สิ่งของแทนกายองค์ราชาปีศาจถูกทำลาย ความหวังกว่าครึ่งของเผ่าปีศาจพลันสลายลงเช่นกัน ราวกับมีเงาดำมืดขนาดใหญ่เข้าปกคลุมจัตุรัส กระทั่งบรรยากาศยังหนักอึ้งไร้สิ่งใดเปรียบ กดทับลงเหนือศีรษะของสหายต่างเผ่าพันธุ์ไม่กี่คน
หลังนิ่งเงียบกว่าหนึ่งนาที เก๋อเหลยเกอหลี่ถอนหายใจออกมาก่อนเงยหน้าขึ้น ล้วงหยิบคริสตัลบันทึกเรื่องราวออกมาจากกระเป๋าเสื้อ
“โม่เจ๋อเอ่อร์ หากเจ้าพาเหล่าเด็กๆ หลบหนีไปได้สำเร็จ จะต้องมอบของสิ่งนี้ให้แก่หมีเอ่อร์ให้ได้”
หางตาของเด็กหนุ่มเปียกชื้นเล็กน้อย เขายกหลังมือขึ้นเช็ดเบาๆ
“บอกเด็กคนนั้นว่าจะต้องมีชีวิตอยู่ต่อไปให้ดี อย่าได้ถูกสันตะสำนักกล่อมเกลา พระบุตรศักดิ์สิทธิ์ลำดับที่สองยอมเสี่ยงอันตรายส่งข่าวคราว เป็นผู้ที่สามารถเชื่อใจได้”
“ยังมีอีกเรื่อง พี่รองเก๋อเหลยเกอหลี่จะรักเขาตลอดไป...ขอโทษด้วย...”
ในที่สุดน้ำตาแห่งความไม่เต็มใจยังคงไหลออกมา อามู่ถอนหายใจพลางตบไหล่เก๋อเหลยเกอหลี่เบาๆ
เด็กหนุ่มผมเทาอมน้ำเงินกัดฟันแน่นพลางปาดน้ำตา สายตาแปรเปลี่ยนเป็นเด็ดเดี่ยว จากนั้นสบตากับมังกรกึ่งมนุษย์ที่กำอุ้งมือข้อหากันแน่น
“....ยังเดินได้อีกก้าวก็เดินอีกก้าวเถิด ขอเพียงพวกเราหยัดยืนได้นานพอ อนาคตของเผ่าปีศาจก็ยังมีความหวัง”
เห็นได้ชัดว่ากำลังเผชิญกับสงครามที่ถูกกำหนดให้ต้องพ่ายแพ้ ไม่ว่าจะพยายามมากเพียงใดก็ยังมิอาจหลบหนีจากอ้อมกอดของเทพแห่งความตาย เพียงแต่ไม่ว่าจะเป็นพวกเขาไม่กี่คนที่อยู่ด้านหน้าหรือเหล่าอัศวินรักษาการณ์ที่เงียบขรึมด้านข้าง ภายในแววตาล้วนแต่ไร้เจตนาล่าถอยและเตรียมใจพร้อมพลีชีพ
โม่จ้านรู้สึกประทับใจเป็นเวลานาน รู้สึกราวกับว่ามีบางสิ่งจุกอยู่ในลำคอ ต้องการจะเอ่ยบางสิ่งแต่กลับไม่สามารถพูดออกไปได้
“นี่คืออัญมณีแหล่งพลังเวทที่มีอยู่ในตรอกขี้เถ้า มีทั้งหมดเพียงสิบกว่าชิ้นเท่านั้น เดิมทีคิดอยากจะซื้อเพิ่มจำนวนหนึ่งในงานประมูล แต่เห็นที่คงจะไม่ทันการเสียแล้ว”
ซีนั่วยกยิ้มขมขื่นพลางล้วงหยิบถุงผ้าห่อเล็กออกมาหนึ่งใบ ชั่งน้ำหนักด้วยมือก่อนส่งไปกลางฝ่ามือของโม่จ้านอย่างเคร่งขรึม เก๋อเหลยเกอหลี่หยิบเขาขององค์ราชาปีศาจที่แตกเป็นเศษเล็กเศษน้อยหลายชิ้นขึ้นมา หลังลังเลครู่หนึ่งจึงส่งเศษเขาชิ้นหนึ่งที่มีขนาดใหญ่กว่าครึ่งไปวางลงกลางฝ่ามือของโม่จ้านเช่นเดียวกัน
“โม่เจ๋อเอ่อร์ พวกเราไม่มีวิธีช่วยให้เขาของเจ้าฟื้นกลับคืนมาโดยเร็ว พวกเราจะเก็บเศษเล็กเหล่านี้เอาไว้เพื่อเสริมพลังต่อสู้ของเผ่าปีศาจให้ถึงขีดจำกัดที่ต่ำที่สุด หลังดูดกลืนเจ้าพวกนี้เข้าไป เจ้าน่าจะฟื้นคืนพลังได้ภายในเวลาอันรวดเร็ว สามารถพาเด็กๆ หลบหนีไปได้”
“...อนาคตของเผ่าปีศาจต้องหวังพึ่งเจ้าแล้ว”
ขณะมองสายตาฉายแววดิ้นรนแฝงไว้ด้วยความหวังของพวกเขาไม่กี่คนที่อยู่ตรงหน้า โม่จ้านที่ความรู้สึกซับซ้อนสัมผัสได้ถึงความกดดันอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนและผ่อนลมหายใจอย่างช้าๆ
คำว่าภาระหน้าที่ ไม่ว่าจะอยู่ที่ใด ล้วนแต่หนักอึ้งไร้สิ่งใดเปรียบ
ในช่วงเวลายากลำบากในชาติก่อน ตนต้องประคับประคองทั้งครอบครัวด้วยตัวคนเดียว แม้จะมีหลายครั้งที่ตนเหนื่อยเสียจนจิตใจจวนจะพังทลาย เพียงแต่เมื่อนึกถึงพ่อแม่บุญธรรมบนเตียงในโรงพยาบาลและน้องชายกับน้องสาวบุญธรรมที่แอบร้องไห้อยู่กลางดึกก็บีบบังคับให้ตนต้องกัดฟันอดทนต่อไปไม่ว่าอย่างไรก็ตาม
และในยามนี้ แม้ว่าตนจะเป็นคนนอกทั้งยังมิได้รู้สึกยอมรับในด้านตัวตนมากนัก แต่ทว่าความไม่ยี่หระต่อความตายและการเผชิญหน้ากับศัตรูอย่างอาจหาญสามัคคีทำให้ตนตื้นตันใจเสียแล้ว ทำให้ตนหวนนึกถึงความทรงจำเมื่อครั้งยังเป็นนายตำรวจผู้หนึ่ง ความเลือดร้อนของตนพลุ่งพล่านอีกครั้งอย่างมิได้พบเจอมานาน
ระยะเวลาที่ตนได้รู้จักกับเผ่าปีศาจไม่นับว่าสั้น อีกทั้งยังไม่เคยเห็นเผ่าปีศาจก่อเรื่องเลวทรามต่ำช้าดังเช่นที่ภายนอกกล่าวขาน อีกทั้งการสังหารหมู่อย่างนองเลือดและการกวาดล้างหนึ่งอาณาจักรก็ยังไม่เคยมีมาก่อน หนึ่งเผ่าพันธุ์ที่มิได้แตกต่างจากเผ่าพันธุ์อื่นเช่นนี้ อีกทั้งยังหาสาเหตุความไม่พอใจของปวงชนมิได้ เหตุใดจึงต้องถูกทั้งแผ่นดินใหญ่ตามล่าตั้งค่าหัวและถึงขั้นกวาดล้างอย่างโหดเหี้ยม?
ถึงแม้จะจัดการกับนักโทษความผิดร้ายแรงผู้หนึ่งที่ผู้คนต่างทราบกันโดยทั่วก็ยังต้องเผยหลักฐานต่างๆ มากมาย ตัวข้ามิใช่ทูตแห่งความยุติธรรม แม้จะเป็นเพียงอดีตนายตำรวจที่ยังคงมีเศษเสี้ยวของความยุติธรรมอยู่ในหัวใจ ทว่าเมื่อต้องเผชิญกับการกระทำที่เห็นชีวิตผู้อื่นเป็นผักปลาเช่นนี้ ท้ายที่สุดยังคงอดจนเหลืออดเช่นกัน
เผ่าปีศาจที่จู่ๆ ก็ปรากฏตัวขึ้นมา บ้านเกิดดั้งเดิมอยู่ที่ใดกันแน่?
เหตุใดผู้คนจำนวนมากจึงมีอคติรุนแรงต่อปีศาจ?
การสังหารหมู่ปีศาจอย่างสุดความสามารถของสันตะสำนักเป็นเพียงเพราะต้องการ ‘กำจัดสิ่งชั่วร้าย’ เพื่อถวายแด่ท่านเทพแห่งแสงจริงๆ งั้นหรือ?
หากไม่สืบเรื่องเหล่านี้ให้แน่ชัด ตนก็ไม่ยินยอมเช่นกัน!
ตนได้ยอมรับในตัวเหล่าแม่ทัพและ ‘กองทัพปีศาจ’ ที่เกิดจากการรวมตัวโดยหลากเผ่าพันธุ์ตรงหน้าแล้ว ไม่อาจนิ่งดูดายเช่นเมื่อก่อนอีกต่อไป ชีวิตแรกหลงเหลือความเสียใจภายหลังเอาไว้ เช่นนั้นในชีวิตที่สองก็ควรจะปล่อยให้ตนเองได้รื่นรมย์สักครั้งเถิด!
โม่จ้านสูดหายใจเข้าลึกไม่กี่ครั้ง กดข่มอารมณ์โหมซัดสาดเอาไว้ กำมือแน่นพลางมองไปยังคนตรงหน้าไม่กี่คน เก๋อเหลยเกอหลี่สบตากับซีนั่วครู่หนึ่ง จากนั้นหันมาพยักหน้าหนักแน่นให้แก่โม่จ้าน สื่อความหมายถึงการบอกลา
ทว่าภายใต้สายตาจับจ้องของบุคคล โม่จ้านกลับทำสิ่งที่เหลือเชื่อประการหนึ่ง --- ส่งมือเข้าไปในกระเป๋าเสื้อด้านในอาภรณ์ ขยับยุกยิกไม่กี่ครั้งบริเวณหน้าอกคล้ายกับกำลังเกา หากแต่ไม่รอให้พวกเขาไม่กี่คนได้สติกลับมา เด็กหนุ่มที่แลดูเอ้อระเหยลอยชายพลันปริปากเอ่ยเสียก่อน
“...หรือก็หมายความว่า ขอเพียงปริมาณพลังเวทเพียงพอก็จะสามารถทำให้เผ่าปีศาจทั้งหมดมีปฏิกิริยาตอบกลับ นอกจากนั้นยังเพิ่มพลังการต่อสู้ของพวกเขาด้วยใช่หรือไม่?”
“....เอ่อ ใช่แล้ว” ภายในหัวของซีนั่วค่อนข้างงุนงง มองไปทางเก๋อเหลยเกอหลี่โดยไม่รู้ตัว
เก๋อเหลยเกอหลี่ยักไหล่ จดจ้องโม่จ้านด้วยสายตาฉายแววสงสัยอยู่บ้าง เพียงแต่เมื่อเห็นการกระทำถัดมาของโม่จ้าน นัยน์ตาของเก๋อเหลยเกอหลี่ถึงกับหรี่เล็กลงฉับพลันเสียแล้ว
“โม่เจ๋อเอ่อร์ เจ้า เจ้าจะทำอันใด หยุดเร็วเข้า----!!!”
ไม่ทันสิ้นเสียง ซีนั่วกับอามู่พลันพุ่งเข้าไปหมายจะหยุดการกระทำของโม่จ้าน แม้ว่าปฏิกิริยาตอบสนองของคนทั้งสองจะเร็วมาก หากแต่เมื่อเทียบกับระดับความเร็วที่โม่จ้านโยนอัญมณีแหล่งพลังเวทกับเขาของราชาปีศาจลงไปกลางวงเวทย์ยังนับว่าช้าอยู่เพียงไม่กี่วินาที
ซีนั่วมองอัญมณีแหล่งพลังเวทและเขาที่แตกหักหลอมละลายภายในวงเวทย์ด้วยอาการสั่นเทา เขาที่หักค่อยๆ ละลายภายในใจกลางของวงกลมเวทมนตร์ กลายเป็นพลังเวทพลุ่งพล่านแทรกซึมเข้าไปในวงเวทย์ อามู่ที่โมโหอย่างยิ่งคว้าคอเสื้อของโม่จ้านพร้อมทั้งร้องตะคอกใส่เขาทันใด
“นี่เจ้าทำบ้าอันใดกัน?!!! การใส่พลังเวทลงในที่นี่มีแต่จะทำให้ตรอกขี้เถ้าฝืนยื้อได้นานกว่าเดิมเพียงครู่เดียวเท่านั้น เช่นนั้นแล้วจะทำอย่างไรกับความปลอดภัยของเด็กๆ!!”
“ผลั่ก!!!” “...อึก แค่ก!!!”
ภูตความมืดถูกโม่จ้านถีบจนกระเด็นและกลิ้งอยู่บนพื้นหลายตลบ เก๋อเหลยเกอหลี่วิ่งไปประคองอามู่ หว่างคิ้วเปี่ยมด้วยความขุ่นเคืองอย่างยากกดข่ม ทว่ายังคงอดกลั้นเอาไว้มิเอ่ยสิ่งใด
“...ข้าเคยบอกแล้วว่าข้ากับเจ้าราชาปีศาจนั่นมีศักดิ์เท่าเทียมกัน ไม่จำเป็นต้องให้คนต่ำต้อยอย่างพวกเจ้าชี้นิ้ววิจารณ์”
โม่จ้านแค่นหัวเราะเสียงเย็น จัดระเบียบคอเสื้อให้เป็นระเบียบ จากนั้นส่งมือเข้าไปในกระเป๋าเสื้อด้านในอาภรณ์อีกครั้งพลางหยิบบางสิ่งออกมา
“...นี่คือเขาของท่าน...? เหตุใดจึงอยู่ในมือของท่านเอง...?”
ซีนั่วมองกระดูกเขาคู่หนึ่งในมือของโม่จ้านพลันเผยสีหน้าไม่อยากจะเชื่อออกมา
เขาของอีกฝ่ายเล็กกว่าเขาขององค์ราชาปีศาจหนึ่งรอบ ทว่ากลับดูสมบูรณ์ดีอย่างยิ่ง เผ่าปีศาจเห็นเขาเป็นดังการดำรงอยู่ของชีวิต เป็นเขาที่ไม่มีทางตัดออกมาด้วยตนเองอย่างแน่นอน หรือว่าหลังจากเขาของนายท่านโม่เจ๋อเอ่อร์ถูกตัด ไม่เพียงแต่ไม่อยู่ในช่วงอ่อนแอพยายามหนีเอาตัวรอดจากการไล่ล่า กลับยังสามารถชิงเขาที่สมบูรณ์ดีกลับคืนมาได้?
โม่จ้านชั่งเขาสัตว์อยู่ในมือของตน รอยยิ้มค่อนข้างซับซ้อนอยู่บ้าง หลังจากที่ตนตัดเขาทั้งสองข้างออกก็เก็บมันไว้ในกระเป๋าเสื้อของเสื้อตัวในมาโดยตลอด ไม่เคยกลับไปแตะสัมผัสอีกแม้สักครั้ง กระทั่งเมื่อครู่เก๋อเหลยเกอหลี่แบ่งเขาของราชาปีศาจให้ตน ตนจึงนึกขึ้นได้ว่ายังมีเรื่องเช่นนี้อยู่
ครั้นเอื้อมมือเข้าไปลองทดสอบภายในเสื้อตัวใน พลังเวทเข้มข้นน่าหวาดกลัวภายในเขากลับทำให้ภายในใจของตนรู้สึกยินดีเสียแล้ว---- แม้คุณสมบัติจะมิได้สมบูรณ์แบบเช่นเขาของราชาปีศาจ แต่ทว่าปริมาณพลังเวทของข้าเหนือกว่า! ผนวกกับเศษเขาของราชาปีศาจและอัญมณีแหล่งพลังเวท จะต้องพอสร้างผลลัพธ์ไม่ต่างกับเขาของราชาปีศาจอย่างแน่นอน
หลังตนได้กระทำการยืนยันอีกครั้ง แม้ว่าร่างกายนี้จะมิอาจเทียบร่างกายของราชาปีศาจ หากแต่ก็เป็นเผ่าปีศาจระดับสูงทั้งยังมีสายเลือดบริสุทธิ์อย่างยิ่ง
มือทั้งสองข้างของโม่จ้านยกขึ้น เขาทั้งสองข้างที่ไร้ส่วนบุบสลายหมุนเป็นองศาไม่น่าดูอยู่กลางอากาศ ก่อนจะตกลงสู่ใจกลางวงเวทย์