สวรรค์นิรันดร์กาล

    เตือนสติ

            เสี่ยวจินอดไม่ได้ที่จะกัดฟันศิลาปราณระดับสูงนั้นใช่ว่าจะหาได้ง่ายๆเพราะในทวีปแห่งนี้มีเพียงราชวงศ์และสี่นิกายเท่านั้นที่ครอบครองศิลาปราณระดับสูงคนละ1 แห่งและคนที่จะสามารถใช้ได้ย่อมเป็นระดับผู้นำนิกายหรือผู้อาวุโสสูงสุดเท่านั้น

            แต่ตอนนี้ของสะสมต้องมาถูกศิลาน้อยเอาไปถึงหนึ่งพันก้อนจะไม่ให้เสี่ยวจินไม่เจ็บปวดได้อย่างไร

            “เจ้าจะเสียใจไปทำไมในเมื่อเจ้าไม่ได้ใช้มันอยู่แล้ว” เสี่ยวเฮ่ยกล่าว

            “เจ้าไม่เข้าใจในฐานะนักสะสมจำเป็นต้องมีติดตัวไว้บ้างถึงจะรู้สึกสบาย” เสี่ยวจินกล่าว

            “เจ้านี่มันไม่ได้เรื่องนายท่านมอบหน้าที่อันสำคัญให้กับพวกเราให้คอยช่วยเหลือนายน้อยแต่เจ้ากลับหลงลืมและเอาแต่เที่ยวสนุกไปวันๆคอยดูเถอะ ถ้าเกิดอะไรขึ้นกับนายน้อยข้าจะเป็นคนสังหารเจ้าเอง” เสี่ยวเฮ่ยเผยสีหน้าจริงจัง

            เพราะช่วงนี้เสี่ยวจินนั้นมักจะเที่ยวเล่นจนหลงลืมภารกิจของตัวไปจนหมดถึงขนาดลืมถึงสิ่งที่ฉางเฟิงบอกให้เสี่ยวจินคอยู่ตามหาซากโบราณที่คาดว่ามีสมบัติที่มีประโยชน์ต่อฉางเฟิงแต่เสี่ยวจินกลับหลงลืมไปจริงๆ

            “ไม่ต้องทำหน้าจริงจังขนาดนั้นก็ได้ข้ารู้อยู่แล้วว่าควรทำอย่างไร” เสี่ยวจินรู้ทันทีว่าตนเองติดเล่นเกินไป

            เพราะขณะที่ตัวเองกำลังสนุกกับชีวิตแต่เสี่ยวเฮ่ยกลับยังคงทำหน้าที่ของตนตลอดเวลานั่นมันหมายความว่าอย่างไร มันหมายความว่าเสี่ยวเฮ่ยนั้นมีความภักดีต่อนายของตนเหนือความสุขของตัวเองและความภักดีของเสี่ยวเฮ่ยนั้นเหนือกว่าเสี่ยวจิน

            “เหอะ....”เสี่ยวเฮ่ยเค้นเสียงและจากไปอยู่ข้างๆฉางเฟิง

            “วิ้ง!!!!!”วิญญาณภาพสวรรค์นิรันดร์ปรากฏออกมาและมองไปยังเสี่ยวจิน

            “เจ้าเองก็จะมาตำหนิข้าอีกคนงั้นเหรอ”เสี่ยวจินกล่าว

            ภาพสวรรค์นิรันดร์ไม่กล่าวอะไรและเปิดหน้ากากออกพริบตาร่างของเสี่ยวจินก็สั่นสะท้านเพราะใบหน้าที่มองมานั้นมันเป็นใบหน้าของนายท่านของเสี่ยวจินแม้ไม่ต้องกล่าวอะไรเสี่ยวจินก็เข้าใจทุกอย่าง

            “ข้าผิดเองข้านั้นแค่อยากจะให้นายน้อยไม่ต้องพึ่งพาข้ามากเกินไป แต่ข้ากลับคิดง่ายไปนายน้อยแค่อายุ 17 ปีจะไปแบกรับภาระอันหนักอึ้งที่แม้แต่พระเจ้าสูงสุดยังทำไม่ได้ได้อย่างไร เป็นข้าโง่เขลาเอง” เสี่ยวจินร้องให้ออกมาทันที

            “เข้าใจแล้วก็ดี”ภาพสวรรค์นิรันดร์จากไป

            ฉางเฟิงนั้นไม่รู้สิ่งที่เกิดขึ้นและไม่รู้ว่าเสี่ยวเจินถูกตำหนิอะไรบ้าง แต่ทันทีที่เสี่ยวจินกลับมาจากใต้ดินของนิกายบุปผาเสี่ยวจินก็ดูจริงจังมากและบอกกับฉางเฟิงว่าจะออกไปตรวจสอบซากโบราณเก่าแก่ที่หลบซ่อนในอาณาจักรสวรรค์มาให้

            ฉางเฟิงแปลกใจกับสิ่งที่ได้ยินปกติจะไปใหนมาใหนเสี่ยวจินมักจะไม่บอกยิ่งหลังจากที่ฉางเฟิงลงเขาแล้วเสี่ยวจินแทบจะไม่อยู่ข้างฉางเฟิงเลยและมักจะออกไปทีก็เป็นเดือน

            “เจ้านั่นเป็นอะไรไป”ฉางเฟิงกล่าว

            “เจ้านั่นมันคงนึกได้ว่าสิ่งที่ตนควรทำนั้นคือสิ่งใดนายน้อยข้าขอบอกตามจริงเลย นายน้อยใจดีกับเจ้านั่นมากเกินไปหลายสิ่งที่เจ้านั่นทำผิดนั้นท่านควรจะลงโทษ” เสี่ยวเฮ่ยกล่าว

            “แล้วจะให้ข้าลงโทษอย่างเจ้านั่นอย่างไรเจ้าก็รู้นี่ว่าเจ้านั่นแข็งแกร่งกว่าข้า” ฉางเฟิงกล่าว

            “นายท่านได้มอบสิ่งนี้ไว้ให้ข้ายามที่จำเป็นดูเหมือนมันจะจำเป็นจริงๆ” เสี่ยวเฮ่ยลังเลก่อนจะมอบแผ่นป้ายแผ่นหนึ่งให้กับฉางเฟิง

            “นายน้อยแค่หยุดเลือดลงไปก็จะรู้ทันทีว่าต้องทำอย่างไร”เสี่ยวเฮ่ยกล่าว

            ฉางเฟิงไม่รอช้าหยุดเลือดลงไปพริบตาฉางเฟิงก็ได้รับข้อมูลชุดหนึ่งมา ใบหน้าของฉางเฟิงแปลกใจและยกยิ้ม

            “อ๊ากกกกกกกกกก”อยู่ๆเสี่ยวเฮ่ยก็กรีดร้องออกมา

            “มันได้ผลจริงๆงั้นเหรอ”ฉางเฟิงแปลกใจ

            “อ๊ากกกกนายน้อยหยุดมือก่อน” เสี่ยวเฮ่ยดิ้นไปมาเพราะรู้สึกปวดหัวอย่างมาก

            “ข้าลืมตัว”ฉางเฟิงเลิกใช้งานป้ายในมือทันที

            “เกือบตายแล้ว”เสี่ยวเฮ่ยหวาดกลัว

            “เจ้าสิ่งนี้คือป้ายลงโทษที่ท่านพ่อสร้างเอาไว้ลงโทษอสูรมายาสินะ”ฉางเฟิงแปลกใจ

            “ไม่ผิดตามจริงนายท่านนั้นไม่จำเป็นต้องใช้ด้วยซ้ำเพราะนายท่านแข็งแกร่งมาก แต่สำหรับนายน้อยไม่ใช่นายท่านกลัวว่านายน้อยจะควบคุมเสี่ยวจินไม่ได้เลยสร้างสิ่งนี้ขึ้นมาแน่นอนว่าขอแค่ท่านคิดหัวของพวกเราทั้งสองจะได้รับความเจ็บปวดอย่างแสนสาหัส”เสี่ยวเฮ่ยกลายเป็นหวาดกลัว

            “เอาเถอะข้าไม่คิดจะใช้เจ้าสิ่งนี้หรอก” ฉางเฟิงโยนป้ายให้กับเสี่ยวเฮ่ยคืน

            “ทำไมละนายน้อยมีสิ่งนี้พวกเราจะไม่สามารถขัดคำสั่งของท่านได้เลยนะ”เสี่ยวเฮ่ยแปลกใจ

            “ถึงบางครั้งพวกเจ้ามักจะทำให้ข้าโกรธแต่ถึงอย่างไรพวกเจ้าก็เป็นครอบครัวของข้าตลอดเวลา 17 ปีก็มีพวกเจ้าคอยปกป้องและอยู่ข้างกายข้าตลอดดังนั้นข้าไม่คิดจะทำเรื่องแบบนั้นกับพวกเจ้าหรอก”ฉางเฟิงยิ้ม

            “นายน้อย....”เสี่ยวเฮ่ยคิดไม่ได้ที่จะรู้สึกซาบซึ้งในใจ ตอนนี้เสี่ยวเฮ่ยคิดว่าจะยอมติดตามนายน้อยของเขาไปทุกที่ไม่ว่าจะบุกน้ำลุยไฟก็ยอม

            อย่างช้าๆข่าวที่พลังปราณฟ้าดินของอาณาจักรสวรรค์ฟื้นคืนมาก็กระจายออกไปสำหรับคนที่ออกจากอาณาจักรไปในช่วง 10 วันมานี้ต่างเสียใจกับการตัดสินใจที่โง่เขลาของตนเองเพราะทันทีที่ออกมาก็จะไม่สามารถกลับเข้ามาอีกได้อีกแล้ว

            และตอนนี้พลังปราณฟ้าดินกลับอุดมสมบูรณ์มากกว่าเดิมเสียอีกทำให้ระดับราชันขั้นที่9 บางส่วนรู้สึกได้ว่าประตูระดับจักรพรรดิเปิดออกแล้ว

            “นี่มันเกิดอะไรขึ้นนิกายบุปผาทำอะไรลงไป”

            “ข้าไม่รู้แต่ที่รู้ๆคือพวกเราโชคดีแล้วที่อดทนอยู่จนถึงวันนี้”

            “ฮ่าฮ่า ไม่ผิด ตอนนี้ข้ารู้สึกว่าการฝึกฝนง่ายมากขึ้น”

            “พวกเจ้าได้ยินหรือยังว่าตอนนี้หน้าประตูอาณาจักรได้มีระดับจักรพรรดิกลุ่มหนึ่งเดินทางมาขอเข้าพบท่านฉางเฟิง”

            “เรื่องจริงงั้นเหรอแล้วมากันกี่คน”

            “เห็นว่าเกือบ10 คนได้”

            “พวกนั้นคงมาเพราะเรื่องเม็ดยาสินะ”

            “ไม่เห็นจะแปลกเจ้าไม่รู้เหรอว่าผู้อาวุโสจักรพรรดิสุราทะลวงระดับได้แล้ว”

            “หรือว่าเป็นเพราะท่านฉางเฟิง”

            “ไม่ผิดเม็ดยาระดับ 6 ขั้นสูงของท่านฉางเฟิงช่วยให้ผู้อาวุโสจักรพรรดิสุราทะลวงระดับได้ในพริบตาข่าวนี้ทำให้ระดับจักรพรรดิจำนวนมากเดินทางมาขอเข้าพบกับท่านฉางเฟิง”

            “เมื่อก่อนตัวข้ายังพอมีสิทธิ์เข้าไปพบกับท่านฉางเฟิงอยู่บ้างแต่ตอนนี้ดูเหมือนจะยากแล้ว”เหล่าระดับราชันพากันถอนหายใจออกมาเพราะสถานะของฉางเฟิงนั้นสูงมาก

             

    คล้ายกับเรื่องสวรรค์นิรันดร์กาล ที่คุณอ่าน