ตอนนี้ได้อยู่ในมิติที่มีกลุ่มพลังงานจากธาตุมืดในห้วงอวกาศ แต่ตนเองยังไม่พบเจอจึงอดสงสัยไม่ได้
ฟีโอน่านิ่งอยู่ครู่หนึ่งเธอกำลังใช้ความคิดอย่างพินิจพิเคราะห์ก่อนจะเอ่ยตอบเรนิตา
“ใช่ค่ะฉันได้กักทอวิเลียสกลุ่มนั้นไว้ในห้วงมิติแห่งนี้ โดยที่ก่อนหน้านั้นเราสร้างห้วงมิติแห่งนี้ขึ้นโดยอาศัยผลึกพลังงานธาตุแสงจากดวงอาทิตย์สีน้ำเงินบวกกับพลังชีวิตบางส่วนทั้งจากฉัน
และผู้พิทักษ์แห่งแมริอ้อน 17 ร่างกายแสงที่เสียสละตนเอง” “ทั้ง 17ร่างแสงที่คุณได้พบก่อนหน้าก็คือพวกเขาเองมิติที่เราได้สร้างขึ้นนี้เดิมทีเปรียบเสมือน
ดินแดนที่อุดมสมบูรณ์ด้วยชีวิตและความสวยงาม หากแต่หลังจากที่สามารถกักทอวิเลียสไว้แล้ว มิติแห่งนี้ก็เปลี่ยนไปเป็นแดนมิติที่แห้งแล้ง” เรนิตาได้มองดูภาพร่างแสงทั้ง17 ร่างจากผลึกที่คล้ายจอทีวีที่อยู่เบื้องหน้าเธอเห็นกลุ่มผู้พิทักษ์เหล่านั้นค่อยๆ สลายร่าง
แล้วกลายเป็นออร่าแสงก่อนจะหายไปในมิติแห่งนี้ แต่เธอยังไม่เข้าใจเกี่ยวกับทอวิเลียส ฟีโอน่าเข้าใจความคิดของเธอจึงอธิบายต่อ
“กลุ่มทอวิเลียสจากห้วงอวกาศนั้นเราทำลายมันไม่ได้ทำได้เพียงกักมันไว้เมื่อมันสิ้นอายุขัยพลังงานธาตุจะหายไปในห้วงอวกาศ
ด้วยตัวมันเองที่เรากักมันไว้ก็เหมือนทำให้มันหลับใหลในห้วงมิติแห่งนี้”
“ถ้าอย่างนั้นตอนนี้!...”
“อืม...คุณเข้าใจได้รวดเร็วใช่ค่ะ ทอวิเลียสที่ถูกกักไว้ ตอนนี้มันหลุดออกไปแล้ว โดยที่ปฏิกิริยาของพลังงานกลุ่มนี้ยังไม่หมดอายุขัย”ฟีโอน่ากล่าวออกมา ท่าทีของเธอดูสุขุมและดูเหมือนกำลังพิจารณาบางเรื่องและบางสิ่งบางอย่าง เรนิตา : “โอ้!...” มันเป็นอย่างที่เธอคิดเพราะว่าในห้วงมิติแห่งนี้ในตอนนี้เริ่มกลับมีความสวยงามด้วยเสมือนพื้นที่อุดมด้วยชีวิตความสมบูรณ์และสงบสุข “เมื่อมันหลุดออกไป ร่างแสงทั้ง 17 ร่างของผู้พิทักษ์จึงได้ตื่นขึ้นเช่นกัน เมื่อมีพลังงานธาตุแสงแห่งชีวิตกลับมาที่มิติแห่งนี้ก็ทำให้ร่างกายแสงของฉันได้กลับมาหลอมรวมอีกครั้ง มันเกิดขึ้นในจังหวะที่ธาตุหยดเลือดของฉันเข้าไปในร่างกายของคุณ”ฟีโอน่ากล่าวอธิบาย “ฉันไม่รู้ตัวเลยฉันมาที่นี่ได้อย่างไร แล้วหยดเลือดมรกตของคุณเข้ามาไปในร่างกายของฉันได้อย่างไร?”
เรนิตายังไม่รู้เรื่องไรอาร์ที่ควบคุมแร่เหล็กเย็นธาตุกายสิทธิ์ช่วยร่างของตนเอง ฟีโอน่าได้หลับตาลงพร้อมกับภาพจากผลึกที่สร้างขึ้นนั้นก็เปลี่ยนไป เธอได้ทำให้เรนิตาเข้าใจมากขึ้น
ว่าตัวเธอเองป่วยด้วยสาเหตุเกิดความสัมพันธ์ทางเพศข้ามสายวิวัฒนาการนอกจากนั้นยังให้เห็นการช่วยเหลือร่างของเธอจากไรอาร์
“ไรอาร์ผู้พิทักษ์ที่ใกล้ชิดฉัน ได้สละชีพเพื่อใช้หยดเลือดสีเขียวของตัวเองตามฉันไปยังโลก
เธอหวังให้ร่างแสงของฉันกลับมาหลอมรวมอีกครั้งหลังสิ้นชีวิต”
“ก่อนหน้าที่หยดเลือดของฉันจะเดินทางไปยังโลกนั้นก็ได้มีชาวอโณนบางร่างแสงเดินทางไปก่อน ด้วยมีเจตนาที่จะช่วยเหลือ
สิ่งมีชีวิตบนโลกและหาทางยับยั้งทอวิเลียสกลุ่มอื่นที่อาจจะเกิดปฏิกิริยากลายเป็นภัยข้ามห้วงระบบสุริยะจักร”
รวมทั้งเกิดช่องว่างหรือรอยรั่วของห้วงมิตินี้พอดี จึงใช้ธาตุแสงของหยดเลือดตามเข้ามา ในที่สุดก็เกิดการหลอมรวมร่างแสง
ที่วิวัฒนาการแล้วอีกครั้งในห้วงมิตินี้”
เรนิตาเอ่ยถาม : “ก็แปลว่าคุณกลับมามีร่างกายแสงที่สมบูรณ์ดังเช่นก่อนที่จะเสียชีวิตหรือคะ?”
“ใช่แล้วรวมทั้งผู้พิทักษ์ทั้ง 17 ร่างที่เสียสละตนเองในตอนนั้นด้วยเช่นกันเพียงแต่จะยังไม่มีร่างกาย
นอกจากเกิดใหม่หรือสามารถร่วมกับร่างที่เสมือนตายไปแล้ว”ฟีโอน่าได้กล่าวตอบรวมทั้งยังอธิบายต่อ
กลุ่มทอวิเลียสที่มีปฏิกิริยาอยู่ก่อนหน้าจากมหานวดาราขนาดเล็กนั้นมันเกิดผลอีกครั้ง ทำให้เกิดรอยรั่วของห้วงมิติแล้วก็หลุดออกไป”
“ประการที่สองคือ ฉันแน่ใจว่า คุณเกิดมีจุดเริ่มต้นของวิวัฒนาการแรกแบบชาวมารีย์ของเรามันเกิดขึ้นทั้งโดยตามธรรมชาติ
ของตัวคุณเองหลังมีสัมพันธ์ทางเพศร่วมกับคุณเทวินมาหลายครั้ง”
“มันเป็นไปโดยจังหวะรอยรั่วที่เกิดขึ้นพอดีหากเปรียบว่าพลังงานจากธาตุมืดในห้วงอวกาศนี้เป็นคนหรือสิ่งมีชีวิต
นั่นก็คือ มันได้เกิดการชักนำตัวมันเองที่เพิ่งเป็นอิสระเพื่อที่จะหาร่างที่กำลังแรกเกิดวิวัฒนาการแห่งกายแสง”
ฟีโอน่าก็ได้อธิบาย
จากดาวเคราะห์บ้านเกิด ทำให้รู้ว่าร่างวิญญาณของเรนิตามาที่นี่ได้อย่างไร เรนิตาเกิดความตกใจ: “อ๊ะ!..มันซักนำตัวเองเข้าหาฉัน!? แล้วทำไมการที่ฉันมาที่นี่ถึงไม่พบว่ามีพลังงานใด
เข้ามากระทบหรือทำร้าย นอกจากการเกิดแผ่นดินไหว...อ๊ะ หรือว่า!!..” ฟีโอน่า : “กลุ่มทอวิเลียสที่หลุดออกไปนี้ มันจะไปยังบริเวณที่เกิดขึ้นของซูเปอร์โนวาครั้งใหญ่ก่อน
จากนั้นพลังงานของมันจะเพิ่มขึ้นและทำให้เกิดรอยรั่วในห้วงอวกาศเพิ่มมากขึ้นหลังจากนั้นมันจะเดินทางไปยังร่างกายของคุณ” “โอ้!...ไม่นะ เท่ากับเป็นการชักนำหายนะไปสู่โลกมนุษย์ โอ้! ..” เรนิตาเอ่ยออกมาด้วยความเป็นวิตกกังวล
“โอ้!..แย่แล้ว! นี่ถ้าหากมันทำปฏิกิริยาต่อร่างกายของฉันแล้วฉันกลายเป็นเหตุต่อการทำลายชีวิตอื่นบนโลก ...ไม่นะ!ฉัน...ฉัน..”
เธอรู้สึกรับไม่ได้ในเรื่องนี้เป็นอย่างมาก
ฉันคิดว่ามันยังต้องใช้เวลาประมาณ5 ปี ถึงจะก่อเป็นเภทภัยอันใดสักอย่างต่อโลกมนุษย์” ฟีโอน่ากล่าวออกไปด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
เธอไม่ต้องการให้เรนิตาคิดมาก และนึกถึงตนเองตอนที่กระทบเกิดเป็นอุบัติเหตุในครั้งนั้น
ขณะนั้นเองก็มีความเคลื่อนไหวของแสงสีเขียวหลายสาย ค่อยลายล้อมเป็นวงกลมเข้ามายังที่ทั้งสองนั้นกำลังพูดคุยกัน
เมื่อเข้ามาใกล้ก็แปรเปลี่ยนรูปเป็นแนวเกาะกลุ่มกัน ก่อนเปลี่ยนดวงแสงสีเขียวเหล่านั้นให้เห็นเป็นร่างกายแสงของ17 ผู้พิทักษ์
จากดาวแมริอ้อนที่เรนิตาได้พบก่อนหน้า