โปรแกรมสร้างนักรบ

    นักเวทย์ผู้เก่งกาจ 25 – แกคิดจะฆ่าฉันหรือยังไง!!?!

            “ดาบผ่าปฐพี!”


            ฉั๊วะ!!


            ฟุ่บ! ฟุ่บ!


            “ดาบผ่าปฐพี!!”


            ฉับ!!


            กึง!!!


            ฟุ่บ! ฟุ่บ! ฟุบ!


            สถานการณ์การโรมรันกลับมาเป็นเหมือนเดิมอีกครั้ง ออสการ์พยายามอย่างสุดความสามารถในการตัดหัวของเจ้าแรดยูนิคอร์น 3 หัวให้ขาดลงทั้งหมด


            แต่มันก็ยังไม่ประสบความสำเร็จ!


            หรือถ้าจะให้พูดอย่างถูกต้อง มันยังไม่ก้าวหน้ามากขึ้นกว่าเดิมเลยแม้แต่นิดเดียว


            เหตุผลส่วนหนึ่งเกิดจากเด็กหนุ่มไม่ค่อยมีสมาธิในการต่อสู้เหมือนปกติ สิ่งที่เกิดขึ้นก่อนหน้ายังกวนใจเขาอยู่ตลอดเวลา


            ไม่ใช่ยาปลอม! เขาไม่ได้ถูกโกง! และมันไม่ใช่บัคของเกมส์ด้วย


            เม็ดยาเติมมานายังทำงานได้เต็มประสิทธิภาพเหมือนเดิม ส่วนสาเหตุที่แถบสีเหลืองทองขึ้นไม่เต็มหลอดหลังจากที่กลืนเม็ดยาลงท้องไปแล้ว


            มันเป็นเพราะมานาของออสการ์ถูกดึงออกมาใช้ในทันที เป็นสาเหตุเดียวกันกับการหมดมานาอย่างกะทันหันระหว่างการท่องเมฆา


            เด็กหนุ่มไม่ได้คำนวณการใช้มานาของตัวเองผิด แต่มันมีสิ่งอื่นดึงมานาไปใช้โดยที่เขาไม่รู้ตัว และมันแก้ปัญหาที่ออสการ์กำลังเผชิญไปได้เปราะหนึ่ง


            เขาไม่ต้องเป็นกังวลอีกต่อไปว่าดาบยักษ์จะหมดสภาพลงไประหว่างการต่อสู้


            เพราะมันซ่อมแซมตัวเองได้!


            ใช่! มันดึงมานาของออสการ์ไปใช้ซ่อมแซมตัวเองจนกลับมาอยู่ในสภาพสมบูรณ์แบบเหมือนเดิม


            ตราบใดที่ยังมีมานา หรือเม็ดยาเติมมานาอยู่ ดาบยักษ์ของเด็กหนุ่มจะไม่มีวันพังเสียหายได้เลย


            มันเป็นเรื่องดี! แล้วออสการ์เสียสมาธิได้ยังไง? มีอะไรต้องพะวักพะวงอย่างนั้นหรือ?


            เรื่องที่ดาบยักษ์ของเขาดึงมานาไปใช้แบบพร่ำเพรื่อเกินไป!


            ใช่! คำว่าพร่ำเพรื่อถูกใช้ในกรณีนี้ได้อย่างไม่ผิดความหมาย ไม่ผิดเลยแม้แต่นิดเดียว


            ตั้งแต่ดาบยักษ์ของออสการ์ดึงมานาไปฟื้นฟูซ่อมแซมตัวเองครั้งแรกได้ มันก็เหมือนกับเด็กน้อยที่ได้ของเล่นถูกใจชิ้นใหม่


            เพราะหลังจากนั้นไม่ว่าจะเป็นรอยบิ่นเล็กน้อยแค่ไหน มันก็จะดึงมานาของเขาไปซ่อมแซมทันที


            ด้วยปริมาณที่เกินความจำเป็น และไม่เคยเท่ากันแม้แต่ครั้งเดียว!


            เด็กหนุ่มคำนวณและควบคุมปริมาณการใช้มานาของตัวเองไม่ได้ และนั่นทำให้เขากลัวว่าจะเกิดปัญหาใหญ่ขึ้น


            พลังเวทย์หมดอย่างกะทันหัน!


            นี่คือสิ่งที่ออสการ์กลัว เขาต้องเปิดหลอดพลังเวทย์ค้างเอาไว้ตลอดเวลา และต้องเหลือบตาไปมองดูอยู่เป็นระยะ เพราะถ้าพลังเวทย์หมดในจังหวะที่เข้าโจมตีแล้วถูกงัดสวนพอดี


            ก็มีแต่ตาย! ตาย !ตาย! เท่านั้น! ที่รอเด็กหนุ่มอยู่

            …


            “ดาบผ่าปฐพี!!”


            ฉับ!!


            กึง!!!


            ฟุ่บ! ฟุ่บ!


            “ห้ามฟื้นฟู!! รอก่อน!!”


            ระหว่างที่ท่องเมฆาถอยออกมาหลังจากใช้ดาบยักษ์ปะทะรับนอที่ขวิดเสยเข้าใส่ ออสการ์ตวาดออกมาห้ามดาบยักษ์ไม่ให้ดึงมานาไปด้วยเสียงดังลั่น เพราะแถบสีเหลืองทองเหลือติดก้นหลอดอยู่แค่เพียงเล็กน้อยเท่านั้น


            และดูเหมือนว่าการตวาดสั่งแบบนี้จะได้ผล! แถบมานาของเขาไม่เคยลดลงอย่างฮวบฮาบอีก


            “ฟื้นฟูได้! ดึงมานาไปแค่พอใช้เท่านั้น!”


            เด็กหนุ่มยัดเม็ดยาเติมมานาเข้าปาก ก่อนเอ่ยอนุญาตออกมาด้วยเสียงเข้ม และทันทีที่สิ้นเสียงของเขา แถบสีเหลืองทองก็ขยับลดลงแบบทันควัน ด้วยปริมาณที่ออสการ์คิดว่ายังเกินความจำเป็น แต่ไม่ได้มากมายมหาศาลเหมือนเดิมอีก


            ดูเหมือนว่าจะต้องคอยสั่งสอนไปอย่างใจเย็น ๆ นั่นคือสิ่งที่เด็กหนุ่มคิดอยู่ในใจ


            เพราะแม้ว่าเขาจะควบคุมการฟื้นฟูซ่อมแซมตัวเองของดาบยักษ์ไม่ได้ แต่กลับออกคำสั่งได้เสียอย่างนั้น!


            นี่เป็นเรื่องที่น่าประหลาดใจ


            มันเหมือนกับว่าดาบยักษ์ของออสการ์มีความคิดเป็นของตัวเองก็ไม่ปาน

            …


            ฟุ่บ!!


            “ดาบผ่าปฐพี!”


            กึก!!


            กึง!!!


            ฟุ่บ! ฟุ่บ!


            “ให้ตายสิ! พอเหลือหัวเดียว หนังมันยิ่งหนามากขึ้นอีก!”


            เด็กหนุ่มสบถออกมาอย่างไม่พอใจ เพราะดาบผ่าปฐพีเคลือบเพลิงสีชาดทำอะไรหัวสุดท้ายที่เหลืออยู่ไม่ได้ มันเหมือนกับเอาไม้ทุบลงไปบนดินแข็ง ๆ มากกว่าที่จะเป็นการฟันดาบลงไป


            “เอาไงดี!? เอาไงดี!?”


            เสียงบ่นพึมพำดังออกมาอย่างต่อเนื่องระหว่างที่ออสการ์ท่องเมฆาหาช่องว่างเพื่อเข้าจู่โจมใหม่ สายตาก็เหลือบมองหลอดมานาของตัวเองไปเป็นระยะ


            “ฟื้นฟูเถอะ! แต่ใช้ให้น้อยหน่อยก็แล้วกัน!”


            เด็กหนุ่มเอ่ยอนุญาตออกมาอย่างใจดี เพราะดูเหมือนว่าดาบยักษ์ของเขาจะทำตามคำสั่งได้ดี ไม่มีการดึงมานาไปใช้ซ่อมแซมตัวเองโดยไม่ได้รับอนุญาตอีก

            …


            “ให้ตายสิ! ถ้าดาบผ่าปฐพีใช้ไม่ได้ เราก็ไม่เหลืออะไรให้ใช้แล้วนะ!”


            ออสการ์จำไม่ได้ว่าตัวเองสบถออกมาในห้องบอสแห่งนี้เป็นครั้งที่เท่าไรแล้ว เพราะสถานการณ์ในช่วงหลังเริ่มเลวร้ายจนต้องหลุดปากสบถออกมาทุกครั้งหลังเข้าไปโจมตี


            ผลของการจู่โจมเป็นเหมือนเดิม ทำอะไรหัวสุดท้ายไม่ได้ เด็กหนุ่มแค่ไล่ตัดหัวที่กำลังงอกออกมาใหม่ให้ขาดซ้ำลงไปเท่านั้น ไม่มีทีท่าว่าจะสังหารบอสตัวนี้ลงได้เลย


            มันเป็นเหมือนกับที่เจอเต่ายักษ์ในไพรทมิฬไม่มีผิด!


            และถ้าให้พูดแบบไม่เข้าข้างตัวเอง สถานการณ์ตอนนี้แย่กว่าตอนนั้นหลายเท่าเลย


            เขากลับออกไปจากถ้ำไม่ได้ถ้าไม่ฆ่ามันให้ตาย


            แต่จะฆ่าด้วยวิธีไหนกัน!?

            …


            “เฮ้! เจ้าจอมตะกละ! นอกจากฟื้นฟูตัวเองแล้ว แกยังทำอย่างอื่นได้อีกมั้ย?”


            หมดปัญญา! หลังจากที่วิ่งวนโจมตีอยู่เกือบ 2 ชั่วโมงเต็มแบบไม่ได้อะไรกลับมา ออสการ์ก็พึมพำพูดปรึกษากับดาบยักษ์ของตัวเองอย่างคนหวัง


            เจ้าบอสตัวนี้ฮีลตัวเองได้ทุกส่วนของร่างกาย มันไม่มีจุดอ่อนอะไรปรากฏออกมาให้เห็น


            วิธีที่จะฆ่ามันได้ต้องอาศัยอาวุธที่ทรงพลังกว่าดาบยักษ์เล่มนี้ หรือไม่ก็ต้องเป็นเวทย์ที่เสริมพลังได้รุนแรงกว่าเพลิงฟ้าคราม!


            “หือ… ว่าไง? ทำอะไรได้อีกมั่ง? ปล่อยสงปล่อยแสงอะไรได้มั้ย?”


            ขนาดหอกที่ไม่มีชีวิตออสการ์ยังตั้งชื่อให้และคุยกันเป็นวรรคเป็นเวร ดาบยักษ์เล่มนี้ฟื้นฟูตัวเองได้ และฟังคำสั่งรู้เรื่อง การที่เด็กหนุ่มจะคุยกับมันตอนที่หมดหวัง


            ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรเลย!


            “อืม… ปล่อยแสงยากไป ยังทำไม่ได้อย่างนั้นหรือ? แล้วประเภทที่ง่าย ๆ อย่าง… ขยายขนาดให้ใหญ่กว่านี้ล่ะ?”


            ออสการ์วิ่งวนโจมตีไปพลางคุยกับดาบยักษ์ไปพลาง แม้จะอยู่ในสถานการณ์ที่สิ้นหวัง แต่เขาก็ยังไม่หยุดโจมตี


            มันมีโอกาสที่ไม่คาดฝันโผล่มาอยู่เสมอไม่ใช่หรือ? เด็กหนุ่มไม่ใช่คนที่จะยอมแพ้อะไรง่าย ๆ อยู่แล้ว


            “ยังยากไป!? นั่นสินะ! ไม่อย่างนั้นเขาคงไม่หาวิธีเพิ่มขนาดกันให้ควั่กหรอก อืม… ถ้าขนาดเพิ่มไม่ได้ แล้วถ้าเพิ่มความคมหรือน้ำหนักล่ะ?”


            ออสการ์ไม่ได้พึมพำถามออกมาอย่างส่งเดช ในความเป็นจริงเด็กหนุ่มไม่ได้ถามเจ้าดาบยักษ์เสียด้วยซ้ำ เขากำลังทบทวนอยู่ในหัวว่าตัวเองเหลือเวทย์อะไรให้ลองประยุกต์ใช้บ้าง


            “กายาเหล็ก… ปล่อยกายาเหล็กใส่ดาบ!? ไม่ได้ เคลือบดาบด้วยม่านวารี!? อันนี้ยังพอมีสิทธิ แต่คงต้องหมุนมันให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเร็วได้เพื่อเพิ่มแรงเฉือน หือ… ?”


            ตึง!! ตุบ!!


            “วะ-วารีบำบัด! บ้าเอ้ยเกิดอะไรขึ้น?”


            “ตรวจสอบพลังชีวิต!”


            “เชี่ย!… วารีบำบัด! วารีบำบัด! วารีบำบัด! เจ้าบ้า! หยุดเพิ่มน้ำหนักเดี๋ยวนี้ แกคิดจะฆ่าฉันหรือยังไง!!?”


            เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วทำให้ออสการ์แทบจะตั้งตัวไม่ติด โชคดีที่ตามปกติแล้วเด็กหนุ่มจะกระตุ้นใช้เวทย์วารีบำบัดตามสัญชาตญาณเมื่อรู้สึกว่าตัวเองใกล้ตาย


            และคราวนี้ก็เป็นสัญชาตญานนั้นที่ช่วยชีวิตของเขาเอาไว้จากการที่พลังชีวิตรั่วไหลจนเกือบจะหมดหลอดอย่างไม่รู้ตัว


            ใช่! เป็นฝีมือของเจ้าดาบยักษ์ มันหนักขึ้นอย่างกะทันหันจนลากออสการ์ตกลงมาที่พื้นพร้อมกับความรู้สึกอ่อนแรงเหมือนกับกำลังจะตาย ทั้ง ๆ ที่ไม่ได้ถูกโจมตีเลยแม้แต่นิดเดียว


            และใช่! เป็นฝีมือของเจ้าดาบยักษ์ มันดูดพลังชีวิตของออสการ์ไปเพื่อเพิ่มน้ำหนักให้กับตัวเอง!

            …


            “ครึ่งหลอด! จำเอาไว้ให้ดีว่าใช้ได้แค่ครึ่งหลอด! ครึ่งหลอด! จำเอาไว้!!”


            เด็กหนุ่มวิ่งวนไปพร้อมกับเสียงพร่ำบ่นสั่งสอน เขาหาวิธีสังหารบอสได้แล้ว แต่มันมีความเสี่ยงสูงมากเหลือเกิน


            ฟุ่บ!!


            “ดาบผ่าปฐพี! หนัก!!”


            ฉั๊วะ!!!!!!


            “เบา! หยุดเพิ่มน้ำหนักได้แล้ว!!! วารีบำบัด! วารีบำบัด! วารีบำบัด!”


            ชนะ! เมื่อผ่าปฐพีด้วยดาบยักษ์ที่มีน้ำหนักมากขึ้นเป็น 2 เท่า การป้องกันของหัวสุดท้ายก็ไม่ใช่ปัญหาอีก แรดยูนิคอร์น 3 หัวกลายเป็นแรดยูนิคอร์นหัวขาดก่อนจะจางหายไป


            และออสการ์ที่ยืนอยู่ในสภาพใกล้ตาย สีแดงในหลอดเลือดของเขาเหลืออยู่เพียงนิดเดียวเท่านั้น ก่อนจะกระตุ้นเวทย์วารีบำบัดออกมาได้


            เด็กหนุ่มเกือบถูกดาบของตัวเองฆ่าตายไปแล้ว!!


    คล้ายกับเรื่องโปรแกรมสร้างนักรบ ที่คุณอ่าน