มู่เฉินกับเฉินม่อหรานและคนอื่นๆ แยกตัวจากกันโดยไม่ดีนัก ขณะนั่งอยู่ในรถม้า สีหน้าของมู่เฉินดำทะมึนอย่างยิ่ง
จวงอวี๋ไม่ใช่บุคคลธรรมดาจริงๆ เพียงเพราะมู่เฉินไม่ยินดีออกศิลาทิพย์ให้ สีหน้าคนอื่นๆ ที่มองมาที่เขาล้วนแปลกประหลาด เขาคงจะถูกบรรดาคนที่อยู่ที่นั่นในเวลานั้นคิดแค้นเสียแล้ว
ความสามารถในการปลุกมวลชนด้วยเสน่ห์ของจวงอวี๋นั้นยิ่งใหญ่มาก หากเขาผูกพยาบาทกับจวงอวี๋ขึ้นมาจริง บางทีไม่ต้องรอถึงสามปี ก็มีผู้พิทักษ์บุปผาของจวงอวี๋มาจัดการเขาแล้ว
มู่เฉินหลับตาแล้วสูดหายใจลึกคราหนึ่ง ความแข็งแกร่ง! หากเขาแข็งแกร่งพอ ก็ไม่จำเป็พะว้าพะวังกับสิ่งเหล่านี้
มู่เฉินหยิบเคล็ดหลอมกายร้อยชั้นเล่มหนึ่งออกมาจากแหวนมิติ
สมรรถภาพทางร่างกายของมู่เฉินไม่ค่อยดีนัก มู่หย่วนเฟิงจึงทำทุกวิถีทางเพื่อหาเคล็ดหลอมกายร้อยชั้นเล่มนี้มาให้มู่เฉิน หวังว่าจะสามารถช่วยมู่เฉินฝึกฝนร่างกายได้ แม้ว่าเคล็ดหลอมกายร้อยชั้นเล่มนี้ ฝึกฝนแล้วมีประสิทธิภาพดีมาก แต่ก็ทรมานอย่างยิ่งเช่นกัน มู่เฉินฝึกฝนแค่ครั้งสองครั้งก็ร้องโอดโอยไม่หยุด จึงเก็บเคล็ดวิชาเล่มนี้ไว้เป็สมบัติก้นกรุ
มู่เฉินหรี่ตา เ้าของร่างเดิมช่างไม่เข้าใจความยากลำบากของมู่หย่วนเฟิงเอาเสียเลย เท่าที่เขารู้ เพื่อเคล็ดหลอมกายเล่มนี้ มู่หย่วนเฟิงได้ทุ่มเทสติปัญญาอย่างมาก หากไม่ใช่เพราะเหตุนี้ ไม่แน่ว่ามู่หย่วนเฟิงคงเลื่อนขึ้นเป็ระดับิญญายุทธ์ไปแล้ว
มู่เฉินลูบไล้เคล็ดหลอมกายในมือ ดวงตาปรากฏความเยือกเย็นเล็กน้อย เคล็ดหลอมกายร้อยชั้นบนมือมู่เฉินเล่มนี้เป็เพียงภาคต้น แม้จะมีแค่ภาคต้น แต่เคล็ดวิชานี้ก็ไม่ธรรมดาเลย อีกทั้งยังดูมีที่มาที่ไม่ธรรมดา
สองปีให้หลัง จะมีชายหนุ่มผู้เปี่ยมด้วยพร์ท่วงท่างดงามไร้ที่ติคนหนึ่งมาตามหาตำราเล่มนี้ อีกทั้งคนผู้นี้จะได้พบกับจวงอวี๋ จวงอวี๋กับคนผู้นั้นตกหลุมรักกันั้แ่แรกพบ คนทั้งสองคบหากันอย่างรวดเร็ว คนผู้นั้นก็คือลู่เหยา หนึ่งในตัวจริงของจวงอวี๋ จวงอวี๋จะบังเอิญรู้ว่าคนในดวงใจกำลังตามหาเคล็ดหลอมกายเล่มนี้อยู่ และบังเอิญรู้อีกว่ามู่เฉินมีตำราเล่มนี้
ด้วยความทนไม่ไหวที่ของดีไม่มีคนรู้ค่า และยึดหลักว่าสรรพสิ่งล้วนมีประโยชน์ในตัวมัน จวงอวี๋จึงไปขอตำราเล่มนี้จากมู่เฉิน
เพื่อเอาใจจวงอวี๋ มู่เฉินจึงมอบเคล็ดหลอมกายเล่มนี้ให้อย่างราบรื่น เติมเต็มความปรารถนาของจวงอวี๋
มู่เฉินปิดเคล็ดหลอมกายบนมือ แววตาเปล่งประกายเ็า ‘ไร้สาระสิ้นดี!’
“เหรินซาน” มู่เฉินเลิกผ้าม่านแล้วเอ่ยเรียก
เหรินซานหันไปมองมู่เฉิน แล้วถาม “คุณชาย มีเื่อะไรขอรับ”
“ไม่กลับไปแล้ว พวกเราไปที่ตลาดซื้อขายอสูรปีศาจกัน” มู่เฉินกล่าว การฝึกเคล็ดหลอมกายร้อยชั้น จำเป็ต้องใช้โลหิตอสูรจำนวนมาก มู่เฉินต้องไปซื้อมาสักชุดหนึ่ง
เหรินซานพยักหน้า แล้วกล่าว “ขอรับ”
...
“สือโถว หัวหน้าพ่อครัวเรียกหาเ้า” อามู่มองเยี่ยสือด้วยท่าทางค่อนข้างอิจฉา พลางกล่าว
เยี่ยสือหั่นและคัดแยกประเภทเนื้อในมือด้วยความชำนาญเรียบร้อย รูปทรงของเนื้อแต่ละชิ้น ขนาดแทบจะเท่ากันทั้งหมด เรียกได้ว่าเป็ศิลปะ
เยี่ยสือเงยหน้าขึ้น เอ่ยว่า “หัวหน้าพ่อครัวหาข้า เขาหาข้าทำไมกัน”
อามู่ส่ายหน้าแล้วกล่าว “ไม่รู้สิ! เ้าลองไปดูก่อนเถอะ”
ตำแหน่งของพ่อครัวิญญาที่โลกนี้สูงมาก พลังงานที่อยู่ในเนื้ออสูรปีศาจนั้นค่อนข้างรุนแรง กินมากเกินไปจะทำลายร่างกายได้ง่าย พ่อครัวิญญาไม่เพียงแต่สามารถทำอาหารได้อร่อยเท่านั้น แต่ยังสามารถเปลี่ยนพลังงานในเนื้ออสูรปีศาจให้อ่อนโยนลงได้
ยิ่งเป็พ่อครัวิญญาระดับสูง ระดับเนื้ออสูรปีศาจที่สามารถแปรรูปได้ก็ยิ่งสูงขึ้น
“สือโถว” วังหลุนหันหน้ามา แล้วเรียกเยี่ยสือ
เยี่ยสือถูมือ แล้วกล่าวด้วยท่าทางประหม่า “หัวหน้าพ่อครัว ท่านเรียกหาข้าหรือขอรับ”
วังหลุนยิ้มเอ่ย “ไม่ต้องประหม่าเช่นนี้ ข้าได้ยินมาว่า เ้าสามารถแยกแยะคุณภาพของเนื้ออสูรปีศาจได้”
เยี่ยสือกล่าวอย่างกระอักกระอ่วนเล็กน้อย “ข้าแค่แยกแยะได้คร่าวๆ เท่านั้นเอง อีกทั้งยังทำพลาดบ่อยขอรับ”
วังหลุนแย้มยิ้มเอ่ย “ไม่ต้องถ่อมตน ในสายตาของข้า สายตาของเ้านับว่าไม่เลวทีเดียว”
เยี่ยสือยิ้มอย่างเขินอายพลางกล่าว “ขอบคุณผู้าุโ”
“ข้าจะออกไปซื้ออสูรปีศาจสำหรับทำอาหาร เ้าไปด้วยกันหน่อย” วังหลุนกล่าวด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม
เยี่ยสือเบิกตาโต กล่าวว่า “ได้หรือขอรับ”
“แน่นอน” วังหลุนเอ่ยด้วยรอยยิ้มจางๆ