เมื่อเสียงโทรศัพท์ในห้องทำงานของเ้าหน้าที่สนามเทนนิสดังขึ้นแอนเนทท์ก็เอื้อมไปหมุนสมุดลงเวลาให้เข้าหาตัวเพื่อจะได้อ่านถนัดขึ้นพร้อมกับเงยหน้าขึ้นยิ้มให้เ้าหน้าที่คนนั้น
“ไปรับโทรศัพท์ก่อนก็ได้ค่ะฉันจะลองตรวจหาเวลาว่างเองแล้วก็จะตัดสินใจว่าเราอยากจะจองเวลาไหน”
เขาตอบรับโดยมิได้ลังเลใจแม้แต่น้อยก่อนจะเดินไปตรงปลายเคาน์เตอร์เพื่อรับโทรศัพท์ แอนเนทท์หลิ่วตาอย่างมีชัยให้มาชาและเริ่มตรวจรายชื่อในสมุดเล่มนั้นชื่อของโจช ดีนถูกจดลงในหน้านั้นตรงช่องว่าง 5โมงเย็นในบ่ายวันรุ่งขึ้น
เมื่อมาชาสังเกตเห็นว่ายังมีชั่วโมงว่างอยู่ก่อนหน้าเวลาที่โจชจองไว้เธอก็พูดเสียงเบาๆกับพี่สาวว่า
“พี่น่ะชีวิตช่างมีเสน่ห์เสียเหลือเกินนะ แอนเนทท์”
“นั่นสิจริงไหม?”
แอนเนทท์ยอมรับว่าบางโอกาสโชคก็มีส่วนช่วยอย่างสำคัญเื่ที่พูดอยู่จำต้องยุติลงแค่นั้นเมื่อเ้าหน้าที่เดินกลับมา
“ฉันขอลงพรุ่งนี้ตอน 4 โมงครึ่งนะคะ”จากนั้นเธอก็ให้ชื่อพร้อมกับหมายเลขห้อง
“แล้วเราก็ขอเช่าลูกเทนนิสกับแร็คเก๊ตด้วยค่ะ”
“ได้ครับ” เขาพยักหน้ารับ
“้าอะไรเป็พิเศษอีกไหมครับ”
“ไม่ล่ะค่ะ” แอนเนทท์สั่นศีรษะอย่างไม่แยแส
“เท่าที่มีอยู่ก็ดีแล้วมาชากับฉันไม่ใช่คนพิถีพิถันอะไร
เธอผละออกจากหน้าเคาน์เตอร์ขณะที่มาชาอ้าปากค้างจ้องมองดูเธออยู่อย่างใ
“แล้วพบกันพรุ่งนี้นะคะ”
จนกระทั่งออกมาถึงทางเดินข้างนอกแล้วมาชาจึงได้หาเสียงของตัวเองพบ
“นี่...ฉันบอกพี่ั้แ่เมื่อไหร่ว่าฉันจะลงเล่นเทนนิสด้วยน่ะ?”
“ฉันยกประโยชน์ให้กับตัวเองว่าเธอจะต้องเล่น”
แอนเนทท์ตอบอย่างยอมรับออกจะรู้สึกใกับอาการไม่เต็มใจของน้องสาว
“คือมันยากมากนะที่ใครจะบ้าเล่นเทนนิสคนเดียวเธอคิดว่าฉันจะทำยังไงล่ะถ้าไม่ใช่แบบนี้?”
“ก็คิดว่าพอพี่พบโจชแล้วก็จะเลิกราไปเลยน่ะสิ” มาชาตอบ
“แล้วจะให้ฉันทำยังไงต่อดูเขาเล่นเฉยๆ งั้นสิ” แอนเนทท์ทำเสียงกระทบกระแทก
“มันไกลความจริงไปหน่อยมั้ง มาชาถ้าฉันลงเล่นเทนนิสมันก็ยังพอมีเหตุผลที่ไปอยู่ในสนามบ้างและเขาก็ไม่ค่อยแน่ใจนักด้วยว่าฉันไปเพราะตั้งใจจะหาทางพบเขา”
“แต่ฉันก็บอกแล้วไงว่าไม่้าเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องในแผนของพี่ด้วย”มาชาว่า
“ที่เธอจะต้องทำก็แค่เล่นเทนนิสกับฉันเท่านั้นละล่า พุทโธ่เอ๊ย”แอนเนทท์ร้องโกรธๆ ส่ายศีรษะอยู่ไปมา
“แต่ฉันรู้หรอกว่าพี่จะใช้วิธีการอย่างไร” มาชาเถียง
“มันจะต้องเริ่มด้วยวิธีการไร้เดียงสาพี่น่ะเวลาจะยุ่งเกี่ยวกับใครมักจะทำแบบนี้ทั้งนั้นและก่อนที่เขาจะทันรู้ตัวก็หัวปักหัวปำไปแล้ว”
“ออกจะพูดเกินความจริงไปหน่อยแล้ว มาชา” แอนเนทท์ไม่ยอมรับฟังคำพูดเช่นนั้น
“ไม่หรอก...ไม่เกินเลย”น้องสาวของเธอตอบอย่างมั่นใจด้วยเคยเห็นเหตุการณ์เช่นนี้มาก่อน
“เอาละ ถึงแม้ว่าโจชัว ดีน เขาจะสังเกตเห็นพี่อยู่ในวันพรุ่งนี้แต่ฉันก็มองไม่เห็นอยู่ดีว่ามันจะได้อะไรขึ้นมา เขาคิดว่าพี่น่ะอายุแค่ 17 เท่านั้นนะเพราะฉะนั้นเขาคงจะไม่มาจริงจังด้วยหรอกจนกว่าจะรู้ว่าพี่โตกว่านั้นพี่ควรจะบอกก่อนที่เื่มันจะก้าวไกลเกินไปกว่านี้นะ”
แอนเนทท์หยุดเดินทันทีพยายามสงบระงับอารมณ์ของตัวเองไว้
“ก็แล้วจะให้ฉันทำยังไงล่ะ? เดินเข้าไปหาเขายื่นใบขับขี่ให้ดูหรือไงหรือว่าจะเอาทั้งบัตรประจำตัวพาสปอร์ตแล้วก็บอกเขาว่าดูนี่สิโจชอีก 4 วันฉันก็จะอายุ 20 แล้วงั้นละหรือ?”
“ก็ถ้าไม่ทำยังงั้นแล้วพี่คิดจะทำยังไงล่ะ?” มาชาถามมองไม่เห็นทางถ้าพี่สาวไม่เลือกวิธีนี้
“ฉันก็ยังไม่รู้เลย” แอนเนทท์ยอมรับ
“แต่สำหรับตอนนี้ไอ้การมีอายุแค่17 ในสายตาของเขาก็ดูจะมีประโยชน์ดีอยู่หรอก” มาชาขมวดคิ้ว
“ฉันไม่เข้าใจ มันมีประโยชน์ยังไงล่ะ?”
“ฉันน่ะไม่แม้แต่พยายามจะลองเดาดูว่าเขาจะออกเดตกับผู้หญิงอายุ 20 สักกี่คนมาแล้ว แต่เธอคิดดูสิว่าจะมีสักกี่ครั้งที่เขาจะเกิดติดใจสาว 17 ขึ้นมา ถึงจะสมมติว่า 17 ก็เถอะ? เมื่อมาถึงเวลานี้แล้วถ้าฉันเกิดไปยืนอยู่ในหมู่คนฉันก็จะไม่ใช่แค่ผู้หญิงผมสีบลอนด์ธรรมดาๆอีกคนหนึ่งในชีวิตของเขาหรอก” แอนเนทท์อธิบาย
“ฉันไม่เคยคิดไปไกลถึงขนาดนั้นหรอก” น้องสาวตอบอย่างยอมรับ
“แต่ฉันคิด”แอนเนทท์ก้าวเดินต่อด้วยรองเท้าแตะสีดำที่สวมไว้ทำให้เธอไม่รู้สึกเจ็บจากแผลตรงส้นเท้า
“ก็ด้วยเหตุผลนี้แหละที่ฉันไม่รังเกียจถ้าตัวเองจะต้องเป็สาว 17 ต่อไปอีกสักพัก”
เธอหยุดเว้นระยะก่อนที่จะกล่าวต่อว่า
“เอาละเนื่องจากว่าฉันไม่ได้ถามความเห็นของเธอั้แ่ตอนแรกก็ขอถามตอนนี้เลยว่าเธอจะเล่นเทนนิสกับฉันไหมล่ะ?”
มาชาเบือนหน้ามามองพี่สาวรอยยิ้มกึ่งเสียใจปรากฏขึ้น
“ฉันไม่เข้าใจอีกนั่นแหละว่าทำไมที่จะต้องมาถามให้เสียเวลาเพราะถึงยังไงก็ต้องเล่นด้วยอยู่แล้วแม้จะต้องใช้สมองคิดสักหน่อยว่าสมควรหรือไม่ก็เถอะ”
่เวลาหลายต่อหลายชั่วโมงที่แอนเนทท์ตากแดดอยู่ริมสระน้ำนั้นทำให้ผิวของเธอคล้ำลงกว่าเดิมราวสีน้ำตาลอมทองเรือนผมสลวยซีดจางลงเหมือนไล้ด้วยสีเงินซึ่งผลจากการนี้เมื่อเธออยู่ในชุดกางเกงขาสั้นสำหรับเล่นเทนนิสสีขาวขอบดำจึงทำให้เด่นสะดุดตาขึ้นเธอมีเจตนาที่จะจองเวลาในคอร์ทเทนนิสก่อนหน้าเวลาของโจชัว ดีนครึ่งชั่วโมงเพื่อที่ว่าเมื่อเขามาถึงจะได้เห็นว่าเธอลงเล่นอยู่ก่อนแล้วเนทด้านที่เธอเล่นอยู่หันหน้าไปทางที่เขาจะเดินเข้ามาในสนาม
เมื่อเวลาที่โจชจะมาถึงใกล้เข้ามาแอนเนทท์ก็เริ่มใจคอไม่ใคร่ดีกังวลอยู่ว่าเขาอาจจะยกเลิกเวลาจอง่นั้นไว้หรือเปลี่ยนแปลงเวลาเสียเกือบจะรับลูกง่ายๆที่มาชาส่งมาให้พลาดไปต้องพยายามดึงตัวเองกลับมาตั้งสมาธิอยู่กับเกมการเล่นซึ่งมิได้จริงจังอะไรนักตอนที่แอนเนทท์เห็นโจชเดินใกล้คอร์ทเข้ามานั้นเธอเพิ่งจะเล่นไปได้ครึ่งเกมเขาเดินมากับมือโปรเทนนิสคนหนึ่งของโรงแรม
ทันทีที่เห็นเขาซึ่งอยู่ในชุดสปอร์ตขาสั้นสีขาวเสื้อยืดแนบเนื้ออยู่กับแผงอกเข้านั้นหัวใจของเธอก็เริ่มระส่ำระสายขึ้นมาแสงอาทิตย์ส่องต้องเรือนผมสีเข้มเป็ประกายราวสีทองแดง รอยยิ้มอย่างงงๆปรากฏขึ้นบนริมฝีปากเมื่อเขามองมาและจำเธอได้แอนเนทท์ตบลูกที่มาชาส่งมาให้ได้อย่างง่ายดาย
“เกมแล้ว”
เธอบอกทั้งๆที่รู้อยู่ว่ามันยังไม่เกมถือเป็โอกาสยุติการเล่นลงชั่วครู่เดินอ้อมเนทเพื่อเปลี่ยนข้าง
“พี่แน่ใจหรือน่ะ?” มาชาขมวดคิ้วย่นยังคงยืนนิ่งอยู่กับที่
“ฉันคิดว่ามัน...”
“นั่นแหละเกมแล้ว”
แอนเนทท์ย้ำจ้องตาน้องสาวไว้ไม่ให้เถียงต่อมาชาจึงเบือนหน้าไปมอง และเพิ่งจะได้เห็นว่าโจชัว ดีน กำลังเดินเข้ามาใกล้นั่นเอง
“เฮ้อ...ฉันคิดว่าพี่พูดถูกนะ”
เธอเข้าใจในเหตุผลที่แอนเนทท์ทำลงไปและมิได้ต่อล้อต่อเถียงต่อไปอีก
แอนเนทท์เดินไปตรงมุมที่อยู่ใกล้รั้วสูงหยิบผ้าขนหนูที่กองรวมไว้กับข้าวของยื่นขึ้นมาแสร้งทำเป็เช็ดเหงื่อซึ่งแทบจะไม่มีเลยบนใบหน้าและลำคอ
ขณะที่โจชรูดซอปแร็คเก็ตของเขาอยู่ในคอร์ทติดๆกัน ความตึงเครียดแทรกซึมอยู่ในประสาททั่วกาย ขณะที่รอเวลาให้เขาหันมาทางเธอและเมื่อเขาหันมาตามที่คิดไว้จริงๆเธอก็สามารถเห็นใบหน้านั้นได้เต็มตาดูมันลอยเด่นขึ้นมาเหนือสิ่งกีดขวางทั้งมวล
“น่าแปลกใจจริงค่ะที่พบคุณที่นี่” เธอแสร้งทำสีหน้าแปลกใจที่ได้พบเขา
“แต่ผมมีความรู้สึกแปลกๆนะอย่างกับว่าคุณจะตามผมไปเสียทุกหนทุกแห่งอย่างนั้นแหละ”โจชพูดราวจะตั้งข้อสังเกต ดวงตาฉายแววรู้ทัน
“ผมชักสงสัยนะว่าทำไมมันถึงต้องเป็อย่างนั้นด้วยล่ะ?”
“ฉันต่างหากล่ะคะที่กำลังจะต่อว่าที่คุณตามฉัน”แอนเนทท์โต้พร้อมเสียงหัวเราะแปร่งๆ
“ฉันมาก่อนนะคะ”
“มันไม่น่าจะเป็ไปได้เลยนี่” เขาไม่ยอมเชื่อ
แอนเนทท์ตัดสินใจว่าวิธีที่ดีที่สุดที่จะระงับความสงสัยเขาลงก็คือเผชิญหน้ากับมันเสีย
“ฉันไม่ปฏิเสธหรอกค่ะที่คิดว่าคุณเป็ผู้ชายที่มีเสน่ห์ที่สุด”
ท่าทางของเขาที่แสดงออกเป็ปฏิกิริยาตอบต่อคำพูดของเธอประโยคนี้เป็ที่เข้าใจอยู่กล้ามเนื้อตรงช่องท้องของเธอดูจะเขม็งเกลียวจนขึ้นมาตีบตันอยู่ในลำคอ
“แต่ฉันคิดว่า ตัวเองออกจะเป็คนหัวโบราณอยู่สักหน่อย”
“งั้นรึ?” เขาเลิกคิ้วเป็เชิง้าให้เธอได้อธิบายความหมายในถ้อยคำให้กระจ่างกว่านั้น
“ค่ะ เพราะฉันชอบที่จะให้ผู้ชายเป็ฝ่ายไล่ตามมากกว่า”
เธอจ้องหน้าเขาด้วยดวงตาสีเทาควันคู่นั้นดวงตาคู่ที่ฉายแววไร้เดียงสา และแล้วก็หมุนตัวกลับเมื่อพูดขาดคำลงเดินกลับเข้าไปในคอร์ทร้องถามมาชาว่า
“พร้อมหรือยัง?”
เมื่อได้รับการพยักหน้าจากน้องสาวแทนคำตอบเธอก็ตีลูกส่งไปให้
“รอบนี้เธอเป็ฝ่ายเสิร์ฟ”
ออกจะลำบากอยู่สักหน่อยสำหรับแอนเนทท์ที่จะตั้งใจอยู่กับการเล่นเพราะดูเหมือนเธอจะสนใจกับอีกคู่ในคอร์ทข้างๆมากกว่ามาชาเป็นักเล่นเทนนิสฝีมือดีคนหนึ่งแต่มิใช่คู่ต่อสู้ที่หักหาญท้าทายและโจชก็ดึงความสนใจไปจากเธอเสียเกือบหมด
และแล้วเกมนั้นก็สิ้นสุดลงโดยแอนเนทท์เป็ฝ่ายชนะไปอย่างง่ายดายเธออยากจะได้นั่งลงดูโจชเล่นอยู่เหมือนกันแต่อย่างที่ได้พูดมาชาฟังั้แ่เมื่อวันวานแล้วว่ามันเป็การแสดงออกอย่างโจ่งแจ้งเกินไปแม้จะรู้อยู่แก่ใจว่าการพบกันครั้งนี้มันมิได้ประสบความสำเร็จเท่าใดนักก็ตาม
ขณะที่เธอกับมาชาช่วยกันเก็บข้าวของเพื่อจะออกจากสนามนั้นแอนเนทท์พยายามใช้ความคิดว่ามันควรจะทำอะไรลงไปสักอย่างที่จะมิให้โอกาสเช่นนี้ต้องสูญไปอย่างเปล่าดาย