ปาฏิหาริย์ที่บ้านสวน

    ตอนที่ 126 คำตอบของคำถาม

            “ทอวิเลียสกลุ่มนั้นถูกกักไว้ที่ห้วงมิตินี้หรือคะ?”เรนิตาเอ่ยถามออกมา ด้วยความคิดของเธอนั้น
    ตอนนี้ได้อยู่ในมิติที่มีกลุ่มพลังงาน
    จากธาตุมืดในห้วงอวกาศ แต่ตนเองยังไม่พบเจอจึงอดสงสัยไม่ได้

            ฟีโอน่านิ่งอยู่ครู่หนึ่งเธอกำลังใช้ความคิดอย่างพินิจพิเคราะห์ก่อนจะเอ่ยตอบเรนิตา

            “ใช่ค่ะฉันได้กักทอวิเลียสกลุ่มนั้นไว้ในห้วงมิติแห่งนี้ โดยที่ก่อนหน้านั้นเราสร้างห้วงมิติแห่งนี้ขึ้น
    โดยอาศัยผลึกพลังงานธาตุแสงจากดวงอาทิตย์สีน้ำเงินบวกกับพลังชีวิตบางส่วนทั้งจากฉัน
    และ
    ผู้พิทักษ์แห่งแมริอ้อน 17 ร่างกายแสงที่เสียสละตนเอง”

            “ทั้ง 17ร่างแสงที่คุณได้พบก่อนหน้าก็คือพวกเขาเองมิติที่เราได้สร้างขึ้นนี้เดิมทีเปรียบเสมือน
    ดินแดนที่อุดมสมบูรณ์ด้วยชีวิตและ
    ความสวยงาม หากแต่หลังจากที่สามารถกักทอวิเลียสไว้แล้ว มิติแห่งนี้ก็เปลี่ยนไปเป็นแดนมิติที่แห้งแล้ง”

            เรนิตาได้มองดูภาพร่างแสงทั้ง17 ร่างจากผลึกที่คล้ายจอทีวีที่อยู่เบื้องหน้าเธอเห็นกลุ่มผู้พิทักษ์เหล่านั้นค่อยๆ สลายร่าง
    แล้วกลายเป็น
    ออร่าแสงก่อนจะหายไปในมิติแห่งนี้ แต่เธอยังไม่เข้าใจเกี่ยวกับทอวิเลียส ฟีโอน่าเข้าใจความคิดของเธอจึงอธิบายต่อ

            “กลุ่มทอวิเลียสจากห้วงอวกาศนั้นเราทำลายมันไม่ได้ทำได้เพียงกักมันไว้เมื่อมันสิ้นอายุขัยพลังงานธาตุจะหายไปในห้วงอวกาศ
    ด้วยตัวมันเองที่เรากักมันไว้ก็เหมือนทำให้มันหลับใหลในห้วงมิติแห่งนี้”

            เรนิตาเธอเริ่มเข้าใจบางอย่างจึงอดกล่าวออกมาไม่ได้ด้วยท่าทีที่ดูตกใจและภาวนาว่าอย่าได้เป็นอย่างที่คิด

            “ถ้าอย่างนั้นตอนนี้!...”

            “อืม...คุณเข้าใจได้รวดเร็วใช่ค่ะ ทอวิเลียสที่ถูกกักไว้ ตอนนี้มันหลุดออกไปแล้ว โดยที่ปฏิกิริยาของพลังงานกลุ่มนี้ยังไม่หมดอายุขัย”ฟีโอน่ากล่าวออกมา ท่าทีของเธอดูสุขุมและดูเหมือนกำลังพิจารณาบางเรื่องและบางสิ่งบางอย่าง

            เรนิตา : “โอ้!...” มันเป็นอย่างที่เธอคิดเพราะว่าในห้วงมิติแห่งนี้ในตอนนี้เริ่มกลับมีความสวยงามด้วยเสมือนพื้นที่อุดมด้วยชีวิตความสมบูรณ์และสงบสุข

             “เมื่อมันหลุดออกไป ร่างแสงทั้ง 17 ร่างของผู้พิทักษ์จึงได้ตื่นขึ้นเช่นกัน เมื่อมีพลังงานธาตุแสงแห่งชีวิตกลับมาที่มิติแห่งนี้ก็ทำให้ร่างกายแสงของฉันได้กลับมาหลอมรวมอีกครั้ง มันเกิดขึ้นในจังหวะที่ธาตุหยดเลือดของฉันเข้าไปในร่างกายของคุณ”
    ฟีโอน่า
    กล่าวอธิบาย

            “ฉันไม่รู้ตัวเลยฉันมาที่นี่ได้อย่างไร แล้วหยดเลือดมรกตของคุณเข้ามาไปในร่างกายของฉันได้อย่างไร?”
    เรนิตายังไม่รู้เรื่องไรอาร์
    ที่ควบคุมแร่เหล็กเย็นธาตุกายสิทธิ์ช่วยร่างของตนเอง

            ฟีโอน่าได้หลับตาลงพร้อมกับภาพจากผลึกที่สร้างขึ้นนั้นก็เปลี่ยนไป เธอได้ทำให้เรนิตาเข้าใจมากขึ้น
    ว่าตัวเธอเองป่วยด้วยสาเหตุเกิดความสัมพันธ์ทางเพศข้ามสายวิวัฒนาการนอกจากนั้นยังให้เห็น
    การช่วยเหลือร่างของเธอจากไรอาร์

            “ไรอาร์ผู้พิทักษ์ที่ใกล้ชิดฉัน ได้สละชีพเพื่อใช้หยดเลือดสีเขียวของตัวเองตามฉันไปยังโลก
    เธอหวังให้ร่างแสงของฉันกลับมาหลอมรวมอีกครั้งหลังสิ้นชีวิต”

            “ก่อนหน้าที่หยดเลือดของฉันจะเดินทางไปยังโลกนั้นก็ได้มีชาวอโณนบางร่างแสงเดินทางไปก่อน ด้วยมีเจตนาที่จะช่วยเหลือ
    สิ่งมีชีวิตบนโลกและหาทางยับยั้งทอวิเลียสกลุ่มอื่นที่อาจจะเกิดปฏิกิริยากลายเป็นภัยข้ามห้วงระบบสุริยะจักร”

            เรนิตาตอนนี้เข้าใจเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับเธอยังรู้สึกขอบคุณไรอาร์และทุกคนที่คอยช่วยเหลือดูแลและปกป้องร่างกายของตนเองฟีโอน่ายิ้มให้กับเธอด้วยความอ่อนโยนแล้วกล่าวต่อ

            “ตอนที่ร่างแสงของฉันเริ่มกลับมาหลอมรวมหลังจากเข้าไปในร่างกายของคุณฉันก็ยังรับรู้ได้ถึงการตื่นขึ้นของผู้พิทักษ์ทั้ง 17 ร่าง
    รวมทั้งเกิดช่องว่างหรือรอยรั่วของห้วงมิตินี้พอดี จึงใช้ธาตุแสงของ
    หยดเลือดตามเข้ามา ในที่สุดก็เกิดการหลอมรวมร่างแสง
    ที่วิวัฒนาการแล้วอีกครั้งในห้วงมิตินี้”

            เรนิตาเอ่ยถาม : “ก็แปลว่าคุณกลับมามีร่างกายแสงที่สมบูรณ์ดังเช่นก่อนที่จะเสียชีวิตหรือคะ?”

            “ใช่แล้วรวมทั้งผู้พิทักษ์ทั้ง 17 ร่างที่เสียสละตนเองในตอนนั้นด้วยเช่นกันเพียงแต่จะยังไม่มีร่างกาย
    นอกจากเกิดใหม่หรือสามารถร่วมกับร่างที่เสมือนตายไปแล้ว”ฟีโอน่าได้กล่าวตอบรวมทั้งยังอธิบายต่อ

            “การที่ร่างวิญญาณของคุณหลุดมายังห้วงมิตินี้ได้ประการแรกคือ หลังจากมีมหานวดาราครั้งใหญ่ที่เพิ่งเกิดขึ้น
    กลุ่มทอวิเลียสที่มีปฏิกิริยาอยู่ก่อนหน้าจากมหานวดาราขนาดเล็กนั้นมันเกิดผลอีกครั้ง 
    ทำให้เกิดรอยรั่วของห้วงมิติแล้วก็หลุดออกไป”

            “ประการที่สองคือ ฉันแน่ใจว่า คุณเกิดมีจุดเริ่มต้นของวิวัฒนาการแรกแบบชาวมารีย์ของเรามันเกิดขึ้นทั้งโดยตามธรรมชาติ
    ของตัวคุณเองหลังมีสัมพันธ์ทางเพศร่วมกับคุณเทวินมาหลายครั้ง”

            “ทั้งสองประการนี้มันเกี่ยวข้องกันด้วยหรือคะ?”เรนิตารู้สึกแปลกใจ จึงเอ่ยถามออกไป

            “มันเป็นไปโดยจังหวะรอยรั่วที่เกิดขึ้นพอดีหากเปรียบว่าพลังงานจากธาตุมืดในห้วงอวกาศนี้เป็นคนหรือสิ่งมีชีวิต
    นั่นก็คือ มันได้เกิดการชักนำตัวมันเองที่เพิ่งเป็นอิสระเพื่อที่จะหาร่างที่กำลังแรกเกิดวิวัฒนาการแห่งกายแสง”
    ฟีโอน่าก็ได้อธิบาย

            เธอได้พิจารณาวิถีของการเกิดขึ้นในลักษณะแบบนี้ ด้วยการศึกษาค้นคว้าและประสบการณ์ทางวิวัฒนาการ
    จากดาวเคราะห์บ้านเกิด ทำให้รู้ว่าร่างวิญญาณของเรนิตามาที่นี่ได้อย่างไร

            เรนิตาเกิดความตกใจ: “อ๊ะ!..มันซักนำตัวเองเข้าหาฉัน!? แล้วทำไมการที่ฉันมาที่นี่ถึงไม่พบว่ามีพลังงานใด
    เข้ามากระทบหรือ
    ทำร้าย นอกจากการเกิดแผ่นดินไหว...อ๊ะ หรือว่า!!..”

            ฟีโอน่า : “กลุ่มทอวิเลียสที่หลุดออกไปนี้ มันจะไปยังบริเวณที่เกิดขึ้นของซูเปอร์โนวาครั้งใหญ่ก่อน
    จากนั้นพลังงานของมันจะเพิ่มขึ้นและทำให้เกิดรอยรั่วในห้วงอวกาศเพิ่มมากขึ้นหลังจากนั้นมันจะเดินทางไปยังร่างกายของคุณ”

            “โอ้!...ไม่นะ เท่ากับเป็นการชักนำหายนะไปสู่โลกมนุษย์ โอ้! ..” เรนิตาเอ่ยออกมาด้วยความเป็นวิตกกังวล

            “โอ้!..แย่แล้ว! นี่ถ้าหากมันทำปฏิกิริยาต่อร่างกายของฉันแล้วฉันกลายเป็นเหตุต่อการทำลายชีวิตอื่นบนโลก ...ไม่นะ!ฉัน...ฉัน..”
    เธอรู้สึกรับไม่ได้ในเรื่องนี้เป็นอย่างมาก

            “มันเป็นอุบัติเหตุแม้จะคนละรูปแบบกับตอนที่ร่างแสงของฉันกระทบและเกิดปฏิกิริยากับมัน ส่วนในครั้งนี้
    ฉันคิดว่ามันยังต้องใช้เวลาประมาณ5 ปี ถึงจะก่อเป็นเภทภัยอันใดสักอย่างต่อโลกมนุษย์” ฟีโอน่ากล่าวออกไปด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
    เธอไม่ต้องการให้เรนิตาคิดมาก 
    และนึกถึงตนเองตอนที่กระทบเกิดเป็นอุบัติเหตุในครั้งนั้น

            ขณะนั้นเองก็มีความเคลื่อนไหวของแสงสีเขียวหลายสาย ค่อยลายล้อมเป็นวงกลมเข้ามายังที่ทั้งสองนั้นกำลังพูดคุยกัน
    เมื่อเข้ามาใกล้ก็แปรเปลี่ยนรูปเป็นแนวเกาะกลุ่มกัน ก่อนเปลี่ยนดวงแสงสีเขียวเหล่านั้นให้เห็นเป็นร่างกายแสงของ17 ผู้พิทักษ์
    จากดาวแมริอ้อนที่เรนิตาได้พบก่อนหน้า


    คล้ายกับเรื่องปาฏิหาริย์ที่บ้านสวน ที่คุณอ่าน