าสิ่งนี้คือป้ายลงโทษที่ท่านพ่อสร้างเอาไว้ลงโทษอสูรมายาสินะ”ฉางเฟิงแปลกใจ
“ไม่ผิดตามจริงนายท่านนั้นไม่จำเป็นต้องใช้ด้วยซ้ำเพราะนายท่านแข็งแกร่งมาก แต่สำหรับนายน้อยไม่ใช่นายท่านกลัวว่านายน้อยจะควบคุมเสี่ยวจินไม่ได้เลยสร้างสิ่งนี้ขึ้นมาแน่นอนว่าขอแค่ท่านคิดหัวของพวกเราทั้งสองจะได้รับความเจ็บปวดอย่างแสนสาหัส”เสี่ยวเฮ่ยกลายเป็นหวาดกลัว
“เอาเถอะข้าไม่คิดจะใช้เจ้าสิ่งนี้หรอก” ฉางเฟิงโยนป้ายให้กับเสี่ยวเฮ่ยคืน
“ทำไมละนายน้อยมีสิ่งนี้พวกเราจะไม่สามารถขัดคำสั่งของท่านได้เลยนะ”เสี่ยวเฮ่ยแปลกใจ
“ถึงบางครั้งพวกเจ้ามักจะทำให้ข้าโกรธแต่ถึงอย่างไรพวกเจ้าก็เป็นครอบครัวของข้าตลอดเวลา 17 ปีก็มีพวกเจ้าคอยปกป้องและอยู่ข้างกายข้าตลอดดังนั้นข้าไม่คิดจะทำเรื่องแบบนั้นกับพวกเจ้าหรอก”ฉางเฟิงยิ้ม
“นายน้อย....”เสี่ยวเฮ่ยคิดไม่ได้ที่จะรู้สึกซาบซึ้งในใจ ตอนนี้เสี่ยวเฮ่ยคิดว่าจะยอมติดตามนายน้อยของเขาไปทุกที่ไม่ว่าจะบุกน้ำลุยไฟก็ยอม
อย่างช้าๆข่าวที่พลังปราณฟ้าดินของอาณาจักรสวรรค์ฟื้นคืนมาก็กระจายออกไปสำหรับคนที่ออกจากอาณาจักรไปในช่วง 10 วันมานี้ต่างเสียใจกับการตัดสินใจที่โง่เขลาของตนเองเพราะทันทีที่ออกมาก็จะไม่สามารถกลับเข้ามาอีกได้อีกแล้ว
และตอนนี้พลังปราณฟ้าดินกลับอุดมสมบูรณ์มากกว่าเดิมเสียอีกทำให้ระดับราชันขั้นที่9 บางส่วนรู้สึกได้ว่าประตูระดับจักรพรรดิเปิดออกแล้ว
“นี่มันเกิดอะไรขึ้นนิกายบุปผาทำอะไรลงไป”
“ข้าไม่รู้แต่ที่รู้ๆคือพวกเราโชคดีแล้วที่อดทนอยู่จนถึงวันนี้”
“ฮ่าฮ่า ไม่ผิด ตอนนี้ข้ารู้สึกว่าการฝึกฝนง่ายมากขึ้น”
“พวกเจ้าได้ยินหรือยังว่าตอนนี้หน้าประตูอาณาจักรได้มีระดับจักรพรรดิกลุ่มหนึ่งเดินทางมาขอเข้าพบท่านฉางเฟิง”
“เรื่องจริงงั้นเหรอแล้วมากันกี่คน”
“เห็นว่าเกือบ10 คนได้”
“พวกนั้นคงมาเพราะเรื่องเม็ดยาสินะ”
“ไม่เห็นจะแปลกเจ้าไม่รู้เหรอว่าผู้อาวุโสจักรพรรดิสุราทะลวงระดับได้แล้ว”
“หรือว่าเป็นเพราะท่านฉางเฟิง”
“ไม่ผิดเม็ดยาระดับ 6 ขั้นสูงของท่านฉางเฟิงช่วยให้ผู้อาวุโสจักรพรรดิสุราทะลวงระดับได้ในพริบตาข่าวนี้ทำให้ระดับจักรพรรดิจำนวนมากเดินทางมาขอเข้าพบกับท่านฉางเฟิง”
“เมื่อก่อนตัวข้ายังพอมีสิทธิ์เข้าไปพบกับท่านฉางเฟิงอยู่บ้างแต่ตอนนี้ดูเหมือนจะยากแล้ว”เหล่าระดับราชันพากันถอนหายใจออกมาเพราะสถานะของฉางเฟิงนั้นสูงมาก